ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ตรวจจับ
Read More

กองทัพสหรัฐฯ ทดสอบหุ่นยนต์คู่หูของทหารช่วยตรวจจับอันตรายในสนามรบ

เมื่อทหารกำลังทำภารกิจอยู่ในสนามรบ เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าพื้นที่ด้านหน้าที่กำลังก้าวไปถึงนั้นมีอันตรายอะไรรออยู่ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ให้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับทหารมนุษย์เพื่อประเมินอันตรายในสนามรบให้ล่วงรู้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนเชือด โดนส่องหรือโดนกับระเบิด นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีล้อเคลื่อนที่อย่างอิสระและสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมอันเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง โดยการติดตั้งเซนเซอร์เลเซอร์วัดระยะหรือ LIDAR เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพโดยรอบในรูปแบบ 3 มิติที่ทหารอาจมองข้ามหรือไม่สามารถมองเห็น แล้วจะแชร์ข้อมูลแจ้งเตือนให้ทหารทราบแบบเรียลไทม์ผ่านการแสดงผลในแว่นตา AR Dr. Christopher Reardon นักวิจัยจากกองทัพสหรัฐฯ ผู้เขียนบทความ "การเพิ่มขีดความสามารถในการรับรู้สถานการณ์ผ่าน AR ด้วยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติ" ที่ตีพิมพ์สำหรับการประชุมนานาชาติเรื่อง VR, AR และ MR ครั้งที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม กล่าวว่าหุ่นยนต์จะสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมเพื่อให้รู้ว่ามีข้าศึกกำลังพรางตัวอยู่ไปจนถึงรู้ว่ามีระเบิดแสวงเครื่อง (IED) การวิจัยได้นำหุ่นยนต์คู่หูลาดตระเวนในสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วนำค่าที่เซนเซอร์อ่านได้ในปัจจุบันเปรียบเทียบกับค่าที่อ่านได้ก่อนหน้าเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะแสดงการเปลี่ยนแปลงนั้นในแว่นตาของทหารทันทีเพื่อพิจารณาว่ามนุษย์จะสามารถตีความการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ สรุปง่าย ๆ ว่าให้หุ่นยนต์และทหารสามารถทำงานประสานกันได้ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำหุ่นยนต์คู่หูให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซ MR ของทหาร เช่น แว่นตาในอุปกรณ์ IVAS (Integrated Visual Augmentation System) ของกองทัพ ซึ่งหุ่นยนต์คู่หูจะส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังแว่นตาของทหาร และทหารสามารถโต้ตอบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลแก่หุ่นยนต์เพื่อปรับปรุงความเข้าใจในบริบทแวดล้อม จนสามารถเรียนรู้และคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ รวมทั้งยังช่วยให้นักวิจัยได้เรียนรู้วิธีการปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับหุ่นยนต์อีกด้วย ที่มา :…
tesla banner
tesla banner
21/08/2020

เจ๋ง! Tesla ขออนุญาตใช้เซนเซอร์เรดาร์ตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถที่ร้อนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต

Tesla ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา (FCC) เพื่อขออนุญาตทำการตลาดในการใช้เซนเซอร์ตรวจจับปฏิกิริยาจากการเคลื่อนไหวในระยะสั้นมาจำแนกผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถ ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงสำหรับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถโดยไม่ตั้งใจจนอาจหมดสติหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตจากความร้อนที่สูงมากเกินไป อุปกรณ์เซนเซอร์ที่ใช้มีย่านความถี่ 57-71 GHz จะถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องผู้โดยสารและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mmWave) ซึ่งไม่ต้องขอรับอนุญาตสามารถใช้งานได้เลย แต่ Tesla ต้องการใช้งานในระดับกำลังสูงกว่าที่กฎระเบียบกำหนดไว้ ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตต่อ FCC ก่อน Tesla นำเสนอด้วยเหตุผลว่าจากข้อมูลของสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ระบุว่าในปี 2018 และ 2019 มีเด็กมากกว่า 50 คนเสียชีวิตจากการเป็นลมจากความร้อนที่สูงมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในรถเพราะลืมนั่นเอง เทคโนโลยีเรดาร์ mmWave นั้นสามารถตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ ซึ่งมีข้อได้เปรียบบางอย่างที่เหนือกว่าระบบเซนเซอร์อื่น ๆ ซึ่ง mmWave ดีกว่าระบบการตรวจจับด้วยกล้องคือสามารถเห็นทะลุผ่านผ้าห่มที่ห่อตัวเด็กเอาไว้ได้ และยังดีกว่าระบบเซนเซอร์ตรวจจับในเบาะที่นั่งของผู้โดยสารตามน้ำหนักเพราะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเด็กกับวัตถุที่วางทิ้งไว้บนที่นั่งได้ จึงช่วยป้องกันการเตือนที่ผิดพลาด และที่ 2 ระบบดังกล่าวไม่มี คือ mmWave ยังสามารถตรวจจับรูปแบบการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย เรดาร์ mmWave ยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การปรับใช้ถุงลมนิรภัยขั้นสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้เหมาะกับขนาดของร่างกายสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่, แจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อตรวจพบผู้โดยสารตัวเป็น ๆ ไม่ใช่สิ่งของ, ระงับการใช้ถุงลมนิรภัยสำหรับสิ่งของซึ่งไม่ใช่ผู้โดยสาร และปรับปรุงระบบป้องกันการโจรกรรมได้ดีขึ้นโดยการตรวจจับหน้าต่างที่ถูกทุบแตกหรือการบุกรุกเข้ามาในรถ…
เซนเซอร์ดมกลิ่น koniku
04/05/2020

Airbus จะติดตั้งเซนเซอร์ดมกลิ่นตรวจจับวัตถุระเบิดจากผู้โดยสารที่สนามบินปลายปีนี้

Airbus มีแผนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รูปร่างเหมือนแมงกะพรุนโดยทำหน้าที่เป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เซลล์ชีวภาพเพื่อเลียนแบบความสามารถของสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเกิดใหม่ใน Silicon Valley ที่ชื่อว่า Koniku และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้ไว้ในอุโมงค์คัดกรองที่สนามบินในปลายปีนี้ เทคโนโลยีนี้ได้สร้างหน่วยประมวลผลจากซิลิกอนที่เสริมด้วยเซลล์ที่มีชีวิตและสามารถตรวจจับกลิ่นได้ เหมือนกับการสูดดมอากาศหายใจและบอกคุณได้ว่ามีกลิ่นอะไร โดยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hek cell เซลล์ตัวอ่อนในไตปกติของมนุษย์ หรือ Astrocytes เซลล์ช่วยควบคุมปริมาณสารเคมีต่างๆ ที่อยู่รอบเซลล์ประสาทและ Brain cells เซลล์สมอง เพื่อสร้างเป็นตัวรับกลิ่นสารประกอบโมเลกุล และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใน 10 วินาที (ในสภาวะที่ดีที่สุด) ในแง่การแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทยังอยู่ในการสำรวจความสามารถของเซนเซอร์ในการตรวจจับอันตรายทางชีวภาพเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้บริษัท Koniku ยังมีผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น แอปพลิเคชันทางการแพทย์ด้วยตัวดมกลิ่นที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งมีวิธีการเดียวกับการฝึกฝนสุนัขให้สามารถตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยที่ไม่ได้แสดงอาการได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วหายใจรดบนอุปกรณ์ตัวนี้ มันก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัปโหลดอย่างต่อเนื่องและสามารถแสดงผลสภาวะสุขภาพของคุณให้ทราบ หลังจากเกิดเหตุการโจมตีด้วยเครื่องบินเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ จึงได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับอย่างแพร่หลายโดยใช้ Puffer machines เมื่อผู้เดินทางผ่านประตูที่มีลมเป่าก็จะนำเอาอนุภาคจากเสื้อผ้าและร่างกายมาตรวจหาร่องรอยของวัตถุระเบิด แต่ในปี 2010 กลับมองว่าไม่น่าเชื่อถือและมีค่าบำรุงรักษาที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่คุณจะสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำการตรวจจับกลิ่นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม…
Samsung Health Monitor
21/04/2020

