ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| สุขภาพ
Read More

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
24/05/2024

งานวิจัยพบว่าสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมที่ลดลง

ชนชั้นทางสังคมเป็นเกณฑ์การแบ่งชนชั้นของคนในสังคม ถ้าจะให้แบ่งคร่าว ๆ ก็คงเป็นสูง กลาง และต่ำ แต่ในชีวิตความเป็นจริงแล้ว เราจะเห็นความแตกต่างทางชนชั้นที่ยิบย่อยมากไปกว่านั้น และแม้คำว่าปีนบันไดชนชั้นทางสังคมจะให้ความรู้สึกมักใหญ่ใฝ่สูง และทะเยอทะยาน แต่มนุษย์แทบทั่วทั้งโลกกำลังทำสิ่งนี้อยู่เพื่อเงินที่ดีขึ้น เพื่อสังคมรอบตัวที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งของตัวเอง และคนใกล้ตัว การศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอซากา ประเทศญี่ปุ่นพบว่า สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับผลกระทบจากภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ที่ลดลง ภาวะสมองเสื่อม คือภาวะเสื่อมถอยของสมอง ที่ส่งผลต่อกระบวนการคิด การใช้เหตุผล ความจำ พฤติกรรม และอารมณ์ ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่ส่งผลต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้คน และคนรอบตัวได้ ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาประเมินด้านพฤฒาวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Gerontological Evaluation Study) ที่เก็บรวบรวมข้อมูลของผู้สูงอายุจำนวน 9,186 คนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ปัญหาสุขภาพ และปัจจัยทางสังคม ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2016 ซึ่งก็พบข้อมูลที่น่าสนใจ สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจสัมพันธ์กับสุขภาพของผู้สูงอายุ อย่างสถานะที่ดีขึ้นลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม และสุขภาพที่ดีมากขึ้นในช่วงบั้นปลายของชีวิต แต่ในขณะเดียวกันผู้สูงอายุที่สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจที่ลดลงเป็นกลุ่มที่สูญเสียสุขภาพที่ดี และอายุที่ยืนยาวไปมากที่สุดในช่วงหลังจากอายุ 75 ปี…
24/05/2024

นักวิทยาศาสตร์พบว่ามนุษย์ได้รับไมโครพลาสติกทุกครั้งที่หายใจ

ไมโครพลาสติก (Microplastic) และนาโนพลาสติก (Nanoplastic) เป็นปัญหาที่ลุกลามไปทั่วทั้งโลก และไม่ได้เป็นแค่หายนะทางสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เพราะหลายปีที่ผ่านมาแพทย์และนักวิทยาศาสตร์พบว่า พลาสติกขนาดจิ๋วเหล่านี้ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ในน้ำ ในสัตว์ และในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งทุกเฮือกของการหายใจของเรา เราก็กำลังสูดเอาไมโครและนาโนพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นค้นพบว่า ทุกครั้งที่มนุษย์หายใจเข้า จะนำเอาไมโครพลาสติกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และเข้าสู่ปอด ซึ่งการหายใจเป็นช่องทางที่มนุษย์ได้รับไมโครพลาสติกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากการได้รับผ่านการใช้ของใช้ อย่างเครื่องสำอาง และยาสีฟัน โดยการศึกษาชิ้นใหม่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (University of Technology Sydney) ที่นำโดย ดร. สุวัช สห (Saha Suvash) อาจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งได้ศึกษากลไกและความสัมพันธ์ของไมโครพลาสติกกับการหายใจของมนุษย์มากขึ้น ไฮไลต์ของการศึกษานี้คือ จังหวะในการหายใจนำไมโครพลาสติกต่างชนิด และต่างขนาดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งแต่ละชนิดจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน โดยการศึกษาเรื่องนี้จะช่วยสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาวิธีลดและป้องกันผลกระทบจากการได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ข้อมูลจากการศึกษาชิ้นนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการได้รับไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อโรคและอาการในระบบทางเดินหายใจบางชนิดมากขึ้น อย่างอาการหายใจลำบาก โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่าการหายใจด้วยจังหวะที่เร็วหรือถี่ (Fast breathing) ไมโครพลาสติกจะไปสะสมที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน อย่างโพรงจมูก คอ ช่องปาก และกล่องเสียง โดยเฉพาะไมโครพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ ในขณะที่การหายใจที่ช้าจะทำให้นาโนพลาสติกที่มีขนาดเล็กไปสะสมและฝังอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง อย่างหลอดลมและปอด…
23/05/2024

Digital Wellbeing: สมดุลชีวิตดิจิทัลเพื่อสุขภาวะที่ดีของวัยทำงาน

“ทุกวันนี้ เรากำลังควบคุมเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีกำลังควบคุมเรา ?” ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลความรู้ และความบันเทิงต่าง ๆ จนบางครั้งเราอาจละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้เทคโนโลยีที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาพร่ามัว นอนหลับยาก เครียด วิตกกังวล เป็นต้น การมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับวัยทำงาน รวมไปถึงพลเมืองดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อให้วัยทำงานสามารถสร้างสมดุลชีวิตดิจิทัลแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และแนะนำการใช้แอปพลิเคชันเพื่อสร้าง Digital Wellbeing ผ่านอุปกรณ์ที่คุณมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงบวก เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ให้ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันและมีสุขภาพที่ดี ทำไม Digital Wellbeing จึงสำคัญสำหรับวัยทำงาน? วิธีสร้าง Digital Wellbeing การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 8…
01/03/2023

