Connect with us

Computer Review

รีวิว Dell XPS 15 โน้ตบุ๊กระดับ Workstation เพื่องานมือโปร

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊กระดับโปร ที่เหล่านักออกแบบ หรือคนที่ทำงานหนักๆ เลือกใช้กัน เรามักจะคิดถึง MacBook Pro กันเป็นตัวเลือกแรกใช่ไหมครับ แต่ในฝากฝั่ง PC เราก็มีโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับงานมืออาชีพอยู่ไม่น้อย อย่าง Dell ในตระกูล XPS เราจึงขอรีวิวพี่ใหญ่อย่าง Dell XPS 15 ให้ได้รู้จักกันครับ

ผู้ชม 11,968 ครั้ง!

Dell XPS 15

฿94,990
8.6

คุณภาพการผลิตตัวเครื่อง

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

10.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0/10

ความสะดวกในการพกพา

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

จุดเด่น

  • สีสัน ความสดใส ความละเอียดของจอคือดีงาม เป็นจอโน้ตบุ๊กที่สวยที่สุดรุ่นหนึ่งตั้งแต่ใช้มา
  • ประสิทธิภาพเครื่องดี ทำงานโปรดักชั่นได้สบายๆ
  • เป็นเครื่องขนาดจอ 15 นิ้วที่เบาพอตัว พกพาสะดวก
  • คีย์บอร์ดออกแบบมาดี คนทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องทำความคุ้นเคย
  • มีพอร์ตรอบเครื่องมากมาย เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สะดวก

จุดสังเกต

  • Trackpad ติด Doubletap ง่ายเกินไป ทำให้กลายเป็นการลากอยู่เรื่อย สุดท้ายจึงต้องปิดฟังก์ชั่น Doubletap ไป
  • ขอบจอบางจนต้องระวังเวลาปรับจอ อาจจะไปโดนอะไรในหน้าจอสัมผัส
  • จอละเอียดมาก จนมีปัญหากับเกมบางตัว หรือโปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่รองรับจอความละเอียดสูง เมนูจะเล็กไปหมดเลย
  • แบตเตอรี่ไม่ทนมากนัก อยู่ได้ราวๆ 5 ชั่วโมง
  • ราคาสูง

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊กระดับโปร ที่เหล่านักออกแบบหลายท่าน หรือคนที่ทำงานหนักๆ เลือกใช้กัน เรามักจะคิดถึง MacBook Pro กันเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เลยใช่ไหมครับ แต่ในฝั่งของ PC เราก็มีโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับงานมืออาชีพอยู่ไม่น้อย อย่าง Dell ในตระกูล XPS เราจึงขอรีวิวพี่ใหญ่อย่าง Dell XPS 15 ให้ได้รู้จักกันครับ

ดีไซน์เรียบง่าย อย่างที่มืออาชีพต้องการ

เมื่อนึกถึงข้าวของที่มืออาชีพใช้ เราจะคิดถึงภาพภาพลักษณ์ของมันยังไงครับ ภาพในใจแอดคือออกแบบอย่าง minimalist ดีไซน์ไม่หวือหวาแต่ดูดี ดูพรีเมี่ยม เรียบง่าย แถมยังเน้นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในความเรียบนั้นอีกด้วย ซึ่ง Dell XPS 15 9550 ก็ออกแบบมาอย่างภาพที่แอดคิดไว้เลย

  • ฝาหลังเป็นสีเทาเข้ม มีโลโก้ของ Dell ปรากฎอยู่ตรงกลาง
  • หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว แต่ขอบจอบางเฉียบ ให้เห็นได้เต็มตา ใช้กระจก Gorilla Glass NBT การันตีจอแข็งแรง ไม่เป็นรอย
  • โครงสร้างเครื่องทำจากอลูมิเนียม ส่วนบริเวณคีย์บอร์ดทำจาก Carbon Fiber ทำให้รู้สึกนุ่มนวลเวลาวางข้อมือ แต่คงความแข็งแรงไว้อีกด้วย
  • คีย์บอร์ดแบบ Chiclet แป้นอยู่ห่างจากกัน พิมพ์ง่ายไม่กดติดหลายปุ่ม พร้อมไฟ backlit
  • Trackpad ขนาดใหญ่ใช้งานง่าย
  • น้ำหนักราว 2 กก. ถือว่าเบามากสำหรับโน้ตบุ๊กขนาด 15.6 นิ้ว

ตำแหน่งของกล้อง Webcam ด้านใต้จอ

จุดสังเกตของดีไซน์โน้ตบุ๊กรุ่นหลังๆ ของ Dell คือมีขอบจอบางทั้งด้านบน และด้านข้างนะครับ กล้อง Webcam จึงต้องย้ายไปอยู่บริเวณด้านล่างของจอ (ซึ่ง Dell Inspiron 14 7460 ที่แบไต๋เคยรีวิวไปก็มีการวางกล้อง Webcam แบบนี้) แน่นอนว่าทำให้มุมภาพเวลาใช้กล้อง Webcam จะเป็นมุมเสย แถมยังติดภาพมือที่กดคีย์บอร์ดไปด้วย ซึ่งก็เป็นจุดสังเกตสำหรับคนที่ใช้ Webcam เยอะๆ นะครับ

มุมภาพที่ได้จากกล้อง Webcam ของ Dell XPS 15

แต่ข้อดีของการวาง Webcam แบบนี้คือจะทำให้จอยกตัวสูงขึ้นจากพื้นได้ประมาณ 4 ซม. ทำให้เวลาใช้โน้ตบุ๊กไม่ต้องก้มคอลงไปมากเท่าโน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปนะครับ ใช้งานนานๆ ไม่เมื่อย ซึ่งสำหรับแอดที่ใช้งานจริงจังครั้งละหลายๆ ชั่วโมง ก็สนใจประเด็นนี้มากกว่าครับ (ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กที่แอดใช้อยู่ จะต้องหาอะไรมารองเครื่องให้จอยกสูงขึ้น แต่โน้ตบุ๊ก Dell จอมันอยู่สูงอยู่แล้ว ไม่ต้องรองเครื่องก็ได้ สบายตรงนี้)

จอภาพ ประเด็นสำคัญของมืออาชีพ

อย่างที่เรารู้กันตั้งแต่ต้นว่า Dell XPS 15 9550 นี้เป็นจอสัมผัสให้ความละเอียด 4K ขนาด 15.6 นิ้วนะครับ แต่รายละเอียดทางเทคนิคของจอนี้คือเป็นจอ IGZO-IPS ที่สามารถให้สีได้ครบ 100% ของขอบเขตสี Adobe RGB ครับ ซึ่งเป็นขอบเขตสีมาตรฐานในงานสายออกแบบ

