Tags
| ตรวจจับ
25/08/2020
ศิลา วงศ์เจริญ | 2124 days ago
กองทัพสหรัฐฯ ทดสอบหุ่นยนต์คู่หูของทหารช่วยตรวจจับอันตรายในสนามรบ
เมื่อทหารกำลังทำภารกิจอยู่ในสนามรบ เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าพื้นที่ด้านหน้าที่กำลังก้าวไปถึงนั้นมีอันตรายอะไรรออยู่ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ให้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับทหารมนุษย์เพื่อประเมินอันตรายในสนามรบให้ล่วงรู้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนเชือด โดนส่องหรือโดนกับระเบิด นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีล้อเคลื่อนที่อย่างอิสระและสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมอันเล็กน้อยเพื่อบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง โดยการติดตั้งเซนเซอร์เลเซอร์วัดระยะหรือ LIDAR เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพโดยรอบในรูปแบบ 3 มิติที่ทหารอาจมองข้ามหรือไม่สามารถมองเห็น แล้วจะแชร์ข้อมูลแจ้งเตือนให้ทหารทราบแบบเรียลไทม์ผ่านการแสดงผลในแว่นตา AR Dr. Christopher Reardon นักวิจัยจากกองทัพสหรัฐฯ ผู้เขียนบทความ "การเพิ่มขีดความสามารถในการรับรู้สถานการณ์ผ่าน AR ด้วยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติ" ที่ตีพิมพ์สำหรับการประชุมนานาชาติเรื่อง VR, AR และ MR ครั้งที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม กล่าวว่าหุ่นยนต์จะสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมเพื่อให้รู้ว่ามีข้าศึกกำลังพรางตัวอยู่ไปจนถึงรู้ว่ามีระเบิดแสวงเครื่อง (IED) การวิจัยได้นำหุ่นยนต์คู่หูลาดตระเวนในสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วนำค่าที่เซนเซอร์อ่านได้ในปัจจุบันเปรียบเทียบกับค่าที่อ่านได้ก่อนหน้าเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะแสดงการเปลี่ยนแปลงนั้นในแว่นตาของทหารทันทีเพื่อพิจารณาว่ามนุษย์จะสามารถตีความการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ สรุปง่าย ๆ ว่าให้หุ่นยนต์และทหารสามารถทำงานประสานกันได้ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำหุ่นยนต์คู่หูให้ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซ MR ของทหาร เช่น แว่นตาในอุปกรณ์ IVAS (Integrated Visual Augmentation System) ของกองทัพ ซึ่งหุ่นยนต์คู่หูจะส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังแว่นตาของทหาร และทหารสามารถโต้ตอบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลแก่หุ่นยนต์เพื่อปรับปรุงความเข้าใจในบริบทแวดล้อม จนสามารถเรียนรู้และคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ รวมทั้งยังช่วยให้นักวิจัยได้เรียนรู้วิธีการปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับหุ่นยนต์อีกด้วย ที่มา :…21/08/2020
เจ๋ง! Tesla ขออนุญาตใช้เซนเซอร์เรดาร์ตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถที่ร้อนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต
Tesla ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา (FCC) เพื่อขออนุญาตทำการตลาดในการใช้เซนเซอร์ตรวจจับปฏิกิริยาจากการเคลื่อนไหวในระยะสั้นมาจำแนกผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถ ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงสำหรับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถโดยไม่ตั้งใจจนอาจหมดสติหรือเกิดอันตรายถึงชีวิตจากความร้อนที่สูงมากเกินไป อุปกรณ์เซนเซอร์ที่ใช้มีย่านความถี่ 57-71 GHz จะถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องผู้โดยสารและทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mmWave) ซึ่งไม่ต้องขอรับอนุญาตสามารถใช้งานได้เลย แต่ Tesla ต้องการใช้งานในระดับกำลังสูงกว่าที่กฎระเบียบกำหนดไว้ ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตต่อ FCC ก่อน Tesla นำเสนอด้วยเหตุผลว่าจากข้อมูลของสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ระบุว่าในปี 2018 และ 2019 มีเด็กมากกว่า 50 คนเสียชีวิตจากการเป็นลมจากความร้อนที่สูงมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในรถเพราะลืมนั่นเอง เทคโนโลยีเรดาร์ mmWave