หุ่นดีขึ้นได้ แค่ออกกำลังกายวันละ 20 นาที

อยากออกกำลังกายแต่ไม่มีเวลาเป็นปัญหาที่คนยุคใหม่น่าจะพบเจอกันบ่อย เพราะงานก็ต้องทำ เที่ยวก็ต้องเที่ยว แล้วยังอยากหุ่นดี สุขภาพดีอีก แต่ปัญหานี้จะหมดไป ขอแค่คุณมีเวลา 20 นาทีต่อวันเท่านั้น ออกกำลังกายวันละ 20 นาที หุ่นดีขึ้นได้จริงหรือ? คนจำนวนไม่น้อยติดอยู่กับความเชื่อแบบเดิม ๆ ว่าการมีสุขภาพที่ดีและหุ่นที่ดีได้ต้องออกกำลังกายนานเป็นชั่วโมง แต่เรื่องนี้ไม่จริงเสมอไป หากคุณรู้จักเทคนิคและรูปแบบการออกกำลังกายเพียงพอ แค่วันละ 20 นาทีก็สุขภาพดีและหุ่นดีได้แล้ว เพราะจริง ๆ แล้ว การออกกำลังกายคือกิจกรรมที่กระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้นต่อเนื่องกันระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเท่าไหร่ การออกกำลังกายย่อมดีกว่าการไม่ออกอยู่แล้ว และเพื่อการออกกำลังกายให้ได้ผล Hack for Health ได้รวบรวมเทคนิคการออกกำลังกายที่จะช่วยให้คุณสุขภาพดีและหุ่นดีขึ้นได้แม้มีเวลาแค่ 20 นาทีต่อวัน เทคนิคการออกกำลังกาย 20 นาทีต่อวันให้ได้ผล แม้การออกกำลังกาย 20 นาทีต่อวันจะช่วยให้คุณหุ่นดีและสุขภาพดีได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการออกนานกว่าย่อมได้ผลลัพธ์มากกว่า เทคนิคต่อไปนี้จะช่วยให้เวลาออกกำลังกาย 20 นาทีของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด 1. ทำอย่างสม่ำเสมอ หัวใจหลักของการออกกำลังกายให้ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการมีหุ่นที่ดี การลดน้ำหนัก หรือการมีสุขภาพที่ดี คือ การทำเป็นประจำ ยิ่งถ้าคุณมีเวลาออกน้อย…
01/03/2023

เบียร์อาจส่งผลดีต่อสุขภาพเมื่อดื่มอย่างเหมาะสม

เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยม ซึ่งภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มแนวนี้ไม่ใช่ของที่ดีต่อสุขภาพสักเท่าไหร่ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากยืนยันว่าการดื่มเบียร์ปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคตับ สุขภาพโดยรวมแย่ลง และยังทำให้ขาดสติจนเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการเกิดอาชญากรรมได้ด้วย แต่ในทางตรงกันข้าม การศึกษาจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกันที่พบว่าการดื่มเบียร์ ‘ในปริมาณที่เหมาะสม’ อาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน พอรู้แบบนี้สายดื่มบางคนอาจพอใจชื้นกันมาบ้าง แต่บางคนอาจสงสัยว่าเรื่องนี้จริงไหม Hack for Health มีคำตอบ การดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสมดีต่อสุขภาพจริงหรือ? ในเคสที่คุณไม่ได้มีโรคประจำตัว ไม่ได้ตั้งครรภ์ ไม่ได้อยู่ระหว่างการใช้ยาอะไร การดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสมอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน อย่างการศึกษาในคน 36 คนเป็นเวลา 12 สัปดาห์ที่ให้ผู้หญิงดื่มเบียร์ในปริมาณที่ให้แอลกฮอล์ 15 กรัม/วัน และผู้ชายดื่มเบียร์ในปริมาณที่ให้แอลกอฮอล์  30 กรัม/วัน พบว่าปริมาณของไขมันในเลือดชนิดที่เป็นอันตรายลดลงและไขมันชนิดดีมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้เช่นเดียวกับไวน์แดง ยังมีการศึกษาอีกหลายชิ้นที่พบว่าการดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสมดีต่อสุขภาพ เช่น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นผลจากงานศึกษาและงานวิจัยจำนวนมากและพอยืนยันได้ในระดับหนึ่งเลยว่าการดื่มเบียร์ในรูปแบบนี้ส่งผลดีต่อสุขภาพได้จริง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพที่เราได้บอกไปสามารถเกิดจากปัจจัยอื่นได้ด้วย ดังนั้น อย่าเข้าใจผิดว่าการดื่มเบียร์อย่างเดียวสามารถป้องกันโรคได้ ดื่มเบียร์แค่ไหนถึงจะเหมาะสมและสุขภาพดี? เวลาคุณไปดื่มสังสรรค์ โดยเฉพาะกับเพื่อนฝูงน่าจะพูดได้ว่าหมดเป็นลัง ซึ่งนั่นไม่ใช่ปริมาณที่เหมาะสมอย่างแน่นอน โดยการศึกษาประโยชน์จากการดื่มเบียร์ที่ได้บอกไปก่อนหน้าสามารถสรุปได้ว่า ปริมาณเบียร์ที่คนส่วนใหญ่สามารถดื่มได้อย่างเหมาะสมและส่งผลดีต่อสุขภาพอยู่ที่ 1 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้หญิง และ 2…
28/02/2023

สารพัดประโยชน์จาก ‘ถั่ว’ กินเพลินแถมสุขภาพดี!

