รีวิว Sandisk Extreme Portable SSD v2 ไดรฟ์ภายนอกตัวแรง อ่านเขียน 1 TB/s
Our score
9.0

Sandisk Extreme Portable V2

จุดเด่น

  1. ความเร็วในการอ่านเขียนสูง ในระดับ NVMe
  2. ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ มีห่วงให้เกี่ยวได้
  3. แข็งแรงทนทาน ทนตก ทนน้ำในระดับหนึ่ง

จุดสังเกต

  1. ราคาสูงตามความเร็วที่สูง
  2. ไม่มีกล่อง, เคส หรือถุงใส่ฮาร์ดดิสก์แถม
  3. การเชื่อมต่อแบบ USB-A ทำให้ความเร็วลดลง ถ้าคอมพิวเตอร์ต่อ USB-C ได้ ก็ควรต่อแบบ USB-C

ในยุคที่พวกเราต้องตัดต่อวิดีโอ 4K หรือต้องเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ต้องการการเรียกใช้อย่างรวดเร็วฮาร์ดดิสก์พกพาภายนอกก็เริ่มที่จะไม่พอแล้ว เราจึงต้องหันเข้าสู่ยุคของ SSD พกพาภายนอกหรือ External SSD กันครับ ซึ่ง SSD ที่เราจะรีวิวในวันนี้คือ Sandisk Extreme Portable SSD ตัวแรงจากค่ายแซนดิสก์ (ที่เป็นบริษัทเดียวกันกับ WD) โดยเคลมว่าสามารถทำความเร็วในการอ่าน-เขียนสูงสุดถึง 1 TB/s เลยทีเดียว

รูปลักษณ์ภายนอก

Sandisk Extreme Portable SSD v2

Sandisk Extreme Portable SSD ออกแบบรูปลักษณ์ได้แบบคงความร้อนแรงของแบรนด์เอาไว้นะครับ คือตัวเคสเป็นพลาสติกผสมซิลิโคนพร้อมเจาะช่องสีแดง สีเอกลักษณ์ของแซนดิสก์เพื่อให้เอาไปคล้อง เอาไปติดกับอะไรได้

ซึ่ง External SSD รุ่นนี้ออกแบบให้ทนทาน สามารถทนต่อการตกกระแทกระดับ 1500 G ถ้ากระแทกไม่แรงมาก ก็ยังใช้งานได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังทนฝุ่นทนน้ำในระดับ IP55 หรือป้องกันฝุ่นได้ส่วนใหญ่ โดยฝุ่นที่ลอดเข้าไปจะไม่มีผลต่อการทำงาน และสามารถกันน้ำในระดับป้องกันการฉีดน้ำใส่ทุกทิศทาง แต่ยังไม่ได้ป้องกันในระดับตกน้ำได้นะครับ

ซึ่งในกล่องก็จะมีสายเชื่อมต่อแบบ USB-C พร้อมหัวแปลงเป็น USB-A มาให้ครับ แต่เราก็ไม่แนะนำให้ใช้หัวแปลงนี้นะครับ เพราะทำให้ความเร็วตก

ประสิทธิภาพ

Sandisk Extreme Portable SSD v2

ไดรฟ์รุ่นนี้ออกแบบอินเทอร์เฟซมาเป็น NVMe ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Sandisk Extreme Portable SSD รุ่นเดิมเท่าตัว (เราเลยเรียกรุ่นนี้ว่า Sandisk Extreme Portable SSD v2 ก็ได้ เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก ต่างกันที่ความแรงเป็นหลัก) โดยข้อมูลที่เขียนข้างกล่องระบุว่าสามารถอ่านได้สูงสุด 1050 MB/s และเขียนได้สูงสุด 1000 MB/s ซึ่งผลการทดสอบจาก Crystal Disk Mark 8 ของเราได้ผลดังนี้ครับ

ประสิทธิภาพของ Sandisk Extreme Portable SSD เมื่อต่อผ่านพอร์ต USB-C
ประสิทธิภาพของ Sandisk Extreme Portable SSD เมื่อต่อผ่านพอร์ต USB-C

จะเห็นว่าการอ่านเขียนข้อมูลต่อเนื่องในบรรทัดแรก สามารถทำความเร็วได้ไม่ต่างจากตัวเลขที่เคลมคืออ่านได้ 1,045.44 MB/s และเขียนได้ 1,037.74 MB/s ส่วนการอ่านแบบสุ่มข้อมูล 4KiB แบบ 1 Queues 1 Threads (บรรทัดที่ 4) ได้ความเร็วในการอ่าน 35.81 MB/s และเขียน 79.59 MB/s ครับ

ประสิทธิภาพของ Sandisk Extreme Portable SSD เมื่อต่อผ่านพอร์ต USB-A
ประสิทธิภาพของ Sandisk Extreme Portable SSD เมื่อต่อผ่านพอร์ต USB-A

แต่ก็เหมือนกับ External SSD ความจุสูงทั่วไปครับ เมื่อเราต่อผ่านหัวแปลง USB-A ที่แถมมาในกล่อง ให้กลับมาเป็น USB 3.0 แบบหัวใหญ่ ผลปรากฎว่าความเร็วในการอ่านเขียนลดลงเท่าตัว เหลือไม่เกิน 500 MB/s เท่านั้น เอาเป็นว่าถ้าเครื่องมีช่องต่อแบบ USB-C ให้เสียบแบบ USB-C เท่านั้นนะครับ ไม่งั้นซื้อมาแพงแล้วใช้ประสิทธิภาพได้ไม่คุ้มนะ

เทียบความเร็วกับ External SSD รุ่นอื่นๆ

รุ่นอ่านต่อเนื่องเขียนต่อเนื่องอ่านแบบสุ่ม (4KQ1T1)เขียนแบบสุ่ม (4KQ1T1)
Seagate BarraCuda Fast SSD564.94 MB/s539.05 MB/s40.41 MB/s78.49 MB/s
WD My Passport SSD1070.46 MB/s1024.28 MB/s34.64 MB/s76.56 MB/s
Sandisk Extreme Portable SSD v21045.44 MB/s1037.74 MB/s35.81 MB/s79.59 MB/s
Seagate UltraTouch SSD469.85 MB/s395.80 MB/s21.49 MB/s19.62 MB/s

ราคาของ Sandisk Extreme Portable SSD v2

Sandisk Extreme Portable SSD v2

เนื่องจากว่า External SSD รุ่นนี้ถือว่าเป็นไดรฟ์กลุ่มท็อปของแซนดิสก์แล้ว โดยถือว่าเป็นรุ่นรองจาก Sandisk Extreme Portable Pro จึงทำให้มีราคาสูงสักหน่อยครับ ซึ่งระหว่างที่เขียนรีวิวนี้มีราคาหน้าร้านอยู่ที่

  • Sandisk Extreme Portable V2 500 GB – 3,190 บาท
  • Sandisk Extreme Portable V2 1 TB – 5,590 บาท
  • Sandisk Extreme Portable V2 2 TB – 10,200 บาท
  • Sandisk Extreme Portable V2 4 TB – 21,700 บาท

โดยมาพร้อมการรับประกัน 5 ปี และซอฟต์แวร์ SanDisk Security เพื่อเข้ารหัสไดรฟ์ไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเปิดอ่านข้อมูลได้ครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส