Connect with us

Gadget Review

รีวิว Fitbit Ionic นาฬิกาอัจฉริยะ ท้าชิง Apple Watch อย่างสูสี!

Ionic นาฬิกาอัจฉริยะที่ Fitbit บอกว่าเป็นรุ่นแรกที่ทำออกมา ก็มีจิตวิญญาณทั้งของ Fitbit เองและ Pebble ที่ซื้อบริษัทเข้ามา สรุปจะเป็นยังไงเรารีวิวให้อ่านกัน

Published

on

Fitbit Ionic

฿11690
9.1

คุณภาพวัสดุ

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ออกกำลังกาย

8.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

9.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่ทนมาก อยู่ได้นานเกิน 4 วันโดยไม่ต้องชาร์จ
  • นาฬิกาน้ำหนักเบา ใส่สบาย ดีไซน์ให้ดูเหมือนนาฬิกาบางได้ (จริงๆ มันหนานะ แต่ดูบาง)
  • กันน้ำได้ลึก 50 เมตร ทำให้ใส่ว่ายน้ำได้ ใส่วิ่งก็มี GPS ในตัวติดตามระยะทางและความเร็วได้
  • แสดง Notification จากสมาร์ทโฟนได้ ไลน์เด้งก็เตือนที่นาฬิกา
  • ลงเพลงในนาฬิกาแล้วให้นาฬิกาเชื่อมหูฟัง Bluetooth ไว้ฟังเพลงได้

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับภาษาไทย! ทำให้อ่านโนติภาษาไทยไม่ออก
  • หน้าติดตั้งแอปและหน้าปัดนาฬิกาโหลดช้า ติดตั้งช้า
  • จำนวนแอปให้ติดตั้งยังมีน้อย เช่นแอปจาก Spotify ยังไม่มีให้ใช้
  • จัดการเพลงผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทำผ่านมือถือไม่ได้ โอนเพลงช้า
  • ต้องใช้สายนาฬิกาของตัวเอง ไม่สามารถใช้สายมาตรฐานในท้องตลาดได้

แม้ว่าเราจะเคยเห็นผลิตภัณฑ์ Fitbit หลายตัวที่ทำงานเป็นนาฬิกาได้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ Fitbit ก็ถือว่า Ionic เป็น Smart Watch รุ่นแรกของบริษัทครับ จะถือว่าเป็นตัวแทนทางจิตวิญญาณของ Pebble ที่ Fitbit ซื้อไปในช่วงปลายปี 2016 ก็ได้ (แล้วก็ปิด Pebble เลิกผลิตนาฬิกาทุกอย่างไปเลย จะแอบแค้นก็ตรงนี้) เพราะมีความสามารถลงแอปเพิ่มและเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาได้ แล้วการใข้งานจริงเป็นยังไง เราใช้ Fitbit Ionic ในชีวิตประจำวันมานับเดือน ก็ขอสรุปให้ฟังครับ

Fitbit Ionic มีสายหลายแบบให้เลือกเปลี่ยน

ดีไซน์และรูปแบบการใช้งาน

  • ดีไซน์ดูดี รู้สึกเป็นของที่มีราคา ดูบาง แม้ว่าจริงๆ แล้วจะหนา
  • หน้าจอทนทาน ใช้มานานก็ยังไม่มีริ้วรอย แสดงภาพได้ชัดเจนแม้แดดจัด
  • เปลี่ยนสายได้ง่าย แต่ต้องใช้สายของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถใช้สายนาฬิกาทั่วไปได้

Fitbit Ionic ใส่แล้วดูบาง เพราะดีไซน์สี่เหลี่ยมคางหมู

ขึ้นชื่อว่าเป็นนาฬิกา สิ่งแรกที่คนสนใจก็หนีไม่พ้นการออกแบบครับ Fitbit Ionic ก็ออกแบบในสไตล์ของอุปกรณ์ Fitbit คือเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้ามุมเหลี่ยมเลย (ไม่ต้องมาถามหามุมมนๆ จากรุ่นนี้) ดูแข็งแรง หนักแน่น ทำจากวัสดุชั้นดี อลูมิเนียมซีรี่ส์ 6000 หนักแค่ 47 กรัม ที่สำคัญคือใส่แล้วดูนาฬิกาบาง ทั้งที่จริงๆ แล้วนาฬิกามันก็หนาอยู่ เพราะด้านหลังเครื่องทำเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมู เวลาอยู่บนข้อมือแล้วหลอกตาว่านาฬิกาไม่หนามาก ไม่เหมือนอย่าง Apple Watch ที่เป็นสี่เหลี่ยมทั้งก้อนทำให้ตัวนาฬิกาดูหนาบนข้อมือครับ

