Connect with us

เลนส์ Telephoto หรือเลนส์เทเล ถือเป็นเลนส์อีกหนึ่งช่วงที่ช่างภาพ ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพก็อยากจะซื้อหากันไว้ใช้ เพราะนอกจากมันจะสามารถขยายภาพวัตถุที่อยู่ไกลให้เหมือนอยู่ใกล้ได้แล้ว เลนส์เทเลยังให้ทัศนมิติหรือ Perspective ของภาพที่แคบ จึงตัดสิ่งรบกวนในฉากหลังได้ แล้วยังทำให้ฉากหลังละลายง่ายมากด้วย เราจึงเห็นหลายคนนำเลนส์เทเลมาถ่ายภาพบุคคลกันครับ

เลนส์ Telephoto คือเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสเทียบเท่า 70 mm ขึ้นไป

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาทีมงานแบไต๋ได้ทดลองเลนส์เทเลใหม่ของ Nikon 2 ตัวสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจึงขอเล่าประสบการณ์ในการใช้ให้ฟังกันครับ

Nikon AF-S NIKKOR 70-200mm f/2.8E FL ED VR

ตัวแรกนี้จัดว่าเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ประสิทธิภาพระดับท็อปของนิคอนเลย โดยเลนส์ 70 – 200 mm รุ่นล่าสุดของนิคอนตัวนี้ ปรับปรุงจากเลนส์รุ่นก่อน (70-200mm f/2.8 VR II) ไปหลายจุด ตั้งแต่น้ำหนักที่เบาลงไป 1 ขีด เหลือราวๆ 1.4 kg แล้วยังโฟกัสได้ใกล้สุดในระยะแค่ 1.1 เมตรเท่านั้นจากรุ่นเดิมที่ได้ใกล้สุดที่ 1.4 เมตร ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นมากครับ เอาแหละ มาดูความสามารถที่เรารู้จากชื่อเลนส์ก่อนเลย

AF-S SWM NIKKOR 70-200mm f/2.8E FL ED VR IF

  • AF-S และ SWM – มอเตอร์โฟกัสภาพแบบเงียบ (Silent Wave Motor) โฟกัสได้เร็วและไม่มีเสียง
  • E – Electronic diaphragm รูรับแสงควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้กับกล้องที่ออกหลังปี 2007 ถึงจะปรับรูรับแสงได้
  • FL – ชิ้นเลนส์ Fluorite ช่วยเสริมความคมชัด
  • ED – ชื้นเลนส์ Extra-low Dispersion ลดความคลาดของสี ทำให้ภาพคมชัด
  • VR – ป้องกันภาพสั่นไหว
  • IF – Internal focusing โฟกัสภายในตัวเลนส์ ไม่มีชิ้นส่วนไหนเคลื่อนไหวภายนอกเลนส์
  • N – Nano Crystal Coat (อันนีเขียนไว้ใต้เลนส์) เคลือบผิวเลนส์แบบพิเศษ ลดแสงสะท้อนกลับไปกลับมาในเลนส์

หมุนดูเลนส์รอบตัวได้เลย!

จากสารพัดตัวอักษร เราสัมผัสได้ถึงความคมที่นิคอนพยายามจะบอกเราครับ 555 ซึ่งก็คมจริงจังอย่างที่ว่านั้นแหละครับ ภาพที่ได้จากเลนส์ตัวนี้คมมาก แม้จะเปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.8 และภาพใสมาก ทีมงานเอาไปใช้ทั้งถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอก็ได้ผลลัพธ์ที่ดี ให้สีสันที่ดีชนิดเอาไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องตกแต่งต่ออีก นอกจากนี้ความเร็วโฟกัสยังดีเยี่ยม เมื่อใช้กับกล้องที่มีระบบโฟกัสติดตามดีๆ ก็ถ่ายแบบหวังผลได้เลย

รอบๆ ตัวเลนส์ 70-200 mm

จุดสังเกตของเลนส์ 70-200 mm คือเป็นเลนส์ที่มีสวิทซ์เยอะรุ่นหนึ่งเลยนะครับ มีสวิทซ์ให้เลื่อนข้างเลนส์ดังนี้