นั้นสามารถตรวจจับเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ ซึ่งมีข้อได้เปรียบบางอย่างที่เหนือกว่าระบบเซนเซอร์อื่น ๆ ซึ่ง mmWave ดีกว่าระบบการตรวจจับด้วยกล้องคือสามารถเห็นทะลุผ่านผ้าห่มที่ห่อตัวเด็กเอาไว้ได้ และยังดีกว่าระบบเซนเซอร์ตรวจจับในเบาะที่นั่งของผู้โดยสารตามน้ำหนักเพราะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเด็กกับวัตถุที่วางทิ้งไว้บนที่นั่งได้ จึงช่วยป้องกันการเตือนที่ผิดพลาด และที่ 2 ระบบดังกล่าวไม่มี คือ mmWave ยังสามารถตรวจจับรูปแบบการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย เรดาร์ mmWave ยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การปรับใช้ถุงลมนิรภัยขั้นสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้เหมาะกับขนาดของร่างกายสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่, แจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อตรวจพบผู้โดยสารตัวเป็น ๆ ไม่ใช่สิ่งของ, ระงับการใช้ถุงลมนิรภัยสำหรับสิ่งของซึ่งไม่ใช่ผู้โดยสาร และปรับปรุงระบบป้องกันการโจรกรรมได้ดีขึ้นโดยการตรวจจับหน้าต่างที่ถูกทุบแตกหรือการบุกรุกเข้ามาในรถ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2128 days ago
Read More04/05/2020
Airbus จะติดตั้งเซนเซอร์ดมกลิ่นตรวจจับวัตถุระเบิดจากผู้โดยสารที่สนามบินปลายปีนี้
Airbus มีแผนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รูปร่างเหมือนแมงกะพรุนโดยทำหน้าที่เป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เซลล์ชีวภาพเพื่อเลียนแบบความสามารถของสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเกิดใหม่ใน Silicon Valley ที่ชื่อว่า Koniku และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้ไว้ในอุโมงค์คัดกรองที่สนามบินในปลายปีนี้ เทคโนโลยีนี้ได้สร้างหน่วยประมวลผลจากซิลิกอนที่เสริมด้วยเซลล์ที่มีชีวิตและสามารถตรวจจับกลิ่นได้ เหมือนกับการสูดดมอากาศหายใจและบอกคุณได้ว่ามีกลิ่นอะไร โดยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hek cell เซลล์ตัวอ่อนในไตปกติของมนุษย์ หรือ Astrocytes เซลล์ช่วยควบคุมปริมาณสารเคมีต่างๆ ที่อยู่รอบเซลล์ประสาทและ Brain cells เซลล์สมอง เพื่อสร้างเป็นตัวรับกลิ่นสารประกอบโมเลกุล และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใน 10 วินาที (ในสภาวะที่ดีที่สุด) ในแง่การแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทยังอยู่ในการสำรวจความสามารถของเซนเซอร์ในการตรวจจับอันตรายทางชีวภาพเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้บริษัท Koniku ยังมีผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น แอปพลิเคชันทางการแพทย์ด้วยตัวดมกลิ่นที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งมีวิธีการเดียวกับการฝึกฝนสุนัขให้สามารถตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยที่ไม่ได้แสดงอาการได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วหายใจรดบนอุปกรณ์ตัวนี้ มันก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัปโหลดอย่างต่อเนื่องและสามารถแสดงผลสภาวะสุขภาพของคุณให้ทราบ หลังจากเกิดเหตุการโจมตีด้วยเครื่องบินเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ จึงได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับอย่างแพร่หลายโดยใช้ Puffer machines เมื่อผู้เดินทางผ่านประตูที่มีลมเป่าก็จะนำเอาอนุภาคจากเสื้อผ้าและร่างกายมาตรวจหาร่องรอยของวัตถุระเบิด แต่ในปี 2010 กลับมองว่าไม่น่าเชื่อถือและมีค่าบำรุงรักษาที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่คุณจะสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำการตรวจจับกลิ่นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม…ศิลา วงศ์เจริญ | 2237 days ago
Read More21/04/2020
Samsung Galaxy Watch จะเพิ่มแอปตรวจจับความดันโลหิตสำหรับ Active 2 ปลายปีนี้
