Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

CU NEX แอปเพื่อเด็กจุฬาฯ ยุคใหม่ ใช้แล้วไม่มีตกเทรนด์ !

Published

on

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมพัฒนาสู่ New ERA ผ่านความร่วมมือระหว่าง KBank ธนาคารกสิกรไทย สร้างแอปพลิเคชันสำหรับคนยุคใหม่ “CU NEX” ที่จะช่วยผลักดันการใช้ชีวิตของนิสิต-นักศึกษา สู่ยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย

เผยความสามารถของแอปฯ CU NEX

แอปฯ CU NEX สามารถช่วยเหลือเหล่านิสิต รั้วจุฬาฯ ได้ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าออกจากบ้านไปจนถึงตอนก่อนนอนเลยก็ว่าได้ เอาเป็นว่ามีอะไรบ้าง มาดูกันเป็นข้อ ๆ ไปพร้อมกันที่นี่

  • วางแผนการเดินทางไปเรียนว่า วันนี้มีเรียนที่ไหน อาคารอะไร โดยมี 3D Mapping บอกได้ว่าห้องอยู่ตรงไหนภายในอาคารอีกด้วย
  • แอปฯ เช็กสายรถ CU Pop bus ว่าสายไหนผ่านตึกที่เราไปบ้าง หรือจะใช้ CU bike เพื่อปั่นไปเรียน ก็อยู่ในแอปฯ เดียวกันเลย
  • ถ้าเกิดมีการแจ้งเปลี่ยนห้องเรียน แอปฯ CU NEX ก็จะมี Notification แจ้งเตือน แบบรายบุคคล ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลไม่เกี่ยวข้องจะมารกหน้าจอเรา
  • บัตรนิสิตยุคใหม่ที่สามารถบันทึกเป็นรูปแบบดิจิทัลได้ ซึ่งบัตรนี้จะสามารถใช้แทนบัตรจริงได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเข้ายืมหนังสือ การยืนยันสิทธิ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการจ่ายเงินภายในและรอบ ๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็สามารถทำได้ผ่านแอปฯ CU NEX เช่นเดียวกัน สะดวก ปลอดภัยแน่นอนเพราะ KBank มาร่วมพัฒนาแบบเต็มที่
  • มีระบบชำระเงินค่าเทอมผ่าน CU NEX Application สามารถจ่ายค่าเทอมได้โดยไม่ต้องไปสาขาของธนาคาร นอกจากนี้ยังสามารถขอและจ่ายค่า Transcript ผ่านแอปฯ ได้ทันที ด้วยเทคโนโลยี Blockchain
  • นอกจากนี้ยังมีเรื่องของบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงภาคการศึกษา ที่เราสามารถตั้งเตือนให้เข้าร่วมได้ หรือการจองห้อง ที่ PLEARN Space ที่จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และเล่นแห่งใหม่ในจุฬาฯ ก็สามารถทำได้เช่นกันจ้า
  • และยังมีในส่วนของข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การแจ้งแบบ real time ทั้งเรื่องด่วนและเหตุร้ายก็มีแจ้งในแอปฯ CU NEX เช่นกัน
  • ถ้าใครเกิดเหตุการณ์ผิดปกติภายในมหาวิทยาลัย ก็สามารถกดปุ่ม SOS เพื่อเรียก รปภ. บริเวณนั้นมาช่วยเหลือได้ทันทีอีกด้วย

ทั้งนี้ ฟังก์ชันการใช้งานที่เห็นทั้งหมดจะทยอยเปิดให้ใช้งานและจะถูกพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ ด้วยการที่เป็น Single Portal Lifestyle ที่จะนำเอาแอปฯ เจ๋ง ๆ ที่เหล่านิสิตช่วยกันพัฒนาเข้ามาอยู่ใน CU NEX เพื่อให้เหล่านิสิต ทุกคนอยากใช้งานเป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจของเขา คิดอะไรไม่ออก เปิด CU NEX ก่อนเลย !!

