Connect with us

Gadget Review

รีวิว Plantronics BackBeat FIT 3100: หูฟัง True Wireless เพื่อคนออกกำลังกาย ใส่สบายเหมือนไม่ได้ใส่!

Plantronics BackBeat Fit 3100

6,290 บาท
8.6

คุณภาพเสียง

7.5/10

คุณภาพวัสดุ

10.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

7.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ชาร์จเพิ่มผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้งอีก 10 ชั่วโมง
  • วัสดุคล้องใบหูดี ใส่แล้วสบายจนเหมือนไม่ได้ใส่
  • กันน้ำ (หรือเหงื่อ) ได้อย่างหายห่วง
  • การเพิ่ม/ลดเสียงเข้าใจง่ายและยังสามารถเปลี่ยนเป็นฟีเจอร์อื่นๆ ให้เหมาะกับการออกกำลังกายได้ (บอกเวลา, จับเวลา, เช็คปริมาณแบตเตอรี่ ฯลฯ)
  • ดูวิดีโอเสียงไม่แลค/ดีเลย์

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะกับการใช้คุยโทรศัพท์
  • ไม่มี Noise Cancelling (ทั้งรูปแบบดิจิทัลและวัสดุของตัวหูฟัง)
  • ไม่มีอะไหล่สำรองมาให้
  • ต้องเลือกว่าจะให้การแตะเป็นเพิ่ม/ลดเสียง หรือจะใช้ฟีเจอร์ต่างๆ

AirPod อาจเป็นผู้นำเทรนด์ของ True Wireless หรือหูฟังไร้สายโดยสมบูรณ์ (ไม่มีสายเชื่อมหูซ้ายหูขวา ฯลฯ) แต่ก็ใช่ว่าหูฟังของทางแอปเปิ้ลนี้ จะเป็นหนึ่งในหล้าของตลาด เพราะในตอนนี้หลากหลายแบรนด์ก็ได้มีโปรดักส์รูปแบบดังกล่าวเป็นของตัวเองที่ก็แน่นอนละว่ามีดีกันคนละแบบจนแอบสงสารผู้บริโภคที่ต้องตัดสินใจเลือกซื้อกันเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ ทางแบไต๋ของเราเลยอยากที่จะสร้างความลำบากใจให้กับทุกคนเข้าไปอีกขั้น (ฮา) ด้วยการนำเสนอรีวิว Plantronics BackBeat FIT 3100 อีกหนึ่งหูฟัง True Wireless อันเด่นชัดด้านการออกกำลังกายที่เจ๋งเอามากๆ แต่จะให้สรุปรวบยอดความดีงามในย่อหน้าเดียวมันทำไม่ได้หรอก ขอเชิญอ่านรายละเอียดทั้งหมดในบทความเลยครับ


ถึงกล่องจะใหญ่ แต่ชาร์จไฟได้เยอะนะ!

เมื่อเราแกะกล่องผลิตภัณฑ์ออกมาเรียบร้อยเสร็จสรรพ เราก็จะเจอกับกล่องใส่หูฟังที่ซ้ำยังไว้ชาร์จไฟไปในตัวที่ใหญ่เอามากๆ โดยในกล่องนั้นจะมีแค่สองสิ่งคือหูฟังทรูไวเลสและสายชาร์จหัว Micro Usb ที่อยู่ในช่องกระเป๋าฝาปิดบน ไม่มีอะไหล่เสริมใดๆ (ตัวเปลี่ยนจุกหูฟัง ฯลฯ) ตอนแรกเราคิดว่าเปิดกล่องมาจะเจออภิมหาสิ่งของละลานตาเสียอีก แต่ช่างเถอะอันนั้นไม่ใช่หลักใหญ่ใจความ เพราะสิ่งที่มันแล่นเข้าในหัวเราเลยเมื่อเห็นกล่อง คือ “ถ้าเอาไปใส่ไว้ในกางเกงกีฬาในขณะที่ออกกำลังกาย มันคงจะดูตุงๆ ใหญ่ๆ เหมือนพกอะไรมากินตอนวิ่งไปพลางๆ แน่เลย” แต่เอาเป็นว่าจุดนี้เราจะไม่เอามาใช้เป็นข้อสังเกตและข้อดีของหูฟังนี้เพราะถึงแม้มันจะมีขนาดใหญ่ก็จริง แต่เราๆ ก็คงจะไม่พกไปใช้ในขณะที่กำลังออกกำลังกายด้วยอยู่แล้วละ

