เมื่อ AI กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เราน่าจะเคยเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ก๊อบเนื้อหาจาก AI มาวางแบบไม่ลืมหูลืมตา ในโซเชียลนี่เพียบ เช่น พวกคำขึ้นต้นต่าง ๆ
‘ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า…’ ‘ลองนึกภาพตามนะครับ/ค่ะ’ ‘สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ’
หรือมักจะมีรูปประโยคที่ทำให้รู้สึกว่าคนปกติไม่น่าเขียนแบบนี้ ซึ่งถ้าใครใช้ AI ทำงานบ่อย ๆ มักจะสัมผัสได้เอง บางทีลืมกระทั่งลบข้อความถามกลับของ AI ซึ่งตอนนี้มีคำศัพท์ใหม่ที่สื่อถึงคนที่ใช้ AI แบบมักง่าย ว่า ‘Meat Proxy’ ไปดูกันว่ามันคืออะไร
นิยาม Meat Proxy

ถ้าแยกคำ Meat คือเนื้อหรือก้อนเนื้อ ส่วน Proxy จะแปลว่าตัวแทน ซึ่งถ้ามารวมเป็น Meat Proxy แปลไทยให้สวยหน่อยอาจจะเป็น ‘ร่างทรง AI’
นิยาม Meat Proxy คือลักษณะของคนที่ส่งเนื้อหาจาก AI แบบ 100% ไม่ปรับแต่งเลย แล้วส่งต่อให้คนอื่นอ่าน โดยที่คนประเภทนี้จะไม่ทำความเข้าใจเนื้อหานั้น ๆ และไม่มีการใช้วิจารณญาณใด ๆ ทั้งสิ้นในผลงาน ซึ่งพบเจอได้ทั่วไปในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วบางทีอาจจะลามไปถึงงานในออฟฟิศหรือสถานศึกษาด้วย
ซึ่งคำศัพท์นี้มาจากวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวเยอรมัน นิคลาส กรุน (Niklas Gruhn) ที่เขียนร่ายยาวเอาไว้ว่าพวกคนที่เป็น Meat Proxy เนี่ยน่าเบื่อหน่ายแค่ไหน ด้วยความที่พี่แกเป็นหัวหน้าคน พอสั่งงานหรือฟีดแบ็ก แทนที่จะได้ฟีดแบ็กเรียล ๆ จากพนักงาน กลับได้คำตอบจาก Claude ส่งมาเป็นเนื้อหายาว ๆ แทน เขาเลยบ่นไปประมาณว่า
“อยากใช้ AI ทำงานก็ใช้ได้เลยตามสะดวก แต่อย่าเป็นคนประเภทร่างทรง AI คุณควรอ่านและทำความเข้าใจบ้าง วิเคราะห์ และสรุปส่งฟีดแบ็กให้คนที่รับสารเข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ส่งจาก AI ทั้งดุ้นแบบนี้”
ปัญหาของ Meat Proxy ไม่ใช่การใช้ AI ช่วยทำงาน แต่คือการ ‘ใช้ AI อย่างไม่มีวิจารณญาณ’ และหลาย ๆ ครั้งมันไม่โปรเลยสำหรับคนที่ต้องทำงาน สมมติเราเป็นเพื่อนร่วมงานใครสักคน และเราส่งเนื้องานให้อีกคนไปทำ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเนื้อหาที่มาจาก AI ทั้งดุ้น ไม่มีการวิเคราะห์ ไม่มีส่วนที่เขียนเองเลยจริง ๆ แบบนี้คุณจะรู้สึกยังไง ? ถ้าทำแบบนี้ เราทำเองก็ได้ จริงไหม ? นั่นแหละปัญหาของ Meat Proxy เพราะคนประเภทนี้ทำงานมักง่ายเกินไปหน่อย แค่ก๊อบปี้ วาง ก็จบ ซึ่งพอมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในสถานที่ทำงาน นอกจากดูไม่เป็นมืออาชีพและมักง่ายแล้ว ยังทำให้คนที่รับช่วงต่อทำงานยากกว่าเดิมด้วย
อ่านจบแล้วลองกลับไปพิจารณารูปแบบการทำงานของตัวเองดูอีกสักครั้ง ถ้าเป็นแบบที่เขียนมาอาจจะสะดวกเราแต่ลำบากคนอ่านหรือเปล่า หรือถ้าเราเป็นคนที่ต้องอ่านงานหรือตรวจงานคนอื่น เราเจอเคส ‘ร่างทรง AI’ แบบนี้บ่อยแค่ไหน แต่ใด ๆ แล้ว ถ้าการใช้ AI มันสะดวกและดีกว่าเนื้องานที่เราเขียนเองจริง ๆ ลองทำความเข้าใจข้อมูลหน่อยก็ได้ อย่างน้อยถ้าเจ้านายถามจะได้ตอบได้ ไม่ใช่ย้อนกลับไปถาม AI อีกที













