Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

CU NEX แอปเพื่อเด็กจุฬาฯ ยุคใหม่ ใช้แล้วไม่มีตกเทรนด์ !

Published

on

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมพัฒนาสู่ New ERA ผ่านความร่วมมือระหว่าง KBank ธนาคารกสิกรไทย สร้างแอปพลิเคชันสำหรับคนยุคใหม่ “CU NEX” ที่จะช่วยผลักดันการใช้ชีวิตของนิสิต-นักศึกษา สู่ยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย

เผยความสามารถของแอปฯ CU NEX

แอปฯ CU NEX สามารถช่วยเหลือเหล่านิสิต รั้วจุฬาฯ ได้ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าออกจากบ้านไปจนถึงตอนก่อนนอนเลยก็ว่าได้ เอาเป็นว่ามีอะไรบ้าง มาดูกันเป็นข้อ ๆ ไปพร้อมกันที่นี่

  • วางแผนการเดินทางไปเรียนว่า วันนี้มีเรียนที่ไหน อาคารอะไร โดยมี 3D Mapping บอกได้ว่าห้องอยู่ตรงไหนภายในอาคารอีกด้วย
  • แอปฯ เช็กสายรถ CU Pop bus ว่าสายไหนผ่านตึกที่เราไปบ้าง หรือจะใช้ CU bike เพื่อปั่นไปเรียน ก็อยู่ในแอปฯ เดียวกันเลย
  • ถ้าเกิดมีการแจ้งเปลี่ยนห้องเรียน แอปฯ CU NEX ก็จะมี Notification แจ้งเตือน แบบรายบุคคล ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลไม่เกี่ยวข้องจะมารกหน้าจอเรา
  • บัตรนิสิตยุคใหม่ที่สามารถบันทึกเป็นรูปแบบดิจิทัลได้ ซึ่งบัตรนี้จะสามารถใช้แทนบัตรจริงได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเข้ายืมหนังสือ การยืนยันสิทธิ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการจ่ายเงินภายในและรอบ ๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็สามารถทำได้ผ่านแอปฯ CU NEX เช่นเดียวกัน สะดวก ปลอดภัยแน่นอนเพราะ KBank มาร่วมพัฒนาแบบเต็มที่
  • มีระบบชำระเงินค่าเทอมผ่าน CU NEX Application สามารถจ่ายค่าเทอมได้โดยไม่ต้องไปสาขาของธนาคาร นอกจากนี้ยังสามารถขอและจ่ายค่า Transcript ผ่านแอปฯ ได้ทันที ด้วยเทคโนโลยี Blockchain
  • นอกจากนี้ยังมีเรื่องของบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงภาคการศึกษา ที่เราสามารถตั้งเตือนให้เข้าร่วมได้ หรือการจองห้อง ที่ PLEARN Space ที่จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และเล่นแห่งใหม่ในจุฬาฯ ก็สามารถทำได้เช่นกันจ้า
  • และยังมีในส่วนของข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การแจ้งแบบ real time ทั้งเรื่องด่วนและเหตุร้ายก็มีแจ้งในแอปฯ CU NEX เช่นกัน
  • ถ้าใครเกิดเหตุการณ์ผิดปกติภายในมหาวิทยาลัย ก็สามารถกดปุ่ม SOS เพื่อเรียก รปภ. บริเวณนั้นมาช่วยเหลือได้ทันทีอีกด้วย

ทั้งนี้ ฟังก์ชันการใช้งานที่เห็นทั้งหมดจะทยอยเปิดให้ใช้งานและจะถูกพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ ด้วยการที่เป็น Single Portal Lifestyle ที่จะนำเอาแอปฯ เจ๋ง ๆ ที่เหล่านิสิตช่วยกันพัฒนาเข้ามาอยู่ใน CU NEX เพื่อให้เหล่านิสิต ทุกคนอยากใช้งานเป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจของเขา คิดอะไรไม่ออก เปิด CU NEX ก่อนเลย !!