แต่สิ่งที่เรารู้สึกพอใจกับกล่องเก็บที่ซ้ำไว้ชาร์จไปในตัวนี้ก็มีอยู่หลายอย่างเหมือนกันนะ ทั้งเรื่องของแบตเตอรี่ที่เจ้ากล่องเก็บใบนี้สามารถสำรองไว้ได้ถึง 10 ชั่วโมงซึ่งเมื่อรวมกับระยะการใช้งานของหูฟังที่ได้ 5 ชั่วโมง เราก็จะสามารถใช้งานหูฟังได้ถึง 15 ชั่วโมงเลยละ (แต่ต้องแบ่งชาร์จเพิ่มครั้งละ 5 ชั่วโมงนะ) และไหนจะด้านดีไซน์ของกล่องเองที่ภายนอกเป็นรูปทรงวงรีแบบเรียบๆ และช่องเก็บหูฟังข้างในที่ดูสะอาดตาเมื่อเรานำหูฟังกลับเข้าที่ หนำซ้ำเรายังเช็คได้อีกว่าแบตเตอรี่สำรองเหลือเท่าไหร่ด้วยการกดปุ่มตรงกลางระหว่างช่องเก็บหูฟัง

วัสดุคล้องหูแน่นและผ่อนคลาย ใส่เหมือนไม่ได้ใส่

ดีไซน์ภายนอกของตัวหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3100 ไม่ได้สวยงามตามเทรนด์อะไรใครเขาหรอกครับ แต่สิ่งที่เรารู้สึกชอบเอามากๆ ก็คือ “การออกแบบตัวคล้องหูและวัสดุที่ใช้” ที่เข้าใจสรีระของหูและการเคลื่อนไหวเวลาออกกำลังกาย ทำให้รู้สึกสบายใบหูมากเมื่อสวมใส่ โดยในตอนที่เราเอาไปทดลองใช้วิ่งออกกำลังกาย เราคลำจับหูฟังบ่อยมาก ไม่ใช่เพราะมันไม่แน่นหรือรำคาญหูนะ แต่มันมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่อะไรจนเราพะวงว่ามันจะตกไปตอนไหนหรือเปล่าต่างหาก 

แถมไอความสบายหูที่ว่ามันยังไม่จบแค่ใบหูรอบนอกของเรา แต่ยังรวมไปถึงรูหูข้างใน เพราะ Plantronics BackBeat FIT 3100 เป็นหูฟังประเภท Ear Bud ที่ตัวหูฟังจะสอดเข้าไปแค่ในช่วงต้นของรูหู ไม่ได้เป็นจุกที่สอดเข้าไป มันเลยยิ่งทำให้เราไม่พบเจอความลำคาญใดๆ ในส่วนนี้เลย ซึ่งนี่แหล่ะคือจุดเด่นที่สุดของหูฟังตัวนี้ที่แมทช์กับการใช้ออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง

ทุกย่านเสียงดีและเคลียร์ แต่เบสเฉยๆ

(อ่านความสำคัญของ Bluetooth Codec ตัวแปรสำคัญกำหนดคุณภาพเสียงได้ที่นี่)

Plantronics BackBeat FIT 3100 ให้ภาพรวมเสียงทั้งหมดได้ดีโดยเฉพาะเสียงแหลมสูง ระยะกลาง และไดนามิกซ์หรือการไต่ระดับเสียง อีกทั้ง Codec หรือฟอร์แมตเสียงที่หูฟังคู่นี้รองรับ ก็เป็น AAC ที่มีคุณดีกว่าฟอร์แมตเสียงหูฟังไวเลสโดยสามัญอย่าง SBC ทั้งๆ ที่ใช้บิตเรตไม่ต่างกันมาก (แต่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก็ต้องรองรับ AAC ด้วยนะ) แถมเมื่อผนวกกับการที่หูฟังคู่นี้เป็น Bluetooth 5.0 ที่การสตรีมมิ่งสัญญาณเสียงรูปแบบต่างๆ จะถูกลำเลียงออกมาต่อได้เนื่องมากขึ้นที่ก็ได้ส่งผลให้อาการเสียงไม่ตรงกับภาพ (Audio Lag) ในการรับชมวิดีโอนั้นหายไปในหูฟังคู่นี้

