หลังจากที่ห่างเหินไปนาน BT Source code กลับมารันวงการนักขุดอดีตอีกครั้ง โดยครั้งนี้เราจะพาไปสำรวจแนวคิดของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2007 ถึงธุรกิจ และสิ่งที่มัสก์เคยคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งนับจากวันนั้นเดินทางมาถึงวันนี้ในปี 2027 นับเป็นเวลา 20 ปี น่าสนใจว่าหลาย ๆ ประเด็นที่มัสก์เคยพูดไว้ดันเกิดขึ้นจริง ๆ ทั้งที่เป็นเพราะโลกหมุนเร็วขึ้น หรือเพราะตัวของมัสก์เองที่เป็นคนสร้างอนาคตเหล่านั้นขึ้นมา มาดูกันว่าเทปสัมภาษณ์กับช่อง PBS รายการ ‘Wired Science’ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มาถึงตอนนี้มีอะไรที่เกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง ?

- มัสก์เชื่อว่าในอนาคตมันจะมี 3 สิ่งที่มีผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง นั่นคือ อินเทอร์เน็ต, การสำรวจอวกาศ และการเปลี่ยนจากการใช้ถ่านเผาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ไปสู่การใช้โซลาร์เซลล์
ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจริงแล้ว ทั้งส่วนของอินเทอร์เน็ตที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันมากจนถึงขั้นที่ว่า หากชีวิตขาดอินเทอร์เน็ตไปก็เหมือนขาดอวัยวะส่วนสำคัญ
ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในปัจจุบันก็เป็นอย่างที่มัสก์พูดไว้แต่แรกว่าพลังงานโซลาร์เซลล์จะกลายมาเป็นปัจจัยพื้นฐานแทนที่พลังงานดั้งเดิมที่ไม่ยั่งยืนและเป็นมลพิษต่อโลก แม้ว่ายังไม่ 100% ในตอนนี้ แต่คาดว่าในอนาคตเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดก็ดูใกล้เข้ามาทุกวัน
และส่วนของการสำรวจอวกาศสำหรับมัสก์มองว่ามันจำเป็นต่อมนุษยชาติในแง่ของการทำให้มนุษย์กลายเป็นสปีชีส์ที่อาศัยอยู่บนหลายดาวเคราะห์ เพื่อขยายอารยธรรมและสร้างประสบการณ์ของมนุษย์ให้หลากหลายและน่าตื่นเต้น - มัสก์เชื่อว่าถ้า ‘ผู้ใหญ่’ ในประเทศ เช่น ประธานาธิบดี ควรมีขอบเขตและเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าการสำรวจอวกาศควรจะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าตั้งความสำคัญแบบนี้ เราจะมีโอกาสกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง หรือแม้แต่ดาวอังคาร ซึ่งในปัจจุบัน NASA ก็ได้เริ่มกับปฏิบัติการ Artemis II ที่ได้ส่งนักบินอวกาศไปบินรอบดวงจันทร์ เมื่อเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา จากการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ แม้ว่ามัสก์จะอยากให้มุ่งความสนใจที่การไปดาวอังคารมากกว่าก็ตาม เพราะเขามองว่าทรัพยากรบนดาวอังคารสามารถสร้างอารยธรรมได้มากกว่าดวงจันทร์
- มัสก์ มองว่าเทคโนโลยีใหม่ช่วงแรกจะมีต้นทุนสูงและผลิตได้น้อย (High unit cost, low unit volume) จึงต้องเริ่มจากของราคาสูงก่อน แล้วค่อยพัฒนาเทคโนโลยีจนเข้าสู่ Mass Market ในราคาที่จับต้องได้ ราคาจะถูกลงเรื่อย ๆ และคนจะเข้าถึงมันได้มากขึ้น อย่างตอนที่ผลิตรถไฟฟ้า Tesla Roadster (ใช้ชื่อ Model S ในเวลาต่อมา) ราคาจะแพงไปเลย แต่รุ่นที่สองราคาจะอยู่ที่ 49,000 เหรียญสหรัฐฯ และรุ่นที่สามลดลงมาในราคา 30,000 เหรียญสหรัฐฯ
- มลพิษทางอากาศจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต แนวทางแรก ๆ ที่มัสก์นึกขึ้นได้ คือการใช้รถไฟฟ้าที่ไม่ส่งมลพิษต่อโลก และมันก็ต้องควบคู่ไปกับการผลิตไฟฟ้าแบบ Zero Emission อย่างเช่นการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ ซึ่งสำหรับมัสก์ในตอนนั้น (ปี 2007) การมีเทคโนโลยีที่สร้างรถไฟฟ้าเพียว ๆ อย่างของ Tesla ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่สำคัญต่อโลกมาก เพราะมันจะสร้างตัวอย่างให้บริษัทรถค่ายอื่น / ซึ่งแน่นอนว่าแนวคิดนี้ก็เกิดขึ้นจริงในยุคปัจจุบัน รถไฟฟ้า และรถไฮบริดถูกนำเข้ามาใช้งานมากขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน และราคาก็เข้าถึงคนได้มากขึ้น
เหลือจะเชื่อว่า 20 ปีผ่านไป สิ่งที่ อีลอน มัสก์ เคยพูดไว้ในสตูดิโอเล็ก ๆ วันนั้น กลายมาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเราแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าบนถนน ความตื่นตัวด้านพลังงานแสงอาทิตย์ หรือความพยายามที่จะส่งจรวดบินขึ้นสำรวจดวงจันทร์หรือดาวอังคารอีกครั้ง แล้วสำหรับคุณ มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้คือความบังเอิญที่เขาเดาทางโลกถูก หรือเพราะเขาไม่ยอมหยุดจนกว่าโลกจะหมุนตามสิ่งที่เขาคิดกันแน่