‘ถั่ว’ เป็นอาหารคุ้นเคยสำหรับทุกคน เพราะไม่เพียงแต่เป็นขนมขบเคี้ยวเวลาว่างเพลิน ๆ หรือเป็นกับแกล้มเท่านั้น แต่ถั่วยังถูกนำมาใช้ประกอบอาหารจานหลักให้มีรสชาติดีและน่ารับประทานมากขึ้น แต่ทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าถั่วไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยเท่านั้น แต่การกินถั่วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย ที่สำคัญเป็นแหล่งสะสมโปรตีนชั้นดี เหมาะสำหรับคนอยากลดน้ำหนักอีกด้วย ถั่วมีหลายชนิดด้วยกัน แต่ถั่วที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ได้แก่ ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพิสตาชิโอ ถั่วแมคาเดเมีย วอลนัท เฮเซลนัท เป็นต้น โดยส่วนใหญ่สามารถหาซื้อมากินได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ ประโยชน์ของ ‘ถั่ว 1.มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ถั่วเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น วิตามิน แร่ธาตุส่วนใหญ่ที่ร่างกายต้องการ และเป็นหนึ่งในแหล่งที่มาหลักของกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ตั้งแต่การลดอาการไขข้ออักเสบ ไปจนถึงป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม 2.ช่วยลดน้ำหนัก ถั่วมีส่วนประกอบของไขมันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะดูแย้งกับการลดน้ำหนักที่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง แต่สำหรับไขมันในถั่วนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัว จึงจะช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลได้ อีกทั้ง ไขมันในถั่วจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มมากขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร ช่วยให้คุณกินน้อยลง โดยมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าถั่วอาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ โดยเฉพาะ อัลมอนด์ และพิสตาชิโอ นอกจากนี้ ถั่วยังเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่งดเนื้อสัตว์แต่อยากเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายตนเอง 3.ช่วยควบคุมโรคเบาหวาน มีการศึกษาที่พบว่าถั่วสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ นอกจากนี้…
24/02/2023

ผลการศึกษาพบ! สีแดงสังเคราะห์ในอาหารเพิ่มความเสี่ยงลำไส้อักเสบ

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารสีแดง อย่างน้ำแดง ไส้กรอกแดง ลูกอม หรือขนมอื่น ๆ ตามสีมงคลหรือเพราะเหตุผลอื่น Hack for Health ขอให้คุณคิดใหม่ เพราะสีผสมอาหารสีนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบได้ โรคลำไส้อักเสบ (Inflamatory Bowel Diseases: IBDs) เป็นกลุ่มโรคความผิดปกติทางลำไส้และทางเดินอาหารเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดบีบบริเวณท้อง ปวดอุจจาระอย่างรุนแรงและฉับพลัน ท้องเสีย ทั้งยังสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในหลายเคส ในปี 2022 มีการศึกษาขนาดเล็กงานหนึ่งพบว่า หนูทดลองที่ได้รับสีผสมอาหารสีแดงจากการสังเคราะห์ต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลให้เยื่อบุหรือเมือกที่เคลือบผนังลำไส้อ่อนแอลง ลำไส้อักเสบและติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบได้มากขึ้น ในการศึกษาได้มีการทดลองเอาสารสีแดงไปทดลองในหนูที่อายุน้อย ปรากฏว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (Colitis) หนึ่งในโรคลำไส้อักเสบมากขึ้นด้วยเช่นกัน นักวิจัยจึงคาดว่าเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มกินขนมและเครื่องดื่มสี ๆ มากกว่าคนกลุ่มอื่นอาจเสี่ยงต่อโรคลำไส้อักเสบเมื่อโตขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ได้ทดลองให้หนูอีกกลุ่มหนึ่งได้รับสีแดงสังเคราะห์ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่าหนูกลุ่มนี้ไม่มีความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบ เลยอาจสรุปได้ว่าการกินอาหารที่มีการใส่สีผสมอาหารสีแดงเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพลำไส้และทำให้เสี่ยงโรคลำไส้อักเสบได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก แต่การกินในอาหารที่ส่วนผสมของสีดังกล่าวแค่บางครั้งบางคราวอาจไม่ได้ส่งผลเสียอะไร อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทดลองในหนูจึงจำเป็นต้องรอให้มีการศึกษาในคนเพิ่มเติมก่อน สีผสมอาหารสีแดงที่ใช้ในการทดสอบนี้มีชื่อว่า FD&C Red 40 และ Food Red…
23/02/2023

ผู้ชายต้องรู้ Whiskey Dick เมาแล้วน้องชายไม่สู้เกิดจากอะไร?

ผู้ชายหลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาที่พอดื่มแอลกอฮออล์เข้าไปแล้วน้องชายไม่พร้อมออกรบ ซึ่งในภาษาอังกฤษมีคำที่ใช้เรียกอาการนี้ว่า Whiskey Dick ที่มาก็มาจากตามชื่อเลย คือ การดื่มวิสกี้แล้วน้องชายไม่แข็งตัว แต่วิสกี้เป็นเพียงตัวแทนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น เพราะปัญหานี้เกิดได้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ซึ่งการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชาย เพราะนอกจากจะรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติแล้ว ยังรู้สึกเสียความมั่นใจและอับอายต่อคู่นอนด้วย แต่อาการ Whiskey Dick ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ในบทความนี้ Hack for Health จะมาเล่าข้อมูลเกี่ยวกับอาการนี้ให้อ่านกัน Whiskey Dick คืออะไร ทำไมดื่มแอลกอฮอล์แล้วน้องชายไม่แข็งตัว Whiskey Dick เป็นอาการที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวหลังจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะปลุกปั่นหรือเล้าโลมเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล สาเหตุก็เพราะว่าแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเป็นสารที่มีฤทธิ์กดการทำงานระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งที่มีหน้าที่ควบคุมระบบร่างกาย อวัยวะ รวมถึงอวัยวะเพศ เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ระบบประสาทส่วนกลางจึงถูกกดทำงานเอาไว้ทำให้การรับความรู้สึกช้าลง การสื่อสารและสั่งการระหว่างสมองกับอวัยวะช้าลง ต่อให้คุณรู้สึกกรึ่มหรือคึกคักจากฤทธิ์แอลกอฮอฮอล์มากแค่ไหนก็ยากที่อวัยวะเพศจะแข็งตัว นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำ เลือดเลยไหลเวียนไปที่อวัยวะเพศได้น้อยลง เมื่อไม่มีเลือดไปเลี้ยง อวัยวะเพศก็ไม่แข็งตัว ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมบางครั้งเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วน้องชายถึงไม่แข็งตัว Whiskey Dick ≠ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ Whiskey Dick สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอาการนกเขาไม่ขันหรือที่เรียกอย่างทางการว่าภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) และอย่างที่บอกไปว่าอาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้งเท่านั้น และจะหายไปเองเมื่อแอลกอฮอล์ถูกขับออกไปจากร่างกาย คุณจึงไม่ต้องตกใจมากเกินไป…
22/02/2023

