Connect with us

Plantronics BackBeat 105

฿ 2,990
7.8

คุณภาพเสียง

7.5/10

การออกแบบหูฟัง

8.5/10

การใช้งานเป็นหูฟังโทรศัพท์

7.0/10

ความสามารถพิเศษ

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • คุณภาพเสียงใช้ได้ ให้เสียงใส โปร่ง สบาย เบสกำลังสวย ไม่รก
  • น้ำหนักเบา ดีไซน์ให้คล้องติดตัวได้ทั้งวัน ไม่เป็นภาระ
  • มีฟังก์ชั่น Multipoint สามารถเชื่อมอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องเข้ากับหูฟัง
  • แถมสายชาร์จ 2 IN 1 สามารถชาร์จหูฟังไป และใช้พอร์ต USB นั้นทำงานอื่นๆ ได้ด้วย
  • สั่นเตือนโทรศัพท์เข้าได้แรงมาก ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่รู้

จุดสังเกต

  • ใช้งานคุยโทรศัพท์มีปัญหาผู้รับสายไม่ได้ยินบ้าง เพราะไมโครโฟนมีจุดเดียว และอยู่บริเวณคอ
  • งานประกอบไม่เนี๊ยบเท่าไหร่
  • ใช้งานแบบไร้สายได้อย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานแบบมีสายได้ (เช่นมี Nintendo Switch ที่ต่อ bluetooth ไม่ได้ ก็ใช้หูฟังนี้ไม่ได้เลย)

หลังจากที่เว็บแบไต๋เคยรีวิวหูฟังรุ่นพี่อย่าง Plantronics Backbeat PRO 2 ที่เป็นหูฟังแบบครอบหูขนาดใหญ่กันไป วันนี้ก็ขอพูดถึงหูฟังตัวเล็กที่เสียงไม่เล็กอย่าง Plantronics BackBeat 105 กันบ้างครับ ว่าจะใช้งานได้ดีแค่ไหน

รูปลักษณ์และการออกแบบของ BackBeat 105

Plantronics BackBeat 105 เป็นหูฟังไร้สายแบบ In-ear ที่สามารถคล้องคอได้นะครับ ซึ่งถ้าคิดถึงเรื่องการพกพาใส่กระเป๋า อาจไม่ได้พกง่ายขนาดม้วนเก็บเป็นถุงเล็กๆ เหมือนหูฟัง in-ear แบบมีสายทั่วไปได้ แต่ดีไซน์ของ BackBeat 105 นั้นเหมาะสำหรับการคล้องคอไปทั้งวันแบบไม่ต้องเก็บลงกระเป๋าเลยมากกว่าครับ เพราะมีน้ำหนักแค่ 29.3 กรัม ทำให้ไม่รู้สึกเป็นภาระอะไรเวลาต้องสวม BackBeat 105 ไปทั้งวัน (แต่สำหรับบางคนที่ไม่คุ้นกับการสวมสร้อยคอ อาจจะรู้สึกแปลกๆ คันๆ ที่คอบ้างนะ แต่ไม่นานก็น่าจะชิน)

วัสดุของ BackBeat 105 ในส่วนที่คล้องคอทำจากพลาสติกกึ่งยางครับ ให้ความยืดหยุ่นสูงมาก งอจนพลิกไปอีกด้านก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังใช้งานได้ปกติ ส่วนในจุดที่เป็นปุ่มควบคุม จะเป็นพลาสติกแข็งๆ ประกบกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่างานในจุดนี้ยังไม่เนี๊ยบเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีปัญหาในการใช้งานครับ

ไฟบอกสถานะของหูฟัง แต่ก็จะเห็นว่าพลาสติกตรงนี้ประกบกันไม่เนี๊ยบเท่าไหร่

บริเวณหูฟังนั้นมีดีไซน์พิเศษอยู่นิดหนึ่งคือมีแม่เหล็กซ่อนอยู่ด้วย เวลาที่ไม่ได้เอาหูฟังเสียบหู จึงสามารถนำหูฟัง 2 ข้างมาประกบให้ติดกัน เวลาเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันหูฟังจะได้ไม่แกว่งไปมาเยอะครับ

สายชาร์จแบบ 2-in-1 ที่แถมมากับ Plantronics BackBeat 105

จุดที่พิเศษของ Plantronics BackBeat 105 คือแถมสายชาร์จแบบ 2 in 1 มาด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์ MicroUSB พร้อมๆ กับการใช้งานพอร์ต USB นั้นได้ ไม่ต้องเสียพอร์ตไปกับการชาร์จเลย ซึ่งถ้าเป็น BackBeat 100 จะแถมแค่สายชาร์จธรรมดาครับ ไม่มีหัวแยก USB แบบที่แถมกับ BackBeat 105

การใช้งานหูฟัง

หูฟัง Plantronics BackBeat 105 มีปุ่มสำหรับใช้งานแค่ 3 ปุ่มคือ เปิด/ปิด และเพิ่มกับลดเสียง ทำให้การใช้งานไม่ยากอะไรครับ เมื่อต้องการเชื่อมต่อหูฟังกับโทรศัพท์ก็กดปุ่มเปิด/ปิดค้างเอาไว้จนไฟสถานะของหูฟังขึ้นกระพริบน้ำเงินสลับแดง แล้วก็เปิด Settings ของโทรศัพท์เชื่อมเข้าไปเท่านั้นเอง

การใช้งานคุยโทรศัพท์ก็เข้าใจไม่ยากครับ

  • รับสายและตัดสาย ให้กดปุ่มเปิด/ปิดหูฟัง
  • Redial ให้กดปุ่มเปิด/ปิดหูฟังย้ำ 2 ครั้ง
  • Mute (ปิดเสียงไมโครโฟน) กดปุ่มเพิ่มเสียงหรือลดเสียงค้างเอาไว้

และการใช้งานเพื่อฟังเพลง

  • เล่นเพลง หยุดเพลง กดปุ่มเปิด/ปิดหูฟัง
  • เปลี่ยนเพลง กดปุ่มเพิ่มเสียงค้างไว้จนเปลี่ยนเพลง
  • เล่นเพลงเดิมใหม่ กดปุ่มลดเสียงค้างไว้จนเพลงเริ่มใหม่
  • ย้อนไปเพลงก่อนหน้า กดปุ่มลดเสียงค้างไว้จนเพลงเริ่มใหม่ แล้วกดปุ่มลดเสียงค้างไว้อีกที

ถ้าอยากใช้งานฟังก์ชั่น Multipoint ที่สามารถเชื่อมอุปกรณ์ 2 ตัวเข้ากับ BackBeat 105 ก็แค่ pair อุปกรณ์ตัวใหม่กับหูฟัง เสร็จแล้วกลับไปที่อุปกรณ์เดิมเพื่อเชื่อมต่อหูฟังอีกครั้ง เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จหูฟังจะรายงานสถานะว่า “Phone 2 Connected” ให้ฟัง เราก็สามารถใช้หูฟังเดียวทำงานกับอุปกรณ์ 2 ตัวได้เลย เช่นฟังเพลงจากเครื่องแรก แล้วโทรศัพท์เข้าจากเครื่องที่ 2 ก็กดรับได้ทันที ไม่ต้องไปเชื่อมต่อกันใหม่

ปุ่มควบคุมหลักของหูฟัง

ที่น่าประทับใจมากคือ BackBeat 105 มันสั่นได้ครับ สั่นแรงด้วย เวลาโทรศัพท์เข้าทีนี่คอแทบสั่นตาม คือไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่รู้ว่าโทรศัพท์เข้า ถ้าหลับๆ อยู่ก็ตื่นได้อ่ะครับ

Plantronics BackBeat 105 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง เปิดหูฟังรอใช้งาน/รับสายได้นาน 10 วัน และชาร์จจาก 0 ถึง 100 ได้ภายใน 90 นาที ก็ถือว่าใช้งานตลอดทั้งวันได้สบายครับ ซึ่งคงมีไม่กี่คนที่ฟังหูฟังเกิน 8 ชั่วโมงต่อวันนะ

ช่องเสียบชาร์จแบบ MicroUSB

เราสามารถดูระดับแบตเตอรี่ของหูฟังได้ง่ายๆ จากโทรศัพท์ที่รองรับการแสดงแบตของอุปกรณ์ Bluetooth อย่าง iPhone หรือฟังเอาจากหูฟังก็ได้ครับ ตอนเปิดหูฟังมันจะพูดว่า “Power On, listen time … Hour” ก็ทราบปริมาณแบตคร่าวๆ ตอนนี้แหละ

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ BackBeat 105 เรียกใช้ Siri หรือ Google Now ได้ด้วย โดยหลังจากเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับหูฟังแล้ว ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างเอาไว้ประมาณ 2 วินาทีจนได้ยินเสียงติ๊ก ก็สามารถพูดสั่งงานมือถือได้เลย

ระยะทำการและคุณภาพเสียง

วิธีใช้งานหูฟังแบบ In-ear ที่สำคัญ คือต้องเลือกขนาดจุกยางให้เหมาะกับหู

Plantronics BackBeat 105 ใช้เทคโนโลยี Bluetooth 4.1 ทำให้มีระยะทำการไกลใช้ได้ครับ ทดสอบใช้งานในอาคาร ระยะ 20-30 เมตรจากตัวมือถือ ก็ยังฟังเพลงได้สบายๆ ครับ ถ้าอยู่ในบ้านก็ระยะครอบคลุมไปหลายห้องเลยแหละ แม้ว่าจะสู้ตัวเทพๆ อย่าง BackBeat PRO 2 ไม่ได้ ที่เดินออกไปนอกบ้านก็ยังได้ยินเพลงชัดเจน แต่ก็ไกลพอที่จะใช้งานในชีวิตประจำวันได้ไม่มีปัญหาครับ

สิ่งที่ที่ต้องใส่ใจมากสำหรับการใช้งานหูฟังแบบ in-ear คือต้องเลือกขนาดยางหูฟังให้เหมาะสมสำหรับหูของตัวเอง ผู้เขียนเองก็เคยสอบถามไปยัง Systems2000 ผู้จัดจำหน่าย Plantronics BackBeat 105 ในประเทศไทยว่าทำไมหูฟังตัวนี้ไม่ค่อยมีเบสเลย ทั้งที่ก็ใส่หูฟังแน่นดี จึงได้รับคำแนะนำให้ลองเปลี่ยนยางหูฟังเป็นขนาดอื่นๆ ครับ ซึ่งหลังจากเปลี่ยนยางขนาดกลางเป็นขนาดเล็ก ก็ให้เสียงที่ดีขึ้นมาก เบสกลับมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ต้องทดลองด้วยตัวเองครับว่าหูเราเหมาะกับยางไซส์อะไร

คุณภาพเสียงของ Plantronics BackBeat 105 จัดว่าดีเลย เสียงใสๆ โปร่งๆ สะอาดหู ฟังยาวได้เพลินๆ เบสมีกำลังสวย ไม่แน่นจนรกเกินไป ก็ถือว่าคุณภาพเสียงโอเคกับราคาค่าตัวครับ แต่ถ้าเอาไปเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Plantronics BackBeat PRO 2 (ที่ราคาแพงกว่าหลายเท่า) เสียงของ BackBeat 105 จะแห้งๆ ไม่ได้โทนอบอุ่นเหมือนรุ่นพี่เค้า แล้วก็เบสไม่หนักแน่นเท่า

ที่นี้คุณภาพของการโทร ก็ถือว่าดีในระดับหนึ่งครับ โทรหลายครั้งใช้คุยได้ปกติดี เหมือนคุยแนบหูปกติ ก็ด้วยความที่เป็นหูฟังแบบ in-ear การใส่ 2 หูเพื่อคุยอาจจะอึดอัดหน่อย พูดแล้วเสียงมันก้องในหู ก็ใส่คุยโทรศัพท์หูเดียวกำลังสบายครับ

