Tags
| ตรวจจับ
25/08/2020
ศิลา วงศ์เจริญ | 1989 days ago
กองทัพสหรัฐฯ ทดสอบหุ่นยนต์คู่หูของทหารช่วยตรวจจับอันตรายในสนามรบ
เมื่อทหารกำลังทำภารกิจอยู่ในสนามรบ เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าพื้นที่ด้านหน้าที่กำลังก้าวไปถึงนั้นมีอันตรายอะไรรออยู่ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ให้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับทหารมนุษย์เพื่อประเมินอันตรายในสนามรบให้ล่วงรู้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนเชือด โดนส่องหรือโดนกับระเบิด นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีล้อเคลื่อนที่อย่างอิสระและสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมอันเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง โดยการติดตั้งเซนเซอร์เลเซอร์วัดระยะหรือ LIDAR เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพโดยรอบในรูปแบบ 3 มิติที่ทหารอาจมองข้ามหรือไม่สามารถมองเห็น แล้วจะแชร์ข้อมูลแจ้งเตือนให้ทหารทราบแบบเรียลไทม์ผ่านการแสดงผลในแว่นตา AR Dr. Christopher Reardon นักวิจัยจากกองทัพสหรัฐฯ ผู้เขียนบทความ "การเพิ่มขีดความสามารถในการรับรู้สถานการณ์ผ่าน AR ด้วยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติ" ที่ตีพิมพ์สำหรับการประชุมนานาชาติเรื่อง VR, AR และ MR ครั้งที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม กล่าวว่าหุ่นยนต์จะสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมเพื่อให้รู้ว่ามีข้าศึกกำลังพรางตัวอยู่ไปจนถึงรู้ว่ามีระเบิดแสวงเครื่อง (IED) การวิจัยได้นำหุ่นยนต์คู่หูลาดตระเวนในสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วนำค่าที่เซนเซอร์อ่านได้ในปัจจุบันเปรียบเทียบกับค่าที่อ่านได้ก่อนหน้าเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะแสดงการเปลี่ยนแปลงนั้นในแว่นตาของทหารทันทีเพื่อพิจารณาว่ามนุษย์จะสามารถตีความการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ สรุปง่าย ๆ ว่าให้หุ่นยนต์และทหารสามารถทำงานประสานกันได้ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำหุ่นยนต์คู่หูให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซ MR ของทหาร เช่น แว่นตาในอุปกรณ์ IVAS (Integrated Visual Augmentation System) ของกองทัพ ซึ่งหุ่นยนต์คู่หูจะส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังแว่นตาของทหาร และทหารสามารถโต้ตอบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลแก่หุ่นยนต์เพื่อปรับปรุงความเข้าใจในบริบทแวดล้อม จนสามารถเรียนรู้และคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ รวมทั้งยังช่วยให้นักวิจัยได้เรียนรู้วิธีการปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับหุ่นยนต์อีกด้วย ที่มา :…21/08/2020
เจ๋ง! Tesla ขออนุญาตใช้เซนเซอร์เรดาร์ตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถที่ร้อนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต
Tesla ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา (FCC) เพื่อขออนุญาตทำการตลาดในการใช้เซนเซอร์ตรวจจับปฏิกิริยาจากการเคลื่อนไหวในระยะสั้นมาจำแนกผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถ ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงสำหรับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถโดยไม่ตั้งใจจนอาจหมดสติหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตจากความร้อนที่สูงมากเกินไป อุปกรณ์เซนเซอร์ที่ใช้มีย่านความถี่ 57-71 GHz จะถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องผู้โดยสารและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mmWave) ซึ่งไม่ต้องขอรับอนุญาตสามารถใช้งานได้เลย แต่ Tesla ต้องการใช้งานในระดับกำลังสูงกว่าที่กฎระเบียบกำหนดไว้ ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตต่อ FCC ก่อน Tesla นำเสนอด้วยเหตุผลว่าจากข้อมูลของสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ระบุว่าในปี 2018 และ 2019 มีเด็กมากกว่า 50 คนเสียชีวิตจากการเป็นลมจากความร้อนที่สูงมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในรถเพราะลืมนั่นเอง เทคโนโลยีเรดาร์ mmWave นั้นสามารถตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ ซึ่งมีข้อได้เปรียบบางอย่างที่เหนือกว่าระบบเซนเซอร์อื่น ๆ ซึ่ง mmWave ดีกว่าระบบการตรวจจับด้วยกล้องคือสามารถเห็นทะลุผ่านผ้าห่มที่ห่อตัวเด็กเอาไว้ได้ และยังดีกว่าระบบเซนเซอร์ตรวจจับในเบาะที่นั่งของผู้โดยสารตามน้ำหนักเพราะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเด็กกับวัตถุที่วางทิ้งไว้บนที่นั่งได้ จึงช่วยป้องกันการเตือนที่ผิดพลาด และที่ 2 