Connect with us

Games

[รีวิวเกม] Miitopia เกม RPG แปลกแหวกแนวจาก Nintendo

Review เกม Miitopia RPG แนวแปลกจากปู่นิน !!

Published

on

Miitopia

Miitopia
6.8

กราฟิก

5.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

ภาพรวม

7.0/10

จุดเด่น

  • รูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายและสนุก
  • การสานสายสัมพันธ์ของตัวละครที่ลงตัว

จุดสังเกต

  • กราฟิกตกยุคไปไกล
  • เกมเพลย์แบบ RPG ไม่ได้ลงลึก

ท่ามกลางกระแสเกม RPG จากตะวันตกที่มาแรง เพราะนอกจากกราฟิกงามๆ ยังมีโลกกว้างๆ ให้สำรวจผ่านเกมเพลย์ที่เป็นแอ็คชั่นมากขึ้น แม้แต่เกม RPG ระดับตำนานอย่าง Final Fantasy ยังต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีเพียงไม่กี่เกมที่ยังคงรูปแบบเดิมๆเอาไว้ เพราะค่ายเกมต่างคิดว่าเทิร์นเบส RPG ได้ตายไปแล้ว

แต่ดูเหมือนว่าค่ายเก่าแก่อย่าง Nintendo จะไม่คิดแบบนั้น เพราะก่อนหน้านี้ยังคงเดินหน้าสร้าง Mario RPG ออกมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Miitopia เกม RPG แปลกแหวกแนวบน 3DS ที่ยังคงใช้รูปแบบ เทิร์นเบส RPG มาใช้เป็นแนวเกมหลัก แต่ถ้ามีแค่นี้คงจะธรรมดาไป ปู่นินจึงได้จับเอาเกมหาเพื่อนหรือแนวใช้ชีวิตแบบ The Sim หรือ Tomodachi Life เข้ามายำรวมกัน

ด้วยความแปลกนี้เองทำให้เมื่อเริ่มเกมมาคุณจะพบว่าเริ่มเกมมาเราก็ต้องสร้างตัวละคร Mii หรือเอาตัว Mii ที่สร้างเสร็จแล้วมาเป็นตัวเอกได้ ซึ่งมันเป็นไฮไลท์ของเกมเพราะ เราสามารถเสพเรื่องราวผ่านตัวละครเหล่านี้ซึ่งเราสามารกำหนดรูปร่างหน้าตาของตัวละครหลักได้หมด แม้กระทั้งหัวหน้าใหญ่ที่เป็นจอมมารเราก็สามารถสร้างด้วยตัวละคร Mii ได้แน่นอนว่าเรานำคนที่ไม่ชอบหน้าหรือเอาคู่อริไปเป็นบอสใหญ่ในเกมรอให้เราไปจัดการได้

เรื่องราวของ Miitopia เขียนออกมาแบบง่ายๆแบบเดียวกับ เกม RPG ในอดีต เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อจอมมาร ได้ออกขโมยใบหน้าของผู้คนในอาณาจักร ไปใส่ตัวมอนสเตอร์ เราต้องออกไปไล่ล่าเอาใบหน้ามาคืนชาวเมือง ผ่านการนำเสนอโลก Fantasy เล็กๆไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะไม่มีฉากกว้างๆให้สำรวจ ทุกอย่างดูเหมือนไม่ค่อยคงทุนนัก ซึ่งใครหวังว่ามันเป็นเกม RPG ฟอร์มยักษ์จาก Nintendo ต้องผิดหวัง ทั้งๆที่มันวางขายทั้งตลับเกมและแบบดาวน์โหลด แต่กลับดูเหมือนเกมมือถือเล็กๆแจกฟรีมากกว่า

เริ่มเกมมาคุณอาจไม่คุ้นเคยเพราะมันแทบจะไม่มีอิสระอะไรเลย มีเพียงการเลือกฉากบนแผนที่ และในดันเจี้ยนเราไม่สามารถบังคับตัวละครเดินได้ แต่เลือกเส้นทางได้หากพบทางแยก เราบังคับตัวละครเดินได้เฉพาะในฉากหมู่บ้าน และในปราสาทเท่านั้น