วิธีดาวน์โหลด CU NEX Application และขอออกบัตรเดบิตประจำตัวนิสิต

สำหรับนิสิตคนไหนที่สนใจ (และยังไม่ได้โหลดมาใช้) สามารถโหลดแอปฯ ได้แล้ววันนี้ได้ทั้งบน #Appstore และ #Playstore กดที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ

ส่วนบุคลากรในมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าจุฬาฯ จะมีแอปฯ ใหม่ออกมาให้ใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนครับ

สัมภาษณ์คณะอาจารย์ผู้สร้างแอปฯ CU NEX

อาจารย์โภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านกิจการพิเศษ

“ก่อนที่จะกลายมาเป็นแอปฯ นี้ ทางเราคิดไว้ว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดของเราคือ การทำยังไงถึงจะให้นิสิต สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วอะไรที่ใกล้ตัวพวกเขาที่สุด นั่นคือมือถือ ซึ่งนิสิต ทุก ๆ คนต่างก็ใช้ชีวิตกับมันมากกว่าคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน และอะไรล่ะที่จะเข้ามาเชื่อมกันระหว่างมือถือกับมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน นั่นคือแอปฯ CU NEX ที่จะมาเป็นตัวคอยเชื่อมสัมพันธ์กัน เพราะยุคนี้เทคโนโลยีมันไปไวมาก ถ้าเรามัวแต่ไปฝืนธรรมชาติ เด็กไทยก็จะไม่สามารถก้าวตามโลกทันได้ แต่เราควรทำให้นิสิต รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่าจริง ๆ และแอปฯ CU NEX จะช่วยเป็นเสมือนเพื่อนของพวกเขาในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการดูเส้นทางการเดินทางมายังห้องเรียน ดูตารางเดินรถ CU Pop busหรือ Self-Service ต่าง ๆ

ในส่วนของความร่วมมือกับทาง KBank ถือว่าเป็นความน่ายินดีของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้พันธมิตรที่ดี เพราะ KBank เป็น 1 ในธนาคารที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีสูงมาก มีแอปฯ ที่รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันเป็นล้าน ๆ คน ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้ก็สามารถเอามาช่วยให้แอปฯ CU NEX ของเราไม่ต้องมาเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ แต่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ทันที

ซึ่งปัจจุบันแอปฯ CU NEX จะทยอยเสริม Feature ใหม่ ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เพื่อให้แอปฯ นี้เป็นมิตรเปรียบเสมือนกับ Single Portal Lifestyle ที่ตอบรับการใช้ชีวิตของนิสิตทุก ๆ คนครับ”

อาจารย์โภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี งานกิจการพิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี ด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์

CU NEX App ก็เหมือนกับเพื่อนคู่กาย ไปไหนไปด้วย ในเรื่องที่เราไม่ไปห้ามเด็กไม่ให้ใช้มือถือ เพราะเราไม่มีความจำเป็นต้องไปสู้กับเทคโนโลยี แทนที่เราจะไปปฏิเสธสิ่งที่กำลังเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตคนในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องการติดต่อสื่อสารนั้นแยกจากเราไม่ได้เลย

ส่วนนิสิตที่ไม่ค่อยมีทุน ทางจุฬาฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยกำลังมองหาพันธมิตรที่จะเข้ามาจับมือกับเราเพื่อมอบ Smartphone ให้เด็กใช้งานระหว่างการเรียนในราคาถูก เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกด้อยกว่าเพื่อน ๆ คนอื่น

และแน่นอนว่าพวกเราเคารพในเรื่องความเป็นส่วนตัวของนิสิต ถ้าจะกรอกข้อมูลอะไรตัวแอปฯ จะมีการถามก่อนทุกครั้ง เพื่อให้น้องเขาสบายใจว่า พวกเราไม่ได้นำเอาข้อมูลไปขายหรือใช้ประโยชน์ทางการค้าแน่นอน ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ของนิสิตทั้งเก่าและใหม่ยังคงอยู่ที่จุฬาฯ โดยมีแผนอนาคตอันใกล้ที่จะทำแอปฯ เพื่อให้ทางฝั่งอาจารย์และบุคลากรได้ใช้งานเช่นกัน ผมก็อยากใช้แล้วเนี่ยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการพัฒนานิสิต และนิสิตเก่าสัมพันธ์

สัมภาษณ์น้องนิสิตผู้ใช้แอปฯ CU NEX

นายวีระวุฒิ มารศรี (นาย) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ปี 4