รู้จักเทคโนโลยี IGZO
IGZO นั้นย่อมาจาก Indium gallium zinc oxide ครับ เป็นชื่อส่วนประกอบสารที่สร้างชิปคอมพิวเตอร์แทน Silicon ที่ใช้ในชิปปกติ ซึ่งพัฒนาสำเร็จโดย Hideo Hosono นักวัสดุศาสตร์ของญี่ปุ่น โดยจุดเด่นของ IGZO คือให้อัตราการไหลเวียนของอิเล็กทรอนสูงกว่าซิลิคอนแบบเดิมมาก ทำให้สร้างจอที่ประหยัดพลังงาน รวมถึงสร้างจอที่มีความละเอียดของภาพสูงขึ้นได้ แต่ไม่เกี่ยวกับคุณภาพสีสันของจอภาพครับ นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่ดีงามอีกอย่างของ Dell XPS 15 คือตัวซอฟต์แวร์ Dell PremierColor ที่อยู่ในตัวเครื่องครับ สามารถปรับ Color Gamut หรือปรับขอบเขตสีของจอให้เหมาะสมกับงานที่กำลังทำอยู่ได้ เช่น

  • งานตัดต่อภาพยนตร์ระดับฉายในโรง ต้องการขอบเขตสี DCI-P3 เพราะเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม
  • งานตัดต่อวิดีโอ HD ธรรมดา ใช้ขอบเขตสีที่แคบลงมาหน่อยคือ Rec. 709 ก็ปรับได้
  • การดูสีสันที่แบบที่คนทั่วไปเห็นจากจอในตลาดคือขอบเขตสี sRGB (อันนี้แทบจะแคบที่สุดแล้ว แต่ยังเหนือกว่า Rec. 601 ของวิดีโอยุคโบราณ)
  • งานตกแต่งภาพ ต้องใช้ขอบเขตสีแบบจัดเต็มของ Adobe RGB จอนี้ก็รองรับการแสดงผลแบบเต็มๆ

ไม่ว่าจะทำงาน หรือเทสการแสดงผล จอของ Dell ก็สามารถปรับจอให้เหมาะสมได้อีกด้วย

ความละเอียด 4K ของจอภาพที่ใช้ทำงานโปรดักชั่นได้ดีมาก

แต่ด้วยความละเอียด 4K – 3840 x 2160  pixel ของ Dell XPS 15 ก็ทำให้มีปัญหาในการใช้งานอยู่บ้างนะครับ สำหรับคนที่ยังใช้โปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่รองรับโหมดความละเอียดสูง (High DPI) หน้าอินเทอร์เฟซอาจจะเพี้ยนๆ หรือให้ขนาดเล็กมาก ก็ต้องใช้การปรับซูมจากตัว Windows 10 ช่วยเอา แล้วก็การเล่นเกมบางเกมก็มีปัญหาเช่นกันครับ แต่ก็ถือว่ายังสามารถปรับแก้ไขได้ไม่ยากครับ

ประสิทธิภาพเครื่อง

Dell XPS 15 ตัวที่เราได้มาทดสอบนี้ไม่ใช่รุ่นล่าสุดที่ใช้ Intel Core i รหัส Kaby Lake นะครับ ยังเป็นตระกูล Skylake อยู่ โดยมีสเปกคร่าวๆ ดังนี้

  • Intel Core i7-6700HQ
  • RAM: 16 GB
  • SSD: 512 GB
  • Graphic: Intel HD 530 + Nvidia GeForce GTX 960M

ผลการทดสอบ PCmark 8

ซึ่งเมื่อทดสอบกับโปรแกรม PCmark8 ในโหมด Creative Accelerated เพื่อทดสอบการทำงานในเชิงครีเอทีฟ อย่างเช่นการตกแต่งภาพ หรือตัดต่อวิดีโอ ก็ได้คะแนน 4395 คะแนน ถือว่าได้คะแนนดีสมกับสเปกครับ คะแนนระดับนี้ใช้ทำงานตัดต่อใหญ่ๆ ได้สบายๆ

ทดสอบกับ 3Dmark – Time Spy

สำหรับชุดทดสอบ Time Spy นั้นเป็นชุดทดสอบสูงสุดของ 3Dmark ตอนนี้ครับ วัดประสิทธิภาพของเครื่องที่รองรับ DirectX 12 เป็นหลัก ซึ่ง Dell XPS 15 ทำคะแนนไปได้ 1198 ก็ถือเป็นคะแนนที่ไม่สูงนัก คืออาจจะเล่นเกมใหม่ล่าสุด ปรับคุณภาพภาพสูงๆ ไม่ได้ (ยิ่งจอเป็น 4K ด้วยแล้ว ยิ่งกินแรงเครื่องเยอะเลย ถ้าปรับความละเอียดสูงสุด) แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเครื่องออกมาแบบสำหรับงานโปรดักชั่นเป็นหลักนะครับ ใช้เล่นเกมได้ดีพอสมควร แต่คงไปสู้กับ Gaming Notebook ไม่ได้

ทดสอบความเร็วฮาร์ดดิสก์ด้วย CrystalDiskMark

สำหรับความเร็วของไดร์ฟ SSD ในเครื่อง ถือว่าเร็วมากครับ ข้อมูลจาก CrystalDiskMark อ่านได้ดังนี้

  • Seq Q32T1 คือเขียนข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128 KB ทำงานพร้อมกันหลายหน่วยประมวลผล ก็ทำความเร็วในการอ่านได้ 1.6 GB/s และเขียน 586 MB/s
  • 4K Q32T1 เขียนข้อมูลชุดละ 4 KB แบบสุ่มไปทั่วทั้งดิสก์ โดยทำงานพร้อมกันหลายหน่วยประมวลผล อันนี้ความเร็วจะต่ำลงหน่อย เพราะไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ยังเร็วมากอยู่ดี โดยอ่านได้ 489 MB/s และเขียนได้ 445 MB/s
  • Seq เขียนข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1 MB ทำงานแค่หน่วยประมวลผลเดียว อ่านได้ 1064 MB/s และเขียนได้ 587 MB/s
  • 4K เขียนข้อมูลชุดละ 4 KB แบบสุ่มไปทั่วทั้งดิสก์ ทำงานแค่หน่วยประมวลผลเดียว ซึ่งทำงานยากที่สุด อ่านได้ 24 MB/s และเขียนได้ 113 MB/s