ระบบดังกล่าวไม่มี คือ mmWave ยังสามารถตรวจจับรูปแบบการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย เรดาร์ mmWave ยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การปรับใช้ถุงลมนิรภัยขั้นสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้เหมาะกับขนาดของร่างกายสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่, แจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อตรวจพบผู้โดยสารตัวเป็น ๆ ไม่ใช่สิ่งของ, ระงับการใช้ถุงลมนิรภัยสำหรับสิ่งของซึ่งไม่ใช่ผู้โดยสาร และปรับปรุงระบบป้องกันการโจรกรรมได้ดีขึ้นโดยการตรวจจับหน้าต่างที่ถูกทุบแตกหรือการบุกรุกเข้ามาในรถ…ศิลา วงศ์เจริญ | 1993 days ago
Read More04/05/2020
Airbus จะติดตั้งเซนเซอร์ดมกลิ่นตรวจจับวัตถุระเบิดจากผู้โดยสารที่สนามบินปลายปีนี้
Airbus มีแผนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รูปร่างเหมือนแมงกะพรุนโดยทำหน้าที่เป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เซลล์ชีวภาพเพื่อเลียนแบบความสามารถของสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเกิดใหม่ใน Silicon Valley ที่ชื่อว่า Koniku และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้ไว้ในอุโมงค์คัดกรองที่สนามบินในปลายปีนี้ เทคโนโลยีนี้ได้สร้างหน่วยประมวลผลจากซิลิกอนที่เสริมด้วยเซลล์ที่มีชีวิตและสามารถตรวจจับกลิ่นได้ เหมือนกับการสูดดมอากาศหายใจและบอกคุณได้ว่ามีกลิ่นอะไร โดยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hek cell เซลล์ตัวอ่อนในไตปกติของมนุษย์ หรือ Astrocytes เซลล์ช่วยควบคุมปริมาณสารเคมีต่างๆ ที่อยู่รอบเซลล์ประสาทและ Brain cells เซลล์สมอง เพื่อสร้างเป็นตัวรับกลิ่นสารประกอบโมเลกุล และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใน 10 วินาที (ในสภาวะที่ดีที่สุด) ในแง่การแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทยังอยู่ในการสำรวจความสามารถของเซนเซอร์ในการตรวจจับอันตรายทางชีวภาพเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้บริษัท Koniku ยังมีผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น แอปพลิเคชันทางการแพทย์ด้วยตัวดมกลิ่นที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งมีวิธีการเดียวกับการฝึกฝนสุนัขให้สามารถตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยที่ไม่ได้แสดงอาการได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วหายใจรดบนอุปกรณ์ตัวนี้ มันก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัปโหลดอย่างต่อเนื่องและสามารถแสดงผลสภาวะสุขภาพของคุณให้ทราบ หลังจากเกิดเหตุการโจมตีด้วยเครื่องบินเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ จึงได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับอย่างแพร่หลายโดยใช้ Puffer machines เมื่อผู้เดินทางผ่านประตูที่มีลมเป่าก็จะนำเอาอนุภาคจากเสื้อผ้าและร่างกายมาตรวจหาร่องรอยของวัตถุระเบิด แต่ในปี 2010 กลับมองว่าไม่น่าเชื่อถือและมีค่าบำรุงรักษาที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่คุณจะสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำการตรวจจับกลิ่นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม…ศิลา วงศ์เจริญ | 2102 days ago
Read More21/04/2020
Samsung Galaxy Watch จะเพิ่มแอปตรวจจับความดันโลหิตสำหรับ Active 2 ปลายปีนี้
21 เมษายน Samsung เปิดเผยว่ามีแผนที่จะนำแอปตรวจสุขภาพ (แอป Samsung Health Monitor) วัดความดันโลหิตให้กับอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่ได้รับการอนุมัติตามกฎหมายแล้วจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ (MFDS) ในฐานะซอฟต์แวร์ที่เหมือนกับอุปกรณ์การแพทย์ (SaMD) ซึ่ง Samsung จะเปิดให้ใช้แอปสำหรับอุปกรณ์ Galaxy Watch Active 2 ในไตรมาสที่ 3 ของ 2020 และจะขยายไปยังอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่กำลังจะมาถึง เริ่มต้นการใช้งานคุณจะต้องปรับเทียบค่าอุปกรณ์กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ผ้าพันแขนเพื่อให้ค่าตรงตามมาตรฐาน จากนั้นก็สามารถแตะเพื่อวัดความดันโลหิตได้ตลอดตามที่ต้องการ แต่เพื่อความแม่นยำคุณจะต้องปรับเทียบค่ากับอุปกรณ์แบบดั้งเดิมอย่างน้อยทุกสี่สัปดาห์ https://youtu.be/1WGTftm_IEU ค่าความดันโลหิตสูงจะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมอง ไต หัวใจ หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นการใช้แอปตรวจสุขภาพจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดและติดตามค่าความดันโลหิตเพื่อคอยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Taejong Jay Yang รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจของ Samsung และหัวหน้าทีมสุขภาพในธุรกิจการสื่อสารแบบเคลื่อนที่กล่าวว่าแอปตรวจสุขภาพของ Samsung มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูง โดยการรวมฮาร์ดแวร์ในระดับที่ดีที่สุดเข้ากับซอฟต์แวร์นวัตกรรมล่าสุดเพื่อริเริ่มสร้างประสบการณ์ใหม่บนมือถือ ที่มา : cnet พิสูจน์อักษร :…ศิลา วงศ์เจริญ | 2115 days ago