แต่จุดที่ดูจะเป็นข้อสังเกตของ Plantronics BackBeat FIT 3100 คือเสียงเบสที่ทำได้ในระดับกลางๆ อีกทั้งด้วยความที่ตัวหูฟังนั้นไม่มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนหรือที่เรียกว่า Noise Cancelling ทั้งในรูปแบบดิจิทัล (Active) และจากวัสดุ (Passive) เลยทำให้เสียงโดยรอบทั้งหลายเข้ามาแทรกอรรถรสในการรับฟังเสียงเพลงของเรา แต่หากวัดจากจุดประสงค์ของหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายเป็นหลัก มันก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์คิดมาแล้วว่าเหมาะสมกับการออกกำลังกายที่เรายังพอมีสมาธิคอยระมัดระวังสภาพแวดล้อมโดยรอบ

และในเมื่อเป็นหูฟังประเภทบลูทูธ เราก็ต้องมาทดสอบการใช้คุยโทรศัพท์เสียหน่อย Plantronics BackBeat FIT 3100 สามารถเอาไปใช้ในส่วนนี้ได้ดีในระดับหนึ่งหากไม่มีตัวแปรใดๆ อาทิ คลื่นสัญญาณโทรศัพท์มีน้อย, คุยอยู่ในบริเวณที่มีคลื่นสัญญาณต่างๆ แทรกเยอะ ฯลฯ แถมหูฟังคู่นี้ก็ยังมีข้อดีตรงที่เราจะได้ยินเสียงของผู้สนทนาจากหูฟังทั้งสองข้าง (ปกติหูฟังไวเลสจะได้ยินข้างเดียว) แต่ยังไงเสีย ถ้ามือไม้สะดวกไม่ได้ขับรถขับราก็คุยแนบหูปกตินั่นแหละดีสุดแล้ว

ส่วนเรื่องของการป้องกันน้ำและกันฝุ่น หูฟังตัวนี้ก็สามารถกันได้ตามมาตรฐาน IP57 คือจมน้ำลึกได้ 1 เมตรและอยู่ได้นาน 10 นาที ส่วนด้านฝุ่นก็กันได้ในระดับหนึ่งแต่ก็มีเล็ดเข้าไปได้อยู่ แต่อย่าเอาไปใส่ว่ายน้ำละ เพราะฟังก์ชั่นกันน้ำมันมีไว้รักษาหูฟังของเราในกรณีเกิดอุบัติเหตุ (ร่วงหล่นลงน้ำ ฯลฯ)

การควบคุมการทำงานเบื้องต้นของหูฟังที่เข้าใจคิดและสามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านแอป

เป็นอีกหนึ่งจุดที่ Plantronics BackBeat FIT 3100 เข้าใจคิด แถมยังเข้ากับจุดประสงค์ของตัวหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อคนออกกำลังกายเป็นหลัก โดยการควบคุมค่าเริ่มเบื้องต้นของหูฟังนั้น การเพิ่มและลดเสียงจะเป็นการแตะ (Tap) ไปที่หูฟังข้างซ้าย การเพิ่มจะเป็นการแตะเพียงหนึ่งครั้งที่จะได้ระดับเสียงขึ้นมาหนึ่งต่อการแตะ ในขณะที่การลดเสียงจะเป็นการแตะค้างให้เสียงลดลงเรื่อยๆ จนกว่าเราจะหยุดแตะ

ตรงจุดนี้เราว่าเข้าใจคิดมากๆ เพราะการปฎิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้างมันควรจะทำได้รวดเร็ว ส่วนการเข้าสู่โลกส่วนตัวในตอนที่ออกกำลังกายเราว่าเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ต้องรีบเอาปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า ส่วนการเปิด/ปิดหรือหาสัญญาณ Bluetooth ก็ไม่ได้เด่นอะไร แค่กดค้างที่ตัวหูฟังเฉยๆ ข้างไหนก็ได้