นายรู้สึกตื่นเต้นตอนที่ได้ทราบข่าวว่าจะมีแอปฯ ใหม่ที่ทางจุฬาฯ พัฒนาขึ้นมา เพราะตัวผมเองก็ชอบเล่นแอปฯ ใหม่ ๆ อยู่แล้ว และมือถือก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผมและนิสิตทั่ว ๆ ไป พอตอนที่เปิดให้โหลด ก็โหลดมาลองใช้เลย

ซึ่งตอนใช้งานแรก ๆ ประมาณมิถุนายนที่ผ่านมา ก็จะยังมีความตะกุกตะกักอยู่บ้าง แต่ว่า interface หรือ experience ที่ดี ตัวอักษรอ่านง่าย เปิดมาก็รู้เลยว่าเป็นแอปฯ จุฬาฯ ทำให้นิสิตคนอื่น ๆ รวมถึงตัวผมเองก็น่าจะชอบใช้ พอลองเล่นก็สนุกดี

สิ่งที่ผมอยากได้จากแอปฯ คือ เรื่องของการใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปกติผมก็เป็นคนไม่ได้พกกระเป๋าสตางค์อยู่แล้ว บางทีมาแค่มือถือและบัตร 2-3 ใบ ก็มาเรียนเลย หรือเรื่องการทำเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องเดินไปตึกจามจุรี 5 ซึ่งไกลจากคณะที่ผมเรียนมาก แอปฯ CU NEX ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก และเรื่องของตารางเรียน โดยเฉพาะวิชาที่มีการเปลี่ยนแปลงห้องที่ใช้สอน หรือไปทำกิจกรรมข้างนอก เมื่อก่อนก็ต้องเดินไปถึงที่ห้องก่อนหรือรอเพื่อนโทรมาบอก ก็อาจจะทำให้เราเข้าเรียนสายได้

เพื่อน ๆ กลุ่มที่เรียนทุกคนก็ตื่นเต้น แต่ก็มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี บางส่วนก็รู้สึกไม่ชอบเพราะต้องมาโหลดแอปฯ ใหม่อะไรไม่รู้อีกแล้ว แต่ภาพรวมก็คิดว่า มันเท่ดี แค่อาจจะไม่ชินกันเฉย ๆ เท่านั้นเอง

ซึ่งปัจจุบันมือถือช่วงแรก ๆ มือถือรุ่นเก่า ๆ อย่าง iPhone 4 เป็นต้น อาจจะใช้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันก็พัฒนาจนมือถือเพื่อน ๆ สามารถใช้งานได้แล้ว ก็ค่อนข้างไวมาก และผมค่อนข้างมั่นใจเรื่องความปลอดภัย เพราะปกติผมก็ใช้ K PLUS ในการโอนเงินอยู่แล้ว จึงมีความน่าเชื่อถือกับแอปฯ CU NEX ว่าจะมีความปลอดภัยเช่นเดียวกัน

แอปฯ CU NEX เป็นอะไรที่ตอบโจทย์คนรุ่นผมมาก ๆ เพราะเดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ต้องมือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี จึงอยากให้เพื่อน ๆ ลองโหลดแอปฯ CU NEX มาใช้ดูครับ นายวีระวุฒิ มารศรี (นาย) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ปี 4

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

มาแต่งรูป Pantone ให้อินเทรนด์ ด้วยแอปในโทรศัพท์กันเถอะ

Published

on

เทรนด์การแต่งรูปแบบ “Pantone” ดูเหมือนจะฮิตมากๆ ในช่วงนี้ เพราะให้อารมณ์อาร์ทๆ แปลกตาและน่าสนใจ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการแต่งรูปแบบ Pantone ที่เราเห็นกันตามโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้น ทำได้ง่ายๆ ด้วยแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนเรานี่เอง เดี๋ยวมาดูกันดีกว่า ว่าเราควรใช้แอปอะไรในการแต่งรูปแนว Pantone

ตัวอย่างการแต่งรูปแบบ Pantone

สำหรับแอปที่สามารถแต่งรูปแนว Pantone ได้นั้นก็มี 2 แอปที่น่าสนใจด้วยกัน ซึ่งมีการใช้งานที่ง่าย และมีลักษณะการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน

แอป “PANTONE studio”


แอป PANTONE studio เหมาะสำหรับแต่งภาพที่เราต้องการถ่ายรูปในขณะนั้นเลย เนื่องจากตัวแอปไม่สามารถใช้รูปจากภายนอกได้ 

