Tags
| ตรวจจับ
25/08/2020
ศิลา วงศ์เจริญ | 2180 days ago
กองทัพสหรัฐฯ ทดสอบหุ่นยนต์คู่หูของทหารช่วยตรวจจับอันตรายในสนามรบ
เมื่อทหารกำลังทำภารกิจอยู่ในสนามรบ เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าพื้นที่ด้านหน้าที่กำลังก้าวไปถึงนั้นมีอันตรายอะไรรออยู่ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ให้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับทหารมนุษย์เพื่อประเมินอันตรายในสนามรบให้ล่วงรู้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนเชือด โดนส่องหรือโดนกับระเบิด นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีล้อเคลื่อนที่อย่างอิสระและสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมอันเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง โดยการติดตั้งเซนเซอร์เลเซอร์วัดระยะหรือ LIDAR เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพโดยรอบในรูปแบบ 3 มิติที่ทหารอาจมองข้ามหรือไม่สามารถมองเห็น แล้วจะแชร์ข้อมูลแจ้งเตือนให้ทหารทราบแบบเรียลไทม์ผ่านการแสดงผลในแว่นตา AR Dr. Christopher Reardon นักวิจัยจากกองทัพสหรัฐฯ ผู้เขียนบทความ "การเพิ่มขีดความสามารถในการรับรู้สถานการณ์ผ่าน AR ด้วยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติ" ที่ตีพิมพ์สำหรับการประชุมนานาชาติเรื่อง VR, AR และ MR ครั้งที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม กล่าวว่าหุ่นยนต์จะสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมเพื่อให้รู้ว่ามีข้าศึกกำลังพรางตัวอยู่ไปจนถึงรู้ว่ามีระเบิดแสวงเครื่อง (IED) การวิจัยได้นำหุ่นยนต์คู่หูลาดตระเวนในสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วนำค่าที่เซนเซอร์อ่านได้ในปัจจุบันเปรียบเทียบกับค่าที่อ่านได้ก่อนหน้าเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะแสดงการเปลี่ยนแปลงนั้นในแว่นตาของทหารทันทีเพื่อพิจารณาว่ามนุษย์จะสามารถตีความการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ สรุปง่าย ๆ ว่าให้หุ่นยนต์และทหารสามารถทำงานประสานกันได้ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำหุ่นยนต์คู่หูให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซ MR ของทหาร เช่น แว่นตาในอุปกรณ์ IVAS (Integrated Visual Augmentation System) ของกองทัพ ซึ่งหุ่นยนต์คู่หูจะส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังแว่นตาของทหาร และทหารสามารถโต้ตอบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลแก่หุ่นยนต์เพื่อปรับปรุงความเข้าใจในบริบทแวดล้อม จนสามารถเรียนรู้และคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ รวมทั้งยังช่วยให้นักวิจัยได้เรียนรู้วิธีการปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับหุ่นยนต์อีกด้วย ที่มา :…21/08/2020
เจ๋ง! Tesla ขออนุญาตใช้เซนเซอร์เรดาร์ตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถที่ร้อนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต
Tesla ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา (FCC) เพื่อขออนุญาตทำการตลาดในการใช้เซนเซอร์ตรวจจับปฏิกิริยาจากการเคลื่อนไหวในระยะสั้นมาจำแนกผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถ ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงสำหรับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถโดยไม่ตั้งใจจนอาจหมดสติหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตจากความร้อนที่สูงมากเกินไป อุปกรณ์เซนเซอร์ที่ใช้มีย่านความถี่ 57-71 GHz จะถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องผู้โดยสารและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mmWave) ซึ่งไม่ต้องขอรับอนุญาตสามารถใช้งานได้เลย แต่ Tesla ต้องการใช้งานในระดับกำลังสูงกว่าที่กฎระเบียบกำหนดไว้ ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตต่อ FCC ก่อน Tesla นำเสนอด้วยเหตุผลว่าจากข้อมูลของสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ระบุว่าในปี 2018 และ 2019 มีเด็กมากกว่า 50 คนเสียชีวิตจากการเป็นลมจากความร้อนที่สูงมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในรถเพราะลืมนั่นเอง