กินตอนดึก ไม่ทำให้อ้วน! แต่เสี่ยงโรคอื่น

หลายคนน่าจะเชื่อกันมาตลอดว่าการกินดึกหรือการอาหารตอนดึกทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเป็นโรคอ้วน แต่ความเชื่อนี้ไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด เพราะการที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นหรืออ้วนขึ้นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป เช่น ร่างกายคุณต้องการพลังงานต่อวัน (BMR) 2,000 Kcal/วัน แต่วันนี้คุณกินเข้าไป 2,300 Kcal โดยที่ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้ใช้แรง หรือไม่ได้ออกกำลังกาย เศษ 300 Kcal ที่เกินไปจะถูกนำไปเป็นไขมันสะสมภายในร่างกายและทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น วิธีหาค่า BMR (Basal Metabolic Rate) ผู้ชาย: 66 + (13.7 × น้ำหนักตัวหน่วยกิโลกรัม) + (5 × ส่วนสูงหน่วยเซนติเมตร) - (6.8 × อายุ) ผู้หญิง: 665 + (9.6 × น้ำหนักตัวหน่วยกิโลกรัม) + (1.8 × ส่วนสูงหน่วยเซนติเมตร) - (4.7 × อายุ) หากคุณไม่สันทัดเรื่องการคำนวณ มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ช่วยหาค่า BMR ให้ได้…
22/02/2023

มากกว่าความร่มรื่น พื้นที่สีเขียวในเมืองกับประโยชน์ต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

การสร้างพื้นที่สีเขียวในเมือง (Urban Green Space) เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจกันมากขึ้น เพราะในปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายที่พบว่าพื้นที่นี้ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองด้วย Hack for Health เลยอยากให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมอะไรก็ตามแต่ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่ของคุณผ่านบทความนี้ สถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพ ปัจจุบันป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) คือ 9 ตร.ม./คน ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยพบว่าคนกรุงมีพื้นที่สีเขียวเฉลี่ย 7 ตร.ม./คน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้รวมถึงสวนเล็ก ๆ หน้าปั๊มน้ำมันและเกาะกลางถนนด้วย ตัวเลขนี้ยังไม่รวมประชากรแฝงที่มีจำนวนหลายล้านคน หากนำมาคำนวณอาจทำให้พื้นที่สีเขียวเฉลี่ยต่อคนลดลงไปที่ราว ๆ 3.5 ตร.ม./คน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอสำหรับทุกคนในเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ แล้วแต่ละเขตก็มีสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวที่มากน้อยต่างกันไป ทำให้ความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวของแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในช่วงหลายปีมานี้ กรุงเทพมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลมาจากหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนที่ช่วยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ซึ่งการแต่งแต้มสีเขียวให้กับพื้นที่ในป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพหรือเมืองใหญ่อื่น ๆ อาจช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในแบบที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ประโยชน์ของพื้นที่สีเขียวในเมืองต่อสุขภาพของคนกรุง หลายคนเชื่อว่าการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติส่งผลดีต่อสุขภาพได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งผลการศึกษาจำนวนมากพบว่าการสัมผัสและการอยู่ใกล้กับพื้นที่สีเขียวส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ในเชิงจิตวิทยา สีเขียวส่งผลให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดและวิตกกังวล ช่วยกระตุ้นอารมณ์ด้านบวก และทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นด้วย เพียงแค่การเห็นพื้นที่สีเขียวจากบนตึกสูงหรือระหว่างทางไปกลับที่ทำงานบ้านและที่ทำงานอาจช่วยลดความหม่นหมองทางอารมณ์ของผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบได้ไม่มากก็น้อย การศึกษาในภาพรวมได้มีการเปรียบเทียบสุขภาพจิตของคนที่อาศัยอยู่ใกล้และไกลกับพื้นที่สีเขียว ซึ่งพบว่าการอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียวส่งผลดีต่ออารมณ์ ความคิด และสมอง เช่น เครียดน้อยกว่า…
21/02/2023

โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) โรคลับ ๆ กับอาการยอดฮิตของคนเมือง

