Connect with us

Mobile Lab

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

ช่วงที่ผ่านมาเรารีวิวมือถือจอยาวหรือที่เรียกกันว่าจอ Full View มาแล้วหลายรุ่นนะครับ ทั้ง Samsung Galaxy S8, Huawei nova2i, Vivo V7+ และตัวล่าสุดที่เราจะรีวิวนี้คือ Wiko View Prime ที่ถือเป็นน้องเล็กของมือถือจอ 18:9 ที่เราเคยรีวิวกันมา ด้วยราคาแค่ 7,490 บาทเท่านั้น ด้วยราคาประหยัดแค่นี้จะมีจุดเด่น จุดสังเกตอะไรบ้าง เราจะเล่าให้ฟังครับ

Published

on

Wiko View Prime

฿ 7,490
Wiko View Prime
8.2

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

คุณภาพกล้อง

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หน้าจอ 18:9 แบบ Full Lamination คุณภาพดี สีสันสดใส Contrast ดีเยี่ยม ดูสวยงามสบายตาแม้มีความละเอียดในระดับ HD ดีไซน์เครื่องดูดี ถือแล้วไม่ขี้เหร่
  • กล้องหน้ามุมกว้างให้ภาพประทับใจ
  • แบตเตอรี่อยู่พ้นวันสบายๆ หมดวันแล้วเหลือประมาณ 40%
  • สามารถใส่ 2 ซิมพร้อม MicroSD ได้ ไม่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ MicroSD
  • ความสามารถและประสิทธิภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ชาร์จโทรศัพท์ช้ามาก ชาร์จระหว่างนำทางในรถแทบไม่ขึ้น แถมใช้นานๆ เปอร์เซนต์แบตลดอีก
  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือยังไม่รวดเร็วและแม่นยำเท่าแบรนด์อื่นๆ
  • เซนเซอร์ตรวจจับการแนบหูยังทำงานได้ไม่ดี หลายครั้งที่คุยโทรศัพท์อยู่แล้วจอติดขึ้นมาเอง หูเลยไปกดอะไรในจอ
  • เสียงแจ้งเตือนมาตรฐานของระบบ ฟังแล้วสะดุ้ง ไม่ลื่นหู แล้วเสียงที่มาพร้อมเครื่องส่วนใหญ่ก็เป็นแนวกระชากๆ
  • ยังใช้ MicroUSB และไม่รองรับ Wifi 5 GHz

 

ช่วงที่ผ่านมาเรารีวิวมือถือจอยาวหรือที่เรียกกันว่าจอ Full View มาแล้วหลายรุ่นนะครับ ทั้ง Samsung Galaxy S8, Huawei nova2i, Vivo V7+ และตัวล่าสุดที่เราจะรีวิวนี้คือ Wiko View Prime ที่ถือเป็นน้องเล็กของมือถือจอ 18:9 ที่เราเคยรีวิวกันมา ด้วยราคาแค่ 7,490 บาทเท่านั้น ด้วยราคาประหยัดแค่นี้จะมีจุดเด่น จุดสังเกตอะไรบ้าง เราจะเล่าให้ฟังครับ

สเปกของ Wiko View Prime

  • CPU: Snapdragon 430 Octa-core 1.4 GHz
  • RAM: 4 GB
  • ROM: 64 GB รองรับ MicroSD สูงสุด 128 GB
  • หน้าจอขนาด 5.7 นิ้วแบบ Full Lamination ความละเอียด 1440 x 720 pixel (720p)
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชหน้า
  • ใส่ 2 นาโนซิม รองรับทั้ง 4G และ 3G เมื่อใช้งานพร้อมกัน
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh
  • Android 7.1
  • มีให้เลือก 3 สีคือ แดง, ทอง และดำ

ดีไซน์ตัวเครื่อง Wiko View Prime

โลไก้ที่ฝาหลังของ Wiko View Prime ทำให้ดูดี

พยายามจับตัวเครื่อง Wiko View Prime อยู่นาน เข้าใจว่าเป็นพลาสติกดีไซน์โลหะนะครับ เพราะสัมผัสค่อนข้างเหมือนโลหะเลยทีเดียว ตัวเครื่องแน่นหนาดูคงทน ก็ถือว่างานประกอบทำได้ดีสำหรับมือถือในระดับราคานี้

ตัวโลโก้ Wiko ด้านหลังก็ยังสวยงามเหมือนเคย ส่วนตัวคิดว่าโลโก้นี้ทำให้มือถือดูน่าใช้ขึ้นมาทันที ในส่วนของกล้องหลังก็ดีไซน์เนียนไปกับแฟลชให้อารมณ์เหมือนว่าเป็นมือถือกล้องคู่ครับ (แต่จริงๆ ไม่ใช่) แล้วก็มีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมืออยู่ด้านหลัง