ส่วนฉากต่อสู้จะเป็นเทิร์นเบส RPG แบบใส่คำสั่งแบบเดียวกับ Dragon Quest ที่มีระบบอาชีพแบบพื้นฐานที่ขนมาทั้ง นักรบที่ทรงพลัง, จอมเวทย์ขาวไว้เติมพลัง, จอมเวทย์ดำไว้โจมตี, หรือหัวขโมยที่มีความเร็วสูง ซึ่งโดยรวมมันคืออาชีพทั่วไปที่เกม RPG ควรจะมีอยู่แล้ว แต่ในฉากต่อสู้เราจะบังคับได้แค่คนเดียว (คือตัวเอก) มีการเลือกโจมตี ใช้ท่าไม้ตาย หรือเวทมนต์ หรือใช้ยาเติมพลังเหมือนกับเกม RPG ทั่วไป แถมการเจอยังใช้แบบสุ่มที่ทำให้โดยรวมมันดูเชยเข้าไปอีก

ความโดดเด่นของเกมอยู่ที่มีระบบการสานสายสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม และอย่างที่บอกว่ามีการใช้ตัวละคร Mii มาเป็นตัวเอกได้ทำให้เราสามารถท่องไปในโลก Fantasy ไปพร้อมกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ และยิ่งเล่นไปจะมีฉากที่เราต้องทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มค่าความสนิทสนมกับเพื่อนจนเกิดเป็นความรัก ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยระหว่างฉาก ,เล่นมินิเกมสนุกๆ, กินอาหาร โดยค่าความสัมพันธ์จะถูกกำหนดด้วยเลเวล คล้ายกับเกมแนวใช้ชีวิตกับเพื่อนของปู่นินอย่างเกม Tomodachi Life

และเมื่อมีความสนิทกันมากขึ้นจะส่งผลกับการเล่น เช่นใช้ท่าไม้ตายผสานพลังกันได้ แถมความแรงยังเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือช่วยกันเติม HP หรือ MP โดยไม่ต้องสั่ง ทำให้การเล่นต้องหาทางทำกิจกรรมกับเพื่อนร่วมทีมกันตลอด เพราะตัวเกมไม่ง่ายศัตรูในเกมมีความโหดพอสมควร ถ้าไม่มีการช่วยเหลือกันของคนในทีมแล้วก็ยากที่จะผ่านไปได้ ดังนั้นเราต้องรักษาความสัมพันธ์ให้ดี เพราะหากคนในทีมทะเลาะกันก็อาจจะโดนตบตายยกทีมได้ง่ายๆเพราะไม่มีใครช่วยเหลือกัน

อีกส่วนของความสนุกใน Miitopia คือเมื่อสานสัมพันธ์ตัวละครไปนานๆ บางครั้งอาจเกิดรักสามเส้า และความสนุกจะเพิ่มเป็นสองเท่าเพราะเราสามารถนำบุคคลที่มีอยู่จริงมาใช้ในการเล่าเรื่องได้ ผ่านการสร้างตัวละคร Mii ทำให้เราอาจได้พบรักกับคนที่เราแอบชอบ แต่โดนคู่อริแย่งไปในเกมนี้ก็ได้ และส่วนนี้เองทำให้ Miitopia แตกต่างจากเกม RPG ทั่วไป

เสียดายที่ตัวเกมสั้นไปหน่อยเล่นได้ไม่นานก็จบหมด (เมื่อเทียบกับ RPG ทั่วไป) ฉากในเกมก็เป็นแผนที่เดียวแต่จะค่อยๆปลดล็อกฉากใหม่มาเรื่อยๆการเดินบนแผนที่คล้ายกับเกม Super Mario Bros.3 ที่เราต้องเดินตามเส้นทางไปตามจุดที่เกมกำหนด แต่การที่เราต้องนั่งเก็บเลเวล ด้วยการเข้าฉากซ้ำ หรือหาเงินเพื่อมาซื้อไอเทม, อาวุธ และชุดเกราะใหม่ ที่เงินในเกมนั้นหายากมากเพราะจะหาจากกำจัดศัตรูก็น้อยนิด ต้องทำภารกิจค้นหาใบหน้ามาคืนเจ้าของ หรือเล่นมินิเกมเป่ายิ้งฉุบที่ต้องเอาตั๋วมาแลกเพื่อเล่น

ส่วนกราฟิกในเกมตามคาดเพราะมันออกบนเครื่อง 3DS ทำให้ทุกอย่างดูธรรมดาไปหมด และด้วยแนวเกมบวกกับตัวละคร Mii ทำให้มันเหมือนกับ มินิเกม Find Mii ที่แถมมากับเครื่อง 3DS แต่แฟนๆปู่นินก็คงชินกับการนำเสนอแบบนี้แล้วเพราะใช้มาตั้งแต่ Wii (รุ่นแรก) แต่ที่น่าผิดหวังคือเพลงประกอบที่ขาดเสน่ห์อย่างมาก จริงอยู่ที่เกมแนวนี้คงคาดหวังการลงทุนทำเพลงโดนๆไม่ได้อยู่แล้วในยุคนี้ แต่หากเทียบกับเกมในอดีตจากค่าย Nintendo ต่อให้เป็นเกมที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่แต่ก็ใส่ใจในทุกรายละเอียดมากกว่านี้

ไม่น่าเชื่อว่าจากจุดเริ่มต้นของ Miitopia ที่กำเนิดมาจาก มินิเกม Find Mii ที่แถมมาพร้อมกับเครื่อง 3DS ปู่นินจะนำไปอัพเกรดให้กลายเป็นเทิร์นเบส RPG ที่ผสมกับเกมใช้ชีวิตออกมาได้ลงตัว แม้ว่าภาพรวมแล้ว Miitopia อาจไม่ใช่เกมที่ยิ่งใหญ่ระดับ Dragon Quest, Final Fantasy หรือ Mario RPG แต่ความสนุกแบบเล็กๆของมันก็ยังคงสร้างความสุขให้กับเราได้ไม่แตกต่างกัน

ขอบคุณร้านเกม Nadz Project ดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 2

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Secret Of Mana ตำนานเกม RPG ฉบับภาษาไทย บน PS4

Review เกม Secret Of Mana บน PS4 , PSvita มาแล้ว

Published

on

Miitopia

Miitopia
6.8

กราฟิก

5.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

ภาพรวม

7.0/10

จุดเด่น

  • รูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายและสนุก
  • การสานสายสัมพันธ์ของตัวละครที่ลงตัว

จุดสังเกต

  • กราฟิกตกยุคไปไกล
  • เกมเพลย์แบบ RPG ไม่ได้ลงลึก

ตามมาติดๆสำหรับเกมที่มี ซับภาษาไทย และคราวนี้เป็นการกลับมาของเกม RPG ในตำนานอย่าง Secret Of Mana ที่เคยออกวางขายบนเครื่อง Super Famicom ในยุค 90 มาคราวนี้ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นสร้างใหม่หมดแบบรีเมค ลง PS4 , PSvita และ PC แค่นี้แฟนเกมชาวไทยอยากเล่นแล้วเพราะมันคือตำนานของวงการเกม RPG ในยุค 90

โดยเกม Secret Of Mana ต้นฉบับออกบน Super Famicom นับเป็นภาคที่สองของซีรีส์ Mana (ภาคแรกออกบน Gameboy) โดยมีความโดดเด่นเพราะมันเป็นเกมที่ค่าย square enix หมายมั่นที่จะสร้างให้เป็นเกมแอ็คชั่น RPG ระดับเทพไม่แพ้ Zelda และอย่างที่บอกว่าการปัดฝุ่นทำใหม่ในครั้งนี้คือการรีเมคใหม่หมดแบบเหมือนคนละเกม ไม่ได้ยกมาขายใหม่เฉยๆ แบบเกมที่ออกบน Nintendo Switch