เมื่อเรากดเข้าสู่การถ่ายภาพแล้ว จะปรากฏสัญลักษณ์ Pantone มาให้เรา และหากเราขยับภาพไปยังจุดอื่นที่มีโทนสีแตกต่างออกไป สัญลักษณ์ก็จะเปลี่ยนไปด้วย

หลังจากกดถ่ายภาพแล้ว เรายังสามารถกดเลือกสีต่างๆ ได้ โดยการเลื่อนวงกลมไปยังบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ได้สี Pantone ที่เราต้องการ

เมื่อกด Share รูปภาพ เพื่อบันทึกรูปภาพแล้ว ก็จะปรากฎสัญลักษณ์ Pantone รูปแบบอื่นๆ ที่เราสามารถเลือกใช้ได้ ซึ่งก็มีตัวเลือกให้เลือกกว่าสิบแบบเลยทีเดียว

ภาพที่ได้จากแอป PANTONE Studio

ดาวน์โหลด

แอป “Palette Republic”

แอปนี้เหมาะกับการแต่งรูปแนว Pantone ที่เรามีรูปเตรียมไว้แล้ว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายไม่แพ้แอป PANTONE studio เลย โดยหลังจากที่เปิดรูปขึ้นมาแล้ว ให้เราทำการ crop ภาพตามขนาดและรูปร่างที่เราต้องการได้เลย

หลังจากนั้นกดเลือกชนิดของลักษณะสัญลักษณ์ Pantone ที่เราต้องการ ซึ่งก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งแบบฟรีและเวอร์ชั่น Pro เมื่อเลือกรูปแบบสัญลักษณ์ Pantone ที่เราต้องการได้แล้ว แอปจะทำการเลือก Pantone ให้เราเองโดยอัตโนมัติ

ข้อดีคือเราสามารถเลื่อนและปรับขนาดสัญลักษณ์ Pantone ได้ตามที่เราต้องการ และหากเรายังรู้สึกไม่ชอบสีของ Pantone ที่ต้องการ เรายังสามารถปรับสีของ Pantone ได้ด้วย โดยการเลื่อนเปลี่ยนสี Pantone ไปเรื่อยๆ

เราสามารถเลื่อนเปลี่ยน Pantone ไปได้เรื่อยๆ

เพียงเท่านี้ก็จะได้ภาพที่มีสัญลักษณ์ Pantone แล้ว

ดาวน์โหลด

ใครไม่อยากตกเทรนด์และอยากมีรูปเก๋ๆ สักใบ ก็ลองไปแต่งกันดูนะคะ ทำไม่ยากเลย ใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น แถมยังได้ภาพสวยๆ ไปอวดเพื่อนด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

แค่เซลฟี่ก็ได้ Avatar แบบการ์ตูนที่เหมือนตัวจริง! รีวิวฟีเจอร์ใหม่ “Anime Avatar” จาก Meitu

Published

on

เอาอีกแล้ว.. มีฟีเจอร์ใหม่เด็ดๆ มาเปิดตัวให้ชาวโลกได้ชื่นชมกันอีกแล้ว สำหรับแอป “Meitu” เพราะนอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องการแต่งภาพที่ออกมาสวยงามแล้ว ล่าสุดก็มีฟีเจอร์ “Anime Avatar” ที่สามารถเลียนแบบการแสดงสีหน้าและการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์! ที่คลอดออกมาแบบสดๆ ร้อนๆ ให้พวกเราได้ตื่นเต้นกันอีกแล้ว

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจคุ้นเคยกับแอปอวตารมาบ้างแล้ว โดนเฉพาะแอปที่กำลังบูมในช่วงนี้อย่าง ZEPETO แต่ดูเหมือน Meitu จะมาแรงในช่วงนี้ไม่แพ้กัน เพราะล่าสุดก็ปล่อยฟีเจอร์ Anime Avatar ออกมา ซึ่งก็ทำงานได้อย่างน่าทึ่ง เพราะ Meitu ได้ใช้เทคโนโลยี AI ของ MTlab ทำให้สามารถวิเคราะห์ใบหน้าของเรา และลักษณะเด่นต่างๆ บนใบหน้าได้อย่างถูกต้อง (สามารถระบุส่วนสำคัญ 118 จุดบนใบหน้าและสามารถวิเคราะห์ใบหน้าได้แบบเรียลไทม์) และยังสามารถถอดแบบเสื้อผ้าหน้าผมได้แบบแนบเนียน เหมือนจริงอีก ภาพและวิดีโอที่ได้จาก Meitu ก็เลยออกมาเสมือนจริงและสามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของความสนุกอันน่ามหัศจรรย์เลยล่ะ! เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าฟีเจอร์ Anime Avatar มีการใช้งานยังไง

