มินิรีวิว Monster Hunter Rise เดโม เปิดโลกใหม่ของนักล่าที่สนุกกว่าเดิม

หลังจาก Capcom ได้ประกาศเปิดตัวเกม Monster Hunter Rise บน Nintendo Switch ก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเกมได้ เพราะหลังจากย้ายบ้านไปอยู่บน PS4 Xboxone และ PC กับเกม Monster Hunter World ในที่สุดก็ได้กลับมาออกคอนโซลของปู่นินอีกครั้ง บน Nintendo Switch และได้เพิ่งปล่อยเดโมตัวอย่างให้ลองเล่นแบบจำกัดเวลาบน e-shop (มินิรีวิวนี้ยังไม่มีการให้คะแนนเพราะเป็นเพียงเดโม)

และหลังจากปล่อยให้รอกันมานานในที่สุดทีมงาน แบไต๋ ก็ได้ลองและขอมาเล่าในแบบมินิรีวิวสัมผัสแรกในการกลับสู่โลกของนักล่าอีกครั้ง ที่คราวนี้อาจจะไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายเพราะเป็นแค่เดโม แต่ทาง Capcom ก็ใจดีเปิดให้เล่นหลายโหมด ที่มีทั้งการต่อสู้กับ Great IZuchi ที่เป็นแบบเริ่มต้น และต่อสู้กับ Mizutsune ที่เป็นแบบยาก (ที่ยากจริง ๆ ) และมีโหมดสอนการเล่นพื้นฐานสองโหมด ที่มีการสอนการขี่มอนสเตอร์ด้วย เรียกได้ว่ามาแบบจัดเต็มมากกว่าเดโมเกมอื่น แต่จะเล่นได้จำกัดเล่นได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2021 เท่านั้นใครอยากเล่นต้องรีบกันหน่อย

กราฟิกดีงามกว่าที่คาดหวังไว้มาก

ในเมื่อเกม Monster Hunter Rise ออกบน Nintendo Switch ทำให้กราฟิกคงจะไม่เทียบเท่าภาค Monster Hunter World บน PS4 ได้แน่นอน แต่การที่เกมสร้างด้วย RE engine เหมือนกันทำให้มันพอจะมีความดีงามมาสู่ภาคบน Switch อยู่และมันก็ทำได้ดีตามสเปกของเครื่องเกม รายละเอียดของฉากและมอนสเตอร์ทำได้ยอดเยี่ยม งานออกแบบมาธีมแบบญี่ปุ่มโบราณที่ผสมผสานกับโลกของเกม Monster Hunter ได้ลงตัวมาก

ส่วนความละเอียดของเกมเพลย์เมื่อเชื่อมต่อทีวีจะมีความละเอียดประมาณ 720p หรือประมาณ HD ธรรมดาหรือดีกว่าเล็กน้อย ส่วนเมื่อเล่นในโหมดพกพาจะไม่ได้อยู่ในระดับ HD แต่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรเลย ส่วนเฟรมเรตจะอยู่ประมาณ 30 FPS ไม่ได้มากมายแต่ก็ไม่ได้ตกจนน่าเกลียด นอกจากนี้ในโหมดพกพาภาพก็ไม่ได้แตกหรือลดความละเอียดและยังอ่านตัวอักษรรู้เรื่องชัดเจน โดยรวมกราฟิกในเกมทำได้ดีกว่าที่คาดไว้พอสมควร และเล่นได้ลื่นแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เราสนุกไปกับเกมได้แล้ว ส่วนเพลงประกอบในเกมที่มีความเป็นญี่ปุ่นแบบเดียวกับกราฟิกในเกม มีเพลงหลักเป็นเสียงร้องของตัวละครหลักที่เป็นสาวน้อยฝาแฝด และมีการใส่เพลงในตำนานของเกม Monster Hunter ด้วยและผสานกับเพลงแนวญี่ปุ่นได้ลงตัว แฟน ๆ มอนฮันต้องชอบแน่

รูปแบบการเล่นลื่นไหลขึ้น ไม่ต้องรอโหลด

เกมเพลย์ของภาค Rise หลัก ๆ ยังคงเหมือนกับเกมมอนฮันทั่วไป ที่ต้องออกไปไล่ล่าทำภารกิจในเกมที่เข้าใจง่าย และในเดโมจะมีอาวุธให้เลือก 14 ประเภท ทั้งดาบใหญ่ Great Sword, ดาบยาว, ดาบโล่, หอก, ธนู, และอีกหลายชนิดที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันดีกลับมากันครบ ที่การใช้งานได้ลื่นไหลเหมือน ๆ กับภาค World แน่นอนว่าระบบการโจมตีอาจจะไม่ใช่เกมแอ็กชันแบบที่คนทั่วไปรู้จัก แต่มันก็ยังคงแนวทางมอนฮันที่ต้องโจมตีและหลบหลีกที่ต้องกลิ้งตัวหลบ และมีค่าพลังความอึดเป็นตัวกำหนด แต่โดยรวมถือว่าลื่นไหลดีกว่าเกมล่าแย้ในยุคก่อนเกมลื่นพอ ๆ กับภาค World (เผลอ ๆ ลื่นกว่าด้วยซ้ำ)