Read More28/03/2020
Tesla โชว์คลิปอีกไม่นาน Autopilot จะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจร
วันศุกร์ 27 มีนาคม ได้มีการแสดงวิดีโอผ่าน Twitter ถึงฟีเจอร์ Autopilot ของ Tesla ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถยนต์จะออกตัวเมื่อมีสัญญาณไฟสีเขียวและชะลอเพื่อหยุดเมื่อตรวจจับว่ามีสัญญาณไฟสีแดง ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานฟีเจอร์ Autopilot จะรับรู้สัญญาณไฟจราจรได้ และคาดว่าจะถูกรวมเข้ากับฟีเจอร์ Autopilot ในการอัปเดตครั้งต่อไป https://twitter.com/thirdrowtesla/status/1243295559110156288?s=21 ฟีเจอร์ Autopilot หรือระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติของ Tesla สามารถรับรู้ได้แล้วว่ามีรถยนต์คันอื่น ๆ ที่อยู่บนถนน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการอัปเดต Autopilot ให้สามารถตรวจจับและหลบหลีกกรวยที่วางบนถนน โดยใช้การนำทางด้วย Autopilot รถยนต์ไฟฟ้าจะวางแผนการเปลี่ยนเลนเพื่อหลบหลีกกรวยได้ แต่ก็ไม่สามารถไว้ใจฟีเจอร์ Autopilot ได้ทั้งหมดอย่างสนิทใจ เพราะมีผู้ใช้ออกมาเตือนว่า Autopilot ไม่สามารถตรวจพบกรวยขนาดเล็กที่อิตาลีอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และมีกลุ่มผู้ใช้ที่กล่าวถึงความไม่ปลอดภัยของการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ นอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ได้ตำหนิการออกแบบ Autopilot ว่ามีความผิดพลาดทำให้เกิดการชนที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ Delray Beach อย่างไรก็ตาม Tesla จะยังคงผลักดันให้มีรถยนต์ขับขี่ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์บนท้องถนน ซึ่งก่อนหน้านี้ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla กล่าวว่าจะพร้อมเปิดตัวในปี 2019 และจะมีแท็กซี่ขับขี่อัตโนมัติ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2140 days ago
Read MorePR Partners
See All03/02/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
กลับมาอีกครั้ง ! กับงานสัมมนาแห่งปี ‘Future Trends Ahead Summit 2026’
กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจและการตลาดกันอีกครั้งครับ สำหรับงานสัมมนาที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ภายใต้ธีม ‘Thriving Beyond The Storm’ หรือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจฝ่าฟันพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่การตลาดที่พลิกผันไปทุกวินาที ความพิเศษของงานในปีนี้คือการถอดรหัสเนื้อหาอันเข้มข้นมาจากหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill’ มาขยายความบนเวทีจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกกว่า03/02/2026
แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ
ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูทแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น ทีมงานจะไม่ใช่แค่คนรับจ้างทำ แต่เป็นโคชที่จะแนะวิธีใช้เครื่องมือลับและ AI บน Canva ให้คุณลงมือกู้ชีพงานด้วยตัวเอง จากไฟล์งานที่นอนแน่นิ่ง จะกลับมามีชีวิตชีวา พร้อมคืนความมั่นใจให้เจ้าของงานอีกครั้ง ปฏิบัติการนี้ไม่ได้อยู่แค่ในบูท แต่ Canva จับมือกับ ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) ลงพื้นที่จริง ณ ซอยพระยาสิงหเสนี ย่านหัวลำโพง ด้วยการใช้พลังแห่งดีไซน์พลิกโฉมร้านค้าเก่าแก่กว่า 10 แห่ง ให้กลับมาโมเดิร์นน่าแวะเวียน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม เปลี่ยนตรอกที่เคยเงียบเหงา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
Read More02/02/2026
ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026
ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์ แบ่งออกเป็น 2 ทีม คือ Team England และ Team World บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ของ Reignwood Park จังหวัดปทุมธานี ตัวสนามถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ด้วยขนาด 18 หลุม ความยาวถึง 7,591 หลา รองรับไลฟ์สไตล์ Ultra-Luxury…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 2 days ago
Read More29/01/2026
ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69
เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More














