ไม่ต้องเล็บยาวก็พิมพ์แบบมีเสียงก๊อกแก๊กได้แล้ว สำหรับใครที่อยากให้คีย์บอร์ดมีเสียงตลอดการพิมพ์ต้องชอบแน่นอน แล้วสิ่งนี้ไม่ต้องไปเสียเงินแพง ๆ เพื่อซื้อคีย์บอร์ดแบบ Mechanical แต่เพียงแค่เราโหลดแอปฯ Klack ก็เสมือนว่าได้คีย์บอร์ดหลาย ๆ ตัวพร้อมกัน
โดยแอปฯ Klack เป็นการดึงเอาเสน่ห์ของ Mechanical Keyboard มาไว้ในรูปแบบของโปรแกรมบน macOS หลักการทำงานของแอปฯ Klack ก็ง่าย ๆ แค่ดาวน์โหลด เปิดใช้งาน ก็พิมพ์แบบฟิน ๆ ได้เลย
ไม่ว่าเราจะกดพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดไร้สายธรรมดาหรือคีย์บอร์ดที่ติดมากับโน้ตบุ๊ก โปรแกรมก็จะทำงานอยู่เบื้องหลัง และเล่นเสียงแบบเรียลไทม์ทุกครั้งที่เราพิมพ์คีย์บอร์ด
Klack Keyboard ทำอะไรได้อีก ?
อย่างแรกเลยคือสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตามอารมณ์ เพราะตัวแอปฯ มีตัวเลือกเสียงสวิตช์หลายแบบมาให้ วันไหนอยากได้เสียงพิมพ์จังหวะสนุก ๆ ดังฟังชัดก็เลือกสวิตช์ ‘Blue’ หรือถ้าอยากได้เสียงนุ่มลึกฟังสบายหูก็เปลี่ยนไปใช้สวิตช์ ‘Brown’ หรือ ‘Red’ ได้ในไม่กี่วินาที
สั่งปิดได้ทันทีเมื่อต้องการความสงบ นี่คือข้อได้เปรียบที่คีย์บอร์ดของจริงทำไม่ได้ เวลาที่เราต้องเข้าประชุมออนไลน์ หรือต้องไปนั่งทำงานในพื้นที่เงียบ ๆ เราสามารถปิดเสียงของแอปพลิเคชันได้ทันที เพื่อให้คีย์บอร์ดกลับมาเงียบสนิทและไม่รบกวนใคร
ประหยัดงบและพกพาสะดวก เราจะได้อรรถรสของการพิมพ์งานแบบ Mechanical Keyboard ติดตัวไปทุกที่โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์หนัก ๆ ให้ปวดไหล่ และไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินหลักพันหรือหลักหมื่นเพื่อซื้อฮาร์ดแวร์
เสียงคลิกช่วยยกระดับจิตใจและสมาธิ
นอกจากนี้แล้วเสียงคลิกเหล่านี้ ยังยกระดับจิตใจในทางจิตวิทยาและสมาธิของเราได้ด้วย
ถ้าใครที่คิดว่าก็แค่เสียง บอกเลยว่าคิดผิด เพราะเสียงพิมพ์เหล่านี้สามารถสร้างความสุขจากความสำเร็จเล็ก ๆ ได้ โดยเสียงและแรงสะท้อนกลับจากการกดปุ่มแต่ละครั้ง ทำงานคล้ายกับระบบให้รางวัลแก่สมอง เมื่อเราทำภารกิจสำเร็จ กลไกนี้จะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ออกมา ทำให้เรารู้สึกฟินและเพลิดเพลินไปกับการทำงาน ไม่อ่อม
และเสียงที่ดังขึ้นในทุก ๆ การกดย้ำ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าคำสั่งของเราถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์อย่างแม่นยำ ความมั่นใจในส่วนนี้จะช่วยลดความระแวงและความเครียดสะสมที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเสียงพิมพ์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะคล้ายกับเสียงดนตรี สมองของเราจะถูกเหนี่ยวนำเข้าสู่ภาวะลื่นไหล ช่วยให้เราดำดิ่งและสนุกไปกับงานได้ยาวนานโดยปราศจากความรู้สึกเบื่อหน่าย
นอกเหนือจากความสบายใจแล้ว เสียงและการสัมผัสแป้นพิมพ์ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยล็อกเป้าหมายและเพิ่มประสิทธิภาพในการโฟกัสของเราได้ด้วย
ด้วยความที่เวลาเราพิมพ์ เสียงพิมพ์จะค่อนข้างมีความสม่ำเสมอและคาดเดาจังหวะได้ ทำหน้าที่เปรียบเสมือน ‘เสียงสีขาว’ ที่ช่วยกลบความวุ่นวายรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนพูดคุยหรือเสียงรถยนต์บนท้องถนน ทำให้สมองไม่ไขว้เขวไปกับสิ่งเร้าภายนอก
และการพิมพ์ยังเรียกร้องให้เราผสานประสาทสัมผัสหลักเข้าด้วยกัน นั่นคือสายตาที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอ นิ้วมือที่สัมผัสแป้นพิมพ์ และหูที่คอยรับฟังเสียง การดึงประสาทสัมผัสทั้งหมดมารวมไว้ที่จุดเดียวนี้ เป็นวิธีป้องกันชั้นเยี่ยมไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านหลุดลอยไปเรื่องอื่น
นอกจากนี้ยังปลดเปลื้องภาระของสมองได้ด้วย นี่เป็นผลพลอยได้ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะเมื่อหูคอยทำหน้าที่ช่วยยืนยันความถูกต้องของการพิมพ์ไปแล้ว สมองก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานสั่งให้ตาคอยเหลือบมองหรือตรวจสอบนิ้วมือบนแป้นตลอดเวลา พลังงานที่เหลืออยู่จึงถูกนำไปทุ่มเทให้กับการคิดสร้างสรรค์และต่อยอดเนื้อหางานได้อย่างเต็มที่
การพิมพ์และเสียงสะท้อนที่ได้ยิน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เพื่อช่วยดึงศักยภาพและสมาธิขั้นสูงสุดในตัวเราออกมาใช้นั่นเอง
Klack ราคาเท่าไหร่ ?
แอปฯ Klack นี้จะเป็นแบบซื้อขาดครั้งเดียวจบ ราคา 4.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 163 บาท ใช้งานได้ยาว ๆ ไม่มีเก็บรายเดือนเพิ่ม แอปฯ ออกแบบมาให้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ macOS เท่านั้น ใช้ได้กับพวก MacBook, iMac, Mac mini และต้องเป็น macOS 15.0 ขึ้นไป ไม่รองรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Linux
การใช้โปรแกรมจำลองเสียงพิมพ์อย่าง Klack เป็นกิมมิกเล็ก ๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันและสมาธิให้กับการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม ใครที่ชื่นชอบเสียงพิมพ์งานเพราะ ๆ แต่ยังอยากรักษาความคล่องตัวในการทำงานเอาไว้ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์และน่าหามาลองเล่นดูมาก ๆ เลยทีเดียวครับ