วิธีดาวน์โหลด CU NEX Application และขอออกบัตรเดบิตประจำตัวนิสิต

สำหรับนิสิตคนไหนที่สนใจ (และยังไม่ได้โหลดมาใช้) สามารถโหลดแอปฯ ได้แล้ววันนี้ได้ทั้งบน #Appstore และ #Playstore กดที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ

ส่วนบุคลากรในมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าจุฬาฯ จะมีแอปฯ ใหม่ออกมาให้ใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนครับ

สัมภาษณ์คณะอาจารย์ผู้สร้างแอปฯ CU NEX

อาจารย์โภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านกิจการพิเศษ

“ก่อนที่จะกลายมาเป็นแอปฯ นี้ ทางเราคิดไว้ว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดของเราคือ การทำยังไงถึงจะให้นิสิต สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วอะไรที่ใกล้ตัวพวกเขาที่สุด นั่นคือมือถือ ซึ่งนิสิต ทุก ๆ คนต่างก็ใช้ชีวิตกับมันมากกว่าคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน และอะไรล่ะที่จะเข้ามาเชื่อมกันระหว่างมือถือกับมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน นั่นคือแอปฯ CU NEX ที่จะมาเป็นตัวคอยเชื่อมสัมพันธ์กัน เพราะยุคนี้เทคโนโลยีมันไปไวมาก ถ้าเรามัวแต่ไปฝืนธรรมชาติ เด็กไทยก็จะไม่สามารถก้าวตามโลกทันได้ แต่เราควรทำให้นิสิต รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่าจริง ๆ และแอปฯ CU NEX จะช่วยเป็นเสมือนเพื่อนของพวกเขาในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการดูเส้นทางการเดินทางมายังห้องเรียน ดูตารางเดินรถ CU Pop busหรือ Self-Service ต่าง ๆ

ในส่วนของความร่วมมือกับทาง KBank ถือว่าเป็นความน่ายินดีของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้พันธมิตรที่ดี เพราะ KBank เป็น 1 ในธนาคารที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีสูงมาก มีแอปฯ ที่รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันเป็นล้าน ๆ คน ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้ก็สามารถเอามาช่วยให้แอปฯ CU NEX ของเราไม่ต้องมาเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ แต่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ทันที

ซึ่งปัจจุบันแอปฯ CU NEX จะทยอยเสริม Feature ใหม่ ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เพื่อให้แอปฯ นี้เป็นมิตรเปรียบเสมือนกับ Single Portal Lifestyle ที่ตอบรับการใช้ชีวิตของนิสิตทุก ๆ คนครับ”

อาจารย์โภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี งานกิจการพิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี ด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์

CU NEX App ก็เหมือนกับเพื่อนคู่กาย ไปไหนไปด้วย ในเรื่องที่เราไม่ไปห้ามเด็กไม่ให้ใช้มือถือ เพราะเราไม่มีความจำเป็นต้องไปสู้กับเทคโนโลยี แทนที่เราจะไปปฏิเสธสิ่งที่กำลังเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตคนในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องการติดต่อสื่อสารนั้นแยกจากเราไม่ได้เลย

ส่วนนิสิตที่ไม่ค่อยมีทุน ทางจุฬาฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยกำลังมองหาพันธมิตรที่จะเข้ามาจับมือกับเราเพื่อมอบ Smartphone ให้เด็กใช้งานระหว่างการเรียนในราคาถูก เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกด้อยกว่าเพื่อน ๆ คนอื่น

และแน่นอนว่าพวกเราเคารพในเรื่องความเป็นส่วนตัวของนิสิต ถ้าจะกรอกข้อมูลอะไรตัวแอปฯ จะมีการถามก่อนทุกครั้ง เพื่อให้น้องเขาสบายใจว่า พวกเราไม่ได้นำเอาข้อมูลไปขายหรือใช้ประโยชน์ทางการค้าแน่นอน ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ของนิสิตทั้งเก่าและใหม่ยังคงอยู่ที่จุฬาฯ โดยมีแผนอนาคตอันใกล้ที่จะทำแอปฯ เพื่อให้ทางฝั่งอาจารย์และบุคลากรได้ใช้งานเช่นกัน ผมก็อยากใช้แล้วเนี่ยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการพัฒนานิสิต และนิสิตเก่าสัมพันธ์

