กรณี เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ นักร้อง นักแสดง และปัจจุบันก็เป็น YouTuber ด้วย ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือลงบนโซเชียลมีเดียจากการที่ NAS โดน Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่

ทีมงาน bt ได้สอบถามคุณเต๋าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณเต๋าให้ข้อมูลว่าเข้าไปใน NAS แล้วข้อมูลหายไป โดยข้อความจากแฮกเกอร์อ้างว่าเป็น DiskStation Security ตามข้อความเรียกค่าไถ่ระบุว่าข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัส (Encrypted) และถูกซ่อนไว้ในพื้นที่จัดเก็บพิเศษ หากต้องการกู้ข้อมูลคืน ต้องส่ง 0.07 บิตคอยน์ ไปยังวอลเลตที่ระบุไว้ โดยมีเวลาถึง 1 สิงหาคม 2026 พร้อมให้แจ้ง ID กับหลักฐานการโอนบิตคอยน์
เคสนี้คล้ายกับที่ bt beartai เคยโดนเมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนนั้นทีมงานพบว่าไฟล์และโฟลเดอร์ในระบบหายไปทั้งหมด และปรากฏไฟล์ข้อความชื่อ “Read Me First” ซึ่งเนื้อหาระบุว่าระบบเครือข่ายไม่ปลอดภัย แฮกเกอร์อ้างว่าดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดไปแล้ว 170 TB และนำไปซ่อนไว้ในพื้นที่พิเศษ โดยมีการเรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 0.12 บิตคอยน์ นอกจากนี้ แฮกเกอร์ยังขู่ว่าไฟล์ถูกเข้ารหัสไว้ ห้ามพยายามกู้คืนข้อมูลด้วยตนเองเด็ดขาด
คอนเทนต์นี้เลยจะขอหยิบวิธีรับมือและป้องกันเบื้องต้นเวลา NAS โดนมัลแวร์เรียกค่าไถ่มาเล่าให้ฟัง
ทำไม NAS ถึงถูกโจมตีได้ ?
แม้ว่า NAS จะเป็นพื้นที่เก็บไฟล์ส่วนตัว บางคนใช้ในบ้าน บ้างก็ใช้ในบริษัท แต่ถ้า NAS เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและมีการตั้งค่าความปลอดภัยไว้ไม่ดี อย่างตั้งรหัสผ่านที่เดาง่าย เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย หรือซอฟต์แวร์มีช่องโหว่ ก็เสี่ยงที่จะโดนโจมตีด้วย Ransomware ได้ด้วยเหมือนกัน
วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงการถูก Ransomware โจมตี
สาเหตุของการถูก Ransomware โจมตีมาได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งวิธีป้องกันคือการอุดรอยรั่วให้ได้มากที่สุด ซึ่งวิธีต่อไปนี้ช่วยได้
- ตั้งรหัสผ่านที่ยาว เดายาก และไม่ซ้ำกับบริการอื่น
- ปิดการใช้งาน User “Admin” และให้ใช้ User อื่นเป็นแอดมินแทน
- ถ้าเป็น NAS ที่ใช้หลายคน ให้ตั้งสิทธิ์จำกัดวงการเข้าถึงข้อมูลแค่เท่าที่จำเป็น เช่น User ของ ฝ่ายบัญชีก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของฝ่ายตัดต่อได้
- ตั้ง User แยกสำหรับผู้ใช้แต่ละคน ไม่ใช่ 1 User สำหรับทั้งแผนก เพื่อเวลาเกิดเรื่องจะสืบหาได้ว่ารั่วจากผู้ใช้คนไหน
- เก็บ User ระดับ Admin ให้เข้าถึงยาก ล็อกแน่นหนาที่สุด
- เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA)
- อัปเดตซอฟต์แวร์เสมอเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
- ถ้าเป็น NAS ที่ใช้งานแค่ในเครือข่ายภายใน ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตก็ได้
วิธีลดผลกระทบจากการโดน Ransomware โจมตี NAS
ไม่ว่าจะเคยโดนหรือยังไม่เคยโดน Ransomware โจมตี สามารถเข้าไปตั้งค่าเพื่อลดผลกระทบได้ผ่าน 2 วิธีนี้
- เปิดใช้งาน Recycle Bin และกำหนดสิทธิ์ไม่ให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงหรือจัดการได้ โดยให้เฉพาะผู้ดูแลระบบ (Administrator) เท่านั้นที่สามารถล้างหรือกู้คืนไฟล์ได้ วิธีนี้จะช่วยแก้ไขกรณีไฟล์ถูกลบโดยไม่ได้ตั้งใจหรือจากแฮกเกอร์เข้ามาลบข้อมูลในถังขยะในบางสถานการณ์
- เปิดใช้งาน Backup และ Snapshot เพราะสามารถใช้ในการกู้คืนข้อมูล หากไฟล์ถูกลบ ถูกเข้ารหัสจาก Ransomware หรือถูกแฮกเกอร์โจมตี โดย Snapshot จะเก็บสถานะของข้อมูลในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้สามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนเกิดเหตุได้ ส่วน Backup จะช่วยกู้คืนข้อมูลได้แม้อุปกรณ์หลักจะเสียหายหรือข้อมูลสูญหาย
แม้จะดูคล้ายกัน แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า Snapshot ไม่ใช่ Backup และไม่สามารถใช้แทนกันได้ เพราะ Snapshot มักจะเก็บอยู่บนระบบจัดเก็บข้อมูลเดียวกับ NAS หากตัวอุปกรณ์เสียหายหรือพื้นที่จัดเก็บเสียหาย Snapshot ก็อาจหายไปด้วย แต่ Backup สามารถสั่งให้บันทึกไปยัง Cloud หรือบริการภายนอกได้ จึงแนะนำให้ใช้ทั้ง Backup + Snapshot คู่กัน
โดน Ransomware ควรจ่ายค่าไถ่ไหม แล้วทำไงต่อดี ?
ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้จ่ายค่าไถ่เมื่อโดน Ransomware โจมตี เพราะไม่มีอะไรการันตีว่าข้อมูลของเราจะยังอยู่หรือไม่ โดยสามารถทำตามวิธีต่อไปนี้
- ถอด NAS ออกจากเครือข่ายทันที
- ตรวจสอบ Snapshot
- ตรวจสอบ Backup
- ติดต่อผู้ผลิต NAS
- เก็บ Log เพื่อใช้ตรวจสอบช่องทางที่แฮกเกอร์
- แจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แม้ Ransomware จะป้องกันได้ไม่ 100% แต่การตั้งค่าความปลอดภัยที่ดี พร้อมมี Backup และ Snapshot จะช่วยลดความเสียหายได้อย่างมาก













