Tags
| ตรวจจับ
25/08/2020
ศิลา วงศ์เจริญ | 2209 days ago
กองทัพสหรัฐฯ ทดสอบหุ่นยนต์คู่หูของทหารช่วยตรวจจับอันตรายในสนามรบ
เมื่อทหารกำลังทำภารกิจอยู่ในสนามรบ เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าพื้นที่ด้านหน้าที่กำลังก้าวไปถึงนั้นมีอันตรายอะไรรออยู่ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ให้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับทหารมนุษย์เพื่อประเมินอันตรายในสนามรบให้ล่วงรู้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนเชือด โดนส่องหรือโดนกับระเบิด นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีล้อเคลื่อนที่อย่างอิสระและสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมอันเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง โดยการติดตั้งเซนเซอร์เลเซอร์วัดระยะหรือ LIDAR เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพโดยรอบในรูปแบบ 3 มิติที่ทหารอาจมองข้ามหรือไม่สามารถมองเห็น แล้วจะแชร์ข้อมูลแจ้งเตือนให้ทหารทราบแบบเรียลไทม์ผ่านการแสดงผลในแว่นตา AR Dr. Christopher Reardon นักวิจัยจากกองทัพสหรัฐฯ ผู้เขียนบทความ "การเพิ่มขีดความสามารถในการรับรู้สถานการณ์ผ่าน AR ด้วยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติ" ที่ตีพิมพ์สำหรับการประชุมนานาชาติเรื่อง VR, AR และ MR ครั้งที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม กล่าวว่าหุ่นยนต์จะสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมเพื่อให้รู้ว่ามีข้าศึกกำลังพรางตัวอยู่ไปจนถึงรู้ว่ามีระเบิดแสวงเครื่อง (IED) การวิจัยได้นำหุ่นยนต์คู่หูลาดตระเวนในสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วนำค่าที่เซนเซอร์อ่านได้ในปัจจุบันเปรียบเทียบกับค่าที่อ่านได้ก่อนหน้าเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะแสดงการเปลี่ยนแปลงนั้นในแว่นตาของทหารทันทีเพื่อพิจารณาว่ามนุษย์จะสามารถตีความการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ สรุปง่าย ๆ ว่าให้หุ่นยนต์และทหารสามารถทำงานประสานกันได้ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำหุ่นยนต์คู่หูให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซ MR ของทหาร เช่น แว่นตาในอุปกรณ์ IVAS (Integrated Visual Augmentation System) ของกองทัพ ซึ่งหุ่นยนต์คู่หูจะส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังแว่นตาของทหาร และทหารสามารถโต้ตอบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลแก่หุ่นยนต์เพื่อปรับปรุงความเข้าใจในบริบทแวดล้อม จนสามารถเรียนรู้และคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ รวมทั้งยังช่วยให้นักวิจัยได้เรียนรู้วิธีการปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับหุ่นยนต์อีกด้วย ที่มา :…21/08/2020
เจ๋ง! Tesla ขออนุญาตใช้เซนเซอร์เรดาร์ตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถที่ร้อนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต
Tesla ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา (FCC) เพื่อขออนุญาตทำการตลาดในการใช้เซนเซอร์ตรวจจับปฏิกิริยาจากการเคลื่อนไหวในระยะสั้นมาจำแนกผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถ ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงสำหรับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถโดยไม่ตั้งใจจนอาจหมดสติหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตจากความร้อนที่สูงมากเกินไป อุปกรณ์เซนเซอร์ที่ใช้มีย่านความถี่ 57-71 GHz จะถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องผู้โดยสารและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mmWave) ซึ่งไม่ต้องขอรับอนุญาตสามารถใช้งานได้เลย แต่ Tesla ต้องการใช้งานในระดับกำลังสูงกว่าที่กฎระเบียบกำหนดไว้ ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตต่อ FCC ก่อน Tesla นำเสนอด้วยเหตุผลว่าจากข้อมูลของสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ระบุว่าในปี 2018 และ 2019 มีเด็กมากกว่า 50 คนเสียชีวิตจากการเป็นลมจากความร้อนที่สูงมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในรถเพราะลืมนั่นเอง เทคโนโลยีเรดาร์ mmWave นั้นสามารถตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ ซึ่งมีข้อได้เปรียบบางอย่างที่เหนือกว่าระบบเซนเซอร์อื่น ๆ ซึ่ง mmWave