การใช้งานฟีเจอร์ Anime Avatar สามารถทำได้ โดยการเข้าที่เมนู “Tech Magic” ในหน้าหลัก และเมื่อเข้ามาแล้วให้กดเข้าที่ Anime Avatar ได้เลย

แอปจะให้เราทำการเลือกว่าจะใช้ภาพถ่ายที่ถ่ายภายในแอป หรือเลือกจากอัลบั้มรูปที่เรามีอยู่แล้ว

หากเลือกจากการถ่ายภาพในแอป ก็ให้เราตั้งหน้าให้ตรงกับโครงร่างที่แอปเตรียมมาให้ และเมื่อเราถ่ายรูปเรียบร้อยแล้วก็จะได้ร่างอวตารชิคๆ ของเราออกมา ซึ่งหลายคนก็อาจตกใจว่า “เห้ยยย จะเหมือนอะไรอย่างนี้!” นั่นก็เป็นเพราะ AI ของ Meitu สามารถจำแนกความแตกต่างของเสื้อผ้าและสีผมได้เป็นหมื่นรูปแบบ สามารถแยกแยะลักษณะเด่นบนใบหน้าได้หลายพันรูปแบบและทรงผมได้หลายร้อยทรง รวมถึงความสามารถระบุเครื่องประดับที่มีความแตกต่างกันได้ถึง 20 ประเภทเลยทีเดียว

หลังจากนั้นแอปก็จะให้เราตกแต่งรายละเอียดต่างๆ ให้กับเจ้าตัวอวตารของเรา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม หรือพื้นหลังสวยๆ แถมยังมีธีมต่างๆ ออกมาตามเทศกาลด้วย อย่างตอนนี้ธีมเทศกาลคริสต์มาสก็ทำออกมาได้น่ารักเชียว

ใครอยากปรับทรงคิ้ว รูปตา รูปปาก แบบละเอียดขึ้นมาหน่อย ก็สามารถทำได้โดยสะดวก

ความโดดเด่นทะลุอวกาศของฟีเจอร์นี้คงหนีไม่พ้นการที่เจ้าตัวอวตารสามารถเคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์ ดังนั้นไม่ว่าเราจะขยับหน้าไปทางไหน กระพริบตาปริบๆ หรี่ตา จุ๊บปาก ขยิบตา ฯลฯ เจ้าอวตารของเราก็สามารถถอดแบบเราออกมาได้เลยทีเดียว และเรายังสามารถอัดวิดีโอได้ 10 วินาที เพื่อโชว์ความมุ้งมิ้งของเจ้าอวตารได้อีกด้วย และถ้าใครใคร่อยากจะใส่เพลง หรืออัดเสียงอะไรลงไปก็สามารถทำได้

และสุดท้าย ตามเอกลักษณ์ของแอปอวตารที่มีกันมาช้านาน นั่นคือการทำ “Emoji” ได้นั่นเอง ซึ่ง Meitu ก็ทำออกมาได้เริ่ดอยู่ เพราะสามารถทำ Emoji แบบเคลื่อนไหวได้ แถมทำออกมาได้ดีอีกด้วย

ดาวน์โหลด

โดยรวมแล้วนับเป็นฟีเจอร์อีกตัวที่ปล่อยออกมา แล้วตกผู้ใช้กันพอสมควร! และที่เห็นว่าน่าสนใจสุดๆ ก็คงจะเป็นการอัดวิดีโอ เพื่อขยับเจ้าอวตารได้แบบเรียลไทม์นี่แหละ.. ใครสนใจอยากมีวิดีโอและ Emoji สวยๆ ที่ถอดแบบเรามาเปี๊ยบ แถมยังขยับไปมาได้ ก็ลองไปเล่นฟีเจอร์ Anime Avatar กันดูนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