ด้านหน้าของ Wiko View Prime มีเลนส์ 2 ตัว พร้อมแฟลชหน้า

ด้านหน้าของ Wiko View Prime ก็มีกล้องหน้า 2 ตัว เป็นเลนส์มุมกว้างกับเลนส์ปกติพร้อมไฟแฟลชหน้าและ LED เล็กๆ บอกสถานะของเครื่อง ส่วนกระจกหน้าจอเป็นกระจกขอบโค้งตามสมัยนิยมครับ สัมผัสของกระจกหน้าก็ให้ความรู้สึกดี ความรู้สึกนุ่มนวลมาตั้งแต่ขอบเครื่อง ที่ประทับใจคือหน้าจอ Full Lamination สัดส่วน 18:9 ที่ให้สีสันได้สดใส มองเห็นชัดเจนแม้อยู่กลางแดด แม้จอ 5.7 นิ้วนี้จะมีความละเอียดแค่ระดับ HD ก็แต่ไม่ได้รู้สึกว่าด้อยกว่าจอ Full HD นะครับ เพราะจอให้ Contrast ได้ดีเลย ดีกว่าจอของสมาร์ทโฟนหลายรุ่นในระดับราคานี้ ตรงมุมจอทั้ง 4 ก็ทำเป็นโค้งๆ ทำให้รู้สึกว่ามีดีไซน์

ตอนนี้เราสามารถยืดวิดีโอใน Youtube ให้เต็มจอ Fullview ได้แล้วนะ

น่าเสียดายที่ Wiko View Prime ยังใช้พอร์ตเชื่อมต่อเป็น MicroUSB ไม่ได้เป็น USB-C (แต่มือถือราคาประมาณนี้ก็ยังไม่ค่อยมีรุ่นไหนใช้ USB-C นะ) ส่วนช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 mm ก็ไปอยู่ด้านบนตัวเครื่อง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าช่องหูฟังอยู่ด้านล่างของเครื่องนั้นใช้ง่ายกว่านะ

ประสิทธิภาพของ Wiko View Prime

Wiko View Prime เป็นสมาร์ทโฟนที่มีราคาถูกที่สุดในกลุ่ม Full View นะครับ ประสิทธิภาพของ CPU Snapdragon 430 ก็เลยน้อยที่สุดในกลุ่มนี้

  • Geekbench 4.1 ได้คะแนน Single Core ที่ 667, คะแนน Multi Core ที่ 2,546 และคะแนน Compute เพื่อวัดประสิทธิภาพ GPU ที่ 2,261 (เทียบกับ Huawei nova2i ได้คะแนน 913, 3273, 2723 ตามลำดับ และเทียบกับ Vivo V7+ ที่ใช้ชิป Snapdragon 450 ได้คะแนน 767, 3944, 3113 ตามลำดับ)
  • 3Dmark Slingshot extreme ได้คะแนน 298 (เทียบกับ Huawei nova2i ได้คะแนน 328 และเทียบกับ Vivo V7+ ได้คะแนน 436)
  • Androbench – read 275 / write 205 MB/s

ส่วนการใช้งานจริงนั้น ใช้แอปในชีวิตประจำวันอย่าง facebook, line และการท่องเว็บได้โอเค อาจจะไม่ได้ลื่นไหลเท่าสมาร์ทโฟนที่สเปกดีกว่านี้ แต่ก็ทำงานได้ไม่มีปัญหาครับ ส่วนการเล่นเกมก็สามารถยืดภาพจนเต็มหน้าจอ ทดลองเล่นเกมอย่าง Hitman Sniper ในโหมด High ก็ยังลื่นในระดับที่เล่นได้ อาจจะมีกระตุกๆ บ้างในบางซีนแต่ก็ไม่มีปัญหาในการเล่นอะไรครับ

คุณภาพกล้องของ Wiko View Prime

คุณภาพกล้องหลัง

ภาพ Panorama จากกล้องหลังของ Wiko View Prime

สีสันภาพออกไปในโทนอุ่นๆ

เริ่มกันที่กล้องหลังก่อนนะครับ ถ้าเป็นตอนกลางวัน ถือว่าให้คุณภาพภาพได้ดีเลย ภาพมีรายละเอียด สีสันนวลตาใช้ได้ ภาพมักมาในโทนอุ่น ก็ไว้ใจกล้องตัวนี้ได้ถ้าถ่ายแสงกลางวัน แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนสีสันในภาพจะดรอปลงเยอะ และมีโอกาสเกิดภาพเบลอได้ง่าย ก็ต้องใจเย็นๆ หน่อยนะครับเวลาใช้

ส่วนโหมดการถ่ายภาพของกล้องหลังก็มีโหมดสำคัญๆ ครบ เช่นโหมด Panorama, โหมดโปรที่สามารถปรับระยะโฟกัส ความเร็วชัตเตอร์ สมมุติแสงขาว ฯลฯ ได้ มีโหมดถ่ายกลางคืนและโหมดหน้าสวยให้ใช้ได้

โหมด Professional ของกล้อง

โหมดต่างๆ ที่มีให้เลือกในกล้อง

ส่วนวิดีโอจากกล้องหลัง ถ่ายได้สูงสุด 1080p ครับ ก็ใช้งานได้ในระดับหนึ่ง ดูสมูทจนคิดว่ากล้องน่าจะมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวเวลาถ่ายวิดีโอด้วย แต่ถ้าดูวิดีโอตัวอย่างให้ดีๆ จะเห็นว่าบางช่วงภาพมีลักษณะเบลอๆ คล้ายเฟรมภาพมาซ้อนทับกันด้วย

