ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ดาวเคราะห์
Read More

อีลอน มัสก์ เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดก็ต่อเมื่อเราย้ายไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

ในอนาคตที่ไม่ไกลไปจากนี้สักเท่าไหร่ โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมาก สัญญาณที่ชัดเจนล่าสุดเราได้เห็นสภาพอากาศหนาวเย็นลงในช่วงเดือนเมษายนแบบกระทันหัน ฝนตกช่วงฤดูหนาว ฤดูหนาวที่อากาศร้อน พายุฝนและหิมะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและคาดเดาได้ยาก อากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของโลก ดูเหมือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่าโลกใบนี้จะสามารถประคับประคองชีวิตหลายพันล้านชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง SpaceX บริษัทเอกชนทางด้านธุรกิจการขนส่งทางอวกาศเชื่อว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีโอกาสสูญพันธุ์ในอนาคต ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไปตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ ซึ่งวิสัยทัศน์ของเขาตั้งแต่เริ่มทำบริษัทคือการไปก่อตั้งอาณานิคมของมนุษย์บนดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านอย่างดาวอังคารให้สำเร็จ และทำให้การเดินทางด้วยจรวดอวกาศระหว่างโลกกับดาวอังคารเป็นเรื่องปกติเหมือนที่เราเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างทุกวันนี้ มัสก์เคยตั้งข้อสงสัยว่า “[ผม]สงสัยว่ามีอารยธรรม ‘ดาวเคราะห์ดวงเดียว’ ที่ตายแล้วกี่แห่งในจักรวาล? สายพันธุ์ที่ไม่เคยไปถึงดาวดวงอื่นและใช้ทรัพยากรจนตัวเองดับสูญไปในที่สุดหรือถูกทำลายโดยปัจจัยภายนอก น่าจะมีอยู่บ้างแหละ” และเขาให้ความเห็นต่อว่า “เราไม่อยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์เดียว แต่เราอยากเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์หลายดวง” จักรวาลเป็นสิ่งที่กว้างใหญ่ มีความเป็นไปได้มากมาย แต่มันก็มีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเต็มไปหมดเช่นเดียวกัน โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ถือเป็นเพียง "เศษผงบนเศษผงบนเศษผง" ของจักรวาลแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันชีวิตหลายพันชีวิต ทั้งสัตว์ต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ เรื่องราวมากมาย ประวัติศาสตร์ ศาสนา สงคราม สังคม ความยากดีมีจน ฯลฯ ก็ดำเนินอยู่บนเศษผงแห่งนี้ เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าปาฏิหารย์ก็คงไม่ผิดนัก มัสก์เห็นความเป็นไปได้สองอย่างที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติในอนาคต เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้จนกว่าเหตุการณ์วันโลกาวินาศที่เกิดจากภายในหรือภายนอกจะลบล้างเราทั้งหมดออก ทุกอย่างหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นพันล้านปีต่อจากนี้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ไม่มีใครทราบเรากลายเป็นสปีชีส์หลายดาวเคราะห์ (multi-planetary species)…
22/09/2020

พบดาวแคระขาวห่างดาวบริวารระดับ ‘โอบกอด’ ซึ่งอาจทำนายการอยู่รอดของโลกในอนาคต

โดยปกติแล้ว ภาพจำของเราที่มีต่อดาวฤกษ์มักมีดาวเคราะห์หรือดาวบริวารขนาดเล็กหมุนวนอยู่รอบมันห่าง ๆ (อย่างห่วง ๆ ) แต่ไม่ใช่กับการค้นพบครั้งใหม่นี้ เมื่อทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติใช้ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบเทสส์ (Transiting Exoplanet Survey Satellite: TESS) ของนาซา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ที่เกษียณแล้ว พบดาวเคราะห์ดวงแรกโคจรรอบดาวแคระขาวอย่างใกล้ชิด โดยดาวฤกษ์ที่ทำหน้าที่เหมือนดวงอาทิตย์นี้ มีขนาดใหญ่กว่าโลกเพียง 40% เท่านั้น ดาวแคระขาว ดาวบริวาร และการตรวจพบ เพื่อให้เข้าใจความว้าวของการค้นพบนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักดาวที่เกี่ยวข้องกันก่อน เริ่มจาก ดาวแคระขาว (White dwarf) หรือบางคนอาจเรียกมันว่า ดาวแคระเสื่อม (Degenerate dwarf) และเหตุที่เรียกเช่นนั้นก็เป็นเพราะมันคือ ดาวฤกษ์มวลไม่มากที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของวิวัฒนาการ ดาวฤกษ์มวลไม่มากนั้นมีปริมาณถึง 97% ของดาวฤกษ์ที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือก (ดวงอาทิตย์ของเราเองก็เข้าข่ายเช่นกัน) นั่นหมายความว่า มีดาวแคระขาวในจักรวาลมากมายตามไปด้วย และซึ่งที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการพบว่ามันยังมีดาวบริวารดวงใหญ่โคจรอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างเลย 'WD 1856 b' คือชื่อของดาวบริวารที่ว่า มันมีขนาดประมาณดาวพฤหัสบดี ใหญ่กว่าดาวแคระขาว 'WD…
14/09/2020