  • สวิทซ์ปรับโหมดการโฟกัส A/m คือให้ความสำคัญกับโฟกัสอัตโนมัติ โดนวงแหวนโฟกัสบ้างเลนส์จะยังไม่ปรับเป็นโฟกัสมือ ในขณะที่ M/a คือแม้หมุนแหวนโฟกัสนิดเดียว จะเปลี่ยนเป็นโฟกัสมือทันที ส่วน M ก็คือโฟกัสมือนั้นเองครับ
  • สวิทซ์ปรับช่วงโฟกัส โดย Full คือหาโฟกัสครบทุกช่วง กับ ∞ – 5 m คือหาโฟกัสตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไป เพื่อลดปัญหาโฟกัสวืด
  • สวิทซ์ปรับโหมด VR ตั้งแต่ปิดระบบช่วยป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับการถ่ายภาพบนขาตั้ง โหมด Normal สำหรับการถ่ายที่ผู้ถ่ายอยู่นิ่งๆ และโหมด Sport สำหรับผู้ถ่ายที่เคลื่อนไหว เช่นอยู่บนรถ
  • สวิทซ์ปรับหน้าที่ของ 4 ปุ่มบนเลนส์ ซึ่งเป็นจุดพิเศษของเลนส์ 70-200 mm ตัวนี้เลยนะครับ โดยถ้าเลือกเป็น AF-L เมื่อกดปุ่มที่เลนส์ ก็จะล็อกโฟกัส ส่วนถ้าเลือกเป็น AF-ON เมื่อกดปุ่มที่เลนส์ ก็จะวิ่งหาโฟกัสทันที (สำหรับช่างภาพอาชีพจะใช้โหมดแบบนี้ เพื่อโฟกัสรอจะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญ) ซึ่งการที่เลนส์มีปุ่มก็ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้นมากครับ

สุดท้ายข้อเสียอย่างเดียวของเลนส์นี้อาจจะอยู่ที่ราคาครับ เลนส์เทพตัวนี้มีราคาแสนกว่าบาท แสนนิดๆ เกินแสนไปหน่อยๆ ก็ถ้าใช้งานจริงจังในระดับช่างภาพอาชีพก็คุ้มอยู่นะครับ ช่วยลดขั้นตอนในการทำงานลงมาก ถ้าทำงานที่ใช่ เงินถึง ก็ซื้อเลยครับ เชียร์! 555

Nikon AF-P DX NIKKOR 70-300mm f/4.5-6.3G ED VR

สำหรับใครที่มองหาเลนส์เทเลราคาประหยัด คุณภาพหวังผลได้ เราก็ได้เลนส์ AF-P DX NIKKOR 70-300mm f/4.5-6.3G ED VR มาลองใช้ด้วยนะครับ ด้วยค่าตัวราว 14,000 บาท ต่างจาก 70-200 เกือบ 10 เท่า เราหวังอะไรจากเลนส์ตัวนี้ได้บ้าง เอาแหละมาดูความสามารถจากชื่อเลนส์กันก่อนครับ

AF-P DX NIKKOR 70-300mm f/4.5-6.3G ED VR

  • AF-P – มอเตอร์โฟกัสแบบใหม่ที่เรียกว่า Stepper Autofocus โฟกัสเงียบและเร็ว แต่ยังไม่เนี๊ยบเท่า AF-S ที่ใช้ Silent Wave Motor (อ่านรายละเอียดที่นี้)
  • DX – เลนส์สำหรับกล้องที่ใช้เซนเซอร์ขนาด APS-C (หรือที่นิคอนเรียกว่า DX Format) เท่านั้น ใช้กับ Full Frame แล้วภาพจะถูกครอป
  • ED – ชื้นเลนส์ Extra-low Dispersion ลดความคลาดของสี ทำให้ภาพคมชัด
  • VR – ป้องกันภาพสั่นไหว
  • f/4.5 – 6.3 รูรับแสงช่วงปลายแคบไปหน่อย น่าจะสัก 5.6