คุณภาพกล้องหน้า

Wiko โปรโมทว่า View Prime นั้นมีกล้องหน้า 2 ตัว ตัวแรกความละเอียด 20 ล้าน เป็นกล้องมุมปกติ ส่วนอีกตัวความละเอียด 8 ล้านเป็นกล้องมุมกว้าง

จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่ากล้องมุมกว้างที่มีความละเอียดน้อยกว่านั้นให้สีสันและความคมชัดของภาพเหนือกว่ากล้องมุมปกติ ถ้าให้คะแนนที่กล้องมุมกว้าง ถือว่า Wiko View Prime นั้นเป็นมือถือที่มีกล้องหน้าดีใช้ได้เลยแหละครับ นอกจากนี้กล้องยังมีโหมดหน้าชัดหลังเบลอด้วยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ก็ให้ผลงานที่ดีในระดับหนึ่ง

ประสบการณ์การใช้งาน Wiko View Prime

Wiko View Prime ถือเป็นสมาร์ทโฟนในระดับกลาง-ล่างนะครับ ซึ่งประสบการณ์การใช้งานเมื่อเทียบกับค่าตัวแล้วก็คุ้มอยู่ หลังจากใช้มาประมาณ 1 สัปดาห์ก็สรุปประสบการณ์การใช้ได้ดังนี้

Wiko View Prime สามารถใส่ 2 ซิม รองรับ 4G และ 3G พร้อมกัน แถมใส่ MicroSD ไปด้วยได้คือสิ่งดีงาม

  • GPS ทำงานได้ดี ใช้นำทางขับรถได้ไม่มีปัญหา ยังคงนำทางได้ดีอยู่แม้จะวิ่งใจใต้ทางด่วนหรืออุโมงค์
  • แต่สิ่งที่เจอระหว่างใช้ Wiko View Prime นำทางในรถคือโทรศัพท์ชาร์จช้ามาก เสียบชาร์จระหว่างนำทางแล้วเลขเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ค่อยๆ ลดลงช้าๆ แทนที่จะเพิ่มขึ้น เมื่อนำไปทดสอบกับเครื่องวัดกระแสไฟพบว่า Wiko View Prime ชาร์จด้วยไฟเพียง 5V 0.6A จึงทำให้ใช้เวลาชาร์จนาน และใช้นำทางในรถนานๆ แบตเตอรี่จะลดลง

Wiko View Prime ชาร์จไฟด้วยกระแสแค่ 0.64A

  • แบตเตอรี่นั้นอึดพอตัว สามารถใช้งานพ้นวันสบายๆ หมดวันแล้วแบตเหลือมากกว่า 40% สำหรับวันที่ใช้งานปกติ
  • เรื่องเสียงทำได้เสมอตัว คือลำโพงตัวเครื่องมีลำโพงเดียวอยู่ด้านล่าง เสียงดังดี ส่วนโหมดฟังเสียงไม่มีระบบเสียงพิเศษให้ปรับอะไร ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ฟังเพลงได้เพลินๆ ไม่ได้เน้นด้านนี้ครับ
  • สามารถบันทึกหน้าจอตามยาวได้ อันนี้ดีงาม เหมาะสมสำหรับยุคสมัยแชทดราม่า
  • ฟังก์ชั่นโทรศัพท์นั้นสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้ เสียงพูดคุยชัดเจนดี แต่ไม่มีโลโก้ VoLTE ขึ้นระหว่างโทร จึงเข้าใจว่าไม่รองรับเทคโนโลยีการคุยด้วยเสียงในระบบ 4G
  • แต่เซนเซอร์ตรวจจับการแนบหูทำงานได้ไม่ดี บ่อยครั้งที่คุยโทรศัพท์แล้วจอติดขึ้นมาเองจนหูไปแตะอะไรในจอจนปั่นป่วน
  • Wiko View Prime สามารถโชว์ข้อความ Notification ทันทีที่ได้รับในหน้าจอล็อกโดยไปเปิด Ambient Display ใน Settings แต่การแสดง Notification ในหน้าจอล็อกของ View Prime นั้นเหนื่อยใจมาก คือหลังจากกดล็อกจอไปแล้ว จอยังติดขึ้นมาเองทั้งที่ไม่มีการแจ้งเตือนเข้ามาอีก 3-4 ครั้ง ถ้าหงายจออยู่จะรู้สึกรำคาญว่าจอจะติดเองทำไมบ่อยๆ ลองดูอาการนี้จากวิดีโอด้านล่างได้ สุดท้ายก็ต้องปิด Ambient Display ไป แล้วยังหาวิธีเรียง Notification ตามเวลาไม่เจอ เลยมีปัญหาโนติล่าสุดไม่แสดงบนสุด ได้ยินเสียงโนติเข้าแต่ต้องใช้เวลาไปไล่ดูว่าอันล่าสุดมันอันไหน ต้องไถ่หน้าจอลงไปอ่าน หรือปัดอันที่ไม่สนใจแล้วออกไป
  • เซนเซอร์อ่านลายนิ้วมือยังไม่เก่งเท่าแบรนด์อื่นๆ ปลดล็อกได้ช้า และต้องกดแน่นๆ ย้ำๆ ถึงจะปลดล็อกได้ นิ้วชื้นนิดเดียวก็ปลดล็อกไม่ได้แล้ว
  • ชุดเสียงแจ้งเตือนที่ Wiko เลือกมาเป็นชุดมาตรฐานโทรศัพท์ ฟังแล้วตกใจ เวลาโนติเข้านี่สะดุ้งทุกที (นอนๆ อยู่มีตื่นอ่ะ) แล้วเสียงที่มีให้เลือกก็คล้ายๆ กัน ไม่รู้ว่าทีมออกแบบของ Wiko ชอบเสียงที่มันกระชากๆ แบบนี้เหรอ
  • เซนเซอร์ตรวจจับแสงอัตโนมัติไม่ได้ลดแสงหน้าจอจนสุดเวลาอยู่ในห้องมืด ทำให้ใช้งานแล้วยังแสบตาอยู่ดี ก็ต้องไปลดเอง
  • จุดโฟกัสเวลาถ่ายรูปนั้นสามารถเลือกได้ แต่เวลาเลือกจะมีปัญหาแปลกๆ คือถ้าวัตถุไม่ใหญ่มากพอ (คำว่ามากพอคือใหญ่มาก กินพื้นที่ในเฟรมเยอะ) จะไม่สามารถโฟกัสได้ อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจดูวิดีโอดีกว่า ช่วงต้นคลิปจะเห็นว่าโฟกัสระหว่างฉากหลังกับฉากหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แม้ว่าจะเลือกให้กล้องโฟกัสที่ตัวอักษรแล้ว ท้ายคลิปเมื่อมาแตะที่ตัวอักษรด้านในเข้ามา โฟกัสถึงจะเปลี่ยน