Samsung Galaxy Watch จะเพิ่มแอปตรวจจับความดันโลหิตสำหรับ Active 2 ปลายปีนี้

21 เมษายน Samsung เปิดเผยว่ามีแผนที่จะนำแอปตรวจสุขภาพ (แอป Samsung Health Monitor) วัดความดันโลหิตให้กับอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่ได้รับการอนุมัติตามกฎหมายแล้วจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ (MFDS) ในฐานะซอฟต์แวร์ที่เหมือนกับอุปกรณ์การแพทย์ (SaMD) ซึ่ง Samsung จะเปิดให้ใช้แอปสำหรับอุปกรณ์ Galaxy Watch Active 2 ในไตรมาสที่ 3 ของ 2020 และจะขยายไปยังอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่กำลังจะมาถึง เริ่มต้นการใช้งานคุณจะต้องปรับเทียบค่าอุปกรณ์กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ผ้าพันแขนเพื่อให้ค่าตรงตามมาตรฐาน จากนั้นก็สามารถแตะเพื่อวัดความดันโลหิตได้ตลอดตามที่ต้องการ แต่เพื่อความแม่นยำคุณจะต้องปรับเทียบค่ากับอุปกรณ์แบบดั้งเดิมอย่างน้อยทุกสี่สัปดาห์ https://youtu.be/1WGTftm_IEU ค่าความดันโลหิตสูงจะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมอง ไต หัวใจ หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นการใช้แอปตรวจสุขภาพจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดและติดตามค่าความดันโลหิตเพื่อคอยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Taejong Jay Yang รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจของ Samsung และหัวหน้าทีมสุขภาพในธุรกิจการสื่อสารแบบเคลื่อนที่กล่าวว่าแอปตรวจสุขภาพของ Samsung มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูง โดยการรวมฮาร์ดแวร์ในระดับที่ดีที่สุดเข้ากับซอฟต์แวร์นวัตกรรมล่าสุดเพื่อริเริ่มสร้างประสบการณ์ใหม่บนมือถือ ที่มา : cnet   พิสูจน์อักษร :…
Tesla Autopilot
28/03/2020

Tesla โชว์คลิปอีกไม่นาน Autopilot จะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจร

วันศุกร์ 27 มีนาคม ได้มีการแสดงวิดีโอผ่าน Twitter ถึงฟีเจอร์ Autopilot ของ Tesla ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถยนต์จะออกตัวเมื่อมีสัญญาณไฟสีเขียวและชะลอเพื่อหยุดเมื่อตรวจจับว่ามีสัญญาณไฟสีแดง ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานฟีเจอร์ Autopilot จะรับรู้สัญญาณไฟจราจรได้ และคาดว่าจะถูกรวมเข้ากับฟีเจอร์ Autopilot ในการอัปเดตครั้งต่อไป https://twitter.com/thirdrowtesla/status/1243295559110156288?s=21 ฟีเจอร์ Autopilot หรือระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติของ Tesla สามารถรับรู้ได้แล้วว่ามีรถยนต์คันอื่น ๆ ที่อยู่บนถนน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการอัปเดต Autopilot ให้สามารถตรวจจับและหลบหลีกกรวยที่วางบนถนน โดยใช้การนำทางด้วย Autopilot รถยนต์ไฟฟ้าจะวางแผนการเปลี่ยนเลนเพื่อหลบหลีกกรวยได้ แต่ก็ไม่สามารถไว้ใจฟีเจอร์ Autopilot ได้ทั้งหมดอย่างสนิทใจ เพราะมีผู้ใช้ออกมาเตือนว่า Autopilot ไม่สามารถตรวจพบกรวยขนาดเล็กที่อิตาลีอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และมีกลุ่มผู้ใช้ที่กล่าวถึงความไม่ปลอดภัยของการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ นอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ได้ตำหนิการออกแบบ Autopilot ว่ามีความผิดพลาดทำให้เกิดการชนที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ Delray Beach อย่างไรก็ตาม Tesla จะยังคงผลักดันให้มีรถยนต์ขับขี่ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์บนท้องถนน ซึ่งก่อนหน้านี้ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla กล่าวว่าจะพร้อมเปิดตัวในปี 2019 และจะมีแท็กซี่ขับขี่อัตโนมัติ…

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…