สัมภาษณ์น้องนิสิตผู้ใช้แอปฯ CU NEX

นายวีระวุฒิ มารศรี (นาย) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ปี 4

นายรู้สึกตื่นเต้นตอนที่ได้ทราบข่าวว่าจะมีแอปฯ ใหม่ที่ทางจุฬาฯ พัฒนาขึ้นมา เพราะตัวผมเองก็ชอบเล่นแอปฯ ใหม่ ๆ อยู่แล้ว และมือถือก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผมและนิสิตทั่ว ๆ ไป พอตอนที่เปิดให้โหลด ก็โหลดมาลองใช้เลย

ซึ่งตอนใช้งานแรก ๆ ประมาณมิถุนายนที่ผ่านมา ก็จะยังมีความตะกุกตะกักอยู่บ้าง แต่ว่า interface หรือ experience ที่ดี ตัวอักษรอ่านง่าย เปิดมาก็รู้เลยว่าเป็นแอปฯ จุฬาฯ ทำให้นิสิตคนอื่น ๆ รวมถึงตัวผมเองก็น่าจะชอบใช้ พอลองเล่นก็สนุกดี

สิ่งที่ผมอยากได้จากแอปฯ คือ เรื่องของการใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปกติผมก็เป็นคนไม่ได้พกกระเป๋าสตางค์อยู่แล้ว บางทีมาแค่มือถือและบัตร 2-3 ใบ ก็มาเรียนเลย หรือเรื่องการทำเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องเดินไปตึกจามจุรี 5 ซึ่งไกลจากคณะที่ผมเรียนมาก แอปฯ CU NEX ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก และเรื่องของตารางเรียน โดยเฉพาะวิชาที่มีการเปลี่ยนแปลงห้องที่ใช้สอน หรือไปทำกิจกรรมข้างนอก เมื่อก่อนก็ต้องเดินไปถึงที่ห้องก่อนหรือรอเพื่อนโทรมาบอก ก็อาจจะทำให้เราเข้าเรียนสายได้

เพื่อน ๆ กลุ่มที่เรียนทุกคนก็ตื่นเต้น แต่ก็มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี บางส่วนก็รู้สึกไม่ชอบเพราะต้องมาโหลดแอปฯ ใหม่อะไรไม่รู้อีกแล้ว แต่ภาพรวมก็คิดว่า มันเท่ดี แค่อาจจะไม่ชินกันเฉย ๆ เท่านั้นเอง

ซึ่งปัจจุบันมือถือช่วงแรก ๆ มือถือรุ่นเก่า ๆ อย่าง iPhone 4 เป็นต้น อาจจะใช้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันก็พัฒนาจนมือถือเพื่อน ๆ สามารถใช้งานได้แล้ว ก็ค่อนข้างไวมาก และผมค่อนข้างมั่นใจเรื่องความปลอดภัย เพราะปกติผมก็ใช้ K PLUS ในการโอนเงินอยู่แล้ว จึงมีความน่าเชื่อถือกับแอปฯ CU NEX ว่าจะมีความปลอดภัยเช่นเดียวกัน

แอปฯ CU NEX เป็นอะไรที่ตอบโจทย์คนรุ่นผมมาก ๆ เพราะเดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ต้องมือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี จึงอยากให้เพื่อน ๆ ลองโหลดแอปฯ CU NEX มาใช้ดูครับ นายวีระวุฒิ มารศรี (นาย) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ปี 4

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

มาเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวเอง ด้วยแอป “Grid Diary” กันเถอะ!

