Connect with us

Whoscall

Free
8.8

ความสามารถ

9.5/10

ความง่ายในการใช้

8.0/10

ประสิทธิภาพการทำงาน

7.5/10

ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน

10.0/10

จุดเด่น

  • ระบุข้อมูลผู้โทรเข้าแม้ไม่เคยบันทึกไว้
  • ใช้ได้ทั้ง Android, iOS, Windows Phone
  • บล็อกสายที่ไม่ต้องการได้

จุดสังเกต

  • Android รุ่นใหม่ๆ ไม่สามารถบล็อก SMS/MMS ได้แล้ว
  • ปัจจุบันแอปของ iOS ยังไม่สามารถแสดงข้อมูลตอนเรียกเข้าได้
  • มีปัญหากับสมาร์ทโฟน 2 ซิมบางรุ่น
  • การระบุค่ายมือถือ ยังผิดพลาดอยู่บ้างหากเป็นเบอร์ที่ย้ายค่ายมา

ยุคนี้ผู้ใช้โทรศัพท์อย่างเราทุกคนต้องเคยเจอกับเบอร์แปลกๆ ที่โทรมาขายสินค้าหรือบริการกับเรานะครับ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วผมว่าพวกเราก็ไม่ได้เกลียด Telesales ไปซะทั้งหมด บางทีเราก็ได้สินค้าดีๆ จากการเสนอขายทางโทรศัพท์เหมือนกัน เพียงแต่บางช่วงเวลาที่เรารอโทรศัพท์สำคัญ หรือช่วงเวลาที่เรายุ่งๆ เราก็ไม่อยากรับสายของคนที่ไม่ต้องการ ซึ่งสำหรับเบอร์ที่เราไม่รู้จักแล้ว เราจะไม่รับก็ไม่ได้

Whoscall เป็นแอปสัญชาติไต้หวันโดยบริษัท Gogolook ที่ขันอาสาเข้ามาจัดการเรื่องนี้ โดย Whoscall นั้นมีฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ทั่วโลกกว่า 700 ล้านเลขหมาย และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการใช้งานของผู้ใช้ ซึ่งจากฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ขนาดใหญ่ของ Whoscall นี้เองทำให้ระบบสามารถตรวจสอบหมายเลขโทรเข้า และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบก่อนที่จะรับสายว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของใคร แม้ว่าจะไม่เคยบันทึกไว้ในสมุดโทรศัพท์ของเครื่อง

รู้ได้เลยว่าใครโทรมา ความสามารถสุดเจ๋งของ Whoscall

เมื่อมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา Whoscall บอกคุณได้ทันที

Whoscall นั้นรองรับการทำงานทั้งบน Android, iOS และ Windows Phone! (น้ำตาจะไหล) ซึ่งสำหรับ Android และ Windows Phone จะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกันคือเมื่อลงแอปเรียบร้อย ครั้งต่อไปเมื่อมีสายที่ไม่รู้จักโทรเข้า ระหว่างที่โทรศัพท์ดังก็จะมีข้อมูลจาก Whoscall แสดงขึ้น จะเป็นบริษัทห้างร้าน หรือเบอร์ขายประกัน ขายบัตรเครดิต ก็จะปรากฏขึ้นพร้อมให้เราตัดสินใจทันทีว่าจะรับสายหรือบล็อกสายทิ้งไปเลย พูดง่ายๆ ว่าลงทิ้งไว้ครั้งเดียว ก็ใช้ได้ตลอดไป ไม่ต้องเปิดแอปมาตั้งค่าอะไรด้วยซ้ำ

ความเร็วในการแสดงข้อมูลนี้จะแตกต่างกันตามข้อมูลที่อยู่ในแอปครับ ถ้าเป็นเบอร์หลักๆ ที่มีในฐานข้อมูลของแอปอยู่แล้วก็จะแสดงรายละเอียดให้เห็นทันที แต่ถ้าอยู่นอกเหนือฐานข้อมูลหลัก แอป Whoscall ก็จะไปค้นอินเทอร์เน็ตมาให้ว่าเบอร์ที่โทรมานี้คือใคร เคยทำอะไรมาก่อน เช่นเคยโพสต์ขายสินค้าก็จะเห็นรายละเอียดการขายสินค้าในหน้าเรียกเข้าด้วย ซึ่งกระบวนการหาข้อมูลใช้เวลาแค่อึดใจเราก็ได้ข้อมูลแล้วครับ