ปัจจุบัน คนไทยจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตอยู่บนตึกสูงมากขึ้น ทั้งในแง่ของการพักอาศัยและการทำงาน โดยเฉพาะคนเมือง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการกระจุกตัวกันของความเจริญภายในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องความหนาแน่นของผู้คนและค่าครองชีพที่สูงแล้ว การใช้ชีวิตอยู่กับตึกสูงอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อสุขภาพของคุณได้ด้วย ‘โรคตึกเป็นพิษ’ คือหนึ่งในนั้น โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) เป็นชื่อการเจ็บป่วยที่ฟังดูแปลก ไม่คุ้นหู แต่มีอยู่จริงและคนจำนวนไม่น้อยเผชิญกับโรคนี้แบบไม่รู้ตัว โดยโรคตึกเป็นพิษอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้หลายอาการและอาจเป็นคำตอบของการเจ็บป่วยบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณแบบไม่มีที่มาที่ไป ทำไมตึกถึงเป็นพิษ? หากได้ยินเพียงชื่ออย่างเดียวก็ฟังดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่และอาจสงสัยว่าทำไมตึกถึงเป็นพิษ ซึ่งชื่อนี้มีที่มา โดยตึกรามบ้านช่องที่เราอาศัยหรือทำงานอยู่ต่างถูกสร้างขึ้นด้วยองค์ประกอบทางเคมีสารพัด อย่างแร่ใยหินจากปูน สารเคมีจากสีทาภายใน สารเคมีจากกาวใต้แผ่นวอลล์เปเปอร์ติดผนัง หรือสารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด แม้ว่าสารเคมีเหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่การสัมผัสกับสารเคมีที่ระเหยและลอยอยู่ในอากาศอาจส่งผลให้เกิดอาการได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าคุณใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการจากโรคตึกเป็นพิษจะมากขึ้นและรุนแรงขึ้น การไหลเวียนของอากาศภายในพื้นที่ที่ไม่ดีเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้ได้ เพราะมลพิษ ทั้งจากภายในตึกและภายนอกตึก (สารเคมีจากเครื่องมือสำนักงาน ฝุ่นควัน เกสรดอกไม้ เชื้อโรค) ลอยอยู่ในอากาศได้นานมากขึ้น รวมถึงพวกเชื้อราที่เกิดจากความชื้นสะสมด้วย ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่มากกว่าอาการของโรคนี้ โรคตึกเป็นพิษยังมีปัจจัยอื่น ๆ อย่างเสียงรบกวน ความสว่างภายในห้อง อุณหภูมิที่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความเครียดจากงาน และการนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลกระทบจากโรคนี้ได้มากยิ่งขึ้นด้วย ผลกระทบโรคตึกเป็นพิษต่อสุขภาพ แม้จะเรียกว่าโรคตึกเป็นพิษ แต่คุณอาจเผชิญกับโรคนี้ได้ในทุกที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้ อาการจะต่างกันออกไปในแต่ละคน แม้ว่าอาการของโรคตึกเป็นพิษจะไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของคุณได้ ในระยะยาวโรคนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอื่น ๆ…
17/02/2023

ทำไมคนถึงชอบกินของหวาน จากสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสู่ความกระหายในรสชาติที่ไม่สิ้นสุด

รสชาติความหวานเป็นสิ่งที่หลายคนหลงใหล แต่ยิ่งหวาน น้ำตาลยิ่งสูง พลังงานก็สูงตามไปด้วย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเมื่อกินน้ำตาลในปริมาณมากและติดต่อกันสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคได้หลายโรค แต่เชื่อว่าเวลาเมื่อคนจำนวนไม่น้อยได้กินของหวานมักจะหยุดได้ยากเสมอ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการกินมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพ หากถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงชอบกินของหวานก็คงเพราะความชอบในรสชาติ แต่เบื้องหลังความหลงใหลในรสชาติแล้วยังมีปัจจัยด้านพันธุกรรมและการทำงานของสมองมาเกี่ยวข้องด้วย พลังงาน การเอาตัวรอด และสาเหตุที่คนชอบกินของหวาน น้ำตาลเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยน้ำตาล 1 กรัม = 4 กิโลแคลอรี ถ้าเห็นแบบนี้เแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่โดยค่าเฉลี่ยปริมาณการบริโภคน้ำของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 100 กรัม/วัน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หากได้รับเกินจากนี้ ร่วมกับการที่คุณได้รับพลังงานจากอาหารอื่น ๆ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่คุณได้รับไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งด้วยความที่น้ำตาลให้พลังงานสูงนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้คนในทุกยุคทุกสมัยแสวงหาความหวานกันอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งขนม เครื่องดื่ม และอาหาร โดยในทางทฤษฎีด้านวิวัฒนาการของมนุษย์เชื่อกันว่าสาเหตุที่มนุษย์หลงใหลในความหวานนั้นมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่อยู่ลึกลงไปในระดับพันธุกรรม แม้ว่าทุกวันนี้เราสามารถหาอาหารและเครื่องดื่มได้ง่าย ๆ แต่บรรพบุรุษของเราที่ใช้ชีวิตอยู่เมื่อหลายพันปี หลายหมื่นปี หรือแม้แต่หลายแสนปีก่อนไม่ได้มีมินิมาร์ตหรือฟู้ดเดลิเวอรี ผู้คนในอดีตใช้ชีวิตด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อหาอาหารมาเติมพลังงานและเอาชีวิตรอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก การพบต้นไม้ที่มีผลไม้สุกงอมรสชาติหวานหอมหรือน้ำผึ้งในยุคนั้นไม่ต่างจากการเจอขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เพียงแค่มันอยู่ในรูปแบบของพลังงานจากความหวาน บรรพบุรุษของเราจึงสวาปามผลไม้เหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งความอร่อยอาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลักคือพลังงานที่หาได้ยากยิ่งและสามารถเก็บไว้ในรูปแบบของไขมันสะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตเมื่อขาดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการเชื่อว่าเราสืบทอดสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการอดอาหารจนตายมาจากบรรพบุรุษผ่านวิวัฒนาการหลายหมื่นปี จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นของหวาน ของทอด ของมัน โดยเฉพาะบุฟเฟต์…
14/02/2023

ใช้อาหารเสริมวิตามินมากเกินไป ‘ตกค้าง’ ในร่างกายจริงไหม?