Fitbit Ionic นั้นมีด้วยกัน 3 สีคือ รุ่นที่เรามารีวิวคือ ตัวเรือนสีเงิน-สายสีเทาอมน้ำเงิน (White/Blue-Grey) ตัวเรือนสีเทาเข้ม-สายสีถ่านเข้มๆ (Smoke Gray/Charcoal และตัวเรือนสีทอง-สายสีฟ้าอ่อน (Burnt Orange/Slate Blue)

กระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass 3 ให้ความแข็งแรงและกันรอยได้ดีมาก ใส่ติดข้อมือทุกวันมาเป็นเดือน หน้าจอยังไม่เป็นรอยเลย และที่ประทับใจคือตัวจอที่ Fitbit เคลมว่าให้ความสว่างสูงถึง 1,000 nit ก็ทำให้ใช้งานกลางแดดได้สบายมากครับ แดดจะแรงแค่ไหนเราก็ยังเห็นข้อมูลจากจอได้ชัดเจน สีสันสดใส

อุปกรณ์ในกล่องของ Fitbit Ionic

ในกล่องของ Fitbit Ionic นั้นมีสายนาฬิกาแบบยางมาให้เลือก 2 ขนาดนะครับ ก็เลือกให้เหมาะสำหรับขนาดข้อมือของตัวเอง เปลี่ยนสายได้ง่ายๆ โดยกดปุ่มที่ด้านหลังของสาย ก็ดึงสายออกมาได้แล้ว ซึ่งตัวสายนี้ทำจากยางชั้นดีครับ แม้เหงื่อจะออกเต็มแขนแต่ไม่รู้สึกคัน ตัวล็อกสายก็มี 2 ชั้น ทั้งแบบเกี่ยวกับรูและเป็นหมุดยึดลงไปกับรู ก็ทำให้มั่นใจว่านาฬิกาจะไม่หลุดออกจากมือง่ายๆ แต่สายที่ใช้กับ Fitbit Ionic จะต้องเป็นสายเฉพาะของมันนะครับ ไม่สามารถหาซื้อสายทั่วไปมาเปลี่ยนได้ ซึ่งในเว็บของ Fitbit เองก็มีสายอีกหลายแบบทั้งสายหนังและสายดีไซน์สปอร์ตให้ซื้อเปลี่ยนครับ

ตัวเรือน Fitbit Ionic และสายที่ถอดออก

Fitbit Ionic นั้นมีปุ่มควบคุม 3 ปุ่มรอบเครื่องทำงานร่วมกับจอสัมผัสนะครับ ก็ถือว่าใช้งานง่ายเลยแหละ ไม่ต้องอ่านคู่มือเยอะแบบ Smart Watch รุ่นอื่นก็ใช้งานพื้นฐานได้เลย

  • ปุ่มซ้ายไว้ถอยหลังหรือปุ่ม Back
  • ปุ่มขวาบนไว้เข้าหน้า Today สรุปว่าวันนี้การใช้ชีวิตของเราเป็นยังไงบ้าง
  • ปุ่มขวาล่างไว้เข้าหน้า Exercise เลือกการออกกำลังกาย

ส่วนหน้าจอสัมผัสก็สามารถลากจากขอบจอทั้ง 4 ด้านเพื่อเข้าหน้าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

  • ลากจากขอบบน เมนูเล่นเพลง
  • ลากจากขอบขวา เข้าเมนูหลักของนาฬิกา
  • ลากจากขอบล่าง โชว์ Notification จากโทรศัพท์
  • ลากจากขอบซ้าย เข้าหน้า Quick Settings

เซนเซอร์วัดการเต้นของหัวใจ และการเสียบสายชาร์จแบบ Hardcore (ปกติก็ไม่ต้องถอดสายนาฬิกาแบบนี้หรอก)

ด้านหลังตัวเรือนเป็นเซนเซอร์ตรวจวัดการเต้นของหัวใจที่จะยิงแสง LED ลงมาเพื่อจับการเต้นของหัวใจนะครับ และมีช่องเสียบสายชาร์จแบบแม่เหล็กอยู่ตรงนี้ด้วย

Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์ที่ไม่ต้องเพิ่งสมาร์ทโฟน (มากนัก)

