ใครใช้ Gemini แบบฟรีอยู่ เตรียมรับแรงกระเทก ! ล่าสุด Google ประกาศอัปเดตการใช้งานให้ผู้ใช้แบบฟรีไม่สามารถใช้ Gemini Flash ได้อีกต่อไป โดนลดขั้นไปใช้น้องเล็กสุดในตระกูลคือ Flash-lite ไปเลย
- คนที่ไม่ได้จ่ายรายเดือน = ได้โมเดล Flash-Lite แต่จะไม่ได้โมเดล Flash และ Pro
- คนที่จ่าย AI Plus = ได้โมเดล Flash-Lite, Flash แต่ไม่ได้ Pro
- คนที่จ่าย AI Pro = ได้โมเดลทุกตัว ทั้ง Flash-Lite, Flash และ Pro
- คนที่จ่าย AI Ultra = ได้โมเดลทุกตัว ทั้ง Flash-Lite, Flash และ Pro
ซึ่งสองโมเดลหลังสามารถใช้ Deep Think ได้ด้วยนะ สำหรับงานที่ซับซ้อนมาก ๆ
นอกจากนี้ทุกโมเดลเราก็สามารถอัปเกรดขึ้นได้อีกว่าอยากให้ใช้ความพยายามแค่ไหนในการส่งคำตอบให้เรา ตั้งแต่ ต่ำ, กลาง, สูง ซึ่งความพยายามที่ยิ่งสูงก็จะยิ่งใช้การประมวลผลมากขึ้น
สำหรับการใช้งานส่วนอื่น แต่ละโมเดลจะมีการจำกัดการใช้งานด้วยนะ โดยแอปฯ Gemini จะประกาศอัปเดตระบบโควตาการใช้งานไปเป็นรูปแบบ Compute-based หรือการคำนวณตามปริมาณการประมวลผลจริง โดยระบบจะรีเฟรชโควตาใหม่ให้ทุก ๆ 5 ชั่วโมงจนกว่าจะถึงขีดจำกัดรายสัปดาห์ ซึ่งเขาจะแบ่งจากการพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก คือ ความซับซ้อนของคำสั่ง (Prompt), ฟีเจอร์ที่เรียกใช้งาน และความยาวของบทสนทนา (คำสั่งพรอมต์)
ผู้ที่สมัครแพ็กเกจ Google AI แบบเสียเงินจะได้รับโควตาสูงกว่าผู้ใช้งานฟรี อย่างไรก็ตาม การเรียกใช้โมเดลและฟีเจอร์ระดับพรีเมียมจะกินทรัพยากรสูงกว่าและถึงขีดจำกัดได้เร็วขึ้น โดยกลุ่มฟีเจอร์ที่ใช้โควตาเยอะ ๆ ก็อย่างเช่น
- การสร้างสื่อ ทั้งที่เป็นรูปภาพ, วิดีโอ และเสียงต่าง ๆ
- การใช้ Deep Research สำหรับค้นหาข้อมูลเชิงลึก
- โมเดลระดับโปร
- Deep think (โมเดลที่วิเคราะห์เนื้อหาซับซ้อนขั้นสูง)
โดยการคิดข้อจำกัดจะไม่ได้บอกเป๊ะ ๆ ว่ากินเท่าไหร่ แต่สามารถวัดได้จากแพ็กเก็จ Gemini ที่ไม่ได้จ่ายรายเดือน
- คนที่ไม่ได้จ่ายรายเดือน = ได้ข้อจำกัดทั่วไป
- คนที่จ่าย AI Plus = ได้มากกว่าคนไม่จ่ายรายเดือน 2 เท่า
- คนที่จ่าย AI Pro = ได้มากกว่าคนไม่จ่ายรายเดือน 4 เท่า
- คนที่จ่าย AI Ultra = ได้มากกว่าคนไม่จ่ายรายเดือน 5 เท่า หรือ 20 เท่ามากกว่า AI Pro ขึ้นอยู่กับรายเดือนที่จ่าย
สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเริ่มตั้งแต่ประมาณวันที่ 9 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป สายฟรีเตรียมทำใจไว้ได้เลย