อาหารเสริมวิตามินเป็นตัวช่วยที่ชดเชยวิตามินให้กับร่างกาย ซึ่งการได้รับวิตามินอย่างเพียงพอช่วยให้สุขภาพเราแข็งแรงและร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ แต่หลายคนน่าจะเคยได้ยินว่าการกินวิตามินมากเกินไปอาจตกค้างในร่างกาย บางครั้งอาจถึงขั้นตับและไตพังเลยทีเดียว แต่เรื่องนี้เป็นความจริงรึเปล่านะ โดยทั่วไปแล้ว อาหารเสริมที่เป็นวิตามินและแร่ธาตุมักสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่การใช้อาหารเสริมติดต่อกันนานและการได้รับวิตามินจากอาหารเสริมมากเกินอาจ ‘ตกค้าง’ ในร่างกายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มของวิตามิน A, D, E, และ K เพราะวิตามินกลุ่มนี้ละลายในไขมัน ซึ่งละลายช้าและตกค้างในร่างกายได้ง่ายกว่ากลุ่มวิตามินที่ละลายในน้ำ อย่างวิตามิน B และ C ในแต่ละวันร่างกายเรามีโควตาในการรับสารอาหารแต่ละประเภทอยู่ หากเราได้รับกลุ่มวิตามินที่ละลายในน้ำมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ร่างกายก็จะขับออกผ่านทางของเสีย แต่ถ้ารับวิตามินกลุ่มที่ละลายในน้ำมันมากเกินไป ร่างกายจะขับออกได้ยากกว่าเลยเกิดการตกค้างในร่างกาย ซึ่งการได้รับมากเกินไปไม่ใช่ว่าจะทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงแตกต่างกันไปตามอาหารเสริมแต่ละชนิด เกณฑ์ทางการแพทย์ในการใช้อาหารเสริมเพื่อชดเชยสารอาหารแนะนำว่าควรอยู่ระหว่าง 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ในเคสนี้คือคนที่ได้รับการตรวจแล้วว่าร่างกายมีภาวะขาดสารอาหารแล้วเท่านั้น แต่สำหรับคนทั่วไปอย่างเรา ๆ ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในแต่ละวันเราได้รับสารอาหารชนิดใดเข้าไปเท่าไหร่ บางคนเลยเลือกที่จะกินอาหารเสริมเพื่อทดแทนวิตามิน แม้ว่าส่วนใหญ่จะปลอดภัย แต่แนะนำว่าควรสอบถามวิธีใช้ ผลข้างเคียง และความจำเป็นในการใช้จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะอาหารเสริมบางชนิดส่งผลต่อโรค การตั้งครรภ์ และการออกฤทธิ์ของยาได้ ส่วนอาหารเสริมอื่น ๆ นอกจากวิตามิน แนะนำว่าปรึกษาแพทย์ก่อนเช่นเดียวกัน เพราะแม้ส่วนมากจะเคลมว่าดีต่อสุขภาพ แต่อาหารเสริมบางชนิดอาจทำให้ร่างกายทำงานหนักโดยไม่จำเป็น เหมือนที่หลายคนอาจเคยได้ยินว่ากินอาหารเสริมมาก ๆ…
14/02/2023

อาหารเสริมและวิตามินแก้ผมร่วงอันไหนปัง อันไหนแป้ก

ปัญหาผมร่วงผมบางพบได้บ่อยทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจได้ คนที่มีปัญหาเหล่านี้ก็มักจะเสาะแสวงหาเคล็ดลับที่ช่วยให้ผมหนาและดูดกดำ เสยผมได้แบบมั่นใจมากขึ้น โดยการกินวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมก็เป็นหนึ่งในวิธีที่หลายคนเลือกใช้ ควบคู่ไปกับการดูแลเส้นผมด้วยวิธีอื่น ๆ Hack for Health เลยจะนำข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมบำรุงผมและหนังศีรษะมาเล่าให้ฟังกันว่าวิตามินตัวไหนปังและตัวไหนที่อาจไม่ได้ผล พร้อมอาหารทางเลือกที่มีวิตามินที่อาจช่วยบำรุงเส้นผมของคุณได้ วิตามินเอ แม้ในทางวิทยาศาสตร์พบว่าวิตามินเอมีส่วนช่วยเรื่องการเกิดใหม่ของเส้นผม แต่ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่พบว่าการกินอาหารเสริมวิตามินเอมีประสิทธิภาพถึงขั้นที่ช่วยรักษาโรคผมร่วงได้ การกินวิตามินเอในรูปแบบของอาหารเสริมเพื่อลดอาการผมร่วงจึงอาจไม่เวิร์กหรือให้ผลที่แน่ชัดสักเท่าไหร่ อาหารที่มีวิตามินเอ: เนื้อสัตว์ เครื่องใน ผัก ตำลึง ฟักทอง ข้าวโพด แครอท ผักโขม คะน้า มะละกอ แคนตาลูป และมะม่วงสุก วิตามินซี วิตามินตัวท็อปที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน แต่สำหรับเรื่องสุขภาพผมแล้ว ยังไม่มีผลรับรองที่แน่ชัด เพราะแม้ว่าปัจจุบันจะมีการศึกษาที่พบว่าอาหารเสริมวิตามินซีช่วยในเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ แต่เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง เลยไม่สามารถบอกได้ว่าจะให้ผลแบบเดียวกันในคนรึเปล่า อาหารที่มีวิตามินซี: ส้ม ส้มโอ มะนาว สตรอว์เบอร์รี และฝรั่ง  ธาตุเหล็ก ภาวะขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุของโรคผมร่วงที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิง ยิ่งสาวคนไหนที่เป็นวีแกนหรือประจำเดือนมามากเป็นประจำ ร่างกายอาจขาดธาตุเหล็กและเกิดผมร่วงตามมา ซึ่งการเสริมธาตุเหล็กให้กับร่างกายจึงช่วยแก้ปัญหาผมร่วงจากสาเหตุนี้ได้ อาหารที่มีธาตุเหล็ก: เนื้อสัตว์ เลือดสัตว์ เครื่องใน ธัญพืช ไข่แดง และอาหารทะเล วิตามินดี…
14/02/2023