แต่การโทรบางครั้งผู้รับสายทักมาว่าไม่ค่อยได้ยิน อาจเพราะว่าตัวไมโครโฟนของ BackBeat 105 นั้นมีอยู่จุดเดียวบริเวณปุ่มควบคุมหูฟังครับ ซึ่งจุดนี้มันอยู่ใกล้คอเลยแหละ ทำให้การรับเสียงมีจำกัดหน่อย และด้วยความที่มีไมโครโฟนเดียว ทำให้ฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนแบบ DSP + Echo reduction ต้องใช้การประมวลผลสัญญาณเสียงจากแหล่งเดียวเป็นหลัก จึงสู้หูฟังสำหรับสนทนาที่มี 2 ไมโครโฟนไม่ได้ครับ แต่ก็คิดว่า BackBeat 105 ออกแบบมาสำหรับการฟังเพลงเป็นหลักเนอะ

สรุป Plantronics BackBeat 105 หูฟังเบาๆ ใส่ได้ทั้งวัน

อุปกรณ์ภายในกล่อง Plantronics BackBeat 105

สำหรับใครที่ต้องการหาหูฟังไร้สายแบบ in-ear คุณภาพดีๆ BackBeat 105 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ ด้วยราคา 2,990 บาท แต่ได้การออกแบบและน้ำหนักที่ใช้สวมไปได้ทั้งวันโดยไม่เป็นภาระ ชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้นาน คุณภาพเสียงดีสมราคา แม้ว่าการใช้งานด้านสนทนาอาจจะมีปัญหาสำหรับบางคนบ้าง แต่ก็ยังใช้คุยโทรศัพท์ได้โอเคอยู่ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Gadget Review

Netgear Orbi AC3000 บ้านใครใช้เน็ตได้ไม่เท่าโปรฯ ตัวนี้เอาอยู่!

Published

on

Plantronics BackBeat 105

฿ 2,990
7.8

คุณภาพเสียง

7.5/10

การออกแบบหูฟัง

8.5/10

การใช้งานเป็นหูฟังโทรศัพท์

7.0/10

ความสามารถพิเศษ

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • คุณภาพเสียงใช้ได้ ให้เสียงใส โปร่ง สบาย เบสกำลังสวย ไม่รก
  • น้ำหนักเบา ดีไซน์ให้คล้องติดตัวได้ทั้งวัน ไม่เป็นภาระ
  • มีฟังก์ชั่น Multipoint สามารถเชื่อมอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องเข้ากับหูฟัง
  • แถมสายชาร์จ 2 IN 1 สามารถชาร์จหูฟังไป และใช้พอร์ต USB นั้นทำงานอื่นๆ ได้ด้วย
  • สั่นเตือนโทรศัพท์เข้าได้แรงมาก ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่รู้

จุดสังเกต

  • ใช้งานคุยโทรศัพท์มีปัญหาผู้รับสายไม่ได้ยินบ้าง เพราะไมโครโฟนมีจุดเดียว และอยู่บริเวณคอ
  • งานประกอบไม่เนี๊ยบเท่าไหร่
  • ใช้งานแบบไร้สายได้อย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานแบบมีสายได้ (เช่นมี Nintendo Switch ที่ต่อ bluetooth ไม่ได้ ก็ใช้หูฟังนี้ไม่ได้เลย)

เราเตอร์หน้าตาสวยงามที่มาพร้อมกับความสามารถสุดล้ำ ซึ่งสำหรับใครที่อยากใช้อินเตอร์เน็ตภายในบ้านได้ตรงตามความแรงของ Package ที่ได้สมัครเอาไว้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตบ้านมีความแรงสูงมาก ๆ ก็เรียกได้ว่า Netgear Orbi AC3000 ตัวนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

  • 4 พอร์ต 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet
  • 1 WAN + 3 LAN for Router
  • 4 LAN for Satellite
  • พอร์ต  USB 2.0 port