  • ตัวนาฬิกาสามารถทำงานได้ครบถ้วนทั้งการตรวจจับการเต้นของหัวใจ นับก้าวเดิน โดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน
  • สามารถโหลดเพลงลงนาฬิกาได้ราว 300 เพลง และเชื่อมต่อกับหูฟัง Bluetooth ได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน
  • แต่การโหลดเพลงลงนาฬิกาต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถทำจากสมาร์ทโฟนได้ และใช้เวลาโหลดเพลงนานมาก

ด้วยความที่นาฬิกาเรือนนี้เป็น Smart Watch การใช้งานจึงต้องใช้ควบคู่กับ Smart Phone แต่ Ionic ก็ไม่ได้ต้องการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนตลอดเวลานะครับ หลังจากเซ็ตอัปครั้งแรกที่ต้องเชื่อมกับสมาร์ทโฟน เราก็สามารถใช้งานมันเดี่ยวๆ ได้ โดยหน่วยความจำในนาฬิกาจะสามารถบันทึกการใช้ชีวิตได้ 7 วัน และบันทึกสรุปรายวันได้ 30 วัน ก่อนนำมาซิงค์บันทึกเข้าระบบของ Fitbit ผ่านสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้เรายังสามารถโหลดเพลงลงนาฬิกาเพื่อเชื่อมต่อกับหูฟัง Bluetooth ได้โดยตรง เวลาไปออกกำลังกายก็ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนไป เอาไปแค่ Ionic กับหูฟัง Bluetooth ก็ฟังเพลงพร้อมออกกำลังกายได้แล้ว (หรือถ้ายังรักการฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนอยู่ ก็สามารถใช้ตัวนาฬิกาสั่งเล่นเพลงจากสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน)

แต่การซิงก์เพลงเข้า Fitbit Ionic แอบยุ่งยากไปนิดครับ เพราะไม่สามารถซิงก์จากสมาร์ทโฟนได้โดยตรง ต้องทำผ่านโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เท่านั้น และการซิงก์ก็ใช้เวลานานด้วย การซิงก์เพลงสัก 3 อัลบั้ม อาจจะต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง แล้วใน Ionic มีพื้นที่เก็บเพลงอยู่ 2.5 GB สามารถเก็บเพลงได้ราว 300 เพลงครับ ก็ไม่มากไม่น้อยอะไร

ติดตั้งแอปและหน้าปัดนาฬิกาเสริมได้ แต่ตัวเลือกยังน้อย

  • หน้าปัดมีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบเข็มและดิจิตอล แบบที่แสดงข้อมูลเยอะๆ ก็มีให้เลือก
  • สามารถเลือกแอปเสริมให้นาฬิกาได้ตามความต้องการ
  • แต่จำนวนแอปยังมีไม่เยอะ และการติดตั้งใช้เวลานาน

โหลดหน้าปัดนาฬิกาได้จากสมาร์ทโฟน

Fitbit Ionic สามารถเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาได้ มีรูปแบบมากมายให้เลือกโหลดผ่านแอป Fitbit ซึ่งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาภายนอกได้ทำหน้าปัดนาฬิกาได้ด้วย ทำให้ตัวเลือกหน้าปัดนาฬิกาจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

นอกจากนี้เรายังสามารถลงแอปเพิ่มในนาฬิกาได้ แต่เนื่องจาก Fitbit Ionic ยังเป็นระบบใหม่ แอปที่มีให้เลือกจึงมีไม่เยอะครับ บริการด้านกีฬาดังๆ ก็มีแค่ Strava มีแอปอ่านข่าว Flipboard แต่บริการฟังเพลงอย่าง Spotify ก็ยังไม่มีให้โหลด แผนที่แบบนำทางได้ในตัวนาฬิกาเหมือน Apple Watch ก็ยังไม่มี ก็ต้องรอเวลาเพื่อให้นักพัฒนาทำแอปลงมาเพิ่มนะครับ

หน้าปัดนาฬิกาสวยๆ ของ Ionic

และ Ionic ก็มีจุดอ่อนอยู่ที่การติดตั้งที่ใช้เวลานาน แม้ว่าตัวแอปและหน้าปัดต่างๆ จะไม่ขนาดไม่ใหญ่เลย แต่ก็ต้องใช้เวลาโหลดลงนาฬิกานานนับนาทีครับ

ใช้งาน Fitbit Ionic ในชีวิตประจำวัน

  • แบตเตอรี่ทนมาก ใช้จนลืมว่าชาร์จครั้งสุดท้ายวันไหน
  • สามารถสั่นและแจ้งเตือนสายเรียกเข้าและแสดงแจ้งเตือนจากทุกแอปในสมาร์ทโฟนได้
  • แต่ไม่สามารถแสดงการแจ้งเตือนเป็นภาษาไทยได้ น่าเสียดายมากตรงนี้

แม้ว่าภาพลักษณ์ของ Fitbit จะเป็นในแนวสุขภาพมาตลอด แต่สำหรับ Ionic กลับเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมากกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ของ Fitbit ครับ

เมื่อเริ่มต้น Fitbit Ionic จะแสดงการแจ้งเตือนภาษาไทยเป็นแบบนี้

จุดเด่นที่ใช้ได้จริงคือ Fitbit Ionic สามารถแสดงการแจ้งเตือนหรือ Notification ทุกอย่างได้จากสมาร์ทโฟนที่ทั้งสั่นเตือนและแสดงข้อความการแจ้งเตือนได้แบบไม่ต้องหยิบเอาสมาร์ทโฟนออกมาดู มีสายเรียกเข้าก็แสดงรายละเอียด แต่น่าเสียดาย (มากๆ) ที่ยังไม่สามารถแสดงภาษาไทยได้ครับ ถ้าค่ามาตรฐานของนาฬิกาเลย ฟอนต์ไทยจะแสดงเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทั้งหมด แต่ก็สามารถเซ็ทผ่านแอปของ Fitbit ให้ถอดเสียงจากภาษาไทยมาแสดงเป็นภาษาอังกฤษแบบคาราโอเกะได้ ก็ทำให้พออ่านได้แต่ก็ไม่ดีเท่าการแสดงภาษาไทยจริงๆ อยู่ดี

แต่เราสั่งให้ถอดเสียงภาษาไทยเพื่อแสดงแบบคาราโอเกะได้ (อ่านยากหน่อย แต่ก็พอรู้เรื่อง)

อีกเรื่องที่เป็นจุดขายของนาฬิการุ่นนี้เลยแบตเตอรี่ทนมาก ตามสเปกเคลมว่าใช้งานได้ 5 วัน แต่ใช้จริงน่าจะใช้ได้เป็นสัปดาห์ครับ คือลืมไปเลยว่าชาร์จครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีนาฬิกาเตือนว่าแบตอ่อน (หลังจากนาฬิกาเตือนก็ใช้ได้ต่ออีกเป็นวันนะ) ก็ค่อยกลับมาชาร์จ เรื่องนี้น่าประทับใจมากๆ

ส่วน Fitbit Pay นั้นไม่ต้องพูดถึงครับ มันใช้ในเมืองไทยไม่ได้ แล้วดูทรงไม่น่าจะได้ในเร็วๆ นี้ด้วย เพราะสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแบบ QR Code แต่ Fitbit Pay เป็นเทคโนโลยีแบบ NFC ซึ่งไม่ได้แพร่หลายในไทย ถ้าจะทำให้เกิดก็ต้องใช้เวลาและทุนผลักดันมหาศาล จึงไม่น่าเป็นไปได้ในไทยครับ

การใช้งานในเชิงสุขภาพ

ในตัว Fitbit Ionic นั้นมีเซนเซอร์เยอะมากสำหรับการตรวจจับสุขภาพและการออกกำลังกายนะครับ คือ

  • เซนเซอร์ตรวจจับการเต้นของหัวใจที่แม่นยำ (เรียกว่า PUREPULSE) วัดการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวัน แล้วนำไปสรุปในแอป Fitbit ให้ดูว่าลักษณะการเต้นของหัวใจเราเป็นอย่างไร มีค่าหัวใจขณะพัก (Resting Heart Rate) เท่าไหร่ ร่างกายเรามีความฟิตเท่าไหร่เมื่อเทียบกับอายุ และระหว่างออกกำลังกายก็แสดงโซนการเต้นของหัวใจได้
  • เซนเซอร์ตรวจการเคลื่อนไหว Accelerometer และ Gyroscope นับก้าวเดินแต่ละวัน เตือนให้ผู้ใส่เคลื่อนไหวในกรณีที่นั่งนิ่งนานๆ และสามารถบันทึกการออกกำลังกายอัตโนมัติได้ ทำงานเองแม้ลืมสั่งให้เริ่มบันทึก ใช้วัดรอบการว่ายน้ำได้ด้วย
  • เซนเซอร์วัดความสูง ระบุได้ว่าเราเดินขึ้นลงกี่ชั้นในแต่ละวัน
  • GPS บันทึกเส้นทางการออกกำลังกาย โดยไม่ต้องอาศัยสมาร์ทโฟน

ติดตามการเต้นของหัวใจในระหว่างออกกำลังกาย แล้วแสดงผลสรุปในแอป Fitbit ให้อ่านเข้าใจง่าย