ซึ่งจากการทดลองใช้งาน เราก็สรุปจุดเด่น จุดสังเกตของเลนส์ตัวนี้ได้ดังนี้ครับ

  1. ความเด่นอันดับต้นๆ ของเลนส์ 70-300 นี้คือ น้ำหนักเบาแค่ 415 กรัม ถือเป็นเลนส์ช่วงนี้ที่เบามาก พกพาง่าย ทำให้เวลาที่ต้องไปถ่ายภาพแนวสปอร์ตแอคชั่น ไม่ต้องอาศัยขาตั้งกล้องอย่างเลนส์ใหญ่อื่นๆ สามารถถือได้นาน
  2. ความคมของภาพที่ได้ ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี (คือเราโดนเลนส์ 70-200 ตัวข้างบนสปอยตาไปแล้ว)
  3. มอเตอร์โฟกัสนิ่มมาก ถ่ายภาพได้เร็ว และเสียงเงียบ
  4. เวลาแพนตามวัตถุด้วยมือ ได้ภาพไม่สั่นไหว ได้ภาพที่คมชัด
  5. โฟกัสใกล้สุดที่ 1.1 เมตร ใช้ถ่ายมาโครได้ระดับหนึ่ง
  6. แต่มีปัญหาเรื่องโฟกัสนิดหน่อย อย่างตอนถ่ายชอตต่อเนื่อง (อย่างรวดเร็ว) จะมีจังหวะเบลอบางภาพ แม้ว่าจะกดชัตเตอร์เลือกโฟกัสแต่แรกแล้ว และโฟกัสยังไม่เร็วเท่ามอเตอร์ SWM
  7. เมาท์เลนส์เป็นพลาสติก ก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นเลนส์ราคาถูก
  8. ไม่มีสวิทซ์ใดๆ บนตัวเลนส์เลย ทั้งเปลี่ยนโหมดโฟกัส เปิด/ปิด VR ทุกอย่างสั่งงานจากตัวกล้องหมด บนตัวเลนส์มีแค่วงแหวน 2 วง เอาไว้ปรับโฟกัสและปรับช่วงซูม

เมาท์เลนส์เป็นพลาสติก

ตัวอย่างภาพจาก 70-300mm f/4.5-6.3G ED VR บน Nikon D500

แสดงความคิดเห็น

อื่นๆ

หนุ่ย พงศ์สุขท้าเหยียบตะปู!! รีวิว RideOn น้ำยาป้องกันยางแตก

Published

on

ยางรั่วทั้งทีต้องได้เนื้อหา! หนุ่ย พงศ์สุขรีวิว RideOn น้ำยาป้องกันยางแตก มันคืออะไร ใช้งานได้จริงแค่ไหน เราเลยจัดเหยียบตะปูโชว์อีกรอบให้รู้กัน จะรั่วหรือไม่ มาพิสูจน์ด้วยตาของคุณเอง ที่นี่!

สำหรับใครที่สนใจน้ำยาตัวนี้แล้ว อยากติดตั้งเลย เรามีส่วนลดพิเศษเฉพาะแบไต๋ แค่บอกว่ารู้จัก RideOn จากแบไต๋ ลด 15% ไปเลย พี่ CEO เค้าฝากมาจ้า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

อื่นๆ

รีวิว LG TWIN Wash™ เครื่องซักผ้าสุดแปลก ซักผ้า 2 ถังได้ในครั้งเดียว!

ขึ้นชื่อว่า “ซักผ้า” มันเป็นกิจกรรมน่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์เลยนะครับ (แต่ที่น่าเบื่อกว่าคือรีดผ้า เชื่อแอด แอดใช้เวลากับเรื่องนี้มามาก) โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรอซักผ้านานๆ จนไม่ได้ออกไปไหน หรือมีอะไรที่ต้องซักด่วนๆ แล้วเครื่องดันเต็ม แต่ในที่สุดโลกก็ผลิต LG TWINWash เครื่องซักผ้าที่ซักผ้าได้ 2 ถังพร้อมกันออกมา พ่อบ้านงี้น้ำตาไหลเลย

