Tags
| พฤติกรรม
26/06/2024
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 759 days ago
Hurry Sickness: รู้ทันอาการหัวร้อน…ทนไม่ไหว รอไม่ได้
เคยไหม? รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา รอคิวอะไรสักอย่างก็รู้สึกหงุดหงิด อยากจะตะโกนใส่คนข้างหน้าว่า "เร็ว ๆ หน่อยสิ !" หรือทำงานอะไรก็รู้สึกเหมือนเวลาไม่พอ รอดู YouTube ก็ต้องกดข้ามโฆษณา พอมาอ่านหนังสือหรือดูหนัง ดูละคร ก็ทนดูทีละตอนจนจบไม่ไหว ต้องแอบเปิดดูตอนจบ หรือไปหาสปอยล์มาอ่านก่อน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Hurry Sickness" หรือ "โรคทนรอไม่ได้" เป็นสภาวะผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในยุคปัจจุบัน และหลายคนอาจกำลังเป็นอยู่โดยไม่รู้ตัว ยิ่งใช้คอมฯ ยิ่งเป็น Hurry Sickness “ยิ่งคุณใช้คอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ คุณยิ่งเป็น Hurry Sickness มากเท่านั้น” อ. ธาม เชื้อสถาปนศิริ โรค “ทนรอไม่ได้” หรือ “Hurry Sickness" หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า "หัวร้อน" เป็นภาวะผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคที่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเวลานาน ไม่ใช่โรคทางจิตเวช อาการคล้าย “โรคสมาธิสั้น” แต่ไม่ใช่สมาธิสั้น โดยบุคคลที่เป็น Hurry Sickness นั้น มักจะมีอาการใจร้อน หงุดหงิด…20/03/2024
งานร้อนงานเผาที่เรารัก กับทฤษฎีของ ‘เดดไลน์’
ไฟไม่ลนก้น ทำไมงานถึงไม่เดิน?! คำตอบนี้เราจะมาอธิบายให้ทุก ๆ คนเข้าใจกันด้วย Parkinson's Law หัวใจหลักของกฎนี้ก็คือ “มนุษย์จะชอบขยายเวลาการทำงานออกไปตราบเท่าที่ยังมีเวลาเหลืออยู่” ผู้ที่คิดค้นทฤษฎีนี้ขึ้นมาก็คือ “Cyril Northcote Parkinson” ที่ได้นำเสนอไว้ใน หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ The Economist ปี 1955 ลองมองย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ ในช่วงปิดเทอมที่คุณครูให้การบ้านมา คุณลงมือทำการบ้านนั้นทันทีเลยหรือไม่? หรือใช้เวลาที่มีมากล้นไปเที่ยวเล่น หรือนอนตีพุงแบบชิว ๆ แต่พอใกล้เปิดเทอมเท่านั้นแหละ Energy แห่งความขยันพุ่งพรวดมาเลย! แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีลักษณะนิสัยแบบนี้นะ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบกับปัญหานี้ เราจะมาแนะนำวิธีจัดการเวลากัน 1. เทคนิค Pomodoro เทคนิคนี้เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 เริ่มจากให้คุณกำหนดเวลาทำงาน 25 นาที และพัก 5 นาที และ 25 นาทีนี้ห้ามจับโทรศัพท์ ห้ามทำอะไรเลยนอกจากทำงาน! ถ้าปราศจากสิ่งรบกวน เราก็จะทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วย 2. กินกบก่อน! เทคนิค Eat That Frog…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 857 days ago
Read More22/01/2024
ค้นพบเส้นประสาทใหม่จากลำไส้สู่สมอง ที่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากของหวาน และของทอด