เนื่องจากมันเป็นการสร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหมดทำให้กราฟิกในเกมอยู่ในระดับ HD ที่มีการสร้างด้วยโพลิกอน 3D ไม่ได้เป็นดอทพิกเซลเหมือนกับต้นฉบับ แต่ข้อจำกัดของเกมเพลย์แบบเดิม ทำให้มุมมองของเกมจะถูกจำกัดแค่ด้านบนตามแบบฉบับเกมแอ็คชั่น 2D แต่เชื่อเถอะว่ามันดูดีและมีความน่ารัก แบบการ์ตูน แม้ว่ารายละเอียดมันจะเหมือนเกมสมัย PS3 ก็ตาม ส่วนดนตรีก็มีมาให้เลือกทั้งแบบคลาสสิกและแบบปรับแต่งใหม่ อีกทั้งเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มแม้ว่าจะไม่มีการพากย์ไทยแต่ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว

ต่อเนื่องด้วยการแปลเป็นภาษาไทย ที่อยู่ในเกมแนวแฟนตาซีทำให้มีการใช้คำที่ดูจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าแปลได้ดี ส่วน font ไทยในเกมตัวเล็กไปหน่อย บางครั้งจะดูกลืนไปกับฉากแต่ก็ยังอ่านรู้เรื่อง และที่ต้องชื่นชมคือเกม Secret Of Mana เป็นเกมแนว RPG ที่มีบทพูดมากมาย ทำให้การมีภาษาไทยจำเป็นอย่างมาก ที่ต่อให้ไม่ต้องอ่านบทสรุปเราก็รู้ได้ว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนตลอด ต่างจากเกมภาษาไทยก่อนหน้านี้อย่าง Shadow of the Colossus ที่มีบทพูดน้อยกว่า อย่างไรก็ตามใครที่ต้องการบทสรุปก็ไปอ่านของต้นฉบับบน Super Famicom ได้เลยเพราะมันเหมือนเดิม

แม้กราฟิกจะเปลี่ยนไปแต่เกมเพลย์แทบจะเหมือนเดิม 100% ที่มาแนวแอ็คชั่น RPG มุมมองด้านบนที่เรียบง่ายมองภายนอกคล้ายกับเกม Zelda แต่พอได้สัมผัสเกมจะมีความแตกต่างพอสมควร ไล่ตั้งแต่การโจมตีที่จะต้องรอชาร์จพลังให้เต็ม 100% ถึงจะอัดแรงทำให้เราเข้าไปโจมตีรัวๆไม่ได้ ฟังดูไม่ดีแต่นั้นทำให้เกมแตกต่างและผู้เล่นจะสนุกกับการจับจังหวะเพื่อให้โจมตีได้รุนแรง

ตามด้วยการเล่นได้หลายคนตัวละคร เพราะเกมมี 3 ตัวละครหลักที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเล่นได้ตามใจ และยังสามารถเล่นกับเพื่อนพร้อมกันได้ด้วย และยังโดดเด่นด้วยระบบอาวุธที่มีหลายประเภทให้เลือกเปลี่ยน และทุกตัวละครสามารถใช้ได้หมด และอาวุธยังมีเลเวลที่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆเราจะใช้ได้เชี่ยวชาญมากขึ้น และยังมีนำไปอัพเกรดด้วยการตีอาวุธได้เช่นกันถือว่าเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่มีรายละเอียดมาก และอาวุธบางประเภทจะใช้งานมากกว่าโจมตี เช่นขวานใช้เปิดทางไปต่อ หรือแส้ที่ใช้ข้ามไปยังพื้นผิวที่แตกต่างได้ ส่วนพลังเวทก็มีให้ใช้ตามเทพที่ได้มา และก็มีหลากหลายประเภทที่ไว้โจมตี , เพิ่มพลัง และสายสนับสนุน ที่ช่วยแก้ปริศนาในเกมด้วย