21 เมษายน Samsung เปิดเผยว่ามีแผนที่จะนำแอปตรวจสุขภาพ (แอป Samsung Health Monitor) วัดความดันโลหิตให้กับอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่ได้รับการอนุมัติตามกฎหมายแล้วจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ (MFDS) ในฐานะซอฟต์แวร์ที่เหมือนกับอุปกรณ์การแพทย์ (SaMD) ซึ่ง Samsung จะเปิดให้ใช้แอปสำหรับอุปกรณ์ Galaxy Watch Active 2 ในไตรมาสที่ 3 ของ 2020 และจะขยายไปยังอุปกรณ์ Galaxy Watch ที่กำลังจะมาถึง เริ่มต้นการใช้งานคุณจะต้องปรับเทียบค่าอุปกรณ์กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ผ้าพันแขนเพื่อให้ค่าตรงตามมาตรฐาน จากนั้นก็สามารถแตะเพื่อวัดความดันโลหิตได้ตลอดตามที่ต้องการ แต่เพื่อความแม่นยำคุณจะต้องปรับเทียบค่ากับอุปกรณ์แบบดั้งเดิมอย่างน้อยทุกสี่สัปดาห์ https://youtu.be/1WGTftm_IEU ค่าความดันโลหิตสูงจะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมอง ไต หัวใจ หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้นการใช้แอปตรวจสุขภาพจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดและติดตามค่าความดันโลหิตเพื่อคอยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Taejong Jay Yang รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจของ Samsung และหัวหน้าทีมสุขภาพในธุรกิจการสื่อสารแบบเคลื่อนที่กล่าวว่าแอปตรวจสุขภาพของ Samsung มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูง โดยการรวมฮาร์ดแวร์ในระดับที่ดีที่สุดเข้ากับซอฟต์แวร์นวัตกรรมล่าสุดเพื่อริเริ่มสร้างประสบการณ์ใหม่บนมือถือ ที่มา : cnet พิสูจน์อักษร :…ศิลา วงศ์เจริญ | 2250 days ago
Read More28/03/2020
Tesla โชว์คลิปอีกไม่นาน Autopilot จะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจร
วันศุกร์ 27 มีนาคม ได้มีการแสดงวิดีโอผ่าน Twitter ถึงฟีเจอร์ Autopilot ของ Tesla ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถยนต์จะออกตัวเมื่อมีสัญญาณไฟสีเขียวและชะลอเพื่อหยุดเมื่อตรวจจับว่ามีสัญญาณไฟสีแดง ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานฟีเจอร์ Autopilot จะรับรู้สัญญาณไฟจราจรได้ และคาดว่าจะถูกรวมเข้ากับฟีเจอร์ Autopilot ในการอัปเดตครั้งต่อไป https://twitter.com/thirdrowtesla/status/1243295559110156288?s=21 ฟีเจอร์ Autopilot หรือระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติของ Tesla สามารถรับรู้ได้แล้วว่ามีรถยนต์คันอื่น ๆ ที่อยู่บนถนน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการอัปเดต Autopilot ให้สามารถตรวจจับและหลบหลีกกรวยที่วางบนถนน โดยใช้การนำทางด้วย Autopilot รถยนต์ไฟฟ้าจะวางแผนการเปลี่ยนเลนเพื่อหลบหลีกกรวยได้ แต่ก็ไม่สามารถไว้ใจฟีเจอร์ Autopilot ได้ทั้งหมดอย่างสนิทใจ เพราะมีผู้ใช้ออกมาเตือนว่า Autopilot ไม่สามารถตรวจพบกรวยขนาดเล็กที่อิตาลีอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และมีกลุ่มผู้ใช้ที่กล่าวถึงความไม่ปลอดภัยของการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ นอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ได้ตำหนิการออกแบบ Autopilot ว่ามีความผิดพลาดทำให้เกิดการชนที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ Delray Beach อย่างไรก็ตาม Tesla จะยังคงผลักดันให้มีรถยนต์ขับขี่ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์บนท้องถนน ซึ่งก่อนหน้านี้ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla กล่าวว่าจะพร้อมเปิดตัวในปี 2019 และจะมีแท็กซี่ขับขี่อัตโนมัติ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2275 days ago
Read MorePR Partners
See All18/06/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 2 days ago
รวมโปรคุ้ม ! งานมหกรรมสินค้าไอที “COMMART ULTRAFORCE” อัปเดตเทรนด์ AI รอบกลางปี 2 – 5 กรกฎาคมนี้
บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำ เตรียมจัดงาน “COMMART ULTRAFORCE” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีกลางปี 2026 พร้อมขนทัพสินค้าไอทีจากแบรนด์ชั้นนำ มาให้ลองสัมผัสกันอย่างจุใจ สายอัปเกรดห้ามพลาด เตรียมรับไอเดียแต่งคอมสุดล้ำ ด้วยอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ที่ยกให้เป็น The Best ทั้งคอมบ้าน และเครื่องที่ใช้งานระดับองค์กร ทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อ ครบทั้ง Notebook AI, AI PC, Gaming PC, Smart Device, อุปกรณ์16/06/2026