นอกจากนี้ความดีงามคือฉากในเกมที่มีความกว้างพอสมควรในแต่ล่ะภารกิจ และมีความซับซ้อนเพราะมีพื้นที่สูงต่ำที่เราท่องไปได้แทบจะทุกส่วน และความดีงามคือฉากในเกมไม่มีการโหลดตามจุดทุกอย่างรวมเป็นแผนที่เดียวทำให้เล่นได้ลื่นไหลมาก การไล่ตามมอนสเตอร์ตอนมันหนีไปทำได้ทันทีไม่ต้องรอโหลดกันเลย แม้ว่าเกม Monster Hunter Rise จะออกวางขายบนคอนโซลที่ไม่ได้แรงอะไรอย่าง Nintendo Switch แต่ Capcom ก็ทำได้ยอดเยี่ยมจนต้องชื่นชม แม้ว่าหากมองดี ๆ จะเห็นการโหลดพื้นผิวของฉากไม่ทันอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

น้องหมามาร่วมทีม และแมลงห้อยโหน

แน่นอนว่าภาคใหม่ก็ต้องมีสิ่งที่พิเศษกว่าเดิม โดยเกม Monster Hunter Rise ได้ใส่ไอเทมใหม่เป็นแมลง Wirebug ที่ใช้ในการห้อยโหนไปยังที่สูงกว่า หรือข้ามสิ่งกีดขวางได้ไกลขึ้น แต่จะใช้ได้จำกัดต้องมีการรอให้คืนค่าพลังและสามารถเพิ่มจำนวน Wirebug ได้ด้วยถือว่าเป็นจุดเด่นมาก เพราะเราสามารถนำมาปรับเปลี่ยนผสมผสานกับการต่อสู้เช่นให้กระโดดฟันได้สูงขึ้นและโจมตีแรงขึ้น รวมทั้งใช้ในการหลบหลีกศัตรูได้ด้วยเรียกว่าสุดยอดมาก

นอกจากนี้ยังเพิ่มการจับศัตรูที่ตัวใหญ่พอมาบังคับได้ด้วยเส้นใย และใช้ในการต่อสู้กับมอนสเตอร์อีกตัวได้ และในเกมก็ใส่มาหลายตัวพร้อมกันในฉากเดียว ถือว่าเป็นอีกส่วนที่เพิ่มความสนุกให้กับเกมมาก แม้ว่าการบังคับจะดูยุ่งยากเล็กน้อย นอกจากนี้ยังเพิ่มน้องหมาที่ช่วยเราต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม และระบบ AI ของเกมก็ถือว่าทำได้ฉลาดพอตัว อีกทั้งเรายังใช้เป็นยานพาหนะด้วย และยังวิ่งได้เร็วสุด ๆ แถมขี่น้องหมาไปและต่อสู้ไปได้ด้วยพร้อมกัน ทำให้ระบบการต่อสู้ลื่นกว่าเดิมแต่จะโจมตีไม่ละเอียดเท่าอาวุธปรกติที่เราเลือก นอกจากนี้เมื่อขี่สามารถไต่ไปยังที่สูงได้ด้วย สุดท้ายในเดโมมีโหมดออนไลน์เล่นกับเพื่อน ๆ ได้ด้วยและถือว่าทำได้ลื่นไหลพอสมควรแม้ว่าจะมีปัญหาการเชื่อมต่อบ้าง แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่านและยังคงเป็นเดโมเท่านั้นในตอนนี้

โดยรวมแล้วเกม Monster Hunter Rise ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้มากพอสมควร เพราะมีทั้ง Wirebug ที่ช่วยในการเดินทางและยังสามารถใช้ร่วมต่อสู้ได้ด้วย รวมทั้งการบังคับมอนสเตอร์ให้ต่อสู้กันได้ และมีน้องหมาให้ใช้งาน ส่วนความลื่นไหลของเกมและกราฟิกที่ดูดีสำหรับเกมที่ออกบน Switch ทำให้เชื่อว่า Monster Hunter Rise จะเป็นอีกภาคที่ยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จยอดขายถล่มทลายแน่ โดยตัวเกมเต็ม ๆ จะออกวันที่ 26 มีนาคม 2021 บน Nintendo Switch เชื่อว่าใครได้ลองเล่นเดโมแล้วแทบจะอดใจรอตัวเกมเต็ม ๆ ไม่ไหวแน่นอน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก