ตอนนี้ AI ไม่ได้ถูกใช้แค่ช่วยเขียนงาน สร้างภาพ หรือทำงานแทนคนเท่านั้น แต่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์ด้วย และบริษัทเทคโนโลยีกำลังมองว่าเรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นในเร็ว ๆ นี้
เพราะล่าสุด บริษัทเทคและการเงินกว่า 100 แห่ง รวมถึง OpenAI, Anthropic, Microsoft, Google และ Amazon ออกจดหมายร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกเร่งเตรียมรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ AI มากขึ้น
เหตุผลคือ AI ทำให้การโจมตีบางอย่างทำได้ง่ายและเร็วขึ้น อย่างการช่วยค้นหาช่องโหว่ของระบบ หรือช่วยทำงานบางส่วนของการโจมตีแทนแฮกเกอร์ ทำให้ในอนาคตการโจมตีอาจเกิดขึ้นได้บ่อยและซับซ้อนกว่าเดิม
หลายบริษัทเลยมองว่า ไม่ควรรอให้มีการโจมตีก่อนแล้วค่อยแก้ แต่ควรรีบพัฒนาระบบป้องกันไปพร้อมกับการพัฒนา AI ตั้งแต่ตอนนี้
และบริษัทยังต้องการให้รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ช่วยกันแชร์ข้อมูลภัยคุกคามและเร่งพัฒนาระบบป้องกัน เพราะต่อจากนี้ AI อาจทำให้ทั้งแฮกเกอร์และฝ่ายป้องกันเก่งขึ้นพร้อมกันที่สำคัญคือเราต้องทำให้ระบบป้องกันตามการโจมตีที่ใช้ AI ให้ทัน
เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด ถ้าการโจมตีด้วย AI ทำได้ง่ายและเร็วขึ้น คนทั่วไปก็อาจเจอกับการหลอกที่เนียนกว่าเดิม หรือเสี่ยงถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเงินมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นอีเมลปลอม ข้อความหลอกให้กดลิงก์ หรือการปลอมตัวเป็นคนที่เรารู้จัก AI ก็อาจช่วยให้มิจฉาชีพสร้างเนื้อหาที่ดูน่าเชื่อถือขึ้นได้ ทำให้การแยกว่าข้อความไหนจริงหรือปลอมยากกว่าเดิม
ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังต่อจากนี้อาจไม่ใช่แค่การตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย แต่คือการอย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นบนโลกออนไลน์ง่ายเกินไป เพราะถ้า AI ทำให้การโจมตีฉลาดขึ้น วิธีป้องกันตัวของเราก็ต้องตามให้ทันด้วย