Published

on

ขึ้นชื่อว่า “ซักผ้า” มันเป็นกิจกรรมน่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์เลยนะครับ (แต่ที่น่าเบื่อกว่าคือรีดผ้า เชื่อแอด แอดใช้เวลากับเรื่องนี้มามาก) โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรอซักผ้านานๆ จนไม่ได้ออกไปไหน หรือมีอะไรที่ต้องซักด่วนๆ แล้วเครื่องดันเต็ม แต่ในที่สุดโลกก็ผลิต LG TWIN Wash™ เครื่องซักผ้าที่ซักผ้าได้ 2 ถังพร้อมกันออกมา พ่อบ้านงี้น้ำตาไหลเลย

LG TWIN Wash™ ที่มีเครื่องฝาหน้าอยู่ด้านบน และเครื่องฝาบนอยู่ด้านล่าง

LG TWIN Wash™ ซักผ้า 2 ถังพร้อมกันได้ยังไง ง่ายๆ ครับ ก็เอาเครื่องซักผ้า 2 เครื่องมาซ้อนกันแบบขนมชั้น (ทำไมต้องเทียบกับขนมนะ) เครื่องบนเป็นเครื่องแบบฝาหน้า ส่วนเครื่องล่างทำเป็นลิ้นชักดึงออกมาเป็นเครื่องซักผ้าฝาบนก็ได้แล้ว แถมเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ยังรวมเทคโนโลยีซักผ้าระดับท็อปของ LG มาด้วยนะ ไม่ว่าจะซักด้วยน้ำร้อน ระบบอบผ้า มอเตอร์พิเศษที่เดินเครื่องเงียบ หรือสั่งงานผ่านแอป LG TWIN Wash™ ทำได้ทั้งนั้น

เข้าใจความแตกต่างของเครื่องฝาหน้ากับฝาบน

เมื่อพื้นฐานของการซักผ้าคือแยกผ้า เลยต้องมีเครื่อง 2 ถัง!

การแยกผ้า ทำให้เราต้องมีเครื่องฝาบนอยู่ด้านล่าง

หลักซักผ้าพื้นฐานที่พ่อบ้านรู้กันดีคือเราต้องแยกผ้าก่อนซักครับ แยกแบบสารพัดจะแยกเลย

  • แยกผ้าสีออกจากผ้าขาว เพื่อที่ผ้าสีไม่ไปตกสีใส่ผ้าขาว
  • แยกชั้นในออกจากเสื้อปกติ
  • แยกเสื้อเลอะมากออกจากเสื้อประจำวัน คราบสกปรกจะได้ไม่ไปตีกับชุดที่ไม่สกปรกมาก
  • แยกผ้าเนื้อพิเศษออกจากผ้าฝ้ายปกติ เพื่อถนอมเสื้อผ้า โดยเลือกซักในรูปแบบและอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมกับเนื้อผ้า
  • แยกผ้าผืนใหญ่อย่างผ้าปูที่นอนออกจากเสื้อผ้า

ซึ่งถ้าเป็นเครื่องซักผ้าทั่วไปเราไม่มีเวลานั่งรอมันซักผ้า 2 ครั้งในหนึ่งวัน เราเลยมักซักผ้าได้แค่วันละถัง เช่น วันนี้ซักชั้นใน พรุ่งนี้ซักเสื้อขาว มะรืนซักกางเกง ก็ฟังดูเป็นกิจกรรมที่มีตารางทำชัดเจนและดูดีจนกว่าจะมีเรื่องผิดพลาดขึ้น เช่นฝนตกจนผ้าไม่แห้งก็ซักผ้าชุดใหม่ไม่ได้ พอไม่ได้ซักหลายวัน ผ้าก็เยอะจนซักได้ไม่หมด สุดท้ายก็ซักผ้าไม่ทันใช้

เพื่อแก้ปัญหาซักผ้าไม่ทันเราจึงต้องมี LG TWIN Wash™ ซัก 2 โหลดพร้อมกัน!

