สยบปัญหาแก๊งมิจฉาชีพยิงแอดหลอกชาวบ้าน ราชกิจจานุเบกษาไฟเขียวประกาศมาตรการใหม่เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ คือต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด !
กฎนี้จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีจัดการโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน และจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 หรือ 180 วันหลังจากประกาศ
ต่อไปนี้ใครคิดจะจ่ายเงินซื้อโฆษณา แพลตฟอร์มจะปล่อยผ่านง่าย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องบังคับให้ผู้ลงโฆษณาพิสูจน์ตัวตนทุกครั้งก่อนที่แอดนั้นจะถูกปล่อยออกไป วิธีการตรวจสอบก็ทำได้ 2 วิธี คือ
- ดูหลักฐานแสดงตนเอามาเปรียบเทียบกับภาพใบหน้าจริง ๆ ซึ่งหลักฐานนี้ต้องออกโดยหน่วยงานรัฐด้วยนะ เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง
- เลือกใช้ระบบยืนยันตัวตนผ่านการสแกนใบหน้า
โดยการพิสูจน์ตัวตนนี้ แพลตฟอร์มจะบังคับให้ผู้ยิงแอดยืนยันตัวตน ‘ทุกครั้ง’ ก่อนปล่อยแอด แต่มีข้อยกเว้นคือถ้ายืนยันตัวตนไปแล้วระยะเวลายังไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ยืนยันตัวตนครั้งล่าสุด ไม่จำเป็นต้องยืนยันใหม่ก็ได้
นอกจากการตรวจสอบตอนเริ่มต้นแล้ว ถ้าแคมเปญแอดสิ้นสุดลง แพลตฟอร์มยังต้องเก็บรักษาข้อมูลของคนที่ยิงแอดนั้นต่อไปอีกอย่างน้อย 90 วัน ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเกิดกรณีที่แอดนั้นเป็นของมิจฉาชีพหรือไปสร้างความเสียหายให้ใคร ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้จะเป็นเบาะแสชั้นดีที่ช่วยให้หน่วยงานของรัฐตามสืบเส้นทางและลากตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้เร็วขึ้นนั่นเอง
หวังว่าปลายปีนี้ เราจะได้เห็นโฆษณาขยะ หรือแอดหลอกชวนลงทุนลดน้อยลง เพราะด่านคัดกรองที่แน่นหนาขึ้นจะช่วยบีบให้คนที่คิดจะใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิดทำงานลำบากขึ้นไม่มากก็น้อย