ถ้าอยากรู้ว่ามันเร็วกว่าเครื่องทั่วไปที่ใช้ฮาร์ดดิกส์ขนาดไหน ลองโหลดตัว CrystalDiskMark ไปทดสอบกับเครื่องตัวเองกันได้ครับ ถ้าเครื่องใช้ฮาร์ดดิสก์จานหมุน มันจะช้ากว่านี้มาก ซึ่งความเร็วของไดร์ฟหลักนี่ถือว่าสำคัญมากนะครับ จะเปิดเครื่องเร็ว เปิดโปรแกรมเร็ว อยู่ที่ความเร็วนี้เป็นหลักเลย ความเร็วของ CPU ยังไม่สำคัญเท่านี้เลย

พอร์ตรอบเครื่อง

เนื่องจากว่า Dell XPS 15 เป็นโน้ตบุ๊กระดับ Workstation จึงต้องมีพอร์ตรอบเครื่องเยอะเป็นธรรมดา เพื่อให้มือโปรทำงานได้ง่ายครับ (ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่ขยันตัดพอร์ตเหลือเกิน)

พอร์ตด้านขวาของเครื่อง

  1. ช่องอ่าน SD Card
  2. พอร์ต USB 3.0 พร้อม PowerShare
  3. ปุ่มกดเพื่อดูปริมาณแบตเตอรี่ในเครื่อง
  4. ช่องสายล็อก Kensington

พอร์ตด้านซ้ายของเครื่อง

  1. ช่องต่อสายไฟ (แบบหัวกลม)
  2. พอร์ต USB 3.0 พร้อม PowerShare
  3. พอร์ต HDMI
  4. พอร์ต ThunderBolt 3.0 ที่สามารถใช้เป็นพอร์ต USB-C 3.1 Gen 2 (ความเร็ว 10 Gbps) ได้ รองรับการชาร์จไฟ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ USB-C
  5. ช่องเสียบหูฟัง

สรุป Dell XPS 15 โน้ตบุ๊กสำหรับงานครีเอทีฟและโปรดักชั่น

Dell XPS 15 ถือว่าให้มาครบเครื่องสำหรับงานโปรดักชั่นนะครับ ทั้งจอสัมผัสที่สีสันดีเยี่ยมและให้ความละเอียดมาก รวมถึงเรื่องประสิทธิภาพของเครื่อง และการออกแบบที่ใส่ใจสำหรับคนทำงานด้านนี้ อีกเรื่องที่ไม่ได้พูดถึงไปคือเสียงที่ออกจากตัวเครื่อง ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับของโน้ตบุ๊กนะครับ ตัวลำโพงอยู่ใต้เครื่อง ให้เสียงสะท้อนพื้นโต๊ะขึ้นมา ก็ดีในระดับที่ฟังลื่นหูอยู่

แต่ประเด็นที่สำคัญ ในเมื่อจัดจอสเปกเทพมาขนาดนี้ ประสิทธิภาพเครื่องก็ไม่ใช้เล่นๆ SSD ความจุ 512 GB ด้วย ราคาจึงกระโดดไปอยู่ที่ 94,990 บาท ซึ่งก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อสำหรับเทคโนโลยีของเครื่องครับ แถมยังได้ประกันยาวนาน 3 ปีแบบ Premium Support เรียกช่างไปบริการเปลี่ยนซ่อมอุปกรณ์ได้ถึงที่ และสามารถโทรศัพท์คุยกับฝ่ายบริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

แต่ถ้าต้องการตัวเลือกที่ประหยัดกว่านี้ ก็ยังมี Dell XPS รุ่นอื่นๆ เช่น XPS 13 ที่มีราคาต่ำกว่านี้ให้เลือกอยู่นะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Computer Review

รีวิว Dell S2418H จอราคาคุ้มๆ ที่คู่ควรทั้งการงานและเล่นเกม!

รีวิวที่เขียนขึ้นจากใจพ่อบ้านที่อยากได้จอมาเล่นเกม ดูหนัง ในขณะที่แฟนยึดจอทีวีไป!

Published

on

Dell XPS 15

฿94,990
8.6

คุณภาพการผลิตตัวเครื่อง

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

10.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0/10

ความสะดวกในการพกพา

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

จุดเด่น

  • สีสัน ความสดใส ความละเอียดของจอคือดีงาม เป็นจอโน้ตบุ๊กที่สวยที่สุดรุ่นหนึ่งตั้งแต่ใช้มา
  • ประสิทธิภาพเครื่องดี ทำงานโปรดักชั่นได้สบายๆ
  • เป็นเครื่องขนาดจอ 15 นิ้วที่เบาพอตัว พกพาสะดวก
  • คีย์บอร์ดออกแบบมาดี คนทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องทำความคุ้นเคย
  • มีพอร์ตรอบเครื่องมากมาย เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สะดวก

จุดสังเกต

  • Trackpad ติด Doubletap ง่ายเกินไป ทำให้กลายเป็นการลากอยู่เรื่อย สุดท้ายจึงต้องปิดฟังก์ชั่น Doubletap ไป
  • ขอบจอบางจนต้องระวังเวลาปรับจอ อาจจะไปโดนอะไรในหน้าจอสัมผัส
  • จอละเอียดมาก จนมีปัญหากับเกมบางตัว หรือโปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่รองรับจอความละเอียดสูง เมนูจะเล็กไปหมดเลย
  • แบตเตอรี่ไม่ทนมากนัก อยู่ได้ราวๆ 5 ชั่วโมง
  • ราคาสูง

แม้ว่ายุคนี้เราจะใช้โน้ตบุ๊กกันเป็นหลัก แต่ความสำคัญของจอมอนิเตอร์แบบตั้งโต๊ะก็ไม่ได้ลดลงไปเลยนะครับ ผู้ใช้ก็ยังหาซื้อจอมอนิเตอร์สำหรับใช้ร่วมกับโน้ตบุ๊ก เพราะการทำงานแบบ 2 จอที่มีจอใหญ่ประกบนั้นช่วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมาก จอหนึ่งเปิดข้อมูล ส่วนอีกจอใช้ทำงาน งานจะเสร็จไวมาก

แล้วยุคนี้จอมอนิเตอร์ยังเจาะกลุ่มพ่อบ้านหัวใจเกมเมอร์ด้วย เมื่อทีวีเครื่องใหญ่ถูกยึด (ด้วยซีรี่ส์หรือแม่การะเกด) หรือคนในบ้านนอนไปหมดแล้ว พ่อบ้านต้องนั่งเล่นเกมเงียบๆ คนเดียว ก็ต้องอาศัยจอมอนิเตอร์ขนาดกำลังเหมาะเป็นเพื่อนคู่ใจแหละครับ ซึ่ง Dell ก็มีจอราคาคุ้มๆ ที่มีความสามารถครบถ้วนอยู่พอดี คือ Dell S2418H ที่เราจะรีวิวในครั้งนี้ไงครับ (วิญญาณนักรีวิวหัวใจพ่อบ้านลุกโชนนน)