การทำงานของ Whoscall สำหรับ iOS 8

แต่ในส่วนของ iOS นั้น Apple ควบคุมการใช้อย่างอย่างเข้มงวด แอป Whoscall ในเวอร์ชั่น 1.2 ที่รีวิวในครั้งนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงหน้าเรียกเข้าของโทรศัพท์ได้ จึงยังไม่สามารถแสดงข้อมูลผู้ติดต่อจากระบบของ Whoscall ได้โดยตรงเวลามีโทรศัพท์เข้า แต่สำหรับผู้ใช้ iOS 8 Whoscall ก็มีวิธีให้จัดการเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่ม Widget ของ Whoscall เข้าไปใน Notification Center แล้วเมื่อมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาแต่รับสายไม่ทัน ก็อปเบอร์โทรศัพท์นั้นแล้วลาก Notification Center ลงมาดูได้เลยว่าเบอร์ของใคร

และแน่นอนว่าผู้ใช้ก็สามารถรายงานเบอร์ใหม่ๆ เข้าไปในระบบได้เช่นกันว่าเบอร์ที่เราได้รับนี้เป็นเบอร์ของบริษัทอะไร ธุรกิจอะไร หรือเป็นเบอร์สแปม โทรมาหลอกลวง ซึ่ง Whoscall ก็จะเก็บข้อมูลนี้นำไปประมวลผล เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ต่อไป ยิ่งมีคนใช้เยอะ คนรายงานมากๆ Whoscall ก็จะยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ แหละครับ

ความสามารถในการจัดการเบอร์โทรศัพท์

ตั้งค่าบล็อกหมายเลขโทรเข้า

นอกเหนือจากการรายงานข้อมูลของเบอร์โทรศัพท์ต่างๆ ได้แล้ว Whoscall ในรุ่น Android ยังสามารถบล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่เราไม่ต้องการให้กวนใจเราได้อีกด้วย โดยการบล็อกของ Whoscall นั้นไม่ได้บล็อกทีละเบอร์เดี่ยวๆ เหมือนอย่างที่โทรศัพท์ทั่วไปทำได้ แต่สามารถตั้งกฏการบล็อกเบอร์ได้เลย เช่นตั้งไม่รับสาย Private number หรือเบอร์ส่วนตัวที่ไม่แสดงหมายเลข, ตั้งไม่รับสายเบอร์จากต่างประเทศ หรือจะตั้งไม่รับสายเบอร์ที่ไม่อยู่ใน Contacts เลยก็ได้

แต่น่าเสียดายว่าใน Android 4.4 ขึ้นไป Whoscall ไม่สามารถบล็อก SMS/MMS จากเบอร์ที่ระบุได้อีกแล้ว เพราะข้อจำกัดใน Android รุ่นใหม่ๆ ที่ Google ต้องการให้แอปภายนอกเข้ามายุ่งกับระบบน้อยลง ก็คงเหลือไว้แต่แทนบล็อกสายเรียกเข้าเท่านั้น

นอกจากนี้ Whoscall ยังสามารถระบุค่ายโทรศัพท์มือถือของเบอร์นั้นๆ ได้อีกด้วย โดยในเวอร์ชั่น Android สามารถนำเข้า Contacts ทั้งหมดที่มีในเครื่อง เพื่อค้นหาได้เลยว่าเบอร์ที่เรามีนั้นเป็นค่ายอะไรบ้าง แต่ในส่วน iOS จะระบุทีละเบอร์ เวลาสั่งค้นหาเท่านั้น

Whoscall แอปที่ผู้ใช้โทรศัพท์ทุกคนควรมี

Whoscall เหมือนเป็นแอปที่หายไปของโทรศัพท์นะครับ ซึ่งความจริงในยุคสมัยที่มีอินเทอร์เน็ตไร้สายอย่างนี้ มันก็ควรจะเช็คเบอร์โทรเข้าจากอินเทอร์เน็ตกันได้แบบ Whoscall จะได้หมดปัญหาหงุดหงิดเวลาต้องรับสายที่ไม่อยากจะรับครับ และแน่นอนว่า Whoscall ดาวน์โหลดฟรีทั้ง Android, iOS และ Windows Phone! ครับ

ปล. เราสามารถเอาเบอร์โทรศัพท์เข้าไปค้นในระบบของ Whoscall ผ่านเว็บได้ด้วยนะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น