Published

on

ใครที่เพิ่งดูซีรี่ย์เลือดข้นคนจางจบ อาจจะคิดในใจว่า การเขียนไดอารี่นี่มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความทรงจำจริงๆ เพราะมันช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต แถมพอคนอื่นได้อ่าน ก็ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย อืม.. ไอ้คนอินกับซี่รี่ย์อย่างเราๆ ชักอยากจะเขียนเรื่องต่างๆ เพื่อบันทึกความทรงจำในแต่ละวันขึ้นมาบ้างแล้วสิ

คงต้องดาวน์โหลดแอป “Grid Diary” แอปไดอารี่เก๋ๆ มาไว้ในเครื่องหน่อยแล้ว เพราะแอปตัวนี้เขียนบันทึกได้ง่ายมาก ใช้งานลื่นไหล และมีฟีเจอร์ดีๆ เพียบ

ไปดูกันเลยดีกว่า

ขึ้นชื่อว่า Grid ก็บอกอยู่แล้วว่าแอปนี้จะเป็นไดอารี่ที่มาในลักษณะช่องๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของแอปนี้เลยล่ะ

วิธีการใช้งานแอปนั้นแสนจะสะดวก เพราะ Grid Diary จะมีหัวข้อในแต่ละช่องมาให้เรา ซึ่งก็ถือเป็นไกด์ไลน์อย่างดี เมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะลงรายละเอียดอะไรบ้าง และหากเราต้องการเปลี่ยนหัวข้อ ก็สามารถลงแล้วเขียนขึ้นเองได้

ในแต่ละหน้าไดอารี่ จะมีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวัน เช่น อารมณ์ในวันนั้นๆ หรือภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเขียนไดอารี่ ก็ควรที่จะใส่ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เวลากลับมาอ่านไดอารี่จะได้จำได้ถึงสภาพแวดล้อมและความรู้สึกในวันเก่าๆ และเมื่อต้องการเขียน เพียงแค่กดในช่องที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถทำการเขียนไดอารี่ได้เลย

ไดอารี่มีลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการสามารถกดเพิ่ม Activity Data ลงไป ซึ่งก็จะเชื่อมกับ “Health” ในสมาร์ทโฟนเรานั่นเอง ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว ใช้แคลอรี่ไปเท่าไหร่บ้าง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รูปได้ 5 รูป ในแต่ละวันด้วย ซึ่งหากเราต้องการใส่รูปภาพลงไปมากขึ้น ก็สามารถอัพเป็นเวอร์ชั่นโปรเพื่อใส่ภาพได้แบบไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกดใส่รูป รูปจะปรากฏอยู่ทางขวามือของไดอารี่

เมื่ออยู่ในหน้าหลัก Grid ที่ใส่รูปลงไป จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนี้

เรายังสามารถย้ายช่องแต่ละช่อง โดยการลากช่องสลับไปมาได้ด้วย รวมถึงการเพิ่มและการลบช่องต่างๆ ออกได้

หากหัวข้อยังไม่ถูกใจ ก็สามารถกดเพิ่มได้ โดยมีตัวเลือกให้เลือกอย่างหลากหลาย หรือจะกดเครื่องหมายไม้กายสิทธิ์ก็ได้ เราก็จะได้หัวข้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมสลับตำแหน่งกันไปมา

หากต้องการดูไดอารี่ที่เราเขียนแบบภาพรวมในแต่ละวันก็สามารถทำได้ โดยกดไอคอนรองสุดท้าย แล้วแอปก็จะแสดงผลไดอารี่ออกมาอย่างเป็นระเบียบ และอ่านง่ายสบายตา และหากเราต้องการแชร์ก็สามารถทำได้ในรูปแบบไฟล์ PDF รูปภาพ หรืออีเมลล์ ฯลฯ


และหากต้องการดูข้อมูลสถิติการเขียนของเรา ก็ให้กดไอคอนแรกสุด ซึ่งแอปก็จะสรุปข้อมูลต่างๆ ของเราออกมา เช่น จำนวนตัวอักษรที่เราเขียน จำนวนช่องที่เราใช้ อากาศ และอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปไดอารี่ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบไดอารี่ที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใครสนใจอยากจะเริ่มเขียนไดอารี่ Grid Diary เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

มาเพิ่มคุณค่าให้ Hashtag ด้วยแอป “Top Tags” กันเถอะ!