รูปลักษณ์ของ Dell S2418H ขอบบางและมีเอกลักษณ์

  • ขอบจอบาง ทำให้เอาจอมาวางเรียงต่อกันได้เลย ใช้แล้วแทบไม่รู้สึกว่าจอมีขอบ
  • ลำโพงด้านหน้าดีไซน์น่าสนใจ ทำให้จอเด่นมีเอกลักษณ์
  • ตัวลำโพงหลุดจากขาตั้งง่ายไปหน่อย

Dell S2418H มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่ 2 อย่างครับ เห็นไกลๆ ก็พอเดาได้เลยว่าเป็นเดลล์ตระกูลนี้แหละ คือขอบจอบางมากแบบ InfinityEdge ด้านบน-ซ้าย-ขวาหนาประมาณ 0.4 cm เท่านั้นเอง เหมาะมากสำหรับงานที่จะเอาจอมาเรียงต่อกันครับ ก็จะเห็นรอยต่อแค่นิดเดียว แล้วแม้จะใช้แค่จอเดียวไม่ได้วางพร้อมกันหลายๆ จอ ด้วยขอบจอที่บางก็ทำให้รู้สึกว่าดีไซน์ด้านหน้านั้นดูดี เห็นภาพเต็มตาแบบไม่รู้สึกถึงขอบจอครับ

ขอบจอ Dell S2418H บางมว๊าก

อีกเรื่องหนึ่งที่เด่นมากคือที่ขาตั้งจอนั้นเป็นที่อยู่ของลำโพงที่วางหงายหน้าขึ้นมาครับ มองดูด้านหน้าอาจจะเห็นว่ามันมีลำโพงเดียว แต่ภายในนั้นบรรจุลำโพงย่อยขนาด 12W ไว้ 2 ตัวก็ให้เสียงสเตอริโอได้ดีพอสมควรเลย แต่ลำโพงตัวนี้ไม่ได้ติดล็อกไปกับขาตั้งจอนะ ใครไม่ได้ใช้ก็สามารถถอดออกได้ ซึ่งเราว่าตัวลำโพงกับขาตั้งจอมันหลุดจากกันง่ายไปหน่อย เพราะมันวางทับลงไปเฉยๆ ไม่มีตัวล็อกเลย เวลาเคลื่อนย้ายจอก็ต้องระวังลำโพงหลุดตกสักหน่อยนะครับ

ส่วนขาตั้งของ Dell S2418H นั้นสามารถปรับเอียงจอให้เงยหน้าหรือก้มลงได้อย่างเดียวครับ ไม่สามารถปรับระดับความสูงหรือบิดซ้าย-ขวาได้ และร่องตรงกลางของจอนั้นเอาไว้รอยสายครับ ให้สายผ่านช่องกลางอย่างเดียวจะได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

และด้านหลังของจอ ถ้าว่ากันตามความรู้สึกส่วนตัว มันไม่สวยเท่าด้านหน้าครับ เป็นพลาสติกสีดำเงาแล้วก็โลโก้ Dell กลมๆ อยู่ตรงกลาง ก็ธรรมดาดูจืดๆ หน่อยนะ

Dell S2418H ให้พอร์ตเชื่อมต่อสำคัญมาครบ

อีกหนึ่งเรื่องที่เราชอบจอรุ่นนี้มากคือพอร์ตเชื่อมต่อครับ ให้มาแบบเกือบครบทุกความต้องการจริงๆ คือ

พอร์ตเชื่อมต่อของ Dell S2418H คือ HDMI, VGA, Audio In, Audio Out

  • HDMI 2.0 จำนวน 1 พอร์ต
  • VGA (พอร์ต 15 ขาสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าหน่อย) 1 พอร์ต
  • ช่องรับสัญญาณเสียงเข้า 3.5 mm เพื่อนำมาเล่นกับลำโพงของจอ (Audio-in)
  • ช่องเสียบหูฟังหรือลำโพงภายนอกแบบ 3.5 mm
  • พอร์ต mini DIN สำหรับเสียบลำโพงที่มาพร้อมจอ
  • ช่องเสียบไฟฟ้าจากอแดปเตอร์

ซึ่งพอร์ตที่ขาดไปก็ Display Port ที่เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นะ แล้วเราก็อยากให้ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านหน้าให้เสียบง่ายๆ หน่อยนะ

การกินไฟของ Dell S2418H

ตามสเปกแล้ว อัตราการกินไฟของ Dell S2418H จะอยู่ที่ 26 W เมื่อทำงานปกติ และกินไฟสูงสุด 45 W เมื่อใช้โหมด Dynamic Contrast เร่งแสงจอสูงสุดครับ แล้วเมื่อจออยู่ในโหมด Stand-by (ไฟกระพริบ) กินไฟ 0.5 W เมื่อปิดจอ (ไม่มีไฟกระพริบ) กินไฟ 0.3 W

แต่การทดสอบกับเครื่องวัดจริงๆ ก็พบว่าต่ำกว่านั้นนะ สูงสุดที่วัดได้ไม่ถึง 20 W เลย

ว่าด้วยคุณภาพภาพของ Dell S2418H

  • รองรับ Dell HDR สามารถแสดงภาพจากสัญญาณ HDR ได้ดีระดับหนึ่ง
  • โหมดภาพหลากหลาย ตอบสนองงานทุกกลุ่ม มีโหมด Dynamic Contrast ที่ให้ Contrast สูงเป็นพิเศษ
  • โหมด Movie ให้ภาพอมฟ้า ซึ่งไม่ชอบเลย โหมด Movie มันต้องให้ภาพอุ่นๆ สิ!