ฟีเจอร์สำคัญ

Orbi home Wi-Fi System ประกอบด้วย Orbi WiFi Router ตัวหลักและ Satellite Orbi ตัวลูกที่สามารถติดตั้งได้เพิ่มสูงสุด 3 ตัว (รวมเป็น 4 ตัว) โดยมีย่านความถี่พิเศษในการส่งสัญญาณระหว่าง Router และ Satellite จึงทำให้การรับ – ส่งข้อมูลมีความรวดเร็วและไม่ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอก มาพร้อมความสามารถต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันสุด ๆ

อัตราการรับส่งสูงระดับ AC3000 (1733 + 866 + 400Mbps)

ด้วยความแรงของการส่งสัญญาณระดับ 3000 Mbps จึงมั่นใจได้ว่าการรับ – ส่งข้อมูล จะแรงมากกว่าหรือเท่ากับความเร็วที่เราเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาอย่างแน่นอน

ครอบคลุมสัญญาณทั้งบ้าน

Netgear Orbi ออกแบบมาเพื่อให้บ้านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีสะดุด สามารถครอบคลุมสัญญาณได้ถึง 4,000 ตารางฟุต สำหรับการเชื่อมต่อ 2 ตัว หรือสูงกว่านี้เมื่อเชื่อมต่อ 4 ตัวแบบครบชุด (1 router + 3 satellite)

เทคโนโลยี WiFi Mesh

มีเทคโนโลยี WiFi Mesh ระหว่าง Orbi WiFi Router และ Satellite ทำให้การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด โดยจะเลือกการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ ลดอาการเน็ตหน่วงเวลาหลุดระยะการเชื่อมต่อระหว่าง router กับ Satellite โดยไม่ต้องทำด้วยตนเองเหมือนการเชื่อมต่อ wifi extender ทั่วไป

เทคโนโลยี Band Steering

เทคโนโลยี Band Steering จะช่วยในการเลือกย่านสัญญาณความถี่ให้กับมือถือ / อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณแบบอัตโนมัติ ทำให้เราใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยี MU-MIMO

เทคโนโลยี MU-MIMO เป็นอีก 1 เทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับบ้านที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่เยอะ จะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของทุกอุปกรณ์ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ติดตั้งง่าย

สำหรับใครที่ไม่เคยติดตั้งเน็ตเวิร์คมาก่อน Netgear Orbi ตัวนี้เป็น 1 ในตัวที่ติดตั้งง่ายมาก ๆ เพียงแค่โหลดแอปฯ Netgear Orbi ทั้งบน iOS และ Android มาลงที่มือถือ พร้อมกับทำตามขั้นตอนที่บอก เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าติดตั้งไม่เป็นทาง King IT ก็มีบริการช่วยในการติดตั้ง + หาจุดวางที่มีประสิทธิภาพที่สุดภายในบ้านให้คุณได้อีกด้วย

ราคา/เงื่อนไขการรับประกัน

  • ราคา 23,900 บาทสำหรับรุ่น 2 ตัว Router + Satellite
  • รับประกัน 9 ปี โดยบริษัท คิงส์ อินเทลลิเจ้นท์ เทคโนโลยี จำกัด
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

มารู้จัก netgear nighthawk ac2600 pro gaming เราเตอร์สำหรับคอเกมเมอร์โดยเฉพาะ

Published

on

Plantronics BackBeat 105

฿ 2,990
7.8

คุณภาพเสียง

7.5/10

การออกแบบหูฟัง

8.5/10

การใช้งานเป็นหูฟังโทรศัพท์

7.0/10

ความสามารถพิเศษ

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • คุณภาพเสียงใช้ได้ ให้เสียงใส โปร่ง สบาย เบสกำลังสวย ไม่รก
  • น้ำหนักเบา ดีไซน์ให้คล้องติดตัวได้ทั้งวัน ไม่เป็นภาระ
  • มีฟังก์ชั่น Multipoint สามารถเชื่อมอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องเข้ากับหูฟัง
  • แถมสายชาร์จ 2 IN 1 สามารถชาร์จหูฟังไป และใช้พอร์ต USB นั้นทำงานอื่นๆ ได้ด้วย
  • สั่นเตือนโทรศัพท์เข้าได้แรงมาก ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่รู้

