ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Review
| BUZZ

[รีวิว] 20th Century Women: หนังเฟมินิสต์เกรดเอที่ผู้ชายทุกคนควรดู

Tabel of Content

ให้หลังจากการเสียชีวิตของคุณแม่โดโรธีในปี 1999 เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานและใช้เวลากว่า 17 ปีที่ ไมค์ มิลส์ ผู้กำกับจะหยิบเรื่องราวที่ใกล้ตัวที่สุดของเขามาจับเป็นหนังขึ้นมาจริง ๆ ซึ่งนี่ถือเป็นผลงานหนังในรอบ 6 ปีของเขาหลังจาก Beginners หนังครอบครัวสูตรดรามาคอเมดี้สไตล์ถนัดของเจ้าตัว โดยตัวละครใน 20th Century Women ก็ตั้งต้นมาจากคนรู้จักของมิลส์เองทั้งนั้น

20th Century Women มันเป็นหนังที่วางแบ็คกราวน์เอาไว้ใน ซานตา บาบารา ช่วงปี 1979 ซึ่งเป็นการเดินเรื่องผ่านมุมมองของ โดโรธี (แอนเน็ต เบนนิง) ในสถานะของ ‘ซิงเกิ้ลมัม’ ในปลายยุค 70 กับการเรียนรู้และเผชิญกับเครื่องหมายคำถามมากมายสำหรับคนที่เกิดและเติบโตในยุคก่อนสงครามโลก เมื่อชีวิตต้องเดินมาถึงยุคเปลี่ยนผ่านจากที่ผู้คนใช้วง The Doors หรือ The Jefferson Airplane เป็นไอดอลยึดเหนี่ยวเรื่องเสรีภาพมาเป็นดนตรีพังค์และหนุ่มสาวผู้นิยมพกพาสเก็ตบอร์ด โดยมีตัวแทนของสาวต่างเจเนอเรชันตั้งแต่ยี่สิบกว่า ๆ อย่างแอ๊บบี้ (เกรตา เกอร์วิก) และ จูลีย์ (แอล แฟนนิง) เด็กสาววัยทีน ซึ่งหญิงสามวัยมีโจทย์สำคัญคือจะช่วยกันดูแลลูกชายวัยขบเผาะที่กำลังเรียนรู้โลกอย่าง เจมี (ลูคัส เจด ซูมานน์) อย่างไรให้ไม่เสียคน

ตัวหนังเก็บรายละเอียดของเหตุการณ์หลัก ๆ ที่เกิดขึ้นในปี 1979 ได้ค่อนข้างละเอียด และถูกหยิบจับมาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินเรื่องได้แนบเนียนดี ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่บ้านเมืองในช่วงยุคสุดท้ายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จิมมี คาร์เตอร์, ช่วงเวลาที่ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ ว๊อซเนียก เปิดตัว Apple-1 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นแรกของ Apple ให้โลกรู้จัก, รวมถึงคดีสะเทือนขวัญของ เบรนดา สเปนเซอร์ เด็กสาววัย 16 ที่ถือไรเฟิลกราดยิงเพื่อนนักเรียน, ผู้ปกครอง คุณครูที่โรงเรียน ด้วยเหตุผลสุดคลาสสิกที่ว่า ‘หนูไม่ชอบวันจันทร์’

บรรยากาศของหนังเรื่องนี้นอกจากจะมีความเป็นดรามาที่สอดแทรกมุขตลกได้ไหลลื่นแล้ว ยังเล่าเรื่องให้ได้สัมผัสถึงความเป็นสารคดีในตัวด้วย ไม่ว่าฉากที่ถูกเซ็ตอัพขึ้นในยุค 1979, คอสตูมและท่าทางของเด็กวัยรุ่นในยุค 80s ที่ตัวหนังเก็บรายละเอียดและพยายามให้ความรู้ที่มาที่ไปกับคนดูด้วย คือ 20th Century Women เปรียบเสมือนหนัง coming of age ของคนจากยุคก่อนเบบี้บูมส์ (1920s) ในสภาวะซึมเศร้าจากเศรษฐกิจตกต่ำ และสงครามโลก ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบและติดอยู่กับกฏเกณฑ์บางอย่างที่สังคมยุคโน้นหล่อหลอมขึ้นมา แล้วเกิดจุดหักเหสำคัญในเรื่องความคิดอีกครั้งในยุค 80s แต่อย่างไรก็ตาม นั่นคือส่วนประกอบหนึ่งของหนังเรื่องนี้ที่แท้จริงแล้ว มาพร้อมกับเมสเซจของความเป็นเฟมินิสต์แบบเข้มข้นจัดจ้าน