สเปกของหน้าจอ Dell S2418H นั้นมีดังนี้ครับ

  • จอกระจกเคลือบกันแสงสะท้อนขนาดหน้าจอ 23.8 นิ้ว
  • หน้าจอ LED IPS ที่ให้มุมมองภาพกว้าง 178 องศา
  • ให้ความละเอียดสูงสุด 1920 x 1080 pixel ที่ 60 Hz
  • Response Time 8 ms ในโหมดปกติ และ 6 ms ในโหมด Fast
  • รองรับ AMD Free Sync
  • ความสว่าง 250 cd/m2 หรือ 250 nits
  • Contrast Ratio: 1,000:1 และสามารถเร่งได้ถึง 8,000,000:1 ในโหมด Dynamic Contrast
  • รองรับขอบเขตสี 99% ของ sRGB
  • น้ำหนักรวมลำโพง 4.21 kg

จากสเปกจะเห็นว่า Dell S2418H นั้นเป็นจอระดับกลางนะครับ ขอบเขตสี 99% ของ sRGB กับความสว่าง 250 cd/m2 ก็ดีพอสำหรับการใช้งานในบ้าน ใช้เล่นเกม และใช้งานในสำนักงานทั่วไป แต่คนทำงานด้านกราฟิกหรืองานวิดีโอที่จริงจังเรื่องสี อาจจะต้องมองจอในตระกูล Dell UltraSharp ที่เน้นงานด้านนี้แทน

Dell S2418H รองรับ HDR ด้วย

หน้าจอแจ้งสถานะของเครื่อง PlayStation 4 Pro รายงานว่าจอ Dell S2418H ใช้ HDR ได้เต็มที่! (อย่าลืมเลือกโหมด Game HDR ก่อนนะ)

จุดเด่นของจอ Dell S2418H คือรองรับ HDR หรือ High Dynamic Range ด้วย ถือเป็นจอราคาไม่แรง ที่รองรับ HDR (แต่เป็นแค่ Dell HDR นะ ไม่ใช่รองรับ HDR10 เต็มขั้น) โดยจะรองรับใน 2 โหมดภาพคือ Movie HDR และ Game HDR เท่านั้น ถ้าเลือกโหมดภาพอื่นๆ อุปกรณ์ที่ต่อเข้ามา (เช่น PlayStation 4) จะมองไม่เห็นว่าจอนี้รองรับ HDR และไม่ส่งสัญญาณ HDR มาให้ครับ

(คลิกเพื่ออ่าน) รู้จักกับ Dell HDR
Dell HDR เป็นมาตรฐานที่เดลล์สร้างขึ้นเพื่อให้จอรุ่นกลางๆ ที่สเปกยังไม่สูงพอสำหรับมาตรฐาน HDR10 ก็สามารถแสดงผลภาพ HDR ได้ โดยใช้ฮาร์ดแวร์ภายในประมวลผลสัญญาณ HDR10 แล้วปรับให้เหมาะกับการแสดงผลบนจอ

มาตรฐานในอุดมคติของ HDR10 คือต้องการจอที่ให้ความสว่างราว 1000 nit แต่เอาเข้าจริงทีวีระดับกลางๆ ที่แสดง HDR ได้ก็ให้ความสว่างราว 400 nit เท่านั้น ซึ่งก็พอที่จะแสดงภาพแบบ HDR ได้ แต่สำหรับ Dell S2418H ที่มีความสว่างเพียง 250 nit และรองรับสีเพียง 16.7 ล้านสี ไม่ใช่จอที่สามารถแสดงสีระดับ 10 Bit ได้ ก็ต้องใช้กลไกพิเศษในการช่วยให้แสดงภาพแบบ HDR

(จริงๆ แล้วแผงหน้าจอของ Dell S2418H แสดงสีได้แค่ 6 Bits แต่ใช้เทคนิค High FRC หรือ High Frame rate control เข้าช่วย ทำให้แสดงสีระดับ 16.7 ล้านสีได้)

เราทดสอบการแสดงภาพ HDR บนจอ Dell S2418H กับเครื่อง PlayStation 4 Pro โดยทดลองเล่นเกม Horizon Zero Dawn ที่ถือว่ามีภาพ HDR สวยที่สุดเกมหนึ่งบน PS4 ผลที่ได้คือภาพจากโหมด Game HDR นั้นออกมาดูดีกว่าโหมด Game ธรรมดาครับ แม้ว่าจะไม่ได้ต่างกันมากมายแต่ก็พอแยกออกว่าในโหมด Game HDR มีความสว่างภาพสูงกว่า ให้รายละเอียดส่วนมืดกับส่วนสว่างมากกว่า

Dell S2418H รองรับสัญญาณภาพ 4K ด้วย

Dell S2418H สามารถรองรับสัญญาณภาพระดับ 4K ได้ด้วยนะครับ แต่เอามาแสดงผลในความละเอียดหน้าจอ 1080p นี่แหละ แต่เราทดสอบจากเกม Last of Us ก็พอเห็นได้ว่าถ้าสัญญาณภาพเข้าเป็น 4K ภาพจะเนียนขึ้นอีกหน่อย พวกขอบยักตรงซี่ลูกกรงต่างๆ จะลดลง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในจอรุ่นนี้ครับ

สรุปโหมดภาพของ Dell S2418H

  • Standard โหมดมาตรฐาน ใช้งานกับงานส่วนใหญ่ได้
  • ComfortView โหมดสบายตา ลดความสว่างและลดแสงสีฟ้าลง เหมาะสำหรับการทำงานเอกสาร หรือท่องเว็บนานๆ
  • Multimedia โหมดสำหรับงาน Multimedia สีสันคล้าย Standard แต่ติดฟ้ามากกว่า (ไม่น่าใจเหมือนกันว่าเดลล์ดีไซน์ไว้ใช้กับงานอะไร)
  • Movie โหมดสำหรับดูหนัง เปิด Dynamic Contrast ให้ Contrast สูงสุดที่จอทำได้ พร้อมเร่งแสงจอให้สว่างสุด แต่ดันปรับสีโทนเย็นมาให้ ซึ่งปกติดูหนังมันต้องปรับเป็นสีโทนอุ่นสิ! ผู้รีวิวเลยไม่ใช้โหมดนี้ดูหนัง
  • Movie HDR โหมดภาพรองรับ HDR ที่เหมาะกับการดูหนัง ถ้าเปิดใช้งานปกติจอจะมืดกว่าโหมด Movie ต้องต่อกับอุปกรณ์ที่ส่งภาพแบบ HDR เข้ามาจอถึงจะสว่าง แต่ภาพก็อมฟ้าอยู่ดีในโหมดนี้ ไม่ชอบเลย
  • Game โหมดสำหรับเล่นเกม เปิด Dynamic Contrast และเร่งแสงจอสว่างที่สุด ให้ภาพโทนอุ่นกว่าโหมด Movie แต่ไม่ได้ปรับ Response Time ให้นะ ถ้าใครรู้สึกว่าภาพในเกมติดเบลอ ให้ไปปรับในเมนูจาก Normal (8 ms) เป็น Fast (6 ms)
  • Game HDR โหมด HDR สำหรับเล่นเกม
  • Warm โหมดสีอุ่น สบายตา
  • Cool โหมดสีเย็น สำหรับคนที่ชอบ
  • Custom Color โหมดปรับสีด้วยตัวเอง