ที่สำคัญการที่มีภาษาไทยให้อ่านทำให้เราสนุกไปกับการเล่าเรื่อง ที่บางครั้งอ่านแล้วอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ แต่ที่ต้องติเล็กน้อยคือฉากและดันเจี้ยนในเกมไม่ค่อยจะซับซ้อนเท่าที่ควร ปริศนาออกแบบมาให้แก้อย่างง่ายๆ บอสในเกมก็ไม้ได้มีวิธีจัดการที่ซับซ้อนอะไร แต่ก็สนุกและมีกลิ่นของความเป็นเกมในยุค 90 พอให้แฟนเก่าหายคิดถึงกันด้วย

สรุปแล้วการกลับมาของเกม Secret Of Mana ฉบับรีเมคบน PS4 , PSvita ถือว่าตอบสนองความต้องการของแฟนเกมต้นฉบับได้แบบไม่มีที่ติ เพราะมันคือเกมเดิมๆ ที่เปลี่ยนกราฟิกและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเกมเพลย์มากมายอะไร แต่หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นต้นฉบับแล้วอยากลองก็ไม่ผิดอะไร อย่างไรก็เกมเพลย์อาจจะดูเชยไปหน่อยเพราะในยุคนี้ที่รูปแบบการเล่นควรจะซับซ้อนกว่านี้ แต่หากมองโดยรวม Secret Of Mana ยังถือเป็นเกมที่คุ้มค่ายิ่งเทียบกับราคาขายที่ไม่แพงใครอยากได้เกม RPG ภาษาไทยไปเล่นแบบรู้เรื่องราวไม่ควรพลาด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Aeternoblade อีกเกมน่าเล่นฝีมือคนไทยบน Nintendo Switch

มาแล้ว Review Aeternoblade บน Nintendo Switch

Published

on

Miitopia

Miitopia
6.8

กราฟิก

5.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

ภาพรวม

7.0/10

จุดเด่น

  • รูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายและสนุก
  • การสานสายสัมพันธ์ของตัวละครที่ลงตัว

จุดสังเกต

  • กราฟิกตกยุคไปไกล
  • เกมเพลย์แบบ RPG ไม่ได้ลงลึก

ในทุกวันนี้นอกจากจะมีภาษาไทยออกมาให้เล่นแล้ว ยังเป็นยุคทองของนักสร้างเกมชาวไทยอีกด้วย เพราะมีเกมที่ถูกสร้างลงบนคอนโซลมากขึ้น และบางเกมยังสร้างออกมาได้ดีมากจนหากไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่าสร้างโดยชาวไทย และล่าสุดถึงคิว Aeternoblade เกมแอ็คชั่น RPG ที่เคยออกวางขายทั้งบน 3DS , PSvita รวมทั้ง PS4 มาแล้วคราวนี้ได้เวลาลงเครื่องเกมลูกผสมอย่าง Nintendo Switch กันอีกรอบ

และการที่ต้นฉบับเกมออกบน 3DS ทำให้กราฟิกโดยรวมไม่ได้ดูดีนัก เพราะตั้งแต่เวอร์ชั่น PS4 ที่แม้มีการปรับภาพให้ดีขึ้นแต่ก็ไม่มากพอเมื่อเทียบกับสเปกเครื่อง โดยรวมก็เหมือนกับเกมในยุค PS2 หรือต้นยุค PS3 แต่หากทำความเข้าใจว่ามันคือการนำเวอร์ชั่น 3DS มาอัพเกรดมันก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ และการเล่นในโหมดพกพาบน Nintendo Switch ทำให้กราฟิกดูดีขึ้นเพราะหน้าจอมีขนาดเล็กลงกว่าบนทีวี ส่วนการนำเสนอเกมมี CG คัทซีนที่ดูเหมือนลงทุนอยู่แต่โดยรวมก็ดูธรรมดาไปหน่อย เช่นเดียวกับเพลงประกอบที่เหมือนกับดนตรีในยุค 90 มาปรับแต่งแต่เมื่อคิดว่ามันคือเกมดาวน์โหลดราคาไม่แพงก็ถือว่าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