น้ำตาล และไขมันเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในของอร่อยแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะน้ำหวาน เค้ก ขนมไทย ของทอด หรือข้าวหมูกรอบ ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่าการได้รับสารอาหารพลังงานสูง อย่างน้ำตาล และไขมันเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้หลายชนิด ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังคงหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลในสารอาหารทั้งสองชนิดเหลือกัน แม้ปัจจุบันจะมีทฤษฎี และข้อมูลมากมายเกี่ยวกับความอยากน้ำตาล และไขมันที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เช่น เป็นผลจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในยุคโบราณ หรือเป็นเพราะพันธุกรรมบางอย่าง การศึกษาล่าสุดจาก Monell Chemical Senses Center ศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ ได้ค้นพบวงจรประสาทชุดใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างลำไส้ไปยังสมองของหนูทดลองที่มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความอยากน้ำตาล และไขมันโดยเฉพาะ ซึ่งสัตว์ชนิดอื่น อย่างมนุษย์ก็อาจมีด้วยเช่นเดียวกัน โดยวงจรชุดนี้ แยกเส้นประสาทที่กระตุ้นความอยากน้ำตาล และความอยากไขมันออกจากกัน ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบดูเซลล์ประสาทในระบบประสาทเวกัส (Vagus nerve system) ของหนูที่เชื่อมต่อสมองกับอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงลำไส้ พบว่าเซลล์ประสาทที่ค้นพบใหม่นี้กระตุ้นให้สมองหลั่งสารที่ชื่อ ‘โดปามีน’ (Dopamine) หรือฮอร์โมนความสุขออกมาในระบบให้รางวัล (Brain reward system) ของสมอง ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกดี ดีใจ หรือได้รับความสำเร็จ ก่อนหน้านี้ ในมนุษย์เองก็ค้นพบมาแล้วว่าเหตุผลหนึ่งที่มนุษย์ชอบกินของหวานก็เป็นผลมาจากการหลั่งโดปามีนทุกครั้งที่ได้รับน้ำตาล จนเกิดภาวะเสพติด ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นวงจรประสาทชุดนี้ในหนู ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ หนูที่ถูกกระตุ้นตื่นตัว และเริ่มมองหาอาหาร…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 915 days ago
Read More07/12/2023
Gaslighting ล่อลวง ชักจูง และควบคุม: ความหมาย สัญญาณ ผลกระทบ และการรับมือ
Gaslighting เป็นคำศัพท์ทางจิตวิทยาที่ใช้เรียกพฤติกรรมที่เป็นพิษรูปแบบหนึ่ง อย่างการปั่นหัวให้คนเกิดความกังขา หรือสงสัยในความสามารถ และการรับรู้ของตัวเองเพื่อหลอกให้รู้สึกผิด ทำลายความสามารถในการตัดสินใจ ล่อลวง และควบคุมให้ใครสักคนทำสิ่งที่ตนเองต้องการ ทั้งด้านความคิด และพฤติกรรม ด้วยคำพูด ไปจนถึงการสร้างสถานการณ์ชวนสับสน คนที่มีพฤติกรรม Gaslighting อาจเรียกได้ว่าเป็นคนท็อกซิก เฮงซวย และอันตราย เพราะสามารถทำให้เกิดความปั่นป่วนในทุกระดับความสัมพันธ์ และระดับสังคม อย่างพ่อแม่กับลูก หัวหน้ากับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท และคู่รัก โดยคนที่มีพฤติกรรม Gaslighting หรือที่เรียกกันว่า Gaslighter ซ่อนตัวอยู่ในทุกสังคม ทำไมต้อง Gaslighting? ที่มาของคำว่า Gaslighting มาจากละครเวทีจากประเทศอังกฤษ ในปี 1938 ที่มีชื่อว่า Gaslight เรื่องราวของคู่สามี-ภรรยาคู่หนึ่งที่ฝ่ายสามีคอยบงการ เกลี้ยกล่อม และบอกภรรยาของตัวเองว่าเธอเสียสติ เพื่อฮุบสมบัติของเธอ ตัวสามีใช้คำพูดเพื่อเกลี้ยกล่อมภรรยาในเชิงจิตวิทยา สร้างสถานการณ์ด้วยการเคาะกำแพง ย้ายที่ข้าวของเพื่อให้ตัวภรรยาเชื่อว่าเธอบ้าจริง ๆ และหนึ่งในอาวุธที่เหมือนจะธรรมดา แต่ร้ายกาจที่สุดที่สามีทำ คือ การหรี่ไฟจากตะเกียงแก๊ส และติด ๆ ดับ ๆ เมื่อภรรยาทักว่าไฟดับ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 961 days ago
Read More22/11/2023
จิตวิทยา Black Friday ช่วงเวลาที่แสนบ้าคลั่งของนักช้อป
เมื่อพูดถึง Black Friday หลายคนอาจนึกถึงภาพที่มีคนรุมแย่งของกันอย่างบ้าคลั่งที่มักจะเห็นทุกปีบนโลกออนไลน์ Black Friday เป็นวันที่ร้านค้าทั่วประเทศในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ลดราคาสินค้าแบบครึ่งต่อครึ่ง หรือมากกว่านั้น คนจำนวนมากจึงเฝ้ารอจะซื้อของแพงในราคาแสนถูกในจำนวนที่จำกัด จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นภาพความชุลมุนในการแย่งกันหยิบของต่าง ๆ ราวกับแจกฟรี จนถึงขั้นเลือดตกยางออก เพราะวิ่งชนกัน เหยียบกัน ทะเลาะกัน อย่างไรก็ตาม ร้านค้าบางร้านไม่ได้มีการแย่งชิงของกันอย่างดุเดือดแบบภาพที่เห็น เพียงแค่อาจมีคนต่อแถวซื้อมากกว่าปกติเท่านั้นเอง Black Friday จึงเป็นสัญลักษณ์ของความบ้าคลั่งรูปแบบหนึ่ง ทั้งในทางการตลาด และสัญชาตญาณของมนุษย์ในการไขว่คว้าบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งพฤติกรรมการแย่งสิ่งของ และการช้อปปิ้งในช่วง Black Friday อย่างบ้าคลั่ง ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์มีคำอธิบายทางจิตวิทยาอยู่ Black Friday ปลุกสัญชาตญาณที่ร้ายกาจของมนุษย์ ในช่วง Black Friday ที่ฝูงชนวิ่งกรูเข้าไปในห้าง หรือร้านค้าเพื่อจับจอง นั่นเป็นการปลุกสัญชาตญาณดิบบางอย่างของมนุษย์ออกมา ข้อมูลทางจิตวิทยาพบว่ามนุษย์จะมีความยับยั้งชั่งใจน้อยลงเมื่อรวมตัวกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ นอกจากนี้ การปะปนในฝูงชนยังทำให้บางคนขโมยของ และทำลายข้าวของ เพราะคิดว่าไม่สามารถถูกตามตัวได้ Black Friday ทำให้คุณเสพติดการช้อป Black Friday ไม่ค่อยได้รับความนิยมในไทย โดยคนไทยจะนิยมโปรเลขเบิ้ล อย่าง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 975 days ago
Read More07/11/2023
รักเขา แล้วไม่รักเราบ้างหรอ? ชอบเที่ยวภูเขาบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด
เวลาคนรู้จักกันใหม่ ๆ มักจะถามกันว่า ‘ภูเขา’ กับ ‘ทะเล’ ชอบไปไหนมากกว่ากัน? คุณว่าคำตอบของคำถามนี้ นอกจากจะทำให้รู้ว่าเขาชอบไปเที่ยวที่ไหนแล้ว ยังสามารถบอกอะไรได้อีกเยอะเลย ในบทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาดูมุมมอง และเรื่องราวด้านจิตวิทยาของคนที่ชื่นชอบภูเขากัน คนชอบภูเขามีความเป็นอินโทรเวิร์ตสูงกว่า การศึกษาชิ้นหนึ่งได้ศึกษาลักษณะนิสัยของผู้คน โดยให้เลือกระหว่าง ‘ภูเขา’ กับ ‘ทะเล’ ซึ่งจากการสอบถาม และประเมินลักษณะนิสัยแล้ว ผู้ที่สำรวจพบว่าคนที่เลือก ‘ภูเขา’ มีลักษณะความเป็นอินโทรเวิร์ต (Introvert) สูงกว่า เช่น ชอบอยู่คนเดียว ชอบอยู่กับตัวเอง หรือรู้สึกเหนื่อยเมื่อต้องออกไปเข้าสังคม เจอคนเยอะ โดยเฉพาะคนที่ไม่สนิท