ดีกว่าระบบการตรวจจับด้วยกล้องคือสามารถเห็นทะลุผ่านผ้าห่มที่ห่อตัวเด็กเอาไว้ได้ และยังดีกว่าระบบเซนเซอร์ตรวจจับในเบาะที่นั่งของผู้โดยสารตามน้ำหนักเพราะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเด็กกับวัตถุที่วางทิ้งไว้บนที่นั่งได้ จึงช่วยป้องกันการเตือนที่ผิดพลาด และที่ 2 ระบบดังกล่าวไม่มี คือ mmWave ยังสามารถตรวจจับรูปแบบการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย เรดาร์ mmWave ยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การปรับใช้ถุงลมนิรภัยขั้นสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้เหมาะกับขนาดของร่างกายสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่, แจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อตรวจพบผู้โดยสารตัวเป็น ๆ ไม่ใช่สิ่งของ, ระงับการใช้ถุงลมนิรภัยสำหรับสิ่งของซึ่งไม่ใช่ผู้โดยสาร และปรับปรุงระบบป้องกันการโจรกรรมได้ดีขึ้นโดยการตรวจจับหน้าต่างที่ถูกทุบแตกหรือการบุกรุกเข้ามาในรถ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2213 days ago
Read More04/05/2020
Airbus จะติดตั้งเซนเซอร์ดมกลิ่นตรวจจับวัตถุระเบิดจากผู้โดยสารที่สนามบินปลายปีนี้
Airbus มีแผนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รูปร่างเหมือนแมงกะพรุนโดยทำหน้าที่เป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เซลล์ชีวภาพเพื่อเลียนแบบความสามารถของสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเกิดใหม่ใน Silicon Valley ที่ชื่อว่า Koniku และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้ไว้ในอุโมงค์คัดกรองที่สนามบินในปลายปีนี้ เทคโนโลยีนี้ได้สร้างหน่วยประมวลผลจากซิลิกอนที่เสริมด้วยเซลล์ที่มีชีวิตและสามารถตรวจจับกลิ่นได้ เหมือนกับการสูดดมอากาศหายใจและบอกคุณได้ว่ามีกลิ่นอะไร โดยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hek cell เซลล์ตัวอ่อนในไตปกติของมนุษย์ หรือ Astrocytes เซลล์ช่วยควบคุมปริมาณสารเคมีต่างๆ ที่อยู่รอบเซลล์ประสาทและ Brain cells เซลล์สมอง เพื่อสร้างเป็นตัวรับกลิ่นสารประกอบโมเลกุล และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใน 10 วินาที (ในสภาวะที่ดีที่สุด) ในแง่การแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทยังอยู่ในการสำรวจความสามารถของเซนเซอร์ในการตรวจจับอันตรายทางชีวภาพเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้บริษัท Koniku ยังมีผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น แอปพลิเคชันทางการแพทย์ด้วยตัวดมกลิ่นที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งมีวิธีการเดียวกับการฝึกฝนสุนัขให้สามารถตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยที่ไม่ได้แสดงอาการได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วหายใจรดบนอุปกรณ์ตัวนี้ มันก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัปโหลดอย่างต่อเนื่องและสามารถแสดงผลสภาวะสุขภาพของคุณให้ทราบ หลังจากเกิดเหตุการโจมตีด้วยเครื่องบินเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ จึงได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับอย่างแพร่หลายโดยใช้ Puffer machines เมื่อผู้เดินทางผ่านประตูที่มีลมเป่าก็จะนำเอาอนุภาคจากเสื้อผ้าและร่างกายมาตรวจหาร่องรอยของวัตถุระเบิด แต่ในปี 2010 กลับมองว่าไม่น่าเชื่อถือและมีค่าบำรุงรักษาที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่คุณจะสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำการตรวจจับกลิ่นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม…ศิลา วงศ์เจริญ | 2322 days ago
Read More21/04/2020
Samsung Galaxy Watch จะเพิ่มแอปตรวจจับความดันโลหิตสำหรับ Active 2 ปลายปีนี้
21 เมษายน Samsung เปิดเผยว่ามีแผนที่จะนำแอปตรวจสุขภาพ (แอป Samsung Health Monitor) วัดความดันโลหิตให้กับอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่ได้รับการอนุมัติตามกฎหมายแล้วจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ (MFDS) ในฐานะซอฟต์แวร์ที่เหมือนกับอุปกรณ์การแพทย์ (SaMD) ซึ่ง Samsung จะเปิดให้ใช้แอปสำหรับอุปกรณ์ Galaxy Watch Active 2 ในไตรมาสที่ 3 ของ 2020 และจะขยายไปยังอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่กำลังจะมาถึง เริ่มต้นการใช้งานคุณจะต้องปรับเทียบค่าอุปกรณ์กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ผ้าพันแขนเพื่อให้ค่าตรงตามมาตรฐาน