รูปแบบการเล่นจะเป็นเกมแอ็คชั่น 2 มิติมุมมองด้านข้าง โดยกราฟิกและฉากในเกมแม้จะดูเหมือนมีมิติแต่มันก็คือเกม 2D ที่เดินได้แค่ซ้ายกับขวา ที่หากคุณเล่นแค่ฉากแรกอาจจะไม่ได้ประทับใจอะไรนักเพราะมันแทบจะไม่ได้แตกต่างจากเกมแอ็คชั่นทั่วไป แต่เมื่อเล่นไปจนเราปลดล็อกความสามารถตัวละครหลักอย่าง Freyja โดยเฉพาะการย้อนเวลา เกมจะสนุกขึ้นมาก เพราะเกมจะเปลี่ยนมาเป็นแอ็คชั่น RPG ที่ผู้เล่นต้องแก้ปริศนาเพื่อหาทางไปต่อแบบเดียวกับเกมคลาสสิกในอดีตอย่าง Castlevania: Symphony of the Night และ Metroid ซึ่งในบางจุดถือว่ามีความซับซ้อนพอสมควร และถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะถึงตายได้ง่ายๆ เช่นการใช้ระบบย้อนเวลาเพื่อให้พื้นเลื่อนไปยังจุดที่ต้องการ หรือกด Switch แล้วใช้พลังย้อนกลับไปแล้วเปิดทางไปต่อ

นอกจากนี้เกมยังเสริมทัพด้วยระบบพัฒนาตัวละคร ทั้งค่าพลัง HP, MP และการใส่เครื่องป้องกันเครื่องประดับ และการอัปเดตสกิลท่าไม้ตายใหม่ๆมาให้ใช้ ทำให้เราสามารถอยู่กับเกมได้นานๆ เพื่อหาไอเทมที่ซ่อนอยู่และอัพเกรดตัวละครให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะตัวเกมไม่ได้ง่าย หากเราลุยไปแบบไม่ได้เพิ่มค่าพลังตัวละครก็คงจะไม่สามารถผ่านไปได้ เพราะทั้งฉาก ศัตรูและบอสในเกมก็มีความโหดพอสมควร แต่หากเตรียมตัวไปดีๆ และใช้ท่าย้อนเวลาให้ถูกจังหวะแล้วก็จะผ่านไปได้และบอกได้เลยว่าปริศนาและบอสของฉากท้ายๆของเกมนั้นโหดพอตัว

แต่สิ่งที่เกมอาจจะแตกต่างกับ Castlevania: Symphony of the Night คือมันมีการแบ่งออกเป็นฉาก แต่เราสามารถย้อนกลับไปเล่นได้ตลอดเพื่อปลดล็อคของที่ซ่อนอยู่ และเมื่อเราอัพเกรดตัวละครให้มีความสามารถมากขึ้นเช่นการกระโดดสองจังหวะ เราก็จะไปยังฉากที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถไปได้ ทำให้เกมมีความหลากหลายและเล่นได้นานกว่าที่คิดมาก

เกมมีความยาวพอสมควรและคุ้มค่าหากเทียบกับราคาดาวน์โหลดที่ไม่แพงมากนัก อย่างไรก็ตามมันคือเกมเดิมๆที่ออกมาหลายเวอร์ชั่นแล้วทั้งแบบพกพาอย่าง 3DS , PSvita และบนคอนโซล PS4 ซึ่งหากคุณเคยเล่นมาแล้วก็อาจจะไม่คุ้มค่า แต่ถ้ายังไม่เคยมีก็ถือว่าไม่ควรพลาดเพราะมันเป็นอีกก้าวของวงการเกมไทยที่ควรให้การสนับสนุน