GE Healthcare เตรียมเปิดตัว! นวัตกรรมภาพถ่ายทางการแพทย์สุดเจ๋งใน 2023

ภาพถ่ายทางการแพทย์เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการตรวจและรักษาโรคอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ CT scan MRI อัลตราซาวด์ และอื่น ๆ ซึ่ง GE Healthcare ยักษ์ใหญ่ด้าน Health Tech เตรียมเปิดตัวนวัตกรรมภาพถ่ายทางการแพทย์รูปแบบใหม่ในปี 2023 โดยมุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงจากการใช้รังสีเพื่อการถ่ายภาพทางการแพทย์ คุณธีรวรรณ ศรีสุข ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ GE Healthcare กล่าวว่าในการพัฒนานวัตกรรมภาพถ่ายทางการแพทย์ GE Healthcare คำนึงถึงความปลอดภัยทั้งผู้ที่เข้ารับการตรวจและบุคลากรทางแพทย์ด้วยการลดการใช้รังสีให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีการนำเทคโนโลยี Reconstruction มาช่วยทำให้ภาพถ่ายรังสีมีความคมชัดและแม่นยำแทนการใช้รังสีในปริมาณเดิม ทั้งยังใช้ AI เพื่อหารอยโรคของภาพถ่ายรังสี ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เทคโนโลยีอย่างแรกที่น่าสนใจ คือ MRI แบบใหม่ที่ช่วยให้คนที่เข้ารับการตรวจมีความกังวลน้อยลง คนมักจะเรียก MRI แบบเดิมว่าเป็นการเข้าอุโมงค์ ซึ่งเป็นการนอนในอุโมงค์ MRI ที่แคบและต้องนอนนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน คนที่กลัวที่แคบจึงอาจรู้สึกอึดอัดและกังวลได้ โดยทาง GE Healthcare ได้เปลี่ยนจากการครอบด้วยอุโมงค์ให้กลายเป็นผ้าห่มที่มีคอยล์ที่จะช่วยในการรับสะท้อนภาพของคลื่นแม่เหล็กจากเครื่อง MRI แทน ซึ่งช่วยลดความกังวลของผู้ป่วยได้อย่างมากเลยทีเดียว ต่อมาเป็น CT…
13/02/2023

จี๊ดขึ้นสมองหลังกินของเย็น เกิดจากอะไร แก้ได้ไหม?

จี๊ดขึ้นสมองหลังกินของเย็น (Brain freeze/Cold neuralgia) ไม่ว่าจะเป็นน้ำเย็น น้ำแข็ง โดยเฉพาะน้ำปั่นและไอศกรีม อาการจี๊ดขึ้นสมองดูเหมือนเป็นอาการที่ดูขำ ๆ แต่ก็ทรมานมากเลยทีเดียว โดยลักษณะของอาการนี้จะเป็นอาการปวดจี๊ดแบบเฉียบพลันคล้ายมีของแหลมทิ่มอยู่ในสมองเรา อาการจี๊ดขึ้นสมองจะอยู่นานเวลาหลายวินาทีไปจนถึงหลายนาที โดยเฉลี่ยแล้วจะไม่เกิน 5 นาที (แค่ไม่ถึง 10 วินาทีก็ทรมานแล้ว) และจะเกิดได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณกินหรือดื่มของเย็นในปริมาณมากและเร็วเกินไป ยิ่งการกินไอศกรีมหรือดื่มน้ำเย็นท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวจะเพิ่มความเสี่ยงของอาการนี้ได้มากยิ่งขึ้น Hack for Health จะพาไปหาเหตุผลว่าทำไมกินของเย็นทีไรต้องปวดจี๊ดขึ้นสมองทุกที และที่สำคัญเรามีวิธีแก้มาฝากด้วย Fun fact: อาการจี๊ดขึ้นสมองหลังกินของเย็นมีอีกชื่อเฉพาะทางการแพทย์ที่อ่านได้ง่าย ๆ และสั้น ๆ ว่า Sphenopalatine Ganglioneuralgia (สะ-ฟี-โน-พา-เล-ไทน์-แกง-เกลีย-นิว-รัล-เจีย) ทำไมต้องจี๊ดขึ้นสมองหลังกินของเย็น ปัจจุบันมีหลายทฤษฎีที่อธิบายว่าทำไมอาการนี้ต้องเกิดขึ้นหลังกินของเย็น ซึ่งมีอยู่ทฤษฎีหนึ่งที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งเป็นทฤษฎีที่บอกว่าอาการนี้เป็นผลมาจากกลไกเอาตัวรอดของมนุษย์ ทฤษฎีนี้อธิบายไว้ว่า บริเวณเพดานปากของคนเรามีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก เมื่อความเย็นจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่สัมผัสกับเพดานปาก เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นจะหดและคลายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อนำเลือดไปเลี้ยงสมองตามกลไกธรรมชาติ พอเลือดจากเพดานปากที่วิ่งไปเลี้ยงสมองจะไปกระตุ้นเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal nerve) ที่กระจายอยู่ทั่วกึ่งกลางใบหน้าและตรงกับหน้าผากเลยทำให้เราปวดจี๊ดขึ้นสมองนั่นเอง ซึ่งการหดตัวอย่างรวดเร็วของเส้นเลือดฝอยและหลอดเลือดอื่น ๆ เป็นผลมาจากสัญชาติการเอาตัวรอดของมนุษย์เพื่อใช้ในการรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย หากลองสังเกตดูเราจะเห็นว่าเมื่อร่างกายเราสัมผัสกับความหนาวเย็น นิ้วมือ นิ้วเท้า จมูก…
09/02/2023