สรุป Wiko View Prime มือถือราคาประหยัดที่ต้องจูนรายละเอียด

ในแง่ของดีไซน์ สเปกเครื่อง ประสิทธิภาพ คุณภาพกล้องนั้น Wiko View Prime นั้นทำได้ดีเมื่อเทียบราคาแค่นี้ ถือว่าเป็นมือถือคุ้มค่าตัวที่ถือแล้วดูดีตัวหนึ่งในท้องตลาดเลย แต่ปัญหาหลักของ Wiko รุ่นนี้คือรายละเอียดเล็กๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ ยังไม่ได้จูนมาให้ดีพอ (ทดสอบบน Firmware รุ่นล่าสุดของวันที่ 19 พ.ย. 60) เลยมีปัญหาจุกจิกรำคาญใจ ทั้งหน้าจอเวลาดับที่เปิดโชว์โนติเองแม้ไม่มีโนติใหม่เข้า เสียงแจ้งเตือนที่กระชากน่าตกใจ เซนเซอร์ตรวจจับหูทำงานไม่ดีพอ ระบบโฟกัสที่บางทีก็เลือกตำแหน่งวัตถุไม่ได้ ซึ่งถ้ามีการแก้ไขเรื่องพวกนี้ได้ในอนาคต ก็จะทำให้ประสบการณ์การใช้ดีขึ้นอีกมากครับ

แสดงความคิดเห็น

Mobile Lab

หนุ่ย พงศ์สุขเปิดร้านตู้มือถือ แนะนำ AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เปลี่ยนได้สารพัดโปร

Published

on

Wiko View Prime

฿ 7,490
Wiko View Prime
8.2

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

คุณภาพกล้อง

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หน้าจอ 18:9 แบบ Full Lamination คุณภาพดี สีสันสดใส Contrast ดีเยี่ยม ดูสวยงามสบายตาแม้มีความละเอียดในระดับ HD ดีไซน์เครื่องดูดี ถือแล้วไม่ขี้เหร่
  • กล้องหน้ามุมกว้างให้ภาพประทับใจ
  • แบตเตอรี่อยู่พ้นวันสบายๆ หมดวันแล้วเหลือประมาณ 40%
  • สามารถใส่ 2 ซิมพร้อม MicroSD ได้ ไม่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ MicroSD
  • ความสามารถและประสิทธิภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ชาร์จโทรศัพท์ช้ามาก ชาร์จระหว่างนำทางในรถแทบไม่ขึ้น แถมใช้นานๆ เปอร์เซนต์แบตลดอีก
  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือยังไม่รวดเร็วและแม่นยำเท่าแบรนด์อื่นๆ
  • เซนเซอร์ตรวจจับการแนบหูยังทำงานได้ไม่ดี หลายครั้งที่คุยโทรศัพท์อยู่แล้วจอติดขึ้นมาเอง หูเลยไปกดอะไรในจอ
  • เสียงแจ้งเตือนมาตรฐานของระบบ ฟังแล้วสะดุ้ง ไม่ลื่นหู แล้วเสียงที่มาพร้อมเครื่องส่วนใหญ่ก็เป็นแนวกระชากๆ
  • ยังใช้ MicroUSB และไม่รองรับ Wifi 5 GHz

นอกจากหนุ่ย พงศ์สุขจะทำสารพัดคลิปให้ความรู้ปรนเปรอสมาชิกแบไต๋แล้ว ยังแอบเปิดร้านตู้มือถือสำรวจตลาดอีกด้วย คราวนี้มาแนะนำ AIS The One Sim ซิมเติมเงินแบบใบเดียวจบ ซื้อไปก่อน ค่อยไปเลือกโปรที่ใช่ทีหลัง ไม่ต้องเหนื่อยตามหาซิมโปรที่ต้องการแล้ว!