เอาเข้าจริงๆหากมองแค่ภายนอก Aeternoblade อาจจะเป็นเกมแอ็คชั่นธรรมดาๆ แต่หากได้ลองเล่นแบบเต็มๆแล้วมันมีดีซ่อนอยู่ แต่อาจถูกกลบด้วยการนำเสนอดูธรรมดาเพราะต้นฉบับออกมาหลายปีแล้วทำให้กราฟิกดูเชยไปหน่อย แต่หากคุณชอบเกมแนว Castlevania แบบ 2D ที่ต้องสำรวจแก้ปริศนาก็ไม่ควรพลาด และหากคุณอยากเล่นแบบภาพที่ดูดีกว่านี้แนะนำให้รอเล่น Aeternoblade 2 เพราะเกมใช้อันเรียล 4 ในการสร้าง และจะออกทั้ง PS4 , XBoxone , Nintendo Switch และ PC

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[บทความพิเศษ] เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คุ้มค่าหรือไม่หากเล่นภาคหลักมาแล้ว !!

มาดูกันว่าเกม final fantasy 15 pocket edition จะคุ้มค่าแค่ไหน

Published

on

Miitopia

Miitopia
6.8

กราฟิก

5.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

ภาพรวม

7.0/10

จุดเด่น

  • รูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายและสนุก
  • การสานสายสัมพันธ์ของตัวละครที่ลงตัว

จุดสังเกต

  • กราฟิกตกยุคไปไกล
  • เกมเพลย์แบบ RPG ไม่ได้ลงลึก

เกม Final Fantasy 15 Pocket Edition หรือไฟนอล 15 ฉบับย่อส่วน ถือว่าเป็นการมาที่สร้างความประหลาดใจเพราะมันคือเกมภาคหลักที่โดนไฟฉายย่อส่วนลงมา เพื่อให้เล่นบนสมาร์ทโฟนได้ และหลังจากรอกันมานานแสนนานในที่สุดค่ายก็ปล่อยออกมาให้เล่นบน ios และ android แต่มันก็มีข้อสงสัยว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่เพราะเกมแทบจะถอดมาจากต้นฉบับแต่จะแตกต่างที่กราฟิก วันนี้ทางทีมงาน Beartai จึงอยากบอกเล่ากันว่าภาคนี้จะคุ้มค่าหรือไม่

กราฟิกเปลี่ยนใหม่แต่เพลงเหมือนเดิม

สัมผัสแรกกราฟิกในเกมก็อย่างที่เห็นในตัวอย่าง เพราะมันทำออกมาแนวการ์ตูนหัวโตๆ ที่ดูน่ารักแต่ก็จำลองตัวละครในเกม Final Fantasy 15 ออกมาได้แบบที่รู้ในทันทีว่าคือตัวไหน และคุณภาพของกราฟิกอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับเกมมือถือด้วยกันเอง เพลงประกอบก็ยกเอาของเดิมมาทั้งหมด รวมทั้งเกมยังใส่เสียงพากย์แบบจัดเต็มมา แต่ก็มีข้อเสียเพราะเกมกินสเปกมือถือพอสมควร และยังต้องมีเนื้อที่มหาศาลเพื่อลงเกม แต่เกมจะไม่ได้โหลดมาในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆทยอยโหลดซึ่งแต่ละครั้งก็กินความจุมหาศาล ซึ่งใครมีมือถือความจุน้อยๆอาจจะเล่นไม่ได้

และหากมองตรงกราฟิกแล้วคอเกม Final Fantasy ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นคอเกมที่ใส่ใจในกราฟิกอยู่แล้ว อาจจะไม่ค่อยถูกใจ เพราะแม้เกมจะพยายามถ่ายทอดฉากในคอนโซลมาสู่หน้าจอเล็กๆของมือถือได้ดีที่สุดแล้ว แต่กราฟิกแบบนี้น่าจะไม่ถูกใจแฟนเกมที่บ้ากราฟิกแน่นอน ดังนั้นหากมองว่ามันต้องเสียเงินปลดล็อกฉากเพื่อเล่นถือว่าอาจจะไม่คุ้มในจุดนี้ (เกมให้ลองเล่นฉากแรกฟรี)