CTC 2026 งานที่คนทำงานต้องมาให้ได้ อัปเดตเทรนด์ใหม่ สาดอินไซต์แบบไม่มีกั๊ก กับเหล่ากูรูตัวท็อป ปักหมุด 19-20 มิถุนายนนี้
ถึงเวลาเปลี่ยนภาพจำ Conference ธรรมดา ให้กลายเป็นงานเทศกาลคนมองไกล คิดต่าง สร้างอนาคตที่พิเศษกว่าใคร ! โดนปีนี้ SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026 (CTC2026) กลับมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะพาคุณก้าวข้ามทุกความท้าทาย สลัดความกังวล แล้วมาออกแบบอนาคตในแบบที่คุณคอนโทรลได้เอง ! งานนี้ไม่ใช่แค่คอนเฟอเรนซ์ธรรมดา แต่เป็น Space รวมตัวของคนที่อยากอัปเกรดตัวเองแบบก้าวกระโดด โดยชีเสิร์ฟความใหม่ไม่เหมือนใครมาถึง 5 ไฮไลต์สำคัญที่เราดีไซน์มาเพื่อแก้ Pain Point ของคนยุคนี้โดยเฉพาะ บอกเลยว่าองค์กร คนทำงาน คนรุ่นใหม่ และคนทำธุรกิจมางานเดียว ได้กลับไปครบทุกมิติในการไปปรับใช้กับงานของตัวเอง ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งเดาอนาคตเอง เพราะเรารวม 6 เทรนด์ใหญ่ที่โลกกำลังต่างพูดถึงและให้ความสำคัญ ทั้ง Creativity, Business, AI & Technology, Marketing, People และ Well-being มาย่อยให้ฟังง่าย ๆ จบครบพร้อมสู้ต่อในปีนี้ ถึงปีหน้า ! แน่นอนว่า AI…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More09/06/2026
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมโครงการ “ฮักโลก (Hug The Earth) ” พร้อมเดินหน้า “เปลี่ยนขยะ เป็นประโยชน์” สร้างคุณค่าจากอาหารส่วนเกิน
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ด้วยการร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ฮักโลก (Hug The Earth)” เพื่อส่งเสริมการบริโภคและการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภคและสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้าที่คำนึงถึงผลกระทบต่อโลกอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งดำเนินโครงการ “เปลี่ยนขยะ เป็นประโยชน์” ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดขยะสู่หลุมฝังกลบ โดยนำอาหารส่วนเกินที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ ส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงหนอนแมลงโปรตีนสายพันธุ์ Black Soldier Fly (BSF) ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นวัตถุดิบมูลค่าเพิ่มสำหรับผลิตอาหารสัตว์ อาทิ อาหารปลาดุก และอาหารสุนัข ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน พร้อมช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนถึงเป้าหมายของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 11 days ago
Read More08/06/2026
วันมหาสมุทรโลก 8 มิถุนายน: ทรู คอร์ป ร่วมภารกิจ 30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026 ฟื้นฟูทะเลไทย เชื่อมความร่วมมือสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนด้วย 5G
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย สนับสนุนโครงการ “30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026” เนื่องในวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเริ่มต้นนำร่องที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมระดมทีมทรูภูมิภาคลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว อาสาสมัคร และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 30 เกาะทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูธรรมชาติชายฝั่ง จัดการปัญหาขยะทั่วไปและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) รวมถึงส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ทรูยังได้นำศักยภาพโครงข่าย 5G มาสนับสนุนระบบสื่อสารและการประสานงานของเครือข่าย พร้อมดูแลคุณภาพสัญญาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างทั่วถึง ความร่วมมือในภารกิจนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรูในฐานะองค์กรเทเลคอม-เทคโนโลยี ที่ไม่ได้มองว่าโครงข่ายเป็นเพียงสัญญาณสื่อสารทั่วไป แต่เป็น “พลังเชื่อมต่อ” ที่ช่วยให้ชุมชนบนเกาะสามารถสื่อสาร ประสานงาน สร้างความตระหนักรู้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เสถียรได้กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 11 days ago
Read More
