เทคโนโลยีเรดาร์ mmWave นั้นสามารถตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ ซึ่งมีข้อได้เปรียบบางอย่างที่เหนือกว่าระบบเซนเซอร์อื่น ๆ ซึ่ง mmWave ดีกว่าระบบการตรวจจับด้วยกล้องคือสามารถเห็นทะลุผ่านผ้าห่มที่ห่อตัวเด็กเอาไว้ได้ และยังดีกว่าระบบเซนเซอร์ตรวจจับในเบาะที่นั่งของผู้โดยสารตามน้ำหนักเพราะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเด็กกับวัตถุที่วางทิ้งไว้บนที่นั่งได้ จึงช่วยป้องกันการเตือนที่ผิดพลาด และที่ 2 ระบบดังกล่าวไม่มี คือ mmWave ยังสามารถตรวจจับรูปแบบการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย เรดาร์ mmWave ยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การปรับใช้ถุงลมนิรภัยขั้นสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้เหมาะกับขนาดของร่างกายสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่, แจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อตรวจพบผู้โดยสารตัวเป็น ๆ ไม่ใช่สิ่งของ, ระงับการใช้ถุงลมนิรภัยสำหรับสิ่งของซึ่งไม่ใช่ผู้โดยสาร และปรับปรุงระบบป้องกันการโจรกรรมได้ดีขึ้นโดยการตรวจจับหน้าต่างที่ถูกทุบแตกหรือการบุกรุกเข้ามาในรถ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2184 days ago
Read More04/05/2020
Airbus จะติดตั้งเซนเซอร์ดมกลิ่นตรวจจับวัตถุระเบิดจากผู้โดยสารที่สนามบินปลายปีนี้
Airbus มีแผนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รูปร่างเหมือนแมงกะพรุนโดยทำหน้าที่เป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เซลล์ชีวภาพเพื่อเลียนแบบความสามารถของสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเกิดใหม่ใน Silicon Valley ที่ชื่อว่า Koniku และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้ไว้ในอุโมงค์คัดกรองที่สนามบินในปลายปีนี้ เทคโนโลยีนี้ได้สร้างหน่วยประมวลผลจากซิลิกอนที่เสริมด้วยเซลล์ที่มีชีวิตและสามารถตรวจจับกลิ่นได้ เหมือนกับการสูดดมอากาศหายใจและบอกคุณได้ว่ามีกลิ่นอะไร โดยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hek cell เซลล์ตัวอ่อนในไตปกติของมนุษย์ หรือ Astrocytes เซลล์ช่วยควบคุมปริมาณสารเคมีต่างๆ ที่อยู่รอบเซลล์ประสาทและ Brain cells เซลล์สมอง เพื่อสร้างเป็นตัวรับกลิ่นสารประกอบโมเลกุล และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใน 10 วินาที (ในสภาวะที่ดีที่สุด) ในแง่การแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทยังอยู่ในการสำรวจความสามารถของเซนเซอร์ในการตรวจจับอันตรายทางชีวภาพเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้บริษัท Koniku ยังมีผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น แอปพลิเคชันทางการแพทย์ด้วยตัวดมกลิ่นที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งมีวิธีการเดียวกับการฝึกฝนสุนัขให้สามารถตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยที่ไม่ได้แสดงอาการได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วหายใจรดบนอุปกรณ์ตัวนี้ มันก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัปโหลดอย่างต่อเนื่องและสามารถแสดงผลสภาวะสุขภาพของคุณให้ทราบ หลังจากเกิดเหตุการโจมตีด้วยเครื่องบินเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ จึงได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับอย่างแพร่หลายโดยใช้ Puffer machines เมื่อผู้เดินทางผ่านประตูที่มีลมเป่าก็จะนำเอาอนุภาคจากเสื้อผ้าและร่างกายมาตรวจหาร่องรอยของวัตถุระเบิด แต่ในปี 2010 กลับมองว่าไม่น่าเชื่อถือและมีค่าบำรุงรักษาที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่คุณจะสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำการตรวจจับกลิ่นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม…ศิลา วงศ์เจริญ | 2293 days ago
Read More21/04/2020
Samsung Galaxy Watch จะเพิ่มแอปตรวจจับความดันโลหิตสำหรับ Active 2 ปลายปีนี้