แต่หากใครไม่ถนัดลดเสียงหูฟังฝั่งซ้ายก็สามารถเข้าไปปรับแต่งการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นกลางของทางค่าย Plantronics อย่าง BackBeat ที่ก็เลือกตั้งค่าได้ตั้งแต่ภาษาของเสียงที่แจ้งเตือนการทำงานหูฟังของเรา (ที่มันเจ๋งตรงที่เสียงไทยเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว!) หรือแสดงแบตเตอรี่คงเหลือเป็นระยะเวลาหรือเปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แต่จุดเด่นจริงๆ ของแอปนี้ คือ My Tap หรือตั้งค่าการแตะหูฟังของเราเพื่อเลือกใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ที่สอดคล้องและสนับสนุนการออกกำลังกายได้สองคำสั่ง (แตะหนึ่งครั้ง และแต่ะสองครั้ง) ไล่ตั้งแต่ การบอกจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือ, บอกเวลา ณ ตอนนั้น, จับเวลา, การเลือกเพลย์ลิสใน Spotify ฯลฯ

 

 

 

 

 

แต่กระนั้นในส่วนของแอปนี้ก็ข้อสังเกตอยู่ นั่นคือเราไม่สามารถใช้งานการใช้งานค่าเริ่มต้นของหูฟังอย่างการเพิ่ม/ลดเสียงไปพร้อมกับฟีเจอร์ทั้งหลายที่ตั้งไว้ใน My Tap ได้ ต้องเลือกเอาว่าจะให้การแตะเป็นการทำงานแบบไหน แต่เอาเข้าจริงๆ ตัวแอปก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำอะไรขนาดนั้น เพราะเราสามารถสลับสับเปลี่ยนเลือกการทำงานได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียวและรอให้แอปสลับโหมดเพียง 2 – 3 วินาที

นี่คือหูฟังเพื่อการออกกำลังกายที่เราแนะนำ!

โดยรวม Plantronics BackBeat FIT 3100 คือหูฟัง True Wireless ที่เหมาะสมกับการใช้ร่วมกับการออกกำลังกายโดยถ่องแท้ ด้วยวัสดุและการออกแบบสายคล้องหูที่ไม่ก่อให้เกิดความอึดอัดหรือลำคาญใดๆ กับใบหูของเรา, คุณภาพเสียงที่อยู่ในเกณฑ์ดีและซ้ำยังไม่ปิดตายเสียงของโลกภายนอกเพื่อให้เราระแวดระวังรอบข้างได้อยู่ แต่กระนั้นหากใครจะเอาไปใช้รับอรรถรสในเสียงดนตรีอย่างเต็มขั้น หรือนำไปใช้รับสายโทรศัพท์เราไม่แนะนำ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Gadget Review

Netgear Orbi AC3000 บ้านใครใช้เน็ตได้ไม่เท่าโปรฯ ตัวนี้เอาอยู่!

Published

on

Plantronics BackBeat Fit 3100

6,290 บาท
8.6

คุณภาพเสียง

7.5/10

คุณภาพวัสดุ

10.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

7.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ชาร์จเพิ่มผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้งอีก 10 ชั่วโมง
  • วัสดุคล้องใบหูดี ใส่แล้วสบายจนเหมือนไม่ได้ใส่
  • กันน้ำ (หรือเหงื่อ) ได้อย่างหายห่วง
  • การเพิ่ม/ลดเสียงเข้าใจง่ายและยังสามารถเปลี่ยนเป็นฟีเจอร์อื่นๆ ให้เหมาะกับการออกกำลังกายได้ (บอกเวลา, จับเวลา, เช็คปริมาณแบตเตอรี่ ฯลฯ)
  • ดูวิดีโอเสียงไม่แลค/ดีเลย์

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะกับการใช้คุยโทรศัพท์
  • ไม่มี Noise Cancelling (ทั้งรูปแบบดิจิทัลและวัสดุของตัวหูฟัง)
  • ไม่มีอะไหล่สำรองมาให้
  • ต้องเลือกว่าจะให้การแตะเป็นเพิ่ม/ลดเสียง หรือจะใช้ฟีเจอร์ต่างๆ

เราเตอร์หน้าตาสวยงามที่มาพร้อมกับความสามารถสุดล้ำ ซึ่งสำหรับใครที่อยากใช้อินเตอร์เน็ตภายในบ้านได้ตรงตามความแรงของ Package ที่ได้สมัครเอาไว้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตบ้านมีความแรงสูงมาก ๆ ก็เรียกได้ว่า Netgear Orbi AC3000 ตัวนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

  • 4 พอร์ต 10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet
  • 1 WAN + 3 LAN for Router
  • 4 LAN for Satellite
  • พอร์ต  USB 2.0 port

ฟีเจอร์สำคัญ

Orbi home Wi-Fi System ประกอบด้วย Orbi WiFi Router ตัวหลักและ Satellite Orbi ตัวลูกที่สามารถติดตั้งได้เพิ่มสูงสุด 3 ตัว (รวมเป็น 4 ตัว) โดยมีย่านความถี่พิเศษในการส่งสัญญาณระหว่าง Router และ Satellite จึงทำให้การรับ – ส่งข้อมูลมีความรวดเร็วและไม่ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอก มาพร้อมความสามารถต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันสุด ๆ

อัตราการรับส่งสูงระดับ AC3000 (1733 + 866 + 400Mbps)

ด้วยความแรงของการส่งสัญญาณระดับ 3000 Mbps จึงมั่นใจได้ว่าการรับ – ส่งข้อมูล จะแรงมากกว่าหรือเท่ากับความเร็วที่เราเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาอย่างแน่นอน

ครอบคลุมสัญญาณทั้งบ้าน

Netgear Orbi ออกแบบมาเพื่อให้บ้านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีสะดุด สามารถครอบคลุมสัญญาณได้ถึง 4,000 ตารางฟุต สำหรับการเชื่อมต่อ 2 ตัว หรือสูงกว่านี้เมื่อเชื่อมต่อ 4 ตัวแบบครบชุด (1 router + 3 satellite)

เทคโนโลยี WiFi Mesh

มีเทคโนโลยี WiFi Mesh ระหว่าง Orbi WiFi Router และ Satellite ทำให้การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด โดยจะเลือกการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ ลดอาการเน็ตหน่วงเวลาหลุดระยะการเชื่อมต่อระหว่าง router กับ Satellite โดยไม่ต้องทำด้วยตนเองเหมือนการเชื่อมต่อ wifi extender ทั่วไป

เทคโนโลยี Band Steering

เทคโนโลยี Band Steering จะช่วยในการเลือกย่านสัญญาณความถี่ให้กับมือถือ / อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณแบบอัตโนมัติ ทำให้เราใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยี MU-MIMO

เทคโนโลยี MU-MIMO เป็นอีก 1 เทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับบ้านที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่เยอะ จะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของทุกอุปกรณ์ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ติดตั้งง่าย

สำหรับใครที่ไม่เคยติดตั้งเน็ตเวิร์คมาก่อน Netgear Orbi ตัวนี้เป็น 1 ในตัวที่ติดตั้งง่ายมาก ๆ เพียงแค่โหลดแอปฯ Netgear Orbi ทั้งบน iOS และ Android มาลงที่มือถือ พร้อมกับทำตามขั้นตอนที่บอก เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าติดตั้งไม่เป็นทาง King IT ก็มีบริการช่วยในการติดตั้ง + หาจุดวางที่มีประสิทธิภาพที่สุดภายในบ้านให้คุณได้อีกด้วย

ราคา/เงื่อนไขการรับประกัน

  • ราคา 23,900 บาทสำหรับรุ่น 2 ตัว Router + Satellite
  • รับประกัน 9 ปี โดยบริษัท คิงส์ อินเทลลิเจ้นท์ เทคโนโลยี จำกัด
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