Published

on

ถ้าใครเล่น Instagram หรือ Twitter คงรู้กันดีว่า Hashtag นั้นสำคัญมากแค่ไหน เพราะเจ้า Hashtag ไม่ได้มีไว้ประดับบารมีให้แคปชั่นดูเก๋ไก๋อย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ในการเชื่อมให้คนอื่นๆ สามารถเห็นบัญชี Instagram และ Twitter ของเราได้ และยังเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในเรื่องราวที่ใกล้เคียงกันกับโพสต์ของเราด้วย ซึ่งก็ถือว่า Hashtag นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายบนโลกออนไลน์ทั้งหลาย คงตระหนักถึงประโยชน์ของ Hashtag กันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ คน อาจไม่ถนัดกับการใช้ Hashtag กันเท่าไหร่ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปดีๆ ที่ช่วยให้การใช้ Hashtag ของคุณทรงคุณค่ามากขึ้น! และแอปที่เราจะรีวิวในวันนี้ก็คือ “Top Tags

เจ้าแอป Top Tags เป็นแอปสร้าง Hashtag สำหรับบรรยายลงในรูปหรือโพสต์ของเรา ซึ่งจะเลือก Hashtag ที่ได้รับความนิยมหรือมีผู้ใช้จำนวนมากมาใช้ ซึ่งข้อดีของการใช้ Hashtag ที่ได้รับความนิยมก็คือคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ Hashtag เหล่านั้น และเมื่อต้องการสืบค้นเรื่องใดๆ ก็มักจะใช้ Hashtag ที่เป็นคีย์เวิร์ดที่คุ้นเคย ซึ่งก็หมายความว่า หากเราใช้ Hashtag ที่เป็นที่นิยม ย่อมส่งผลให้โพสต์ของเราถูกผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าถึงได้มากขึ้นนั่นเอง 


สำหรับวิธีการใช้งาน Top Tags ก็ไม่ยากเลย หากเราเลือกใช้แบบ “Top Tags” เราก็จะพบหมวดหมู่ของ Hashtag ต่างๆ ที่แอปจัดหมวดหมู่ไว้ให้ เช่น หมวดอาหาร หมวดท่องเทียว หมวดแฟชั่น เป็นต้น เมื่อเข้ามาในหมวดที่เราเลือกแล้ว เราก็สามารถกดเลือก Hashtag และปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดตามที่เราต้องการได้เลย

สำหรับใครที่อยากเลือก Hashtag ให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “custom tags” ได้ ซึ่งเราสามารถสร้าง Hashtag ขึ้นมา โดยอาจนำ Hashtag ที่จัดหมวดหมู่โดย Top tags มาดัดแปลง และเมื่อต้องการใช้ก็เพียงไปคัดลอกแล้วนำมาวางในโพสต์ของเราได้เลย แถมเรายังสามารถเข้าไปแก้ไขได้เรื่อยๆ ด้วย

ฟีเจอร์ถัดมา ที่มีประโยชน์สุดๆ ก็คือ “Tag Mixer” เป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถผสม Hashtag จากคีย์เวิร์ดหลายๆ อัน เช่น เราอยากใส่ Hashtag เกี่ยวกับเพื่อน เราก็ก็เลือก Friend และเราอยากใส่ Hashtag ที่เกี่ยวกับทะเลลงไปด้วย เราก็กดบวก beach ทีนี้แอปก็จะรวม Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เราต้องการลงไปแบบอัติโนมัติ