แต่งรูปให้หน้าสวยเป๊ะ ด้วยแอป “Ulike” แอปแต่งรูปที่ใช้งานง่ายมาก

Published

on

มาอีกแล้ว แอปที่จะละลายใจสาวๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะวันนี้แบไต๋จะมาแนะนำแอปแต่งรูป ที่ทำให้สาวๆ ทุกคนดูสวยไม่หยุด ฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว! ซึ่งก็คือแอป “Ulike” นั่นเอง

จริงๆ แล้ว Ulike ก็คล้ายคลึงกับแอปแต่งรูป ที่มีฟีเจอร์แต่งหน้าเหมือนแอปอื่นๆ เช่น Meitu, Snow หรือ Youcammakeup แต่ข้อดีของ Ulike เห็นจะเป็นการเพิ่มความละเอียดในการตกแต่งใบหน้าที่มากกว่าแอปอื่นๆ และมีฟีเจอร์เสริมต่างๆ ที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ ในแอปแต่งรูป เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ Ulike สามารถเลือกตกแต่งใบหน้าอย่างละเอียดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายรูปเลย ไม่ว่าจะเป็นโครงหน้า จมูก ตา ปาก ฯลฯ นั่นทำให้เราสามารถเลือกถ่ายภาพที่ดีที่สุดได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย

สามารถปรับแต่งอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าได้ทั้งหมด

และในขณะที่แอปอื่นๆ สามารถปรับโครงหน้าได้เพียงลด-เพิ่มขนาดเท่านั้น แต่ Ulike สามารถปรับโครงหน้าแบบสำเร็จรูปได้อย่างหลากหลาย เช่น โครงหน้าดูมีแก้มด้วย “Baby” หรือโครงหน้าเป๊ะๆ แบบ “Beauty” เป็นต้น

ภาพแต่ละโหมด จะมีการเพิม-ลด ทรงของโครงหน้าที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ยังสามารถปรับเพิ่ม-ลด ขนาดโหนกแก้มและกรามได้ด้วย

ภาพเปรียบเทียบการปรับแต่งลดกราม

ภาพด้านขวาถูกปรับลดโหนกแก้มแล้ว

ปรับขนาดของปากก็สามารถทำได้ในขณะถ่ายรูปด้วย

หลังจากเลือกปรับอวัยวะพื้นฐานไปแล้ว ก็ถึงเวลาเลือกแต่งหน้าได้แบบตามใจตัวเอง เหมือนใช้เครื่องสำอางจริงละเลงลงบนใบหน้าแล้วล่ะ

ฟีเจอร์ “แต่งหน้า” ก็สามารถเลือกเครื่องสำอางต่างๆ ได้เลย ทั้งลิปสติก บรัชออน เขียนทรงคิ้ว ฯลฯ ซึ่งก็มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว

ตัวอย่างการปรับแต่งสีลิปสติก

ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ เมคอัพของ Ulike ทำออกมาได้อย่างแนบเนียนมากๆ

สีแก้มเหมือนแต่งหน้าด้วยบรัชออนจริงๆ

นอกจากนี้ใครที่โพสต์ท่าไม่เก่งหรือไอเดียหมดว่าจะโพสต์ท่าถ่ายรูปยังไง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “Pose” เพื่อดูไอเดียการโพสต์ได้ โดยฟีเจอร์นี้แบ่งออกเป็นหมวดหมู่การถ่ายภาพในแต่ละแบบด้วย ซึ่งก็ใช้งานได้ดีจริงๆ  

โดย Pose จะมาในลักษณะโครงท่า วิธีการใช้งานก็เพียงไปยืนทับตามรอยโครงต่างๆ ก็จะได้องศาและท่าทางที่เหมาะสม ทำให้ภาพออกมาดูสวยงาม

ดาวน์โหลด

หืมมม เป็นไงบ้างคะสาวๆ เป็นอีกหนึ่งแอปที่น่าดาวน์โหลดมาใช้ใช่มั้ยล่ะ แบไต๋แนะนำเลยว่าแอปนี้เด็ด ใช้งานได้ดี แต่งภาพออกมาได้สวยไม่แพ้แอปอื่นๆ เลย แถมยังมีลูกเล่นเสริมอื่นๆ ที่แอปอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีกันด้วย และแบไต๋เองก็เชื่อว่าหากสาวๆ ได้ลองใช้กัน น่าจะถูกใจแอปนี้กันไม่น้อย จนเป็นแอปติดเครื่องแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!