จากเซนเซอร์สารพัดทำให้ Ionic สามารถบันทึกและวิเคราะห์การใช้ชีวิตของเรา แล้วมานำสรุปให้อ่านในแอป Fitbit ได้หลายอย่าง ทั้งสถิติการเดิน สถิติช่วงเวลาแอคทีฟต่างๆ รวมถึงลักษณะการเต้นของหัวใจ และรูปแบบการนอนหลับได้ โดยตรวจจากการเคลื่อนไหวในขณะนอนหลับและการเต้นของหัวใจ เพื่อดูว่าเรามีช่วงหลับตื้น หลับลึกอย่างไร แล้วยังสามารถวิเคราะห์ความฟิตจากระดับ Cario ของเราได้ด้วย

สรุปข้อมูลการนอนของเรา

รูปแบบการออกกำลังกายพื้นฐานที่ Fitbit Ionic สามารถตรวจจับได้นั้นมีหลายอย่างเช่น การวิ่ง, ปั่นจักรยาน, วิ่งในลู่ออกกำลังกาย, ยกน้ำหนัก หรือสามารถเพิ่มการเล่นโยคะหรือการตีกอล์ฟลงไปด้วยก็ได้ ซึ่งตัว Ionic นั้นกันน้ำได้ลึก 50 เมตร เราทดสอบเอาไปเล่นน้ำทะเลมาเรียบร้อย กันน้ำได้สบายมาก จึงสามารถใช้วัดการว่ายน้ำได้ด้วย

ถ้าออกกำลังกายแบบ Outdoor ก็บันทึกการเคลื่อนที่ลงในแผนที่ได้ เพราะ Ionic มี GPS ในตัว

นอกจากนี้ Fitbit Ionic ยังมี Coach ในตัว สามารถเลือกชุดการออกกำลังกายตามแบบที่เราต้องการได้ด้วย

เทียบกับสมาร์ทวอทช์รุ่นอื่นๆ

ถ้าหากเทียบกับนาฬิกาที่เน้นเรื่องการออกกำลังกายเป็นหลักอย่าง Garmin Fenix 5 (อ่านรีวิว Garmin Fenix 5s ได้เลย) ฟังก์ชั่นเรื่องการออกกำลังกายนั้นยังสู้ฝั่ง Garmin ไม่ได้ ที่ละเอียดหยุบหยับกว่า แต่ถ้าวัดเรื่องการใช้ชีวิตทั่วไปและความคุ้มค่า Fitbit Ionic ทำได้ดีกว่าครับ เป็นนาฬิกาที่สมดุลในการใช้ชีวิตและการออกกำลังกาย แถมราคาของ Ionic ที่ 11,690 ยังถูกกว่า Garmin Fenix 5 มากครับ

ส่วนถ้าเทียบกับ Apple Watch อันนี้ต้องบอกว่าสูสี จุดที่ Apple Watch เด่นกว่าคือแอปหลากหลายกว่า และแสดงข้อความภาษาไทยได้ แต่จุดที่ Fitbit Ionic เด่นกว่าคือมันใช้กับ Android ได้ดีครับ (Apple Watch ใช้กับ iPhone อย่างเดียว) มีหน้าปัดให้เลือกเยอะกว่า และแบตอึดกว่ามากๆ และราคา Ionic อยู่ที่ 11,690 ส่วน Apple Watch Series 3 ก็เริ่มต้นที่ 11,900 บาท ก็ใกล้เคียงกันมากด้วย สรุป ถ้าใช้ Android เจ้า Fitbit Ionic ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

ตัวเรือนเมื่ออยู่บนข้อมือ

โหมด Workout บนนาฬิกา

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Gadget Review

Netgear Orbi AC3000 บ้านใครใช้เน็ตได้ไม่เท่าโปรฯ ตัวนี้เอาอยู่!

Published

on

Fitbit Ionic

฿11690
9.1

คุณภาพวัสดุ

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ออกกำลังกาย

8.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

9.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่ทนมาก อยู่ได้นานเกิน 4 วันโดยไม่ต้องชาร์จ
  • นาฬิกาน้ำหนักเบา ใส่สบาย ดีไซน์ให้ดูเหมือนนาฬิกาบางได้ (จริงๆ มันหนานะ แต่ดูบาง)
  • กันน้ำได้ลึก 50 เมตร ทำให้ใส่ว่ายน้ำได้ ใส่วิ่งก็มี GPS ในตัวติดตามระยะทางและความเร็วได้
  • แสดง Notification จากสมาร์ทโฟนได้ ไลน์เด้งก็เตือนที่นาฬิกา
  • ลงเพลงในนาฬิกาแล้วให้นาฬิกาเชื่อมหูฟัง Bluetooth ไว้ฟังเพลงได้

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับภาษาไทย! ทำให้อ่านโนติภาษาไทยไม่ออก
  • หน้าติดตั้งแอปและหน้าปัดนาฬิกาโหลดช้า ติดตั้งช้า
  • จำนวนแอปให้ติดตั้งยังมีน้อย เช่นแอปจาก Spotify ยังไม่มีให้ใช้
  • จัดการเพลงผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทำผ่านมือถือไม่ได้ โอนเพลงช้า
  • ต้องใช้สายนาฬิกาของตัวเอง ไม่สามารถใช้สายมาตรฐานในท้องตลาดได้

เราเตอร์หน้าตาสวยงามที่มาพร้อมกับความสามารถสุดล้ำ ซึ่งสำหรับใครที่อยากใช้อินเตอร์เน็ตภายในบ้านได้ตรงตามความแรงของ Package ที่ได้สมัครเอาไว้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตบ้านมีความแรงสูงมาก ๆ ก็เรียกได้ว่า Netgear Orbi AC3000 ตัวนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

  • 4 พอร์ต 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet
  • 1 WAN + 3 LAN for Router
  • 4 LAN for Satellite
  • พอร์ต  USB 2.0 port

ฟีเจอร์สำคัญ

Orbi home Wi-Fi System ประกอบด้วย Orbi WiFi Router ตัวหลักและ Satellite Orbi ตัวลูกที่สามารถติดตั้งได้เพิ่มสูงสุด 3 ตัว (รวมเป็น 4 ตัว) โดยมีย่านความถี่พิเศษในการส่งสัญญาณระหว่าง Router และ Satellite จึงทำให้การรับ – ส่งข้อมูลมีความรวดเร็วและไม่ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอก มาพร้อมความสามารถต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันสุด ๆ

อัตราการรับส่งสูงระดับ AC3000 (1733 + 866 + 400Mbps)

ด้วยความแรงของการส่งสัญญาณระดับ 3000 Mbps จึงมั่นใจได้ว่าการรับ – ส่งข้อมูล จะแรงมากกว่าหรือเท่ากับความเร็วที่เราเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาอย่างแน่นอน

ครอบคลุมสัญญาณทั้งบ้าน

Netgear Orbi ออกแบบมาเพื่อให้บ้านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีสะดุด สามารถครอบคลุมสัญญาณได้ถึง 4,000 ตารางฟุต สำหรับการเชื่อมต่อ 2 ตัว หรือสูงกว่านี้เมื่อเชื่อมต่อ 4 ตัวแบบครบชุด (1 router + 3 satellite)

เทคโนโลยี WiFi Mesh

มีเทคโนโลยี WiFi Mesh ระหว่าง Orbi WiFi Router และ Satellite ทำให้การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด โดยจะเลือกการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ ลดอาการเน็ตหน่วงเวลาหลุดระยะการเชื่อมต่อระหว่าง router กับ Satellite โดยไม่ต้องทำด้วยตนเองเหมือนการเชื่อมต่อ wifi extender ทั่วไป

เทคโนโลยี Band Steering

เทคโนโลยี Band Steering จะช่วยในการเลือกย่านสัญญาณความถี่ให้กับมือถือ / อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณแบบอัตโนมัติ ทำให้เราใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยี MU-MIMO

เทคโนโลยี MU-MIMO เป็นอีก 1 เทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับบ้านที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่เยอะ จะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของทุกอุปกรณ์ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ติดตั้งง่าย

สำหรับใครที่ไม่เคยติดตั้งเน็ตเวิร์คมาก่อน Netgear Orbi ตัวนี้เป็น 1 ในตัวที่ติดตั้งง่ายมาก ๆ เพียงแค่โหลดแอปฯ Netgear Orbi ทั้งบน iOS และ Android มาลงที่มือถือ พร้อมกับทำตามขั้นตอนที่บอก เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าติดตั้งไม่เป็นทาง King IT ก็มีบริการช่วยในการติดตั้ง + หาจุดวางที่มีประสิทธิภาพที่สุดภายในบ้านให้คุณได้อีกด้วย

ราคา/เงื่อนไขการรับประกัน

  • ราคา 23,900 บาทสำหรับรุ่น 2 ตัว Router + Satellite
  • รับประกัน 9 ปี โดยบริษัท คิงส์ อินเทลลิเจ้นท์ เทคโนโลยี จำกัด
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

มารู้จัก netgear nighthawk ac2600 pro gaming เราเตอร์สำหรับคอเกมเมอร์โดยเฉพาะ

Published

on

Fitbit Ionic

฿11690
9.1

คุณภาพวัสดุ

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ออกกำลังกาย

8.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

9.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่ทนมาก อยู่ได้นานเกิน 4 วันโดยไม่ต้องชาร์จ
  • นาฬิกาน้ำหนักเบา ใส่สบาย ดีไซน์ให้ดูเหมือนนาฬิกาบางได้ (จริงๆ มันหนานะ แต่ดูบาง)
  • กันน้ำได้ลึก 50 เมตร ทำให้ใส่ว่ายน้ำได้ ใส่วิ่งก็มี GPS ในตัวติดตามระยะทางและความเร็วได้
  • แสดง Notification จากสมาร์ทโฟนได้ ไลน์เด้งก็เตือนที่นาฬิกา
  • ลงเพลงในนาฬิกาแล้วให้นาฬิกาเชื่อมหูฟัง Bluetooth ไว้ฟังเพลงได้

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับภาษาไทย! ทำให้อ่านโนติภาษาไทยไม่ออก
  • หน้าติดตั้งแอปและหน้าปัดนาฬิกาโหลดช้า ติดตั้งช้า
  • จำนวนแอปให้ติดตั้งยังมีน้อย เช่นแอปจาก Spotify ยังไม่มีให้ใช้
  • จัดการเพลงผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทำผ่านมือถือไม่ได้ โอนเพลงช้า
  • ต้องใช้สายนาฬิกาของตัวเอง ไม่สามารถใช้สายมาตรฐานในท้องตลาดได้

แบไต๋ชวนคุณรู้จักเราเตอร์สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตบ้านสูง มาพร้อมเสาแบบจัดเต็ม 4 เสาที่มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณได้สูงสุด 2600 Mbps (รวม 2 ย่านความถี่) มาชมสเปคกันว่ามีอะไรบ้าง

Specification

  • ขนาดตัวเครื่อง 321.9 x 243.7 x 55.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 801 กรัม
  • Gigabit Ethernet 10/100/1000 Mbps 5  ports  (1 WAN & 4 LAN)
  • USB 3.0 2 ports รองรับการทำ Share File และ Share Printer
  • เสาอากาศ 4 เสา ประสิทธิภาพสูงแบบภายนอก
  • 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz & 5.0GHz + 256 QAM support
  • Dual Band WiFi – Tx/Rx 4×4 (2.4GHz) + 4×4 (5GHz)
  • 4×4 11ac 80MHz + 2×2-160/80+80MHz
  • Multi-User MIMO (MU-MIMO)
  • Wireless AC2600 (800Mbps @2.4GHz—256QAM support + 1733Mbps @5GHz 11ac)
  • CPU Dual core 1.7GHz
  • RAM 256MB flash and 512MB RAM
  • รองรับ IPv6
  • รองรับ Guest Network
  • LEDS On/Off LED light switch
  • VPN support – secure remote access
  • WiFi Protected Access (WPA/WPA2PSK)
  • Double firewall protection (SPI and NAT)
  • Denial-of-service (DoS) attack prevention

ฟีเจอร์ต่าง ๆ

Gaming Dashboard

ที่ได้รวบรวมเอาการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมมาไว้ในหน้าเดียว ทำให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย

Geo-Filter

สำหรับคนเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศย่อมมีค่าการเชื่อมต่อ (Ping) ที่สูง แต่ระบบนี้จะช่วยมองหาเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ถึงขีดสุด

QoS หรือ Quality of Service

ระบบจัดความสำคัญของงานที่ทำอยู่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ Bandwidth ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการค้างเวลาเล่นเกมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

Network Monitor

ระบบการตรวจสอบว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตัวไหนใน Network ใช้เน็ตเท่าไหร่ พร้อมควบคุมได้ทันที

Game VPN Client

สำหรับคนชอบเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศที่ต้องหาทางอ้อมต่อ VPN เพื่อเข้าไปเล่น Netgear ตัวนี้ก็มีความสามารถในการมอบการเชื่อมต่อ VPN ให้กับเครื่องใน Network ได้ทันที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเด่น ๆ มากมายดังนี้

  1. ระบบ WiFi แบบ Quad Stream 160 MHz
  2. เทคโนโลยี MU-MIMO เชื่อมต่อสัญญาณพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ในรอบเดียว
  3. เทคโนโลยี Beam Forming ระบบกระจายสัญญาณตามทิศทางของการเชื่อมต่อ ทำให้เราเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้เสถียรกว่าเดิม
  4. เทคโนโลยี ReadySHARE ที่สามารถเปลี่ยนเราเตอร์ของคุณให้กลายเป็น NAS สำหรับเก็บข้อมูลได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับ Flashdrive หรือ External HDD เท่านั้น
  5. สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอปฯ Nighthawk (formerly Up) ได้ด้วยโดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ได้เลย

เรียกได้ว่า netgear nighthawk ac2600 pro gaming router (xr500) ตัวนี้จัดหนักจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตที่สูงมาก ๆ และมีผู้เชื่อมต่อเยอะ ตัวนี้เอาอยู่แน่นอน

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 15,000 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านไอทีหรือร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันถึง 9 ปีเต็มโดย King IT

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

แกะกล่อง DJI Osmo Pocket [มีคลิป]

Published

on

Fitbit Ionic

฿11690
9.1

คุณภาพวัสดุ

9.0/10

คุณภาพหน้าจอ

9.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ออกกำลังกาย

8.5/10

ความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

9.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

จุดเด่น

  • แบตเตอรี่ทนมาก อยู่ได้นานเกิน 4 วันโดยไม่ต้องชาร์จ
  • นาฬิกาน้ำหนักเบา ใส่สบาย ดีไซน์ให้ดูเหมือนนาฬิกาบางได้ (จริงๆ มันหนานะ แต่ดูบาง)
  • กันน้ำได้ลึก 50 เมตร ทำให้ใส่ว่ายน้ำได้ ใส่วิ่งก็มี GPS ในตัวติดตามระยะทางและความเร็วได้
  • แสดง Notification จากสมาร์ทโฟนได้ ไลน์เด้งก็เตือนที่นาฬิกา
  • ลงเพลงในนาฬิกาแล้วให้นาฬิกาเชื่อมหูฟัง Bluetooth ไว้ฟังเพลงได้

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับภาษาไทย! ทำให้อ่านโนติภาษาไทยไม่ออก
  • หน้าติดตั้งแอปและหน้าปัดนาฬิกาโหลดช้า ติดตั้งช้า
  • จำนวนแอปให้ติดตั้งยังมีน้อย เช่นแอปจาก Spotify ยังไม่มีให้ใช้
  • จัดการเพลงผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทำผ่านมือถือไม่ได้ โอนเพลงช้า
  • ต้องใช้สายนาฬิกาของตัวเอง ไม่สามารถใช้สายมาตรฐานในท้องตลาดได้

แค่เห็นกล่องก็ว้าวในความเล็กกะทัดรัด หีบห่อสีขาวขุ่นดูดีมีราคา มีคุณสมบัติกันสั่นขั้นเทพของ DJI เป็นประกัน เพราะเจ้าตลาดในเรื่องโดรนก็ไม่พ้นเค้าหละ ทำโดรนได้ดีติดตลาด อุปกรณ์กันสั่นสำหรับโปรดักชั่นก็ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย แน่นอนว่าทำโดรนได้ดี แล้วมีหรือที่จะทำรุ่นเล็กได้ไม่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มี DJI Osmo ออกมาทำตลาด งวดนี้มารุ่นจิ๋ว พกพาง่าย แถมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือผ่านช่องต่อ USB TYPE C & LIGHTNING ที่มีแถมให้มาในชุดเลย ไว้ลองใช้งานจริงแล้วจะบอกได้อีกทีว่าโอเคแค่ไหน

อุปกรณ์ในกล่อง

กล้อง DJI Osmo Pocket มีสาย USB TYPE C กล่องใส่กล้อง สายคล้องข้อมือ หัวเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ USB TYPE C & LIGHTNING คู่มือ

ใช้งานร่วมกันได้ดีกับ iPhone 6 ขึ้นไป ดาวน์โหลด App ง่ายๆ โดยการสแกน QR Code บริเวณข้างกล่อง ชื่อโปรแกรมว่า DJI MIMO APP

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซด์อย่างเป็นทางการ https://www.dji.com/osmo-pocket

  • น้ำหนัก 116 กรัม
  • ขนาด 38.4 x 28.6 x 36.9mm
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 140 นาที
  • วีดีโอ 4K 60fps
  • เซ็นเซอร์ 1/2.3”
  • ราคาวางจำหน่ายในไทยโดยประมาณ 13,000 บาท $329

คลิปแกะกล่อง

ขอบคุณอุปกรณ์จากร้าน Lnwgadget Store

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!