AIS The One Sim

เพราะ AIS รู้ใจปัญหาผู้ใช้ ที่เหนื่อยตามหาซิมประเภทที่ต้องการ ต้องเดินไปถามหลายร้านกว่าจะได้ซิมที่ใช่ เลยออก AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เลือกเบอร์เสร็จก็ซื้อไปเลย แล้วค่อยไปเลือกโปรโมชั่นที่ต้องการด้วยตัวเอง จะเน้นโทร เน้นอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิง หรือเน้นโซเซียล ก็มีแพ็กเกจให้เลือกได้ทุกความต้องการ แถมให้มาเป็นซิม 3 ขนาด ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นด้วยนะ AIS The One Sim ง่ายและสะดวกจริงๆ

Package เริ่มต้น

แพ็กเกจเริ่มต้นของ AIS The One Sim นั้นก็แจ่มไม่ใช่เล่นนะ เล่นโซเซียลพวก facebook, line, twitter, instagram และอื่นๆ ฟรี 2 GB, ดู AIS Play ฟรี 2 GB ใช้ AIS Super Wifi ฟรี 3 GB ได้เน็ต 4G/3G 1 GB และเน็ตสามารถมือถือที่รองรับ 4G เพิ่มอีก 1 GB ค่าโทรนาทีละ 64 สตางค์ แค่เติมเงินอย่างน้อยเดือนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โปรฯ อื่น ๆ ที่มี

แต่ถ้าไม่อยากใช้แพ็กเริ่มต้นแล้ว ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ได้อีกหลากหลาย เช่นถ้าอยากให้โซเซียลเยอะๆ ใช้ facebook, line, twitter และเครือข่ายอื่นๆ ได้ไม่อั้นก็เลือกแพ็กเกจหลักของ AIS The One Sim เป็น Super Social, หรืออยากฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ดูทีวีเยอะๆ ก็เลือกแพ็กหลักเป็น Super Play, หรือถ้าอยากได้ซิมราคาประหยัด ค่าโทรถูก ใช้แล้วเน็ตไม่รั่วก็เลือกแพ็กเป็น Easy Net Sim ก็ได้

ก็เรียกได้ว่าทำออกมาให้ครบจริง ๆ สำหรับซิมเติมเงิน AIS The One Sim ตัวนี้ บอกเลยว่าใช้ซิมเดียวจบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเว่อ 2,790 บาท!

าดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้

Published

on

Wiko View Prime

฿ 7,490
Wiko View Prime
8.2

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

คุณภาพกล้อง

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หน้าจอ 18:9 แบบ Full Lamination คุณภาพดี สีสันสดใส Contrast ดีเยี่ยม ดูสวยงามสบายตาแม้มีความละเอียดในระดับ HD ดีไซน์เครื่องดูดี ถือแล้วไม่ขี้เหร่
  • กล้องหน้ามุมกว้างให้ภาพประทับใจ
  • แบตเตอรี่อยู่พ้นวันสบายๆ หมดวันแล้วเหลือประมาณ 40%
  • สามารถใส่ 2 ซิมพร้อม MicroSD ได้ ไม่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ MicroSD
  • ความสามารถและประสิทธิภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ชาร์จโทรศัพท์ช้ามาก ชาร์จระหว่างนำทางในรถแทบไม่ขึ้น แถมใช้นานๆ เปอร์เซนต์แบตลดอีก
  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือยังไม่รวดเร็วและแม่นยำเท่าแบรนด์อื่นๆ
  • เซนเซอร์ตรวจจับการแนบหูยังทำงานได้ไม่ดี หลายครั้งที่คุยโทรศัพท์อยู่แล้วจอติดขึ้นมาเอง หูเลยไปกดอะไรในจอ
  • เสียงแจ้งเตือนมาตรฐานของระบบ ฟังแล้วสะดุ้ง ไม่ลื่นหู แล้วเสียงที่มาพร้อมเครื่องส่วนใหญ่ก็เป็นแนวกระชากๆ
  • ยังใช้ MicroUSB และไม่รองรับ Wifi 5 GHz

ตลาดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้ จะมีอะไรบ้าง เรามาแบไต๋ให้คุณอ่านกันที่นี่

สเปค XIAOMI REDMI 5A

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • CPU : Snapdragon 425
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh
  • ระบบ Android 7.1.2 ครอบด้วย MIUI 9

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • มือถือ Xiaomi Redmi 5A
  • คู่มือ
  • ปลั๊ก / สายชาร์จ Micro USB
  • เข็มสำหรับจิ้ม SIM

รูปลักษณ์ภายนอก/ Sensor

ก็เรียกได้ว่าตัวมือถือ Redmi 5A ออกแบบมาสวยงามตามมาตรฐานของ Xiaomi สัมผัสเรียบเนียน ขอบมนไม่บาดมือ มี Infrared สำหรับใช้งานเป็นรีโมทพ่วงกับแอป Mi Remote แต่ไม่มี Gyroscope, Temperature และ Pressure Sensor

Redmi 5A มาพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่ามาเต็มสุด ๆ เสียงโทรเข้า – รับสายค่อนข้างชัด สามารถบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาได้ด้วย

ซึ่ง 2 Sim สามารถใช้งาน 4G 1 ซิมและ 3G อีก 1 ซิมได้ด้วย (ระบบนี้ไม่ใช่ Full Netcom 3.0 นะ)

ลำโพงอยู่ด้านหลังเสียงค่อนข้างดัง แต่คุณภาพไม่ได้ดีมาก เสียงเบสน้อยมาไม่เต็ม ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เสียงออกมาค่อนข้างดีตามคุณภาพของหูฟัง

หน้าจอ,กราฟิก

มาพูดถึงในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมความละเอียดระดับ HD ขนาด 5 นิ้ว คุณภาพของเม็ด Pixel ของหน้าจอค่อนข้างดี ไม่เห็นเป็นเส้น ทำให้มองแล้วสบายตา เล่นโซเชียลลื่นไหลด้วย Ram ที่ให้มาถึง 2GB มีระบบปรับแสงอัตโนมัติที่ค่อนข้างฉลาด ไม่ปรับแสงวูบวาบ ในส่วนของกราฟิก Snapdragon 425 ตอบโจทย์คนหามือถือระดับ Minimum Price ที่สามารถเล่น ROV ได้ลื่น ๆ เพราะตัวนี้เล่นได้ค่อนข้างลื่นไม่มีสะดุดตลอดทั้งเกม (ตบยับเลยทีเดียว) แต่มีจุดสังเกตที่โหลดก่อนเข้าเกมค่อนข้างช้า อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมหงุดหงิดได้

และทางเราได้ลองเทสอีก 1 เกมที่กินสเปคสูงกว่า RoV คือเกม Honkai Impact 3rd เกมนี้เป็นเกมรูปแบบ 3RD Action RPG พอเล่นไหวแต่ค่อนข้างกระตุกอยู่พอสมควร เฟรมหล่นไปอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 fps ในระหว่างการเล่น

Antutu Test

จากการทดสอบโดยใช้แอป Antutu ซึ่งเป็นแอปเทสความเร็วมือถือที่เราคุ้นเคยกันดีก็บอกได้เลยว่า คะแนนออกมาไม่ขี้เหร่ สูงถึง 43,770 เลยทีเดียว ส่วนการทดสอบ Stress Test 15 นาที CPU Performance มีความเสถียรสูง วิ่งอยู่ในช่วง 80 – 100% ไม่มีตก

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ของ Redmi 5A ตัวนี้จากที่ใช้งานก็เรียกได้ว่าสามารถอยู่ได้เกิน 1 วันหลังจากชาร์จเต็ม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน

กล้อง

สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ Redmi 5A ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป ด้วยกล้องหลังขนาด 13 ล้าน ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่องทั้งถ่ายปกติ ถ่าย HDR และถ่าย Panorama และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (แต่ภาพออกมาอาจจะขาวเนียนเว่อนิด ๆ ตามสเปคของมือถือฝั่งจีน) และในส่วนของวีดิโอ ไม่มีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายออกมาถ้าไม่มี OSMO หรือตัวช่วยกันสั่น ภาพจะสั่นไหวมาก ๆ จนมึนเลยทีเดียว

ภาพกล้องหลัง

กล้องหน้า

รีโมท Mi

อีก 1 แอปที่แนะนำสำหรับคนที่ซื้อมือถือให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ เพราะแอปนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ เปิดทีวี เปิดแอร์ ได้โดยไม่ต้องหารีโมตอีกต่อไป ใช้งานง่ายมาก เข้าไปเลือกที่ เพิ่มรีโมต แล้วเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในนั้นเรียกได้ว่ามีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของทั้งโลกให้คุณได้เลือกเลยก็ว่าได้ (เยอะมาก)

วิธีตั้งค่าเพียงแค่เลือกว่าเราจะเชื่อมกับอะไร แล้วเลือกแบรนด์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะให้เราทดสอบปุ่มว่าปุ่มนี้ควบคุมได้หรือไม่ ถ้ากดไว้ซักพักแล้วเจออันที่ใช่ก็ให้ปล่อยแล้วเลือกใช่

หลังจากเลือกเรียบร้อยก็ให้เลือกจับคู่ เป็นอันเสร็จพิธี สามารถใช้งานได้เหมือนรีโมตบ้านเราเลย


ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่ธรรมดากับ Flash Sale ครั้งใหญ่ของ Redmi 5A ครั้งที่ 2 บน LAZADA จะเกิดขึ้นในวันเเห่งความรัก 14 ก.พ นี้ เวลา 12:00 น. (เที่ยงวัน) มีโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เบาเว่อ!!” เพียงแค่ 2,790 บาท แถมสามารถใส่ Code ลดราคาได้อีก 5% เหลือเพียง 2,650.50 บาเท่านั้น เทียบราคากับมือถือค่ายอื่น ก็บอกได้เลยว่า

“สเปคแรง คุ้มด้วยราคาสุด ๆ”