ซึ่ง Dynamic Contrast (8,000,000:1) ไม่สามารถเปิดเองในโหมดอื่นๆ ได้นะครับ ต้องเลือกใช้ในโหมด Movie หรือ Game เท่านั้น เมื่อเปิดแล้ว จอจะเร่งความสว่างสูงสุดเอง ไม่สามารถลดแสงจอได้ ถ้าต้องการลดแสงลงให้เข้าเมนูไปปิด Dynamic Contrast ซะ และ 2 โหมดนี้จะกินไฟสูงสุดครับ

คุณภาพเสียงของลำโพง Dell S2418H

  • เสียงดีเกินหน้าลำโพงที่มากับจอมอนิเตอร์ทั่วไป เพราะมีเทคโนโลยี MaxxAudio ช่วยปรับแต่งเสียง
  • สามารถเสียบสาย 3.5 mm เอาเสียงเข้าจอได้ หรือจะเสียบหูฟังหรือลำโพงออกจากจอก็ได้
  • เมื่อเสียบสาย 3.5 mm เพื่อฟังผ่านหูฟังหรือลำโพงนอก ลำโพงที่ขาตั้งจอจะยังทำงานอยู่ อย่าลืมกดลดระดับเสียงลำโพงล่ะ

ลำโพงด้านหน้าจอ Dell S2418H

เรามักติดภาพว่าลำโพงที่มากับจอมอนิเตอร์ก็เป็นแค่ลำโพงขำๆ ใช้จริงจังอะไรไม่ได้ มีไว้ให้รู้ว่าเสียงออกเท่านั้น แต่ลำโพง 12 W x 2 ที่อยู่ตรงขาตั้งของ Dell S2418H นั้นไม่ธรรมดานะครับ ใช้แทนลำโพงฟังเพลงขนาดย่อมๆ ได้เลยแหละ แถมด้านข้างลำโพงก็มีปุ่มเพิ่มลดเสียง ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มบนจอเพื่อปรับเสียงให้ลำบาก

ความลับของเสียงก้องกังวาลของลำโพงในจอ Dell S2418H คือเทคโนโลยีปรับแต่งเสียง MaxxAudio ที่อยู่ในตัวจอครับ ซึ่งจูนเสียงมาอย่างดีให้เหมาะสำหรับลำโพงตัวเล็กที่ขาตั้งนี้ ซึ่งถ้าลองปิด MaxxAudio ที่อยู่ในตัวจอไป จะรู้สึกทันทีว่าเสียงจากลำโพงนั้นแคบลง ทึบลง กลายเป็นเสียง Flat ทื่อๆ เราจึงแนะนำให้เปิดโหมดเสียง MaxxAudio ไว้ตลอดเวลาครับ

ถอดลำโพงออกจากจอได้แบบนี้เลย

Dell S2418H ยังสามารถรับเสียงเข้าได้จาก 2 แหล่ง คือเสียงที่ผ่านมาตามสาย HDMI ปกติ แล้วก็เสียงจากช่อง Audio In ครับ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะเอาเสียงแหล่งไหนออกลำโพง นอกจากนี้เรายังสามารถเสียบหูฟังหรือลำโพงให้เสียงออกจากจอผ่านช่อง 3.5 mm ก็ได้ เหมาะสำหรับใครที่เปิดหนังดูตอนกลางคืน เลยอยากฟังผ่านหูฟังไม่ให้กวนคนอื่น แต่เสียงจะออกผ่านลำโพงของจอและหูฟังพร้อมกันนะครับ ไม่ได้เสียบหูฟังแล้วลำโพงที่ขาตั้งจะหยุดทำงานไป ก็อย่าลืมลดระดับเสียงของลำโพงด้วยล่ะ

และเมื่อปิดจอ ลำโพงที่ขาตั้งจอจะหยุดทำงานไปด้วยนะครับ เราไม่สามารถฟังเพลงแบบกดปิดจอได้ ต้องหาวิธี Stand-by จอเอาเองนะ

สรุป Dell S2418H มอนิเตอร์คุ้มครบ โดยเฉพาะเพื่อคุณพ่อบ้าน!

เมื่อเอาลำโพงออกจากจอ Dell S2418H หน้าตาขาตั้งจะเป็นแบบนี้ ก็สวยไปอีกแบบ

สำหรับใครที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์ขนาดย่อมๆ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อนำมาใช้งานส่วนตัว อาจจะดูหนัง เล่นเกม หรือใช้ทำงาน Dell S2418H ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจ ด้วยราคาประมาณ 7,990 บาทที่ถือว่าไม่แพงเกินไปนัก แต่ได้ฟังก์ชั่นมาอย่างครบ ไม่ต้องไปตามหาลำโพงเพิ่ม หรือถ้ามีอุปกรณ์ที่รองรับภาพแบบ HDR อย่าง PlayStation 4 ก็ไม่ต้องไปซื้อจอใหม่ จอนี้รองรับได้เลย (แม้ว่าคุณภาพของ Dell HDR จะยังสู้จอที่รองรับ HDR10 แท้ๆ ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าไม่มีนะครับ)

ซึ่งเรามองว่าถ้าเกินจากระดับ Dell S2418H นี้ไป ก็คงต้องมองเป็นจอมอนิเตอร์แบบ 4K HDR ไปเลยครับ ซึ่งราคาจะสูงกว่านี้มาก

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Computer Review

รีวิว Asus ROG ZEPHYRUS เกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องบาง สุดเบา!

