เปิดตัวปุ๊บมีเรื่องปั๊บ และเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะผ่านหูผ่านตาลูกเพจกันมาบ้าง มีรายงานจากผู้ใช้งาน iPhone Duo จำนวนหนึ่ง ว่าหน้าจอด้านในเกิดรอยแตกเองบริเวณแนวบานพับตรงกลาง และมีแถบพิกเซลแนวนอนค้างเป็นสีขาวสว่าง บางรายพบรอยแตกตั้งแต่ขั้นตอนการตั้งค่าเครื่องครั้งแรกหลังแกะกล่อง
ผู้ที่นำเครื่องไปที่ Apple Store มักได้รับการเปลี่ยนเครื่องใหม่ทันที แต่ผู้ที่ซื้อผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายพบปัญหาว่าไม่มีสต็อกเครื่องสำหรับเปลี่ยน และมีกรณีที่ผู้ใช้ถูกระบุว่าทำเครื่องตกเอง ซึ่งอาจต้องเสียค่าซ่อมหน้าจอที่ราคาประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ผู้ใช้งานชื่อ A G ได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ โดยระบุว่า “มือถือจอพับมีชิ้นส่วนที่เสี่ยงพังเยอะกว่า ยิ่งเป็นสินค้าเจเนอเรชันแรกของ Apple ด้วย ถ้ามันมีรูปแบบปัญหาที่ชัดเจน Apple ก็ควรยืดเวลาการคืนเครื่องและระยะเวลารับประกันออกไปนะ”
จอแตกเกิดจากอะไร ?
มาร์คัส เมนเดส (Marcus Mendes) จาก iFixit ได้เผยแพร่บทความการแกะเครื่อง iPhone Duo ซึ่งเผยให้เห็นกลไกบานพับทรงหยดน้ำที่ประกอบด้วยเฟือง สปริง ข้อต่อโลหะ และรางโค้งสำหรับประคองทิศทาง เมื่อประกอบกับภาพสแกน 3 มิติและ CT Scan
ทางทีมงานพบว่าจุดที่หน้าจอแตกมักอยู่ใกล้รอยต่อระหว่างช่องสายแพรและแกนรองรับบานพับตรงกลาง โดยผู้ใช้หลายคนได้ยินเสียง ‘กรอบแกรบ’ ก่อนที่หน้าจอจะปรากฏเส้นสีสว่าง
iFixit สันนิษฐานว่าสาเหตุอาจเกิดจาก ‘แกนรองรับตรงกลาง’ ไม่หดตัวกลับตามปกติเมื่อพับเครื่อง ทำให้เกิดแรงกดทับที่หน้าจอ หรือ ‘รางโค้ง’ ที่บังคับการเคลื่อนที่ของบานพับยกตัวสูงกว่าชิ้นส่วนรอบข้างจนไปงัดกับหน้าจอ ในโซเชียลมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่าไม่ควรใช้นิ้วกดตรงกลางหน้าจอด้านในเวลาปิดเครื่อง แม้ว่าทาง Apple จะยังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการออกมา
การทดสอบความทนทานต่อฝุ่นและการดัดงอ
แซ็ก เนลสัน (Zack Nelson) จากช่อง JerryRigEverything ได้ทดสอบความทนทานของ iPhone Duo พบว่าหน้าจอด้านนอกที่ใช้กระจก Ceramic Shield 2 ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีตามมาตรฐานสเกล Mohs แต่หน้าจอด้านในที่เป็นแบบยืดหยุ่นจะบอบบางและเกิดรอยได้ง่ายกว่าเมื่อมีแรงกดทับหนัก ๆ เมื่อทดสอบดัดเครื่องเปิดไปในทิศทางตรงกันข้าม เฟรมเครื่องไทเทเนียมไม่หักงอ แต่แผงหน้าจอ AMOLED ด้านในเสียหายถาวรจนขึ้นเส้นสีเขียวและสัมผัสไม่ได้

สำหรับการทดสอบมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 เมื่อเนลสันนำเครื่องไปฝังในทรายและดิน พบว่ามีเศษฝุ่นเข้าไปตามจุดต่าง ๆ ของบานพับจนแม่เหล็กไม่สามารถดูดเครื่องให้ปิดสนิทได้ อย่างไรก็ตาม การทดสอบด้วยผงฝุ่นเรืองแสงของ iFixit พบว่าแม้บานพับจะมีเสียงกรอบแกรบหลังโดนฝุ่น แต่ปริมาณฝุ่นที่หลุดเข้าไปด้านในจริง ๆ นั้นมีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับมือถือจอพับรุ่นอื่น




รายละเอียดหน้าจอและการออกแบบภายในเพื่อการซ่อมแซม
จากการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ iFixit พบว่าหน้าจอด้านในที่เคลือบผิวแบบนาโนเทกเจอร์ มีตุ่มนูนเล็ก ๆ ช่วยกระจายแสงเพื่อพรางรอยพับให้เห็นชัดน้อยลง ซับพิกเซลมีรูปทรงวงรีและเรียงตัวสลับทิศทางเพื่อลดการสะท้อนแสง ส่วนบริเวณกล้องหน้าใต้จอมีการเว้นช่องว่างพิกเซลให้กว้างและกลมขึ้นเพื่อให้แสงผ่านเข้ากล้องได้ คล้ายกับเทคนิคใน iPhone 18 Pro
iFixit ให้คะแนนความซ่อมง่ายเบื้องต้นที่ 5/10 ซึ่งสูงที่สุดสำหรับมือถือจอพับ ขอบจอด้านในใช้คลิปหนีบแทนกาวทำให้ถอดออกได้โดยไม่แตก และหน้าจอด้านนอกก็ถอดออกได้ง่ายเช่นกัน ส่วนแบตเตอรี่แบ่งเป็น 2 ก้อน (ก้อนใหญ่ใต้กระจกหลังความจุประมาณ 2,961 mAh และก้อนเล็กใต้จอด้านนอกประมาณ 1,922 mAh รวมความจุทั้งหมดที่ 4,883 mAh)
โดยใช้กาวแบบที่ใช้ไฟฟ้ากระตุ้นให้ลอกออกได้ (Electrically Releasable Adhesive) ทำให้ดึงแบตเตอรี่ออกได้ง่ายโดยไม่ต้องงัด ซึ่ง iFixit ระบุว่าเป็นประสบการณ์การถอดแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดในกลุ่มมือถือจอพับ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบบอร์ดลอจิกใหม่ และมีเลเยอร์หน้าจอหลายชั้นที่ขยับแยกจากกันได้อิสระ
ในภาพรวม เครื่องล็อตแรกที่ส่งมอบไปอาจมีเปอร์เซ็นต์ส่วนน้อยที่พบปัญหาจอแตก แต่ข้อมูลจากการทดสอบต่าง ๆ ก็แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างจอพับยังมีข้อจำกัด การใช้งานจริงจึงควรระมัดระวังเรื่องฝุ่นทรายและการดัดงอเป็นพิเศษครับ