จุดสังเกต

  • ใช้งานคุยโทรศัพท์มีปัญหาผู้รับสายไม่ได้ยินบ้าง เพราะไมโครโฟนมีจุดเดียว และอยู่บริเวณคอ
  • งานประกอบไม่เนี๊ยบเท่าไหร่
  • ใช้งานแบบไร้สายได้อย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานแบบมีสายได้ (เช่นมี Nintendo Switch ที่ต่อ bluetooth ไม่ได้ ก็ใช้หูฟังนี้ไม่ได้เลย)

แบไต๋ชวนคุณรู้จักเราเตอร์สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตบ้านสูง มาพร้อมเสาแบบจัดเต็ม 4 เสาที่มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณได้สูงสุด 2600 Mbps (รวม 2 ย่านความถี่) มาชมสเปคกันว่ามีอะไรบ้าง

Specification

  • ขนาดตัวเครื่อง 321.9 x 243.7 x 55.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 801 กรัม
  • Gigabit Ethernet 10/100/1000 Mbps 5  ports  (1 WAN & 4 LAN)
  • USB 3.0 2 ports รองรับการทำ Share File และ Share Printer
  • เสาอากาศ 4 เสา ประสิทธิภาพสูงแบบภายนอก
  • 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz & 5.0GHz + 256 QAM support
  • Dual Band WiFi – Tx/Rx 4×4 (2.4GHz) + 4×4 (5GHz)
  • 4×4 11ac 80MHz + 2×2-160/80+80MHz
  • Multi-User MIMO (MU-MIMO)
  • Wireless AC2600 (800Mbps @2.4GHz—256QAM support + 1733Mbps @5GHz 11ac)
  • CPU Dual core 1.7GHz
  • RAM 256MB flash and 512MB RAM
  • รองรับ IPv6
  • รองรับ Guest Network
  • LEDS On/Off LED light switch
  • VPN support – secure remote access
  • WiFi Protected Access (WPA/WPA2PSK)
  • Double firewall protection (SPI and NAT)
  • Denial-of-service (DoS) attack prevention

ฟีเจอร์ต่าง ๆ

Gaming Dashboard

ที่ได้รวบรวมเอาการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมมาไว้ในหน้าเดียว ทำให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย

Geo-Filter

สำหรับคนเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศย่อมมีค่าการเชื่อมต่อ (Ping) ที่สูง แต่ระบบนี้จะช่วยมองหาเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ถึงขีดสุด

QoS หรือ Quality of Service

ระบบจัดความสำคัญของงานที่ทำอยู่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ Bandwidth ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการค้างเวลาเล่นเกมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

Network Monitor

ระบบการตรวจสอบว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตัวไหนใน Network ใช้เน็ตเท่าไหร่ พร้อมควบคุมได้ทันที

Game VPN Client

สำหรับคนชอบเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศที่ต้องหาทางอ้อมต่อ VPN เพื่อเข้าไปเล่น Netgear ตัวนี้ก็มีความสามารถในการมอบการเชื่อมต่อ VPN ให้กับเครื่องใน Network ได้ทันที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเด่น ๆ มากมายดังนี้

  1. ระบบ WiFi แบบ Quad Stream 160 MHz
  2. เทคโนโลยี MU-MIMO เชื่อมต่อสัญญาณพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ในรอบเดียว
  3. เทคโนโลยี Beam Forming ระบบกระจายสัญญาณตามทิศทางของการเชื่อมต่อ ทำให้เราเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้เสถียรกว่าเดิม
  4. เทคโนโลยี ReadySHARE ที่สามารถเปลี่ยนเราเตอร์ของคุณให้กลายเป็น NAS สำหรับเก็บข้อมูลได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับ Flashdrive หรือ External HDD เท่านั้น
  5. สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอปฯ Nighthawk (formerly Up) ได้ด้วยโดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ได้เลย

เรียกได้ว่า netgear nighthawk ac2600 pro gaming router (xr500) ตัวนี้จัดหนักจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตที่สูงมาก ๆ และมีผู้เชื่อมต่อเยอะ ตัวนี้เอาอยู่แน่นอน

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 15,000 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านไอทีหรือร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันถึง 9 ปีเต็มโดย King IT

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

แกะกล่อง DJI Osmo Pocket [มีคลิป]

Published

on

Plantronics BackBeat 105

฿ 2,990
7.8

คุณภาพเสียง

7.5/10

การออกแบบหูฟัง

8.5/10

การใช้งานเป็นหูฟังโทรศัพท์

7.0/10

ความสามารถพิเศษ

8.0/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • คุณภาพเสียงใช้ได้ ให้เสียงใส โปร่ง สบาย เบสกำลังสวย ไม่รก
  • น้ำหนักเบา ดีไซน์ให้คล้องติดตัวได้ทั้งวัน ไม่เป็นภาระ
  • มีฟังก์ชั่น Multipoint สามารถเชื่อมอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องเข้ากับหูฟัง
  • แถมสายชาร์จ 2 IN 1 สามารถชาร์จหูฟังไป และใช้พอร์ต USB นั้นทำงานอื่นๆ ได้ด้วย
  • สั่นเตือนโทรศัพท์เข้าได้แรงมาก ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่รู้

จุดสังเกต

  • ใช้งานคุยโทรศัพท์มีปัญหาผู้รับสายไม่ได้ยินบ้าง เพราะไมโครโฟนมีจุดเดียว และอยู่บริเวณคอ
  • งานประกอบไม่เนี๊ยบเท่าไหร่
  • ใช้งานแบบไร้สายได้อย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานแบบมีสายได้ (เช่นมี Nintendo Switch ที่ต่อ bluetooth ไม่ได้ ก็ใช้หูฟังนี้ไม่ได้เลย)

แค่เห็นกล่องก็ว้าวในความเล็กกะทัดรัด หีบห่อสีขาวขุ่นดูดีมีราคา มีคุณสมบัติกันสั่นขั้นเทพของ DJI เป็นประกัน เพราะเจ้าตลาดในเรื่องโดรนก็ไม่พ้นเค้าหละ ทำโดรนได้ดีติดตลาด อุปกรณ์กันสั่นสำหรับโปรดักชั่นก็ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย แน่นอนว่าทำโดรนได้ดี แล้วมีหรือที่จะทำรุ่นเล็กได้ไม่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มี DJI Osmo ออกมาทำตลาด งวดนี้มารุ่นจิ๋ว พกพาง่าย แถมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือผ่านช่องต่อ USB TYPE C & LIGHTNING ที่มีแถมให้มาในชุดเลย ไว้ลองใช้งานจริงแล้วจะบอกได้อีกทีว่าโอเคแค่ไหน

อุปกรณ์ในกล่อง

กล้อง DJI Osmo Pocket มีสาย USB TYPE C กล่องใส่กล้อง สายคล้องข้อมือ หัวเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ USB TYPE C & LIGHTNING คู่มือ

ใช้งานร่วมกันได้ดีกับ iPhone 6 ขึ้นไป ดาวน์โหลด App ง่ายๆ โดยการสแกน QR Code บริเวณข้างกล่อง ชื่อโปรแกรมว่า DJI MIMO APP

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซด์อย่างเป็นทางการ https://www.dji.com/osmo-pocket

  • น้ำหนัก 116 กรัม
  • ขนาด 38.4 x 28.6 x 36.9mm
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 140 นาที
  • วีดีโอ 4K 60fps
  • เซ็นเซอร์ 1/2.3”
  • ราคาวางจำหน่ายในไทยโดยประมาณ 13,000 บาท $329

คลิปแกะกล่อง

ขอบคุณอุปกรณ์จากร้าน Lnwgadget Store

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

เรื่องร้อนแรง!