Published

on

Dell XPS 15

฿94,990
8.6

คุณภาพการผลิตตัวเครื่อง

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

10.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0/10

ความสะดวกในการพกพา

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

จุดเด่น

  • สีสัน ความสดใส ความละเอียดของจอคือดีงาม เป็นจอโน้ตบุ๊กที่สวยที่สุดรุ่นหนึ่งตั้งแต่ใช้มา
  • ประสิทธิภาพเครื่องดี ทำงานโปรดักชั่นได้สบายๆ
  • เป็นเครื่องขนาดจอ 15 นิ้วที่เบาพอตัว พกพาสะดวก
  • คีย์บอร์ดออกแบบมาดี คนทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องทำความคุ้นเคย
  • มีพอร์ตรอบเครื่องมากมาย เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สะดวก

จุดสังเกต

  • Trackpad ติด Doubletap ง่ายเกินไป ทำให้กลายเป็นการลากอยู่เรื่อย สุดท้ายจึงต้องปิดฟังก์ชั่น Doubletap ไป
  • ขอบจอบางจนต้องระวังเวลาปรับจอ อาจจะไปโดนอะไรในหน้าจอสัมผัส
  • จอละเอียดมาก จนมีปัญหากับเกมบางตัว หรือโปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่รองรับจอความละเอียดสูง เมนูจะเล็กไปหมดเลย
  • แบตเตอรี่ไม่ทนมากนัก อยู่ได้ราวๆ 5 ชั่วโมง
  • ราคาสูง

ตอนนี้หมดยุค Gaming Notebook อย่างหนา แบกกันหลังหักแล้วนะ โน้ตบุ๊กเกมเมอร์ยุคนี้บางได้ยังกับ Ultrabook แต่ยังแรงมากระดับใส่ชิป NVIDIA Geforce GTX 1080 ไว้ได้ด้วย! นี่คือเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Asus ROG Zephyrus บุตรแห่งเทพเจ้าสายลมตะวันตก!

Asus ROG Zephyrus

Asus ROG Zephyrus เป็นโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอใหญ่ 15.6 นิ้ว แต่บางสุดแค่ 1.69 cm และหนักแค่ 2.25 กิโลกรัมเท่านั้น น้ำหนักไม่ได้ต่างจาก Ultrabook จอใหญ่ๆ ตกแต่งสวยงามทุกด้าน ด้านบนก็มีโลโก้ของ ROG พร้อมข้อความ Republic of Gamers ด้านหลังเขียนชื่อรุ่น Zephyrus ชัดเจน

ระบบระบายความร้อน

เวลากางเครื่องออกมา ฐานเครื่องด้านล่างจะยกตัวขึ้นมาด้วย เพื่อเป็นช่องทางให้อากาศวิ่งเข้าไประบายความร้อนในเครื่อง ซึ่งอากาศจะวิ่งเข้าไประบายความร้อนจากช่องเปิดด้านล่างและพื้นที่ว่างเหนือคีย์บอร์ดตรงนี้ แล้วระบายออกทางช่องด้านหลัง

ซึ่งตัวพัดลม, Heat pipe และครีบระบายความร้อนต่างๆ ก็ถูกออกแบบให้สอดรับกัน เรียกรวมระบบระบายอากาศทั้งหมดนี้ว่า ACTIVE AERODYNAMIC SYSTEM ซึ่งถ้าเล่นเกมหนักๆ จะรู้สึกเลยว่าลมร้อนที่ออกมาด้านหลังนั้นมีมวลลมเยอะมาก แปลว่าดูดอากาศเข้าไปได้มาก

จากการทดสอบเปิด 3Dmark ชุดทดสอบ Time Spy ตัวโหด วัดอุณหภูมิบริเวณคีย์บอร์ดก็ไม่ได้ร้อนมาก ส่วนด้านบนก็แค่อุ่น ๆ เท่านั้น

ฟังก์ชั่นสนับสนุนเกมเมอร์

เริ่มตั้งแต่หน้าจอ 15.6 นิ้วเป็นแบบด้าน ลดการสะท้อนแสง ให้ Refresh Rate 120 Hz รองรับเทคโนโลยี Nvidia G-Sync ลดการฉีกขาดของภาพ และแสดงสีได้ครบ 100% ของ sRGB

ตัวคีย์บอร์ดก็เทพไม่แพ้กัน ผ่านการเทสกดปุ่มที่ 20 ล้านครั้ง เกมเมอร์มือหนักก็อุ่นใจได้ สามารถกดได้ 30 ปุ่มพร้อมกัน เผื่อต้องรัวคำสั่งเยอะๆ แน่นอนว่าสามารถปรับแสงสีของคีย์บอร์ดได้ ให้ปุ่ม QWER หรือ WASD แสดงสีที่ต่างไปก็ได้ แล้วสัมผัสของคีย์บอร์ดถือว่าดีเลย เห็นมันย้ายมาอยู่ด้านล่างเพื่อหลบพื้นที่ให้ระบบระบายความร้อน แต่ก็ยังกดง่าย ขนาดปุ่มได้มาตรฐาน ถ้าพิมพ์คล่องอยู่แล้วก็ใช้งานคีย์บอร์ดนี้ได้เลย ไม่ต้องหัดอะไรใหม่ แล้วถ้ารู้สึกว่าคีย์บอร์ดสูงไป ไม่มีที่รองข้อมือเหมือนโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ Asus ก็แถมแผ่นรองข้อมือที่สูงเท่าตัว Zephyrus มาให้ครับ สบายข้อมือกันไป

Touchpad สุดล้ำ

ไม่เพียงแค่เป็น Touchpad สำหรับใช้งานแทนเม้าส์ Asus ROG Zephyrus ยังปรับเป็นแป้นตัวเลขหรือ Numpad ได้ด้วยนะครับ เจ๋งสุด ๆ !

จุดสังเกต

  • ลำโพงแยกเสียงซ้ายขวาได้ดี แต่ไม่มีเสียงเบส ทำให้ขาดอรรถรสการเล่นเกมแนวลุย ๆ ไปเยอะ
  • อายุแบตเตอรี่น้อยไปหน่อย ใช้งานได้เพียง 3 ชั่วโมงโดยประมาณแม้ไม่ได้เล่นเกมหนัก ๆ แถมหม้อแปลงไฟค่อนข้างใหญ่ พกพาลำบาก
  • ปุ่มลูกศรกับปุ่ม Touchpad ค่อนข้างใกล้กัน มีโอกาสกดโดนค่อนข้างง่าย

สรุป

Asus ROG Zephyrus เป็นโน้ตบุ๊กเพื่อเกมเมอร์ที่เจ๋งมาก การดีไซน์ ความบางเบา และความแรงต้องยกนิ้วให้เลย สมแล้วที่เป็นตระกูลที่ได้รับรางวัลสุดยอด Gaming Notebook จากแบไต๋ IT Award 2017 ในงาน THAILAND GAME SHOW BIG FESTIVAL 2017 ปีแล้ว (รุ่นที่ได้รางวัลเป็นรุ่นที่แล้วนะ CPU gen เก่ากว่ารุ่นนี้)

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 119,900 บาท ซึ่งเป็นรุ่น Top สูงสุดในตลาด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศได้เลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Computer Review

รีวิว Dell Inspiron 7373 โน๊ตบุ๊ค 2-in-1 จะเล่นจะทำงานท่าไหนก็ได้หมด

Dell Inspiron 7373 ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบใช้ทั้งโน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ตในตัวเดียวกัน งานนี้ไม่ต้องพกหลายอย่างให้หนัก ใช้คู่กันได้เลย!

