เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับมหกรรมเทคโนโลยีและสตาร์ตอัปที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี SITE 2026 ภายใต้แนวคิด ‘GLOBAL INNOVATION IMPACT : THE YEAR OF INVESTMENT’ ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เวทีระดับโลกที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมไทยเข้ากับแหล่งเงินทุนชั้นนำ เพื่อสร้างอิมแพ็กครั้งใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า

หนึ่งในไฮไลต์ของงานวันแรก คือ Special Session นำโดย ดร. สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA, ปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม (กำกับดูแลฝ่ายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นและฝ่ายส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม), ดร. พณชิต กิตติปัญญางาม คณะกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ที่มาเจาะลึกทิศทางภาครัฐในการผลักดัน ‘นวัตกรรม’ ให้กลายเป็น Chapter ใหม่เพื่อปั๊มตัวเลข GDP ของประเทศไทย โดยทั้ง 3 ท่านได้แนะผ่าน 3 แนวทางปลดล็อกครั้งสำคัญ ดังนี้
1. ปลดล็อกเงินทุนรัฐ เปลี่ยนจาก ‘No Risk’ สู่ความเสี่ยงที่รับได้
ที่ผ่านมา เงินทุนจากภาครัฐมีข้อจำกัดในลักษณะ ‘No Risk, No Return’ คือต้องถูกต้องตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างทุกกระเบียดนิ้ว ผิดพลาดไม่ได้เลยแม้แต่บาทเดียว ทำให้ไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมที่มีความเสี่ยงสูงได้
ปัจจุบันสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนและแก้ไขกฎหมายบางส่วน เพื่อเปิดโอกาสให้เงินภาครัฐสามารถเข้าไปสนับสนุนในจุดที่มีความเสี่ยงสูงได้ ซึ่งจะเป็นการปิดช่องว่าง ในการส่งเสริมสตาร์ตอัปไทย โดยเฉพาะการระดมทุนในระดับ Series A และ B ที่ยังคงขาดแคลนในปัจจุบัน
2. เครื่องมือปลดล็อกตลาดด้วย ‘บัญชีนวัตกรรม’ และแต้มต่อ ‘SME GP’
นอกจากเรื่องเงินทุนแล้ว ภาครัฐยังได้ส่งเสริมเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดรัฐได้ง่ายขึ้น
- ไม่ต้องแข่งราคาในระบบ e-bidding : สินค้าหรือบริการที่ผ่านการคัดกรองและขึ้นทะเบียนใน ‘บัญชีนวัตกรรม’ แล้ว หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ทันทีผ่าน ‘วิธีเจาะจง’ โดยไม่จำเป็นต้องนำราคากลางไปเปรียบเทียบในระบบประมูลทั่วไป
- แต้มต่อ 10% สำหรับ SME : สำหรับการแข่งขันในระบบ e-bidding ปกติ ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนในระบบ ‘SME GP’ จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านแต้มต่อทางคะแนนราคาเพิ่มขึ้น 10% ช่วยเพิ่มโอกาสให้รายย่อยสามารถชนะการประมูลงานรัฐได้ดีขึ้น
3. เปลี่ยนจาก ‘ขายผลผลิต’ เป็น ‘สร้างนวัตกรรม’ ทางรอดเศรษฐกิจยุคใหม่
ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาแค่เสถียรภาพจากการขายสินค้าปฐมภูมิหรือสินค้าที่ไม่มีนวัตกรรมได้ตลอดไป นวัตกรรมยุคใหม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับ ‘บริการ’ การยึดครองตลาด และโมเดลธุรกิจที่สามารถควบคุมรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง



ทั้งนี้ NIA ได้ตั้งเป้าหมายยกระดับให้เกิด Smart SME และสตาร์ตอัปรวมกันมากกว่า 10,000 ราย พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดมูลค่าการลงทุนมากกว่า 3,000 ล้านบาท ผ่านกลไก ‘Groom, Grant, Growth, Global’ เพื่อพาผู้ประกอบการไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดและพร้อมออกไปแข่งขันในเวทีโลก






นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูทอื่น ๆ อีกมากมาย SME รายเล็ก กลาง ไปจนถึงระดับใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่อาหารการกิน ของใช้ สุขภาพ และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้น้อง ๆ นักศึกษามาโชว์ของล้ำ ๆ ภายในงานอีกด้วย
มาร่วมเปิดประตูสู่เวทีแห่งการลงทุนระดับโลกและสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Alliances) ไปด้วยกันที่งาน SITE 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 27 มิถุนายน 2569 ณ พารากอน ฮอลล์, สยามพารากอน
เข้างานฟรี ! ไม่เสียค่าใช้จ่าย คลิกลงทะเบียน https://www.eventpop.me/e/150630/site2026 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://site.nia.or.th