จากนั้นก็สามารถแตะเพื่อวัดความดันโลหิตได้ตลอดตามที่ต้องการ แต่เพื่อความแม่นยำคุณจะต้องปรับเทียบค่ากับอุปกรณ์แบบดั้งเดิมอย่างน้อยทุกสี่สัปดาห์ https://youtu.be/1WGTftm_IEU ค่าความดันโลหิตสูงจะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมอง ไต หัวใจ หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นการใช้แอปตรวจสุขภาพจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดและติดตามค่าความดันโลหิตเพื่อคอยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Taejong Jay Yang รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจของ Samsung และหัวหน้าทีมสุขภาพในธุรกิจการสื่อสารแบบเคลื่อนที่กล่าวว่าแอปตรวจสุขภาพของ Samsung มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูง โดยการรวมฮาร์ดแวร์ในระดับที่ดีที่สุดเข้ากับซอฟต์แวร์นวัตกรรมล่าสุดเพื่อริเริ่มสร้างประสบการณ์ใหม่บนมือถือ ที่มา : cnet พิสูจน์อักษร :…ศิลา วงศ์เจริญ | 2335 days ago
Read More28/03/2020
Tesla โชว์คลิปอีกไม่นาน Autopilot จะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจร
วันศุกร์ 27 มีนาคม ได้มีการแสดงวิดีโอผ่าน Twitter ถึงฟีเจอร์ Autopilot ของ Tesla ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถยนต์จะออกตัวเมื่อมีสัญญาณไฟสีเขียวและชะลอเพื่อหยุดเมื่อตรวจจับว่ามีสัญญาณไฟสีแดง ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานฟีเจอร์ Autopilot จะรับรู้สัญญาณไฟจราจรได้ และคาดว่าจะถูกรวมเข้ากับฟีเจอร์ Autopilot ในการอัปเดตครั้งต่อไป https://twitter.com/thirdrowtesla/status/1243295559110156288?s=21 ฟีเจอร์ Autopilot หรือระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติของ Tesla สามารถรับรู้ได้แล้วว่ามีรถยนต์คันอื่น ๆ ที่อยู่บนถนน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการอัปเดต Autopilot ให้สามารถตรวจจับและหลบหลีกกรวยที่วางบนถนน โดยใช้การนำทางด้วย Autopilot รถยนต์ไฟฟ้าจะวางแผนการเปลี่ยนเลนเพื่อหลบหลีกกรวยได้ แต่ก็ไม่สามารถไว้ใจฟีเจอร์ Autopilot ได้ทั้งหมดอย่างสนิทใจ เพราะมีผู้ใช้ออกมาเตือนว่า Autopilot ไม่สามารถตรวจพบกรวยขนาดเล็กที่อิตาลีอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และมีกลุ่มผู้ใช้ที่กล่าวถึงความไม่ปลอดภัยของการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ นอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ได้ตำหนิการออกแบบ Autopilot ว่ามีความผิดพลาดทำให้เกิดการชนที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ Delray Beach อย่างไรก็ตาม Tesla จะยังคงผลักดันให้มีรถยนต์ขับขี่ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์บนท้องถนน ซึ่งก่อนหน้านี้ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla กล่าวว่าจะพร้อมเปิดตัวในปี 2019 และจะมีแท็กซี่ขับขี่อัตโนมัติ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2360 days ago
Read MorePR Partners
See All11/09/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 2 days ago
Read More10/09/2026
จากไทยสู่เวทีโลก Venture Spark Cohort 2 เปิดตัว 14 สตาร์ทอัพศักยภาพสูงใน Techsauce Global Summit 2026
Venture Spark Demo Day ที่จัดขึ้นบนเวที Muay Thai Stage ในงาน Techsauce Global Summit 2026 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เวทีปิดโครงการ Accelerator ธรรมดา แต่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับผู้ก่อตั้ง 14 ทีมจาก Venture Spark Cohort 2 ที่เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสตาร์ทอัพไทยไม่ได้มีศักยภาพแค่ในประเทศ แต่พร้อมแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดงาน ผู้ก่อตั้งแต่ละทีมขึ้นเวทีเพื่อเล่าให้ฟังว่ากำลังสร้างอะไร เพราะอะไรถึงสำคัญ และก้าวต่อไปจะไปทางไหน สั้น กระชับ แต่แน่นด้วยข้อมูลและวิสัยทัศน์ เวทีที่รวมพลัง Ecosystem ไว้ในที่เดียว Demo Day ครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าการเติบโตของสตาร์ทอัพไม่ได้อาศัยเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนใน Ecosystem ผ่านพันธมิตรอย่าง LINE SCALE UP, A2D Ventures, ExpresSo NB, depa และ InnoSpace (Thailand)…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 2 days ago
Read More
