ในขณะที่คนที่เลือกตอบ ‘ทะเล’ มีแนวโน้มที่จะชื่นชอบการเข้าสังคม ความสนุก และการพูดคุยมากกว่า ซึ่งเป็นลักษณะของเอ็กซ์โทรเวิร์ต (Extrovert) นอกจากนี้ การศึกษาอีกชิ้นที่สำรวจบุคลิกของชาวอเมริกันกว่า 6 แสนคนที่อาศัยอยู่ในรัฐที่เป็นแถบภูเขาพบว่า คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณที่เป็นภูเขามีลักษณะนิสัยค่อนไปทางอินโทรเวิร์ตมากกว่าคนที่อยู่อาศัยบนที่ราบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงผลการสำรวจ และยังไม่มีการอธิบายเหตุผลว่าทำไม ‘ภูเขา’ กับ ‘ความเป็นอินโทรเวิร์ต’ สัมพันธ์กัน แล้วสัมพันธ์กันจริงรึเปล่า?…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 991 days ago
Read More17/03/2022
ปากบอกไม่สน แต่สมองกลับอยากรู้ ทำไมคนสนใจ ‘ข่าวดารา’ กันมากขนาดนี้? เรามีคำตอบ
“นี่ ๆ ได้ยินหรือยังที่ดาราคนนั้น.. ที่เล่นละครที่ดัง ๆ หลังข่าวคนนั้นแหละ เออ.. ใช่.. เขาบอกว่านอกใจภรรยาที่กำลังท้องลูกคนที่ 2 ที่บ้านอะเธอ!” หรือ “วันก่อนเห็นคนนั้นอะที่เป็นอินฟลูบนอินสตาแกรม ที่มีคนตามเป็นล้าน ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต โหว.. เธอ อย่างหยิ่งอะ ทักนี่ไม่ยิ้มเลย!” หรือ “ข่าวเรื่องการเสียชีวิตของดาราคนนั้นต้องมีเงื่อนงำอะไรสักอย่างแน่นอนเลย” เราเห็นข่าวซุบซิบแบบนี้อยู่บ่อย ๆ ตามโลกออนไลน์ แฮชแท็กดัง ๆ ตามทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊ก ข่าวของดาราดังที่มีชื่อเสียงนั้นมีอยู่แทบทุกที่และตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ เราอาจจะรู้สึกว่ามันดูเยอะ ไร้สาระ ไม่น่าสนใจ แต่สมองเราก็อดไม่ได้ที่อยากจะอยากรู้เรื่องเหล่านี้อยู่ลึก ๆ (จะเรียกว่าเผือกก็คงประมาณนั้น) ทำไมเราถึงต้องไปสนใจข่าวดาราเหล่านี้ด้วยล่ะ? ถ้าให้อธิบายโดยหลักการพื้นฐานแล้วเรื่องนี้ที่จริงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปกติ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราวิวัฒนาการมาจนถึงตอนนี้ได้เพราะเรานั้นสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในระดับที่เหนือกว่าเรา ซึ่งถ้าพูดกันตามตรง (แม้จะดูเหลื่อมล้ำและเศร้าขนาดไหนก็ตาม) ดาราหรือคนที่มีชื่อเสียงถือว่าอยู่ในระดับชั้นที่อยู่ด้านบน สูงกว่าคนปกติทั่วไป และเหตุผลที่เราสนใจข่าวซุบซิบของดาราคนดังก็มาจากสิ่งนี้นั่นแหละ เราสนใจต้องใช้ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อความอยู่รอดและปรับตัว เพียงแต่ว่าช่วงนี้มันหนักเพราะถูกเร่งโดยสื่อและเทคโนโลยีที่เข้าถึงคนได้ทุกซอกทุกมุมมากกว่า เจมส์ ฮูแรน (James Houran) นักจิตวิทยาจากบริษัทที่ปรึกษา HVS Executive Search ผู้เป็นคนช่วยสร้างแบบสอบถามชุดแรกเพื่อวัดระดับของสิ่งที่เรียกว่า Celebrity…โสภณ ศุภมั่งมี | 1591 days ago
Read More17/11/2021
“เธอสิผิด ฉันสิถูก” เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมเรามักโทษคนอื่น