มารู้จัก netgear nighthawk ac2600 pro gaming เราเตอร์สำหรับคอเกมเมอร์โดยเฉพาะ

Published

on

Plantronics BackBeat Fit 3100

6,290 บาท
8.6

คุณภาพเสียง

7.5/10

คุณภาพวัสดุ

10.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

7.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ชาร์จเพิ่มผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้งอีก 10 ชั่วโมง
  • วัสดุคล้องใบหูดี ใส่แล้วสบายจนเหมือนไม่ได้ใส่
  • กันน้ำ (หรือเหงื่อ) ได้อย่างหายห่วง
  • การเพิ่ม/ลดเสียงเข้าใจง่ายและยังสามารถเปลี่ยนเป็นฟีเจอร์อื่นๆ ให้เหมาะกับการออกกำลังกายได้ (บอกเวลา, จับเวลา, เช็คปริมาณแบตเตอรี่ ฯลฯ)
  • ดูวิดีโอเสียงไม่แลค/ดีเลย์

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะกับการใช้คุยโทรศัพท์
  • ไม่มี Noise Cancelling (ทั้งรูปแบบดิจิทัลและวัสดุของตัวหูฟัง)
  • ไม่มีอะไหล่สำรองมาให้
  • ต้องเลือกว่าจะให้การแตะเป็นเพิ่ม/ลดเสียง หรือจะใช้ฟีเจอร์ต่างๆ

แบไต๋ชวนคุณรู้จักเราเตอร์สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตบ้านสูง มาพร้อมเสาแบบจัดเต็ม 4 เสาที่มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณได้สูงสุด 2600 Mbps (รวม 2 ย่านความถี่) มาชมสเปคกันว่ามีอะไรบ้าง

Specification

  • ขนาดตัวเครื่อง 321.9 x 243.7 x 55.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 801 กรัม
  • Gigabit Ethernet 10/100/1000 Mbps 5  ports  (1 WAN & 4 LAN)
  • USB 3.0 2 ports รองรับการทำ Share File และ Share Printer
  • เสาอากาศ 4 เสา ประสิทธิภาพสูงแบบภายนอก
  • 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz & 5.0GHz + 256 QAM support
  • Dual Band WiFi – Tx/Rx 4×4 (2.4GHz) + 4×4 (5GHz)
  • 4×4 11ac 80MHz + 2×2-160/80+80MHz
  • Multi-User MIMO (MU-MIMO)
  • Wireless AC2600 (800Mbps @2.4GHz—256QAM support + 1733Mbps @5GHz 11ac)
  • CPU Dual core 1.7GHz
  • RAM 256MB flash and 512MB RAM
  • รองรับ IPv6
  • รองรับ Guest Network
  • LEDS On/Off LED light switch
  • VPN support – secure remote access
  • WiFi Protected Access (WPA/WPA2PSK)
  • Double firewall protection (SPI and NAT)
  • Denial-of-service (DoS) attack prevention

ฟีเจอร์ต่าง ๆ

Gaming Dashboard

ที่ได้รวบรวมเอาการตั้งค่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมมาไว้ในหน้าเดียว ทำให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย

Geo-Filter

สำหรับคนเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศย่อมมีค่าการเชื่อมต่อ (Ping) ที่สูง แต่ระบบนี้จะช่วยมองหาเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ถึงขีดสุด

QoS หรือ Quality of Service

ระบบจัดความสำคัญของงานที่ทำอยู่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ Bandwidth ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการค้างเวลาเล่นเกมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

Network Monitor

ระบบการตรวจสอบว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตัวไหนใน Network ใช้เน็ตเท่าไหร่ พร้อมควบคุมได้ทันที

Game VPN Client

สำหรับคนชอบเล่นเกมออนไลน์ต่างประเทศที่ต้องหาทางอ้อมต่อ VPN เพื่อเข้าไปเล่น Netgear ตัวนี้ก็มีความสามารถในการมอบการเชื่อมต่อ VPN ให้กับเครื่องใน Network ได้ทันที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเด่น ๆ มากมายดังนี้

  1. ระบบ WiFi แบบ Quad Stream 160 MHz
  2. เทคโนโลยี MU-MIMO เชื่อมต่อสัญญาณพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ในรอบเดียว
  3. เทคโนโลยี Beam Forming ระบบกระจายสัญญาณตามทิศทางของการเชื่อมต่อ ทำให้เราเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้เสถียรกว่าเดิม
  4. เทคโนโลยี ReadySHARE ที่สามารถเปลี่ยนเราเตอร์ของคุณให้กลายเป็น NAS สำหรับเก็บข้อมูลได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับ Flashdrive หรือ External HDD เท่านั้น
  5. สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอปฯ Nighthawk (formerly Up) ได้ด้วยโดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ได้เลย