20th Century Women นั้นแสดงให้เห็นคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจน บทบาทของผู้หญิงทั้ง 3 วัยที่เบื้องหน้าคือความสตรองแต่ซ่อนปมร้าวรักไว้ในใจ ถึงกระนั้นพวกเธอก็มีความ ‘แมน’ และเป็นเหมือนไอดอลของเด็กหนุ่ม เจมี ให้เดินตาม ตัวหนังพยายามเน้นไปที่เรื่องที่ว่า ผู้ชายที่จะเติบโตเป็นลูกผู้ชายได้จริง ๆ ต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ผู้หญิงเป็น ทั้ง โดโรธี, แอ๊บบี้ และ จูลีย์ ถูกวางบทบาทเอาไว้เป็นเหมือนเป็น พ่อ รุ่นพี่ และพี่ชาย ในมุมของเจมีที่ต้องเดินตาม ขณะเดียวกัน ในมุมของ แอ๊บบี้และจูลีย์ นั้นก็พยายามแสดงตัวตนที่เป็นวัยรุ่นยุคพังค์ที่ไม่แคร์โลก และต่อต้านความคิดเก่าโบราณคร่ำครึของคนรุ่นโดโรธี อีกต่อหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่, เล่นยา หรือว่าพูดเรื่องใต้สะดือบนโต๊ะอาหารที่มีแต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะ และหากมองลึกเข้าไปในตัวของจูลีย์ เธอก็เป็นเด็กสาววัยรุ่นคนที่มีปม เธอมีแม่เป็นนักบำบัดจิตให้วัยรุ่น แต่เธอกลับเป็นเด็กมีปัญหา ครุ่นคิดถึงความตายและความทุกข์ ขณะที่แอ๊บบี้ ก็ต่อสู้กับโรคมะเร็งปากมดลูก เพื่อความฝันที่อยากจะมีลูกเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ

การเดินเรื่องของหนังไม่หวือหวา เรียบง่ายแต่ดูสนุกเพราะตัวละครแต่ละตัวมีมิติและปมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งหนังปูทางให้เห็นความแตกต่างในตัวละครไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ประเด็นต่าง ๆ ถูกใส่มาแบบพอดีไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เป็นหนังดรามาที่ไม่รู้สึกถึงความเนือยใด ๆ เลย และดูเพลิน ยิ่งช่วงครึ่งหลังตัวละครในหนังก็มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม น่าติดตามหมด ตัวหนังมีความเป็นเฟมินิสต์ชนิดหัวรุนแรงในแบบฉบับผู้หญิงซ้ายจัดที่คล้ายจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ตัวละครชายมีไว้ให้ผู้หญิงโชว์แสนยานุภาพเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ก็คงจะไม่ผิด แต่ทุกอย่างที่ผ่านไปนั้นคนดูก็ค่อย ๆ อิ่มเอมและประทับใจกับการที่คนต่างวัย ต่างความคิด ต่างโจทย์ต่างปมในชีวิต พยายามปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมโลกและมีความสุขกันได้ เรียกว่า 20th Century Women อาจเป็นอีกหนึ่งงานหนังเซอร์ไพรส์เรื่องหนึ่งของปีเลย

สำหรับแฟนหนังของ น้อง แอล แฟนนิง เรื่องนี้ต้องบอกว่าบทบาทของ จูลีย์ เป็นตัวละครที่มีปมซับซ้อนในตัวเอง หมองหม่น อมทุกข์ ไร้แก่นสาร แต่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แทบไม่มีรอยยิ้มในเรื่องนี้ของเธอปรากฏ แต่ถึงอย่างนั้นแอลก็ถ่ายทอดได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับเจมีที่อายุน้อยกว่า ก็ชวนให้คนดูแอบจิ้นกันไปได้บ้าง และหากโดโรธี จะเป็นตัวแทนของหญิงสาวจากยุคสงครามโลกแล้ว จูลีย์ คือภาพของเด็กสาวจากยุค 80s ที่เต็มไปด้วยปรัชญาชีวิตในจิตวิญญาณของเธอ

Highlight

รีวิว Marvel’s Wolverine ฉบับ PlayStation หนักแอคชัน ที่เหลือเบาบาง

20/09/2026
Read More

[Review] Metal Gear Solid Δ: Snake Eater ความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ทำลาย “ต้นฉบับ”

12/09/2025
Read More

[Review] Death Stranding 2: On the Beach เมื่อความตายคือของขวัญ และความโดดเดี่ยวคือพันธะสุดท้ายของมนุษย์

23/06/2025
Read More

[รีวิวเกม] Capcom Fighting Collection 2 รวมฮิตเกมต่อสู้ในตำนานของ Capcom

23/06/2025
Read More

[รีวิวเกม] Clair Obscur: Expedition 33 เกม RPG ที่ผสานความคลาสสิกกับกราฟิกยุคใหม่ได้ลงตัว

01/05/2025
Read More

Lost and Found Co. เกมหาของแสนเรียบง่ายฝีมือคนไทย ที่พร้อมท้าทายความช่างสังเกตในตัวคุณ 

22/04/2025
Read More

Related Content