รูปลักษณ์ของ LG TWIN Wash™

LG TWIN Wash™ ตัวที่เราได้รับมารีวิวคือรุ่น F2721HTWV นะครับ (ชื่อรุ่นจำยาก เอาเป็นจำว่า LG TWIN Wash™ แล้วกัน) เป็นเครื่องความจุซัก 21 กก. และสามารถใช้อบผ้าได้ 12 กก. ดีไซน์ภายนอกนั้นแตกต่างจากเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไป ตั้งแต่สีสันที่มาในโทนเข้มมีลวดลายเป็นโลหะขัด แผงควบคุมเรืองแสงติดอยู่กับฝาหน้าเลย แล้วไม่มีปุ่มหมุนเลือกโหมดซักเหมือนเครื่องทั่วไป ใช้การสัมผัสเลือกโหมดที่ปุ่มกดด้านหน้า ก็พูดตรงๆ ว่าดูหรูหรากว่าเครื่องซักผ้าสีขาวทั่วไปนะครับ

ช่องใส่ผงซักฟอกอยู่ด้านบนเครื่อง

ถังซักผ้าก็ออกแบบให้เอียงขึ้นมาหน่อย เวลาเอาผ้าเข้าเครื่องจะได้ไม่ต้องก้มเยอะ ในถังซักมีแสงไฟสว่างขึ้นมาตอนเปิดเครื่องด้วยทำให้ดูหรูหราไม่น้อย แถมยังมองเห็นเวลาเอาผ้าเข้าเครื่องด้วย (ปกติตอนเอาผ้าเข้าเครื่องช่วงดึก แทบจะต้องเอาไฟฉายส่อง) แล้วที่ดีไซน์แปลกกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไปคือช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำยาซักผ้าครับ ที่ดันฝาด้านบนตัวเครื่องเข้าไปเพื่อเปิดช่องใส่แฟ้บ ไม่ได้มาเป็นลิ้นชักเหมือนเครื่องทั่วไป แต่ดีไซน์ที่อยู่สูงขนาดนี้ก็อาจจะมีปัญหาสำหรับสาวขนาดกระทัดรัดบ้างนะครับ เพราะตัวเครื่องทั้งหมดต่อ 2 ชั้นจะสูงราว 1.35 เมตร สาวไทยจำนวนไม่น้อยสูงแค่ 1.5 เมตร ช่องใส่แฟ้บของ LG TWIN Wash™ ก็จะอยู่ประมาณเท่าระดับสายตา ถ้าทำแล้วเก้ๆ กังๆ บ้าง ก็ให้แฟนมาช่วยนะครับ (แต่ปัญหานี้จะหมดไปถ้าให้พ่อบ้านซักผ้าให้แทน)

ในถังซักมีไฟให้ด้วย ดีงามมาก

ส่วนเครื่องซักผ้าฝาบนที่อยู่ในลิ้นชักด้านล่างมีชื่อเล่นว่า LG TWIN Wash™ Mini (มีรหัสรุ่นว่า T2735NTWV) ก็ออกแบบได้กลืนไปกับเครื่องหลัก ความจุผ้าสูงสุดคือ 3.5 กก. แต่ไม่ควรอัดผ้าแน่นเกินไป เหมาะสำหรับซักผ้าไม่กี่ชิ้น หรือซักชุดชั้นในเบาๆ ครับ แต่การควบคุมนั้นจะแยกส่วนกันนะครับ ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องหลักเลย เครื่อง mini ก็มีแป้นควบคุมการทำงานของตัวเอง ให้คุณเลือกใช้งานพร้อมกันกับเครื่องหลัก หรือจะแยกให้ซักเครื่องเดียวก็ได้

ประสบการณ์การซักผ้าด้วย LG TWIN Wash™

เริ่มกันที่ LG TWIN Wash™ เครื่องฝาหน้าตัวบนก่อน บอกเลยว่าประทับใจมาก เล่าไปทีละเรื่องเลยนะครับ

ซักผ้าได้เงียบมาก

ซักผ้าพร้อมฉีดน้ำเป็นเจ็ทสเปรย์เข้าไป ทำให้ผ้าสะอาด

LG ขึ้นชื่อเรื่องซักผ้าเงียบมานานมาแล้วครับ เพราะใช้มอเตอร์ Inverter Direct Drive ต่อตรงกับถังซักโดยตรงเลย ไม่ต้องมีสายพานเชื่อมระหว่างมอเตอร์กับถัง ทำให้เครื่องไม่ส่ายเวลาทำงาน ไม่มีปัญหาเสียงดังและเครื่องสั่นจนเหมือนจะวิ่งรอบบ้านได้เวลาปั่น แม้เครื่องซักผ้าของ LG จะมีโหมดซักผ้ากลางคืนให้เงียบกว่าปกติ แต่เชื่อเถอะโหมดปกติก็เงียบจนประทับใจและแปลกใจว่าเครื่องยังทำงานอยู่รึเปล่า

และด้วยความที่มอเตอร์ทำงานกับถังซักโดยตรง ทำให้อายุการใช้งานนานกว่าเครื่องซักผ้าที่มีสายพานเดิมด้วย โดย LG รับประกันตัวมอเตอร์ Inverter Direct Drive ให้ 10 ปี

โปรแกรมซักผ้าเยอะ ซักด้วยไอน้ำร้อน ขจัดสารก่อภูมิแพ้ก็ได้

โปรแกรมซักผ้า 15 แบบแถมสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซักใหม่เพิ่มเข้าไปได้

LG TWIN Wash™ มีโปรแกรมซักผ้ามาให้ทั้งหมด 15 โปรแกรม ครอบคลุมทั้งการซักชุดกีฬา ชุดเครื่องนอน (ซักได้ถึงขนาด King Size) ผ้าขนสัตว์ โหมดอนามัยที่ซักด้วยไอน้ำร้อนเพื่อจัดการไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ หรือโหมดซักผ้าด้วยระบบ Turbo Wash ช่วยให้ซักผ้าเสร็จในเวลา 59 นาที โดยที่ยังคงประสิทธิภาพซักเท่าเดิม

เครื่องซักผ้ารุ่นนี้มาพร้อมระบบอบผ้าแบบ Eco Hybrid Dry ที่ให้คุณเลือกอบผ้าได้สองรูปแบบทั้งแบบประหยัดเวลา หรือแบบประหยัดน้ำ หมดปัญหาผ้าไม่แห้งเวลาฝนตกไปเลย รวมถึงโหมดใช้ลมร้อนเพื่อขจัดกลิ่นและความชิ้นจากเครื่องนอน ให้นอนสบายโดยไม่ต้องซักใหม่ทั้งหมด

แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซักผ้าเพิ่มเติมผ่านแอป LG Smart ThinQ ได้ด้วย แล้วเรียกใช้ผ่านรูปแบบการซักที่ชื่อว่า “Download” โดยปกติโปรแกรม Download นี้จะเป็นโหมดซักผ้าเงียบสำหรับกลางคืน แต่เราถ้าเราดาวน์โหลดรูปแบบการทำงานใหม่ เช่น ให้เครื่องปั่นผ้าอย่างเดียวโดยไม่ต้องซัก เพื่อแทนที่ได้ และยังมีรูปแบบการทำงานอื่นๆ ให้เลือกโหลดใส่อีกเพียบ

การซักผ้าของ LG TWIN Wash™ มีการหมุน 6 รูปแบบเพื่อให้ผ้าสะอาดพร้อมการฉีดน้ำเข้าไปในถังซัก

เชื่อมต่อสั่งงานผ่านแอปได้

อีกไม่นานผ้าก็เสร็จแล้ว!

เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับบนของ LG ที่สามารถเชื่อมต่อ Wifi ในบ้านเพื่อติดต่อกับแอป LG Smart ThinQ ได้ โดยสำหรับเครื่องซักผ้า นอกจากจะดาวน์โหลดรูปแบบการซักใหม่ๆ มาได้แล้ว ยังกดเริ่มซักผ้าจากแอปได้เลย แต่เราต้องเอาผ้าใส่เครื่อง ใส่ผงซักฟอก น้ำยาต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนแล้วกดโหมด Remote Start จากหน้าเครื่องไว้เพื่อรอรับคำสั่งจากแอป ฟังดูอาจจะขำว่าในเมื่อเราเอาผ้าใส่เครื่องไปแล้ว ทำไมไม่กดเริ่มทำงานไปเลย ต้องมากดเริ่มผ่านแอปทำไมอีก แต่บางกรณีเช่น การซักผ้ากลางคืน เราไม่อยากให้ผ้าที่ซักเสร็จแล้วทิ้งไว้ในเครื่องนานๆ จนเหม็นอับ เราก็ตั้งเครื่องในโหมด Remote Start ไว้ก่อน พอตื่นนอนมาก็กดให้เครื่องเริ่มซักโดยไม่ต้องลุกจากเตียงไปกด พอเรากลิ้งๆ ใช้เวลาเรื่อยเปื่อยบนเตียงเสร็จ ผ้าก็ซักเสร็จพร้อมตากพอดี

โหลดโปรแกรมซักผ้าใหม่เข้าเครื่องไปเลย!

นอกจากนี้เมื่อเครื่องมีปัญหาเรายังสามารถใช้แอปเพื่อช่วยวิเคราะห์อาการเสียเบื้องต้นได้ หรือตรวจสอบการใช้พลังงานของเครื่องซักผ้าได้

การซักผ้าด้วย LG TWIN Wash™ Mini น้องเล็กด้านล่าง

TWIN Wash™ Mini ไม่ได้ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบเหมือนเครื่องฝาหน้าด้านบนนะครับ ส่วนนี้เชื่อมต่อกับแอปไม่ได้ แต่สามารถวิเคราะห์ปัญหาผ่านสมาร์ทโฟนได้ (Smart Diagnosis) โดยเครื่องซักผ้าด้านล่างนี้ใช้ช่องผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มรวมกับเครื่องหลักด้านบน หากต้องการใช้เครื่องเล็กเดี่ยวๆก็เติมผงซักฟอกด้านบนไว้เลย

เครื่องเล็กซักแบบผ้าบน มีน้ำท่วมผ้า

LG TWIN Wash™ Mini เหมาะกับการซักผ้าที่ต้องการดูแลพิเศษ หรือผ้าโหลดขนาดเล็ก มาพร้อม ด้วย 6 โปรแกรมการซักผ้าที่เน้นซักชุดชั้นใน เสื้อผ้าเด็ก หรือผ้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ทำให้เครื่องนี้เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก เพราะสามารถแยกซักเสื้อผ้าเด็กได้สะอาด ทำให้ปริมาณผ้าที่รับได้ราว 3.5 ก.ก. ก็ดูไม่น้อยเกินไป

แต่เราไม่สามารถดู LG TWIN Wash™ Mini ทำงานได้นะครับ เพราะต้องดันเครื่องกลับไปใต้ฐานมันถึงจะทำงานได้ ก็เพื่อลดความเสี่ยงจากการเหวี่ยงของถังปั่นแหละครับ แล้วเจ้าเครื่องจิ๋วนี้ก็ใช้มอเตอร์ Inverter Direct Drive แบบสลิม ก็ทำให้ซักผ้าได้เงียบเหมือนกัน

ถ้าบ้านคุณต้องซักผ้าเอง LG TWIN Wash™ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

รับประกันมอเตอร์ Direct Drive นาน 10 ปี

หลายคนอาจมีคำถามว่าเราต้องซื้อเครื่องซักผ้าราคาแพงๆ ทำไม ในเมื่อเครื่องถูกๆ ก็ซักได้เหมือนกัน อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคนนะครับ แต่สิ่งที่เครื่องซักผ้าราคาแพงให้เราได้คือความสะอาดของผ้าที่มากกว่า อย่าง LG TWIN Wash™ มีทั้งระบบอบผ้าและสตรีมผ้าด้วยน้ำร้อนจนใส่แล้วมั่นใจ หรือสามารถซักได้เร็วกว่า รองรับการซักผ้าจำนวนน้อยๆ ด้วยเครื่อง LG TWIN Wash™ Mini ที่อยู่ด้านล่าง

ในส่วนราคากลางของ LG TWIN Wash™ แยกเป็น

  • LG TWIN Wash™ F2721HTWV (เครื่องฝาหน้าด้านบน) – 85,900 บาท
  • LG TWIN Wash™ Mini T2735NTWV (เครื่องฝาบนด้านล่าง – 25,000 บาท

ก็อาจจะมีโปรโมชั่นจากหน้าร้านลดราคาลงไปได้อีกนะครับ รวมราคาเครื่องทั้งหมดก็ราวๆ 110,000 บาท ฟังดูอาจจะแพงสำหรับบ้านทั่วไป แต่สำหรับบ้านที่มีสมาชิกเยอะ มีผ้าต้องการซักมาก เครื่องซักผ้า LG TWIN Wash™ จะช่วยทุ่นเวลาไปได้มากครับ

ถ้าชีวิตคุณต้องวนเวียนกับการซักผ้าเอง ไม่ได้จ้างคนอื่นซักรีดให้ การลงทุนกับเครื่องซักผ้าดีๆ ก็ทำให้คุณภาพชีวิตเราดีขึ้น และมีเวลามากขึ้นนะครับ (เครื่องต่อไปที่อยากได้คือเครื่องรีดผ้านี่แหละ เมื่อไหร่ LG จะทำขายยย)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

อื่นๆ

แก้ปัญหาจัดซื้อวุ่นวายด้วยโปรแกรม แนะนำระบบ e-Procurement จาก OfficeMate

Published

on

OfficeMate e-procurement กระบวนการจัดซื้อ–จัดจ้างออนไลน์ ดำเนินการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้ฝ่ายจัดซื้อได้ใช้งานง่ายๆ สามารถปรับรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กรโดยเฉพาะ

ขั้นตอนการเข้าใช้งานระบบง่ายๆ

  1. Requester เข้าไปเลือกสินค้าที่ต้องการ และสร้างใบขอซื้อ (Purchase Requisition)
  2. Approver เข้าระบบ เพื่อทำการอนุมัติใบขอซื้อ (Purchase Order)
  3. บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินการจัดส่งสินค้าตามใบสั่งซื้อ

สามขั้นตอนก็สามารถสั่งซื้อสินค้า ลดความยุ่งยากในการทำงานของฝ่ายจัดซื้อ ลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำเอกสาร และลดปริมาณการจัดซื้อนอกระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นต้นทุนการดำเนินงาน ที่หลายๆ องค์กรมักจะมองข้ามไป

และฝ่ายจัดซื้อยังสามารถเป็นผู้กำหนดรูปแบบการใช้งาน OfficeMate e-Procurement และสามารถเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและจำนวนผู้ใช้งานในระบบได้ด้วยตัวเอง ขั้นตอนการสั่งซื้อและการอนุมัติไม่ยุ่งยากและสามารถตรวจสอบการสั่งซื้อได้ทุกขั้นตอน

สามารถมีเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานสำหรับองค์กรได้ทันที

จุดเด่นสำคัญของระบบคือ ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและทำตามขั้นตอนที่ทางออฟฟิศเมทไปติดตั้งระบบให้ ก็สามารถมีเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานสำหรับองค์กรได้ทันที

มั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าตามกำหนด เพราะระบบจะรายงานทุกขั้นตอนของสถานะใบสั่งซื้อสินค้า (PO.) ที่สร้างขึ้นมาด้วย e-Mail ว่าปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนใด และพร้อมส่งสินค้าให้ตามกำหนด ระบบยังเพิ่ม Feature ในเรื่อง My Favourite Item เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานที่ลูกค้าสามารถเลือกเก็บสินค้า รายการที่คุณต้องการสั่งซื้ออยู่เป็นประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปเลือกจาก e-Catalog ทุกครั้งที่ต้องการสั่งซื้อสินค้า

หลายคนอาจจะเจอปัญหาว่า อยากสั่งของวันศุกร์ เพื่อนำมาใช้งานอย่างเร่งด่วนในเช้าวันจันทร์ จะทำยังไงดี งานนี้ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะระบบ OfficeMate e-Procurement นั้นขยายเวลาซื้อและจัดส่งสินค้าในวันเสาร์ จะช่วยสนับสนุนการทำงานในระบบออฟฟิศลื่นไหลยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ OfficeMate ประกันความพึงพอใจของสินค้า หากสินค้าที่ได้รับ ไม่ตรงตามที่สั่งสามารถคืนได้(ตามเงื่อนไข) และคือระบบนี้ติดตั้งฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ประหยัดเงินไปได้อีกเยอะ

อยากใช้งานระบบนี้ ก็ติดต่อไปทาง OfficeMate ที่เบอร์ 02-739-5555 แค่นี้เขาก็จะส่งคนมาเทรนด์การใช้งาน พร้อมกับสอนการใช้งาน ให้เรียบร้อยเลย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!