เรียกได้ว่า netgear nighthawk ac2600 pro gaming router (xr500) ตัวนี้จัดหนักจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตที่สูงมาก ๆ และมีผู้เชื่อมต่อเยอะ ตัวนี้เอาอยู่แน่นอน

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 15,000 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านไอทีหรือร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันถึง 9 ปีเต็มโดย King IT

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Gadget Review

แกะกล่อง DJI Osmo Pocket [มีคลิป]

Published

on

Plantronics BackBeat Fit 3100

6,290 บาท
8.6

คุณภาพเสียง

7.5/10

คุณภาพวัสดุ

10.0/10

ความคล่องตัวในการใช้

10.0/10

ความสามารถในการคุยโทรศัพท์

7.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

จุดเด่น

  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ชาร์จเพิ่มผ่านกล่องได้อีก 2 ครั้งอีก 10 ชั่วโมง
  • วัสดุคล้องใบหูดี ใส่แล้วสบายจนเหมือนไม่ได้ใส่
  • กันน้ำ (หรือเหงื่อ) ได้อย่างหายห่วง
  • การเพิ่ม/ลดเสียงเข้าใจง่ายและยังสามารถเปลี่ยนเป็นฟีเจอร์อื่นๆ ให้เหมาะกับการออกกำลังกายได้ (บอกเวลา, จับเวลา, เช็คปริมาณแบตเตอรี่ ฯลฯ)
  • ดูวิดีโอเสียงไม่แลค/ดีเลย์

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะกับการใช้คุยโทรศัพท์
  • ไม่มี Noise Cancelling (ทั้งรูปแบบดิจิทัลและวัสดุของตัวหูฟัง)
  • ไม่มีอะไหล่สำรองมาให้
  • ต้องเลือกว่าจะให้การแตะเป็นเพิ่ม/ลดเสียง หรือจะใช้ฟีเจอร์ต่างๆ

แค่เห็นกล่องก็ว้าวในความเล็กกะทัดรัด หีบห่อสีขาวขุ่นดูดีมีราคา มีคุณสมบัติกันสั่นขั้นเทพของ DJI เป็นประกัน เพราะเจ้าตลาดในเรื่องโดรนก็ไม่พ้นเค้าหละ ทำโดรนได้ดีติดตลาด อุปกรณ์กันสั่นสำหรับโปรดักชั่นก็ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย แน่นอนว่าทำโดรนได้ดี แล้วมีหรือที่จะทำรุ่นเล็กได้ไม่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มี DJI Osmo ออกมาทำตลาด งวดนี้มารุ่นจิ๋ว พกพาง่าย แถมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือผ่านช่องต่อ USB TYPE C & LIGHTNING ที่มีแถมให้มาในชุดเลย ไว้ลองใช้งานจริงแล้วจะบอกได้อีกทีว่าโอเคแค่ไหน

อุปกรณ์ในกล่อง

กล้อง DJI Osmo Pocket มีสาย USB TYPE C กล่องใส่กล้อง สายคล้องข้อมือ หัวเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ USB TYPE C & LIGHTNING คู่มือ

ใช้งานร่วมกันได้ดีกับ iPhone 6 ขึ้นไป ดาวน์โหลด App ง่ายๆ โดยการสแกน QR Code บริเวณข้างกล่อง ชื่อโปรแกรมว่า DJI MIMO APP

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซด์อย่างเป็นทางการ https://www.dji.com/osmo-pocket

  • น้ำหนัก 116 กรัม
  • ขนาด 38.4 x 28.6 x 36.9mm
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 140 นาที
  • วีดีโอ 4K 60fps
  • เซ็นเซอร์ 1/2.3”
  • ราคาวางจำหน่ายในไทยโดยประมาณ 13,000 บาท $329

คลิปแกะกล่อง

ขอบคุณอุปกรณ์จากร้าน Lnwgadget Store

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!