สรุป

มือถือ Xiaomi Redmi 5A ตัวนี้เป็น 1 ในมือถือราคาระดับกลาง – ระดับล่างที่ออกมาตอบโจทย์คนหามือถือเครื่องที่ 2 หรือซื้อให้ที่บ้านใช้ ด้วยคุณภาพของมือถือที่ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายและ ROM ที่ค่อนข้างเสถียร ใช้งานได้ลื่นไม่มีสะดุด

และที่สำคัญ Redmi 5A ตัวนี้เล่น ROV ได้แน่นอน ฟันธง!!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Published

on

Wiko View Prime

฿ 7,490
Wiko View Prime
8.2

รูปลักษณ์ภายนอก

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.0/10

ประสิทธิภาพเครื่อง

7.0/10

คุณภาพกล้อง

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • หน้าจอ 18:9 แบบ Full Lamination คุณภาพดี สีสันสดใส Contrast ดีเยี่ยม ดูสวยงามสบายตาแม้มีความละเอียดในระดับ HD ดีไซน์เครื่องดูดี ถือแล้วไม่ขี้เหร่
  • กล้องหน้ามุมกว้างให้ภาพประทับใจ
  • แบตเตอรี่อยู่พ้นวันสบายๆ หมดวันแล้วเหลือประมาณ 40%
  • สามารถใส่ 2 ซิมพร้อม MicroSD ได้ ไม่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ MicroSD
  • ความสามารถและประสิทธิภาพโดยรวมเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า

จุดสังเกต

  • ชาร์จโทรศัพท์ช้ามาก ชาร์จระหว่างนำทางในรถแทบไม่ขึ้น แถมใช้นานๆ เปอร์เซนต์แบตลดอีก
  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือยังไม่รวดเร็วและแม่นยำเท่าแบรนด์อื่นๆ
  • เซนเซอร์ตรวจจับการแนบหูยังทำงานได้ไม่ดี หลายครั้งที่คุยโทรศัพท์อยู่แล้วจอติดขึ้นมาเอง หูเลยไปกดอะไรในจอ
  • เสียงแจ้งเตือนมาตรฐานของระบบ ฟังแล้วสะดุ้ง ไม่ลื่นหู แล้วเสียงที่มาพร้อมเครื่องส่วนใหญ่ก็เป็นแนวกระชากๆ
  • ยังใช้ MicroUSB และไม่รองรับ Wifi 5 GHz

ห่างหายไปนานกับ “แบไต๋ Battle” ที่จับเอา Gadget เทคโนโลยีมาสู้กัน เหตุผลง่ายๆ เพราะไม่มีสปอนเซอร์ครับ จะไปขอสปอนเซอร์จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ยอมให้เอามาสู้กับแบรนด์อื่น แต่วันนี้ แบไต๋ Battle กลับมาแล้ว! ก็เพราะเราได้สปอนเซอร์ที่การันตีว่า Beartai Battle ครั้งนี้เป็นกลางแน่ๆ คือ “ฟิล์มและกระจกกันรอยโฟกัส” ที่เชียร์มือถือทุกค่ายอย่างเท่าเทียมมานานแล้ว เอาแหละ สมาร์ทโฟนก็พร้อมแล้ว เริ่มต้น Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

ประสิทธิภาพเครื่อง

iPhone X ใช้ชิปตัวแรง Apple A11 Bionic ส่วน Samsung Galaxy Note 8 เครื่องในไทยใช้ชิป Exynos 8895

  • ผลคะแนน Geekbench 4
    • Note 8 ได้ Single-core: 2019 และ Multi-core 6753
    • iPhone X ได้ Single-core: 4270 และ Multi-core 10447
    • ตัวเลขเร็วกว่าเกือบเท่าตัว!
  • วัด 3Dmark Sling Shot Extreme
    • Note 8 ได้คะแนน 2644 คะแนน
    • iPhone X ได้คะแนน 2886 คะแนน
    • iPhone X เร็วกว่านิดหนึ่ง

แต่การใช้งานจริง ความเร็วในการโหลดเว็บ ความเร็วในการเปิดแอปก็พอๆ กัน iPhone X จึงชนะไปเพราะให้ตัวเลขดีกว่า แต่ใช้จริงๆ มันก็ถือว่าเครื่องแรงทั้งคู่ ไม่ต่างกัน

คุณภาพหน้าจอ

ตามสเปกจอของทั้งคู่มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน

  • iPhone X เป็นจอ OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 px ซึ่งเป็นจอที่ละเอียดที่สุดตั้งแต่ใช้ใน iPhone
  • Note 8 เป็นจอ AMOLED 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 px

เมื่อเทสการเปิดคลิปทั่วไป เช่นคลิปจาก Youtube หรือหนัง HD ของ Netflix Note 8 จะให้ภาพสีสดกว่า สดแบบฝรั่งหน้าขาวๆ ก็แดงได้ Contrast สูงกว่า แต่เมื่อเปิดหนัง HDR ของ Netflix เทียบกัน จอ iPhone ให้สีสันและความเข้มของแสงที่สมบูรณ์กว่า จอ Note 8 ให้สีจืดลงไปเลย