รูปแบบการเล่นปรับให้เข้ากับมือถือ และใช้เนื้อเรื่องเดิม

แน่นอนว่าเมื่อมันมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ต้องมีการปรับเปลี่ยน และตามคาดที่เกมใช้การสัมผัสไปที่หน้าจอเพื่อบังคับให้ตัวละครเดินไป และเมนูก็ใช้การสัมผัสที่ย่อลงมาให้ดูง่ายมาก ส่วนการต่อสู้ก็จิ้มไปที่ศัตรูแล้วกดรัวๆได้เลย แต่หากเรากำลังจะโดนศัตรูโจมตีจะมีสัญลักษณ์ที่เมื่อจิ้มไปเราจะหลบหลีกและโจมตีสวนกลับได้ รวมทั้งประเภทอาวุธก็ยังคงมีโดยเราสามารถใส่ได้ 4 ชนิดเหมือนเดิม แต่ด้วยมุมกล้องที่นำเสนอด้านบน ทำให้ฉากในเกมดูแคบลงมาก แม้ว่าผู้สร้างจะพยายามจะทำให้เหมือนบนคอนโซลมากที่สุดแต่ยังไงก็ไม่เหมือน อีกทั้งฉาก แบ่งเป็นส่วนๆไม่ได้กว้างเท่ากับต้นฉบับ

แต่โดยรวมฉากต่อสู้ถือว่าทำได้สนุกดี และดูดีกว่าเกมบนมือถือทั่วๆไป มีระบบที่เหมือนกับภาคหลักบนคอนโซล แต่ย่อจนสามารถเล่นบนหน้าจอสัมผัสเล็กๆได้ อย่างที่บอกว่าเนื้อเรื่องเป็นของเดิม แต่ย่อความยิ่งใหญ่จนแทบไม่มีความอลังการ ซึ่งหากคุณเล่นบนคอนโซลมาจนทะลุแล้วจะเห็นได้ว่าแต่ละฉากจะมีความเหมือนกัน แต่จะตัดออกไปหลายส่วน แถมการแสดงสีหน้าของตัวละครก็แทบจะไม่มีเรียกว่าเล่นไปผ่านๆพอขำๆเท่านั้น

คุ้มหรือไม่ ลองโหลดไปเล่นก่อนได้

อย่างที่บอกว่าเกมโหลดไปเล่นฟรีเฉพาะ Chapter แรก ตัวเกมเต็มๆจะขายในราคาเหมารวม 699 บาท หรือจะเลือกปลดล็อกเฉพาะตอน โดยมีราคาขายแยกที่แตกต่างกันโดย Chapter 2 และ 3 ในราคา 35 บาท แต่ตอนที่เหลือจะมีราคาตอนละ 139 บาท ถือว่าสูงพอสมควรสำหรับเกมมือถือ (เกมมีทั้งหมด 10 Chapter)

บอกตรงๆว่าเกม Final Fantasy 15 Pocket Edition คือภาคหลักที่สามารถเล่นได้จริงๆเหมือนกับต้นฉบับ มีการเพิ่มเกมเพลย์ใหม่ๆเข้าไปที่เหมาะกับการเล่นบนมือถือ แต่บอกตรงๆหากคุณรักความเป็น Final Fantasy ที่ความอลังการงานสร้างบอกได้เลยว่าข้ามไปเล่นเกมอื่นได้เลย เพราะมันเหมือนทำออกมาตอบสนองคนที่อยากเล่น Final 15 แต่ไม่มีเครื่องเกมคอนโซล หรืออยากเล่นในอีกรูปแบบที่ย่อส่วนลงมาแต่ยังคงเรื่องราวเดิม แต่ราคาขาย 699 บาทแบบเต็มๆเกมถือว่าแพงไปหน่อย และไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก

สเปกของสมาร์ทโฟน

iOS

  • ios 10.0 หรือสูงกว่า รองรับ iPhone, iPad และ  iPod touch

Android

  • Android 5.0 ขึ้นไป
  • CPU:1.5GHz
  • RAM:2GB
  • ต้องการเนื้อที่ 5GB และ 8GB เพื่อความละเอียดสูงกว่า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!