ในทางการแพทย์เรามักได้ยินว่าคุณหมอ พยาบาล คนที่ดูแลผู้ป่วยที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไข้นั้นไม่ควรที่จะรักษาดูแลคนรักหรือครอบครัวที่รู้จัก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วคนที่น่าจะรู้จักและใส่ใจคนไข้เหล่านั้นดีที่สุดน่าจะเป็นพวกเขาไม่ใช่เหรอ เราเคยได้ยินเรื่องราวหลายต่อหลายครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฉุกเฉินของคนที่ตัวเองรักนั้นมักจะทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจผิดพลาด และสับสนจนกลายเป็นปัญหาที่ตามมาภายหลัง มันอาจจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความรู้สึกแคร์คนไข้ที่เป็นคนรักมากเกินไปจนทำให้ตัดสินใจผิดพลาด แต่ความจริงบางอย่างที่ลึกเข้าไปข้างในมากกว่านั้นที่เรียกว่า “Self Serving Bias” หรือ “อคติจากการเข้าข้างตัวเอง” ที่ต้นเหตุของปัญหาต่างหาก Self Serving Bias นั้นเป็นปัจจัยภายในที่อยู่ตัวเราทุกคนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ เป็นความเอนเอียงที่ทำให้เราคิดว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากตัวเรา และสิ่งที่ไม่ดีและเป็นผลลบนั้นมาข้างนอก คนอื่น หรือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรานั่นเอง มันเกิดขึ้นได้ในหลาย ๆ รูปแบบ ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไปจนถึงการทำงานกับคนอื่น ๆ อย่างในกิจกรรมการแข่งขันเช่นกีฬา หน้าที่การงาน ไปจนถึงเหตุการณ์ที่ซับซ้อนและต้องใช้กระบวนการตัดสินใจที่ยุ่งยากด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อย้อนกลับไปที่คำถามในตอนแรกว่าทำไมคนที่หมอไม่ควรรักษาคนไข้ที่เป็นคนรักคนสนิท ก็เพราะว่าตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วเราจะโทษสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก่อน ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมาภายหลังก็จะโทษคนอื่น ๆ ไม่อยากรับผิดชอบ เพราะอยากจะรักษาสิ่งที่เรียกว่า “ความมั่นใจ” ของตัวเองเอาไว้นั่นเอง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่รักตัวเอง เพราะฉะนั้นเหตุผลหลักที่ทำให้เราโทษคนอื่นก่อนเลยก็คือการป้องกันตัวเอง เป็นสัญชาตญาณที่พยายามไม่แปลกแยกจากกลุ่ม ชี้ไปหาคนอื่นก่อนเพื่อให้ตัวเองนั้นอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่มากกว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่ในวงการแพทย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างที่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันอยู่บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่นช่วงที่ผ่านมานั้นเหรียญคริปโตต่าง…โสภณ ศุภมั่งมี | 1711 days ago
Read More14/06/2021
ไขคำตอบว่า ‘ทำไมแมวถึงไล่ตะครุบเลเซอร์’ และที่จริงมันไม่ต่างจากพฤติกรรมมนุษย์
ยอมรับกันเถอะครับว่าเกือบทุกคนเคยเล่นแบบนี้กับน้องแมวมาแล้ว เอาเลเซอร์สีแดงส่องไปตามพื้นเพื่อให้น้องแมววิ่งไล่ตะครุบ ขึ้นผนัง มุดโต๊ะ ไต่หน้าต่าง แมวน้อยแสนซื่อเหล่านี้ไล่จับอย่างสนุกสนาน แต่เราเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมน้องแมวถึงทำแบบนั้น?โสภณ ศุภมั่งมี | 1866 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 21 hours ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 12 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 days ago
Read More





















