ในยุคที่โลกธุรกิจกำลังตื่นตัวกับการก้าวเข้ามาของ AI แต่หากเรามองลึกลงไปในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย จะพบความจริงที่ทั้งน่าทึ่งและสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน เพราะในขณะที่ทั่วโลกกำลังถกเถียงเรื่อง AI แย่งงาน แต่คนไทยกลับนำมาผสานรวมกับเรื่องใกล้ตัวอย่าง ‘การมูเตลู’ และ ‘การดูดวง’ ได้อย่างน่าสนใจ
สังคมที่เปลี่ยนไป สู่ที่พึ่งพาทางใจรูปแบบใหม่
ในงาน Human Insights in the AI Era โดย ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กางข้อมูลประชากรไทยกว่า 70 ล้านคนให้เราเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ปัจจุบันอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของคนไทยพุ่งสูงถึง 140% นั่นหมายความว่าคนส่วนใหญ่มีมือถือมากกว่า 1 เครื่อง สวนทางกับขนาดครอบครัวเฉลี่ยที่เล็กลง สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป คนแต่งงานน้อยลง นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนลูกมากขึ้น
เมื่อโครงสร้างครอบครัวเล็กลง ประกอบกับความเครียดจากการใช้ชีวิตที่เพิ่มขึ้น คนไทยจึงมีกลไกการรับมือสองรูปแบบหลัก ๆ คือ ชอปปิงเพื่อแก้เครียด คือเครียดปั๊บ ก็หาอะไรกดลงตะกร้าทันที และการมองหาที่พึ่งทางใจที่เข้าถึงง่าย นั่นก็คือการใช้งาน AI
80% คือตัวเลขความพร้อม และ ‘การดูดวง’ คือคำตอบ
ประเทศไทยมีความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยี AI สูงถึงเกือบ 80% ซึ่งติดอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ฟังก์ชันยอดฮิตที่คนไทยนิยมใช้งานกลับไม่ใช่เรื่อง Productivity เพื่อการทำงานเพียงอย่างเดียว ทว่าเป็นการปรับใช้ AI เพื่อ ‘การดูดวง’
แม้ AI จะเป็นภาพแทนของอนาคตและวิทยาศาสตร์ แต่คนไทยได้ก็ผสานสิ่งนี้เข้ากับความเชื่อส่วนบุคคลได้อย่างลงตัว กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความสบายใจให้คนไทยหลาย ๆ คนได้ แถมยังตอบคำถามได้รวดเร็วทันใจระดับวินาที ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคนี้ที่เกลียดการรอคอย
AI ที่ขาด ‘ความเข้าใจมนุษย์’ คือ AI ที่สอบตก
ข้อมูลระบุว่า แม้นักการตลาดถึง 73% จะบอกว่าตนเองมีการใช้ AI แต่กลับมีเพียง 10% เท่านั้นที่มีวุฒิภาวะและความพร้อมในการใช้งานจริง
ในโลกที่การหาลูกค้าใหม่มีต้นทุนสูงกว่าการรักษาลูกค้าเดิมถึง 5-6 เท่า แบรนด์จึงต้องเร่งทำ Business Transformation ด้วยการนำ AI และ Data มาใช้ แต่โจทย์ใหญ่คือ AI จะต้องเข้าใจ ‘อรรถศาสตร์’ หรือ ภาษาสังคม เพราะหากแบรนด์หรือ AI ตีความตามพจนานุกรมตรง ๆ และไม่เข้าใจศัพท์สแลงยุคใหม่อย่าง ‘2/10’ (ดีมาก เยี่ยมยอด), ‘จัดระบบหน่อย’ (ต้องอบรมสั่งสอน), ‘กูจะเครซี่’ (กูจะบ้า) ก็จะถูกตัดขาดจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ทันที
นอกจากนี้แล้วข้อมูลยังบอกอีกว่าเด็กรุ่นใหม่มีวิธีคิดที่ซับซ้อนต่อแบรนด์ โดยพวกเขาไม่ได้ต้องการดาราดังมาเป็นพรีเซนเตอร์เท่านั้น แต่ต้องการแบรนด์ที่มีพื้นที่ให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม และเปิดรับวัฒนธรรมการรีวิวที่แปลกใหม่ เช่น การให้คะแนนร้านอาหารอร่อยเพียง ‘2 เต็ม 10’ เพราะไม่อยากให้แมสจนต้องรอคิวนาน ซึ่งเป็นความซับซ้อนที่ AI ไม่มีทางเข้าใจ
การที่คนไทยหยิบเอา AI มาใช้เพื่อการดูดวง สะท้อนให้เห็นชัดเจนเลยว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะไปไกลแค่ไหน ลึก ๆ แล้ว ‘ความต้องการที่พึ่งทางใจและความสบายใจ’ ก็ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของมนุษย์อยู่ดี ในยุคที่ทุกอย่างรอบตัวขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล จึงไม่สามารถมองแค่เรื่องของความเร็วหรือผลลัพธ์ได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและทำตัวเป็นเสมือนเพื่อนที่เข้าใจบริบทของกันและกัน
ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้ AI จะเก่งแค่ไหนมันก็เป็นเพียงเครื่องมือ เพราะสิ่งสำคัญที่แท้จริงที่จะพาเราก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไปสู่โมเมนต์ใหม่ ๆ ในชีวิต คือ ‘ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์’ ที่เรามีต่อกันต่างหาก