21 เมษายน Samsung เปิดเผยว่ามีแผนที่จะนำแอปตรวจสุขภาพ (แอป Samsung Health Monitor) วัดความดันโลหิตให้กับอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่ได้รับการอนุมัติตามกฎหมายแล้วจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ (MFDS) ในฐานะซอฟต์แวร์ที่เหมือนกับอุปกรณ์การแพทย์ (SaMD) ซึ่ง Samsung จะเปิดให้ใช้แอปสำหรับอุปกรณ์ Galaxy Watch Active 2 ในไตรมาสที่ 3 ของ 2020 และจะขยายไปยังอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่กำลังจะมาถึง เริ่มต้นการใช้งานคุณจะต้องปรับเทียบค่าอุปกรณ์กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ผ้าพันแขนเพื่อให้ค่าตรงตามมาตรฐาน จากนั้นก็สามารถแตะเพื่อวัดความดันโลหิตได้ตลอดตามที่ต้องการ แต่เพื่อความแม่นยำคุณจะต้องปรับเทียบค่ากับอุปกรณ์แบบดั้งเดิมอย่างน้อยทุกสี่สัปดาห์ https://youtu.be/1WGTftm_IEU ค่าความดันโลหิตสูงจะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมอง ไต หัวใจ หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นการใช้แอปตรวจสุขภาพจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดและติดตามค่าความดันโลหิตเพื่อคอยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Taejong Jay Yang รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจของ Samsung และหัวหน้าทีมสุขภาพในธุรกิจการสื่อสารแบบเคลื่อนที่กล่าวว่าแอปตรวจสุขภาพของ Samsung มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูง โดยการรวมฮาร์ดแวร์ในระดับที่ดีที่สุดเข้ากับซอฟต์แวร์นวัตกรรมล่าสุดเพื่อริเริ่มสร้างประสบการณ์ใหม่บนมือถือ ที่มา : cnet พิสูจน์อักษร :…ศิลา วงศ์เจริญ | 2306 days ago
Read More28/03/2020
Tesla โชว์คลิปอีกไม่นาน Autopilot จะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจร
วันศุกร์ 27 มีนาคม ได้มีการแสดงวิดีโอผ่าน Twitter ถึงฟีเจอร์ Autopilot ของ Tesla ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถยนต์จะออกตัวเมื่อมีสัญญาณไฟสีเขียวและชะลอเพื่อหยุดเมื่อตรวจจับว่ามีสัญญาณไฟสีแดง ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานฟีเจอร์ Autopilot จะรับรู้สัญญาณไฟจราจรได้ และคาดว่าจะถูกรวมเข้ากับฟีเจอร์ Autopilot ในการอัปเดตครั้งต่อไป https://twitter.com/thirdrowtesla/status/1243295559110156288?s=21 ฟีเจอร์ Autopilot หรือระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติของ Tesla สามารถรับรู้ได้แล้วว่ามีรถยนต์คันอื่น ๆ ที่อยู่บนถนน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการอัปเดต Autopilot ให้สามารถตรวจจับและหลบหลีกกรวยที่วางบนถนน โดยใช้การนำทางด้วย Autopilot รถยนต์ไฟฟ้าจะวางแผนการเปลี่ยนเลนเพื่อหลบหลีกกรวยได้ แต่ก็ไม่สามารถไว้ใจฟีเจอร์ Autopilot ได้ทั้งหมดอย่างสนิทใจ เพราะมีผู้ใช้ออกมาเตือนว่า Autopilot ไม่สามารถตรวจพบกรวยขนาดเล็กที่อิตาลีอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และมีกลุ่มผู้ใช้ที่กล่าวถึงความไม่ปลอดภัยของการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ นอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ได้ตำหนิการออกแบบ Autopilot ว่ามีความผิดพลาดทำให้เกิดการชนที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ Delray Beach อย่างไรก็ตาม Tesla จะยังคงผลักดันให้มีรถยนต์ขับขี่ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์บนท้องถนน ซึ่งก่อนหน้านี้ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla กล่าวว่าจะพร้อมเปิดตัวในปี 2019 และจะมีแท็กซี่ขับขี่อัตโนมัติ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2331 days ago
Read MorePR Partners
See All14/08/2026
ทีมคอนเทนต์ BT | 1 days ago
TrueVisions NOW จับมือ Viu เปิดตัว Branded Zone ส่งออริจินัลซีรีส์ไทยลุยตลาด OTT อาเซียน 3 ประเทศ
TrueVisions NOW แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ วิว (Viu) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT ระดับภูมิภาคในเครือ PCCW Media Group เปิดตัว "TrueVisions NOW Branded Zone" บนแพลตฟอร์ม Viu เพื่อนำเสนอซีรีส์ไทยออริจินัลแก่ผู้ชมใน 3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเตรียมเริ่มออกอากาศชุดแรกจำนวน 6 เรื่อง จากแผนทั้งหมด10/08/2026
ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้
ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็นพลังเสียงสำคัญในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ให้คุณแม่และผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ช่วยปกป้องสุขภาพ ให้ผู้หญิงทุกคนได้อยู่สร้างความทรงจำอันมีค่ากับครอบครัวและคนที่รักไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น ช่องทางบริการและแหล่งเรียนรู้การตรวจคัดกรองเต้านม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างทั่วถึง แคมเปญได้เปิดช่องทางให้บริการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พลังแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสทางสุขภาพสู่ผู้หญิงไทย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของแคมเปญนี้ว่า “วันแม่คือช่วงเวลาแห่งความรักความผูกพันและความห่วงใยที่อยากส่งต่อถึงกันมูลนิธิถันยรักษ์ฯจึงอยากชวนทุกครอบครัวแสดงความรักต่อคุณแม่และคนที่รักด้วยการพาเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพราะยิ่งพบความผิดปกติได้เร็วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถร่วมส่งต่อโอกาสของสุขภาพที่ดีไปยังผู้หญิงไทยอีกจำนวนมากผ่านการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพราะโอกาสในการตรวจวันนี้อาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้และช่วงเวลาอันมีค่ากับคนที่รักต่อไปอีกยาวนาน” การร่วมบริจาคและการติดต่อ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้หญิงไทย ด้วยการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยใบเสร็จจากการบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 5 days ago
Read More07/08/2026
อายิโนะโมะโต๊ะ เผยยุทธศาสตร์ Food Technology ชูเทคโนโลยี “AminoScience” เจาะอินไซต์ผู้บริโภคและ B2B
บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน The Heartbeat by “AminoScience” ร่วมเปิดเผยแนวคิดการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทางอาหาร และข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Health & Wellness ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและองค์ความรู้หลักรูปแบบผลิตภัณฑ์ / โซลูชันกลุ่มเป้าหมายหลักNutrition & Well-beingAminoScience (การใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโน)aminoVITAL, AminoNITE, Quick Meal, UMAIผู้รักสุขภาพ, ผู้มีปัญหาการนอน, ผู้มีเวลาจำกัดHousehold BusinessConsumer Moment Analysis (การวิเคราะห์ช่วงเวลาใช้ชีวิต)รสดีเมนู, รสดีซุปก้อน, Birdyผู้บริโภคทั่วไปที่ประกอบอาหารเองFood Vendor BusinessOperational Efficiency Solution (นวัตกรรมลดขั้นตอนปรุง)อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน (ผงหมักย่าง, ผงพะโล้)ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ AminoScience และ Consumer Insight ข้อมูลจาก…ทีมคอนเทนต์ BT | 7 days ago
Read More07/08/2026
หัวเว่ยเดินหน้าปฏิวัติวงการสาธารณสุขไทยด้วย AI เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 7 สิงหาคม 2569 — หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 รวมผู้นำด้านนโยบายสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากไทยและจีน ร่วมขับเคลื่อนอนาคตของระบบสาธารณสุขไทยด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับ Healthcare Ecosystem ของประเทศอย่างเป็นทางการ นายปีเตอร์ จาง ประธานกลุ่มธุรกิจการศึกษาและสาธารณสุขต่างประเทศ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของระบบสาธารณสุขไทย และบทบาทของเทคโนโลยี AI ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “AI for Health, Health for All” “วันนี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยมีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติงไปจนถึงโซลูชัน AI สำหรับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งได้พิสูจน์ผลสำเร็จแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำอย่างโรงพยาบาลหลายแห่งในจีน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับพันธมิตรไทยในวันนี้จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์…ทีมคอนเทนต์ BT | 8 days ago
Read More
