แต่ iPhone ก็มีปัญหารอยบากด้านบน ทำให้ไม่สามารถขยายภาพใหญ่สุดได้เต็มตานักเมื่อเทียบกับ Note 8 เพราะติดบาก ซึ่งถ้าเป็น Youtube จะสามารถขยายภาพได้เองจนติดบาก แต่ถ้าเป็น Netflix แอปจะคำนวณภาพที่ดีที่สุดมาให้แล้ว ทำให้บางครั้งภาพเล็กกว่ามากๆ

สรุป จอ iPhone X ดีกว่า Note 8 เพราะสีสันเป็นธรรมชาติกว่า แสดงวิดีโอ HDR ได้ดีกว่า แต่จอ Note 8 ใหญ่กว่าและใช้พื้นที่ได้เต็มที่กว่า

งั้นให้เสมอกันแล้วกัน

รูปลักษณ์และดีไซน์

เรื่องดีไซน์คงต้องแล้วแต่คนชอบ แต่ดีไซน์ของ Note 8 นั้นดูใหญ่แบบยังถือได้ถนัดอยู่เพราะความกว้างของเครื่องมีไม่มาก และใช้พื้นที่จอได้เต็มที่กว่า ทำให้การใช้งานจริงจอของ Note 8 ดูไม่ขัดตา ที่สำคัญกล้อง iPhone X นั้นนูนมาก ในขณะที่กล้อง Note 8 เรียบไปกับเครื่องเลย

Note 8 จึงชนะไปในเรื่องรูปลักษณ์และดีไซน์

กล้อง

ผมไปถ่ายภาพเทียบมาให้แล้ว กล้อง iPhone ยังไงก็คือ iPhone นะครับ เน้นความ Real สีสันไม่ได้สดเกินจริง ถ่าย Selfie ก็ได้หน้าที่จริงมากๆ (แต่ก็สามารถปรับโหมดแสง Studio ได้นะ)

ถ่ายยามเย็นนอกสถานที่

ถ่ายภาพเปรียบเทียบสี

ถ่ายภาพกลางคืน

เทียบภาพถ่ายกล้องหน้า

กล้องหลังโหมด Portait

สีสันวิดีโอ Note 8 ก็ทำได้น่าดูกว่า ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวพอๆ กัน แต่ Slow Motion ของ iPhone ทำได้มีรายละเอียดมากกว่า ภาพไม่แตก

สรุปเรื่องกล้อง หนักใจมาก iPhone X ก็ถ่ายแล้วจริงมาก (สมจริงเกิ้น สิวเห็นหมด) ส่วน Note 8 ก็สวยเลย แต่สรุปให้ iPhone X ชนะไป เพราะเราชอบความสมจริง

เสียง

ลำโพงของ iPhone ดีกว่าชัดเจน ให้เสียงครบกว่า แถมยังเป็นลำโพงสเตอริโอ แยกซ้ายขวาได้ ในขณะที่ Note 8 เป็นลำโพงโมโน ออกด้านล่างอย่างเดียว ส่วนเสียงออกจากสายฟังด้วยหูฟังเดียวกัน iPhone ก็ดีกว่า แต่ที่ต่างคือ Note 8 มีช่องหูฟัง ส่วน iPhone X ไม่มีแล้วจ้า

สรุป iPhone X ชนะเรื่องเสียงด้วยลำโพงตัวเครื่องที่ดีกว่า

ระบบปฎิบัติการและแอป

iOS เด่นกว่าที่เรื่องแอป แอปตัวเดียวกันฝั่ง iOS ยังเก่งกว่า เช่นแอป facebook ของ Android เลือกบัญชีผู้โพสต์ไม่ได้ จะโพสต์ในนามเพจก็เลือกไม่ได้ นอกจากนี้ Android ยังมีแอปที่เกี่ยวกับงาน Production น้อยกว่า เช่นแอปตัดต่อวิดีโอมีทางเลือกน้อย แอปไลฟ์ facebook ก็ไม่ค่อยมี เกม AR ที่ละเอียดจริงๆ ฝั่ง Android ก็มีน้อยกว่ามาก

แต่ Android เด่นที่ความยืดหยุ่นและการแชร์ แอปแบบสาย Dev เช่นใช้ GPS ภายนอกผ่าน Bluetooth ก็ต้องมองที่ Android นี้แหละ

สรุป สำหรับผู้ใช้ทั่วไป iPhone X มีระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่า Note 8 จ้า

ความสามารถพิเศษ

  • iPhone X เรามีกล้อง True Depth และ Animoji เล่นได้สนุกๆ ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้
  • ส่วน Note 8 มีปากกาที่จดบันทึกได้จริงจัง

ไม่ต้องตัดสินใจอะไรให้ยากเลยครับ ปากกาของ Note 8 คือที่สุดแล้วในสมาร์ทโฟน เป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์ใช้ได้จริงจังกว่า True Depth และ Animoji ด้านความสามารถพิเศษ Note 8 จึงชนะไป

ราคา

  • iPhone X เริ่มต้น 40,500 บาท สำหรับรุ่น 64 GB
  • Note 8 ราคา 33,900 บาท 64 GB
  • ถ้าเทียบราคาแล้ว Note 8 คุ้มกว่าเห็นๆ

สรุป Samsung Galaxy Note 8 ชนะ iPhone X ไป 4 ต่อ 3 ยก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!