สำหรับฟีเจอร์สุดท้ายที่แอปนี้ทำได้ก็คือ การทำ bio ด้วยตัวอักษรเก๋ๆ ที่เค้าฮิตกันนั่นเอง วิธีใช้เจ้าฟีเจอร์ “Bio Editor” ก็ง่ายมาก เพียงแค่กด Add font แล้วเลือกแบบอักษรที่เราต้องการได้เลย และสามารถใส่ Hashtag ลงไปได้ด้วย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง แบไต๋ก็หวังว่าแอป Top Tags จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่หลงใหลการใช้ Instagram และ Twitter นะคะ ส่วนใครลองใช้แล้วได้ผลเป็นยังไง อย่าลืมเล่าฟีดแบคให้ฟังบ้างล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ขยับได้ด้วยแอป “Pixaloop”

Published

on

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นรูปถ่ายอนิเมชั่น ที่มีท้องฟ้าสวยๆ เคลื่อนไหวได้ของเหล่าเน็ตไอดอลในช่วงนี้ และอาจกำลังสงสัยว่าแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ให้เคลื่อนไหวอย่างนั้นได้อย่างไรกัน.. แบไต๋เลยอาสาไปหาวิธีแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านกัน

View this post on Instagram

สดใส🌤☀️🌥

A post shared by NATASCHA OFFICIAL (นาทัชชา) (@natascha_thai_germany) on

เครดิตจาก natascha_thai_germany

สำหรับแอปที่ใช้แต่งรูปท้องฟ้าและทำให้รูปเคลื่อนไหวได้ก็ใช้งานไม่ยากเลย นั่นก็คือแอป “Pixaloop” นั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง

หลังจากเปิดแอปมาแล้ว ให้เลือก “New Project” จากนั้นก็กดเลือกภาพที่เราต้องการแต่งท้องฟ้าได้เลย ซึ่งมีข้อแนะนำว่าเราควรเลือกรูปที่มีท้องฟ้า เพราะหากไม่มีท้องฟ้าในภาพเดิมจะไม่สามารถตกแต่งได้

จากนั้นจึงเลือกเมนู “Sky” และเลือกรูปท้องฟ้าที่เราต้องการได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบบที่เราสามารถเลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

เมื่อเลือกท้องฟ้ามาได้แล้ว ก็ได้เวลาตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีเมนูแตกย่อยต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ปรับความเข้ม-อ่อนของท้องฟ้า ปรับระดับเส้นขอบฟ้า เป็นต้น


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฉากท้องฟ้าสวยๆ ที่ขยับได้มาในภาพเราแล้ว และหากใครต้องการตกแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูป หรือการขยับรูปภาพไปยังทิศทางต่างๆ ก็สามารถทำได้

นอกจากแอป Pixaloop จะเสกภาพท้องฟ้าสวยๆ ให้กับรูปภาพเราแล้ว ยังสามารถทำภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจากการกดเมนู ”Animate” จากนั้นจัดการปักหมุด เพื่อสร้างขอบเขตว่าส่วนไหนที่เราต้องการให้ภาพอยู่นิ่งไม่ขยับ

จากนั้นก็ใช้ ”Path”ในการสร้างทิศทางการขยับของวัตถุนั้นๆโดยการใช้มือลากไปยังทิศทางที่เราต้องการให้ขยับ

หากต้องการปรับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้ไปที่ “speed”

หากภาพยังไม่เนียนหรือเรียบร้อยสบายตา สามารถเก็บรายละเอียดด้วย “Freeze” ได้อีกครั้ง โดยการจิ้มและลากทับบริเวณที่เราต้องการให้หยุดนิ่ง

หากต้องการบันทึกภาพ เพียงกดเครื่องหมายขวาบนของแอป จากนั้นสามารถกำหนดเวลาของภาพได้ ว่าเราต้องการกี่วินาทีด้วย “Duration” เสร็จแล้วภาพก็จะออกมามีมิติแบบนี้

ดาวน์โหลด

ใครจะรู้ว่าภาพสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมยังมีเวอร์ชั่น Pro ที่มีลูกเล่นอีกหลากหลายและใช้งานได้ดีอีกด้วย ใครสนใจก็ไปโหลดมาลองเล่นกันได้แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์ฟ้าสวย น้ำใสค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!