ปัจจุบันแอปฯ Gemini มีผู้ใช้งาน 950+ ล้านคนต่อเดือนทั่วโลก แถมโมเดลต่าง ๆ ก็เป็นที่ต้องการสูงมากทั้งในหมู่นักพัฒนาและภาคธุรกิจ แต่หลังจากงาน Google I/O 2026 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่เปิดตัว Gemini 3.5 Flash พร้อมประกาศว่า Gemini Pro 3.5 จะมาภายในมิถุนายน ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มา ปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลกตั้งคำถามว่าทำไมการพัฒนารอบนี้ถึงช้าแปลก ๆ จน OpenAI และ Anthropic เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงกว่ากันหมดแล้ว ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้อาจเป็นเพราะการปรับทัพทีม AI ของ Google ในวันนี้
ฝั่ง AGI และวิทยาศาสตร์ : แต่งตั้ง เดมิส แฮสซาบิส (Demis Hassabis) ผู้นำการพัฒนา Gemini เดิม ขยับไปลุยภารกิจ AGI เต็มตัว พร้อมรับหน้าที่ประธาน Google DeepMind และควบตำแหน่งหัวหน้านักวิทยาศาสตร์แห่ง Alphabet เพื่อลุยงานสร้างอนาคต AI ระดับเหนือมนุษย์และวิทยาศาสตร์แบบเต็มสูบ นอกจากนี้ยังเดินหน้าลุยงานที่ Isomorphic Labs ต่อเพื่อช่วยคิดค้นวิธีรักษาโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โดยแฮสซาบิสก็ได้เขียนโน้ตว่าการเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้ หน้าที่หลักของเขาคือการทำหน้าที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ระดับโลกสำหรับ AGI และให้ความสำคัญกับ ‘สุขภาพของมนุษย์’ มากขึ้น จึงอยากทำหน้าที่พัฒนาวิธีรักษามะเร็ง
Google DeepMind : โคราย คาวุคคูโอกลู (Koray Kavukcuoglu) ขึ้นดูแล DeepMind แทนแฮสซาบิส โดยขยับจาก CTO ขึ้นมาเป็น SVP คนใหม่ของ Google DeepMind คอยคุมการพัฒนาโมเดล Gemini, งานวิจัย Frontier AI และทีมพัฒนาแอปฯ ทั้งหมด
และสุดท้าย เจฟฟ์ ดีน (Jeff Dean) ซึ่งอยู่กับ Google มายาวนาน 27 ปีกับ ซันเจย์ เกมาวัต (Sanjay Ghemawat) ทั้งสองคนตัดสินใจออกไปตั้งบริษัทใหม่ของตัวเองเพื่อเร่งการค้นคว้าด้าน Machine Learning และวิทยาศาสตร์ โดยทาง Google จะร่วมเป็นผู้ลงทุนตั้งต้นและเป็นพาร์ตเนอร์คลาวด์ให้
พูดง่าย ๆ คือ Google กำลังปรับทัพเพื่อเร่งเครื่องวงการ AI ให้ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น ใครอยากอ่านรายละเอียดฉบับเต็มเป็นภาษาอังกฤษ เข้าไปดูต่อได้ที่บล็อกอย่างเป็นทางการของ Google ได้เลย













