สมกับเป็นประเทศโลกที่ 1 จริง ๆ สำหรับสิงคโปร์ที่ล่าสุดประกาศนโยบาย รัฐบาลพร้อมจ่ายเงินให้คุณอ่านหนังสือ ที่ทำเอาชาวเน็ตฮือฮา มาพร้อมวัตถุประสงค์เพื่อพลเมืองอย่างแท้จริง ที่เขาอยากจะแก้ปัญหาติดจอของคนสิงคโปร์
แน่นอนว่ายิ่งเทคโนโลยีพัฒนา เทรนด์โซเชียลมาแรง ทำให้คนใช้เวลาไปกับสื่อบันเทิงเหล่านี้นับไม่ถ้วนต่อวัน บางคนตื่นนอนขอให้ได้เข้าโซเชียลก่อนกินข้าวอาบน้ำด้วยซ้ำ
แต่การก้มหน้าก้มตาไถฟีดโซเชียลมีเดีย เสพข่าวลบหรือคลิปสั้นวนไปอย่างไร้จุดหมายจนสมองล้า ทางคณะกรรมการห้องสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์ (NLB) เขาเลยไม่อยู่เฉย เปิดตัวแคมเปญ 5 ปีที่มีชื่อว่า “ReadSG”
คอบเซปต์น่าสนใจมาก ขอแค่ประชาชนลุกขึ้นมา “หยิบหนังสืออ่านวันละ 15 นาที” ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของรัฐบาล เพื่อดึงสมาธิกลับคืนมาจากหน้าจอ
และเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์สายเกมเมอร์และคนรุ่นใหม่ สิงคโปร์เขาใช้ระบบ Gamification เข้ามาบิวด์อารมณ์ให้อยากอ่านหนังสือเหมือนเล่นเกมสะสมเควสต์
แค่เข้ามาจดบันทึกว่าวันนี้อ่านหนังสือครบ 15 นาทีแล้ว (ระบบให้ส่งการบ้านได้วันละ 1 ครั้ง) รับไปเลย 20 เหรียญเสมือนจริง ถ้าขยันอ่านสะสมครบ 50 วัน (เก็บให้ครบ 1,000 เหรียญ) จะสามารถกดแลกออกมาเป็นเงินสดได้ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 26 บาท)
บางคนคิดว่าจำนวนเงินมันน้อยไปไหม ? ต้องบอกว่าจุดประสงค์ของรัฐบาลเขาไม่ได้จะแจกเงินให้รวยทางลัด แต่เขาใช้หลักจิตวิทยาเรียกว่าเป็นแรงสะกิด เพื่อสร้างความสำเร็จเล็ก ๆ ในทุก ๆ วัน ให้คนรู้สึกว่าการอ่าน 15 นาทีมันง่ายนิดเดียว จนกลายเป็นนิสัยติดตัวไปเองต่างหาก
อันที่จริง การเอาผลประโยชน์มายั่วใจให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับสิงคโปร์ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยแจกบัตรกำนัลซูเปอร์มาเก็ตให้คนที่ขยันเดินจนครบเป้าก้าวเดินประจำวันมาแล้ว
แต่พอมาถึงยุคที่สุขภาพใจและสติปัญญากำลังโดนคอนเทนต์สั้นความยาว 15 วินาทีรุมทึ้ง เมลิสซา แทม (Melissa Tam) หัวเรือใหญ่ของ NLB ถึงกับบอกว่า สมองคนเรามันก็เหมือนกล้ามเนื้อ ถ้าไม่ฝึกอ่านอะไรยาว ๆ บ้าง ความสามารถในการโฟกัสและความคิดสร้างสรรค์จะค่อย ๆ หดหายไปหมด
ความตลกและน่าคิดคือ ถ้าใครติดตามข่าวการศึกษาจะรู้ว่า เด็กนักเรียนสิงคโปร์เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์อันดับ 1 ของโลกด้านการอ่าน จากผลคะแนน PISA (คะแนนที่ได้จากโครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล) สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมานี่เอง ชนะเด็กทั่วโลกแบบนอนมา ที่คะแนนการอ่าน 535 คะแนน ในขณะที่ไทยมี 392 คะแนน
แต่ถึงจะเป็นอันดับ 1 ในด้านการอ่าน รัฐบาลสิงคโปร์เขาตาถึงและมองเกมขาดกว่านั้น เขารู้ว่าความเก่งในอดีตไม่ได้การันตีว่าเด็ก ๆ หรือคนในชาติจะรอดพ้นจากภัยมืดของอัลกอริทึมโซเชียลมีเดียในวันนี้ การประกาศสงครามกับหน้าจอด้วยการแจกเหรียญแลกเงิน เลยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อรักษาคุณภาพสมองของคนในชาติไว้ไม่ให้ไหลไปตามกระแสคอนเทนต์ขยะ
เห็นข่าวนี้แล้วก็ถึงเวลาต้องกลับมาตั้งคำถามกับประเทศไทยบ้างเหมือนกัน ว่าเรามีนโยบายหรือการส่งเสริมการอ่านที่จะช่วยให้คนไทยพักจากการเสพสื่อติดจอบ้างไหม ถ้าพูดกันตามตรงเราสู้สิงคโปร์ไม่ได้ในเรื่องทิศทางเศรษฐกิจขณะนี้ แต่ในเรื่องการส่งเสริมการอ่าน ถ้าผู้เกี่ยวข้องให้ความสนใจและผลักดัน เชื่อว่าคนไทยเองก็น่าจะได้โอกาสพัฒนาการอ่านเหล่านี้ได้เหมือนกัน