ตะลึง! งานวิจัยพบ ‘สัญญาณของสิ่งมีชีวิต’ ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์

วันนี้ (14 กันยายน 2563) - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้ลงข่าวการค้นพบที่น่าตื่นเต้น นั่นคือการค้นพบ 'สัญญาณของสิ่งมีชีวิต' ที่อาจอยู่รอดในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์! ทีมนักดาราศาสตร์นำโดยเจน กรีฟส์ (Jane Greaves) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดริฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงมักถูกเปรียบว่าเป็นฝาแฝดกับโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดาวศุกร์มีสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ส่งผลให้ดาวมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 464 องศาเซลเซียส และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน จึงทำให้เดิมนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ดาวศุกร์ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นบรรยากาศที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส คาดว่า ชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ และหากมันมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง ก็อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน สอดรับกับการดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์พอดี เพื่อค้นหาคำตอบ นักดาราศาสตร์จึงอาศัยการศึกษาสเปกตรัมที่ชั้นบรรยากาศนั้นปลดปล่อยออกมา เพื่อดูว่าโมเลกุลในชั้นบรรยากาศมีลักษณะดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไร สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของโมเลกุลชนิดใด หลังจากศึกษาชั้นบรรยากาศด้วยวิธีดังกล่าว ทีมผู้ศึกษาได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของ 'ฟอสฟีน(Phosphine)'…
11/07/2020

นับถอยหลังร่วมลุ้นกับกับนานาภารกิจเพื่อพิชิต ‘ดาวอังคาร’ ตลอดเดือนกรกฏาคมนี้ (15/20/23 ก.ค.63)

แม้เพิ่งผ่านเรื่องการพิชิตอวกาศของ SpaceX ไปไม่นาน แต่วงการดาราศาสตร์ก็ยังมีเรื่องน่าลุ้นต่อเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกรกฏาคมนี้ ซึ่งถือเป็นฤกษ์งามยามดีเพราะเป็นช่วงที่ดาวอังคารจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดของปี จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะปล่อยยานไปทำภารกิจพิชิตดาวดวงนี้กันสักที 15 ก.ค. 63 ครั้งแรกกับการส่งยานไปดาวอังคารของอาหรับเอมิเรตส์ เห็นแต่ชาติอื่นส่งยานไปสำรวจกันมาโดยตลอด ครั้งนี้ ชาติอาหรับจากภูมิภาคตะวันออกกลาง “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” จึงขอลงเล่นเกมนี้บ้าง ยานโฮป (Hope) หรือในชื่อโครงการเต็ม Hope Mars Mission และชื่อยานในภาษาอาหรับว่า “อัลอะมัล” (الأمل ) แปลว่า ความหวัง ซึ่งเชคเคาะลีฟะฮ์ บิน ซายิด อัลนะฮ์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศถึงโครงการยานสำรวจดาวอังคารนี้ในปี พ.ศ. 2557 เพื่อพัฒนาขีดความสามารถให้กับบุคลากรประเทศและพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับบรรยากาศของดาวอังคาร การเลือกใช้ชื่อดังกล่าว จึงสื่อถึงการมองโลกในแง่ดีและความหวังอันใหม่ของชาวอาหรับนั่นเอง ยานโฮปเป็นยานประเภทโคจรรอบดาว (Orbiter) เพื่อสำรวจดาวอังคารของศูนย์อวกาศมุฮัมมัด บิน รอชิด (Mohammed bin Rashid Space Centre / MBRSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการอวกาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกอบและผลิตโดยห้องปฏิบัติการฟิสิกส์บรรยากาศและอวกาศ มหาวิทยาลัยโคโลราโด…

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…