Published

on

Dell XPS 15

฿94,990
8.6

คุณภาพการผลิตตัวเครื่อง

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

10.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

8.0/10

ความสะดวกในการพกพา

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

จุดเด่น

  • สีสัน ความสดใส ความละเอียดของจอคือดีงาม เป็นจอโน้ตบุ๊กที่สวยที่สุดรุ่นหนึ่งตั้งแต่ใช้มา
  • ประสิทธิภาพเครื่องดี ทำงานโปรดักชั่นได้สบายๆ
  • เป็นเครื่องขนาดจอ 15 นิ้วที่เบาพอตัว พกพาสะดวก
  • คีย์บอร์ดออกแบบมาดี คนทั่วไปก็สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องทำความคุ้นเคย
  • มีพอร์ตรอบเครื่องมากมาย เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สะดวก

จุดสังเกต

  • Trackpad ติด Doubletap ง่ายเกินไป ทำให้กลายเป็นการลากอยู่เรื่อย สุดท้ายจึงต้องปิดฟังก์ชั่น Doubletap ไป
  • ขอบจอบางจนต้องระวังเวลาปรับจอ อาจจะไปโดนอะไรในหน้าจอสัมผัส
  • จอละเอียดมาก จนมีปัญหากับเกมบางตัว หรือโปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่รองรับจอความละเอียดสูง เมนูจะเล็กไปหมดเลย
  • แบตเตอรี่ไม่ทนมากนัก อยู่ได้ราวๆ 5 ชั่วโมง
  • ราคาสูง

Dell Inspiron 7373 ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบใช้ทั้งโน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ตในตัวเดียวกัน งานนี้ไม่ต้องพกหลายอย่างให้หนัก ใช้คู่กันได้เลย!

สเปค Dell Inspiron 7373

  • CPU: 8th Generation Intel® CoreTM i7-8550U Processor (8MB Cache, up to 4.0 GHz)
  • ขนาด: กว้าง x ยาว x หนา 309.6mm x 215.7mm x 15.51mm น้ำหนัก 1.45 กิโลกรัม
  • แบต: อยู่ได้ 8 ชั่วโมง (ทดสอบจริงอยู่ได้ 6-8 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับแต่การใช้งาน) ขนาด 38WHr รองรับ Quick Charge
  • หน้าจอ: 13.3 นิ้ว FHD (1920 x 1080) IPS Truelife LED-Backlit Narrow Border เป็นหน้าจอสัมผัส รองรับปากกาและการปลดล็อคด้วยใบหน้า (Windows Hello)
  • RAM: 16GB, DDR4, 2133MHz
  • Graphics: Intel® UHD Graphics 620 with shared graphic memory
  • HDD: 128GB/256GB/512GB Solid State Drive 128GB/256GB/512GB PCIe NVMe Solid State Drive
  • Sound: 2 tuned speakers with Waves MaxxAudio® Pro 1 combo headphone / microphone jack
  • ช่องเชื่อมต่อ: USB 3.1 (2 ช่อง ซ้าย/ขวาข้างละ 1 ช่อง), HDMI 2.0 , SD Card (SD, SDHC, SDXC)

ด้านการทำงาน

Dell Inspiron 7373 ออกแบบมาสำหรับคนที่เน้นทำงานด้านเอกสารหรือทำงานด้านออนไลน์ ด้วยความที่มันสามารถพกพาไปข้างนอกได้ง่าย แถมเครื่องไม่ร้อนมากแม้จะใช้งานตลอดทั้งวัน ก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายนี้เลย แต่มีจุดสังเกตที่แบตฯ อาจจะไม่ทนถึงขนาดทำงานได้ตลอดทั้งวัน หากต้องออกจากบ้านเกินครึ่งวันต้องพกแบตเตอรี่ไปด้วย และสำหรับคนชอบใช้ปากกา จด ๆ วาด ๆ Dell เขาก็มีอุปกรณ์เสริมอย่าง Dell Active Pen ขายแยกให้อีกต่างหาก

การนำเสนอ / Present

ด้วยการที่เครื่องสามารถพลิกได้แบบ 360 องศา ทำให้เราสามารถปรับใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ สามารถใช้นำเสนอแบบตัวต่อตัวก็ทำได้ จอมีความชัดเจนสูง แถมดูวีดิโอ 4K ได้แบบสบาย ๆ แถม Dell Inspiron 7373 ตัวนี้เขาแถม Office 2016 มาให้ด้วยนะ ไม่ต้องซื้อแยกเลย แต่จุดสังเกตคือ หน้าจอมองข้าง ๆ ไม่ค่อยชัด และเรื่องความสว่างที่สู้แสงข้างนอกไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทำให้การนำเสนองานกลางแจ้งเป็นจุดอ่อนไปพอสมควร

Entertainment ด้านความบันเทิง

ด้วยความที่มันสามารถปรับเป็น Tablet Mode ได้ ทำให้เราสามารถพกพาไปรับชมได้ทุกที่ เหมือนมีแท็บเล็ตจอใหญ่ ๆ เอาไว้ดูหนัง / ฟังเพลงนอกบ้าน  เสียงจากลำโพงก็ดังใช้ได้ แต่ไม่ถึงระดับลำโพง 7.1 Surround Sound และจุดเด่นอีกอย่างที่ Tablet ไม่มีคือ สามารถเปิดกี่จอก็ได้ จะทำงาน 1 จอ เปิดหนัง 1 จอ เปิด Facebook อีกจอ ก็สบาย ๆ

ราคา

สำหรับราคาของ Dell Inspiron 7373 รุ่นนี้ก็บอกได้ว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคาบนเสปคเดียวกันของโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น ๆ อยู่ที่ 50,000 มีทอน 100 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับสเปคที่เลือก) ก็ถือได้ว่าตอบโจทย์คนทำงาน / ไลฟ์สไตล์ เพราะพกพาง่าย จอใหญ่ ขอบบาง รวม ๆ แล้วน่าสนใจทีเดียว

เหมาะกับ

  • คนทำงานทั่วไป / เซลล์ขายสินค้าหรือบริการ
  • ดีไซเนอร์
  • คนที่ออกไปทำงานข้างนอกบ่อย ๆ
  • ใช้งานไลฟ์สไตล์ทั่วไป

ไม่เหมาะกับ

  • คนทำงานด้านกราฟิค
  • เกมเมอร์
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!