หมุดหมายใหม่ BDMS มุ่งหน้าสู่ความเป็นเลิศด้าน Health Tech พร้อมเผยนวัตกรรมสุขภาพสุดล้ำ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ดร.พัชรินทร์ บุญยะรังสรรค์ ผู้ช่วยประธานฝ่ายนวัตกรรมองค์กรยั่งยืนของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด หรือ BDMS ที่หลายคนรู้จักได้ให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ ‘เป้าหมายของ BDMS สู่นวัตกรรมทางการแพทย์อย่างยั่งยืน’ ณ ริมคลองคาเฟ่ Mövenpick Hotels & Resorts ถนนวิทยุ โดยในช่วงเริ่มสัมภาษณ์ ดร.พัชรินทร์ ได้เผยหมุดหมายใหม่ของ BDMS ว่าจะมุ่งหน้าสู่ความเป็นเลิศด้าน Health Tech แม้เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ทาง BDMS ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานมาเป็นเวลาหลายปีเพื่อพัฒนานวัตกรรมสุขภาพที่ช่วยส่งเสริมและรักษาสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive care) เพื่อลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยในแนวคิดการให้บริการแบบ Faster, Better, and Cheaper รวมทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ดร.พัชรินทร์ ได้ให้นิยามความยั่งยืนในหัวข้อการสัมภาษณ์นี้ว่าต้องเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกันได้ ทั้งผู้รับบริการ สังคมไทย บุคลากรทางแพทย์ และ BDMS เองด้วย ในการสัมภาษณ์…
08/02/2023

คุณอาจไม่ได้เป็นคนขี้อาย ชวนเช็กอาการ ‘โรคกลัวการเข้าสังคม’

ใครเคยมีอาการตัวสั่น มือชา ใจเต้นเร็ว พูดไม่ออก หรือมีอาการเสียงสั่น โดยเฉพาะเวลาที่ต้องออกไปพูดต่อหน้าสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน/นักศึกษา ที่ต้องออกไปนำเสนองานหน้าห้อง หรือแม้แต่วัยทำงานที่ต้องนำเสนองานในที่ประชุม อาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่รบกวนคุณแต่ยังทำให้บุคลิกและความน่าเชื่อถือของคุณลดน้อยลงด้วย  ซึ่งอาการที่กล่าวมาเป็นอาการปกติที่สามารถเจอได้ทุกคน เมื่อต้องพูดหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นชิน จึงเกิดความตื่นเต้น แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ตลอดเวลา และเป็นมายาวนานหลายเดือนแม้ว่าจะคุ้นชินกับสถานการณ์นั้น ๆ แล้วก็ตาม บางทีคุณอาจจะกำลังเผชิญกับ ‘โรคกลัวการเข้าสังคม’ อยู่ก็เป็นได้ ทำความรู้จัก โรคกลัวการเข้าสังคม โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder หรือ Social Phobia) เป็นความผิดปกติของจิตใจที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล หรือกลัวการเข้าสังคม ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีปัญหาต่อเมื่อต้องพูดคุยกับผู้อื่น หรือการได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ และกลัวการต้องเข้าสังคมเพราะกังวลว่าจะถูกผู้อื่นมองหรือตัดสินตนเอง ซึ่งแม้จะรู้ว่าความกังวลและความกลัวเหล่านั้นไม่มีเหตุผลอะไร แต่ก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้ เป็นคนขี้อายหรือเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม ความขี้อายอาจทำให้การเข้าสังคม การเรียน หรือการทำงานยากขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเหมือนกับการเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม เพราะความขี้อายอาจหายไปได้เมื่อเกิดความเคยชินกับสถานการณ์นั้น ๆ หรืออาจจะเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่ง หรือเกิดขึ้นกับตัวเฉพาะบุคคลเท่านั้น และอาการนี้จะหายไปเมื่อรู้สึกคลายความตื่นเต้น หรือคุ้นเคยกับผู้คนมากขึ้น อาการของโรคกลัวการเข้าสังคม 1.อาการที่แสดงออกผ่านทางร่างกาย 2.อาการที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ โดยผู้ที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมักจะหาทางเลี่ยงสถานการณ์ต่าง ๆ และส่งผลกระทบในชีวิตประจำวันมากมาย เช่น…
08/02/2023

เปิดตัวเครื่อง “NAEOTOM Alpha CT Scanner” เทคโนโลยีทางการแพทย์สุดล้ำ! ช่วยการวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ

ซีเมนส์ เฮลท์ธิเนียร์ส เปิดตัว “NAEOTOM Alpha CT Scanner” เทคโนโลยี Photon-counting เครื่องแรกของโลก! ตอบโจทย์การวินิจฉัยทางการแพทย์แม่นยำสูงสุดครั้งแรกในไทย พร้อมพลิกโฉมเทคโนโลยีการวินิจฉัยทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (8 ก.พ. 65)  บริษัท ซีเมนส์ เฮลท์ธิเนียร์ส ประเทศไทย ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นนำของโลก เปิดตัวเทคโนโลยีทางการแพททย์สุดล้ำเครื่องแรกของโลก  “NAEOTOM Alpha CT SCANNER” เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงรุ่นล่าสุด นำเทคโนโลยี “Photon-counting” เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ด้านการแสดงภาพที่ให้ความละเอียดสูง ภายใต้ชื่องาน Siemens Healthineers: Experience the Smart Imaging Value Chain นายบีเยิร์น โบเด็นสไตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเมนส์ เฮลท์ธิเนียร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า "เรื่องของ Health Care เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกครอบครัว  หากคนในครอบครัวป่วย การรักษาต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับแพทย์ว่าแพทย์จะให้การรักษาอย่างไร สิ่งที่จะช่วยสนับสนุนแพทย์ได้ก็คือเทคโนโลยี และเทคโนโลยีต่าง…

PR Partners

See All
Read More

Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล

ขยับเข้ามาใกล้แล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่คนทำเพจ แบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์รอคอยที่สุดงานหนึ่งของปี อย่าง Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ที่ทาง Wisesight จับมือกับ ICONSIAM จัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้กับคนที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปีนี้เขามีแจกกันกว่า 300 รางวัลเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจของปีนี้คือ มีการ "ยกระดับเกณฑ์การตัดสิน" ใหม่ ให้เข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่ตัวเลขไลก์ แชร์ วิว แบบเดิม ๆ แต่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการมาช่วยดูเรื่อง "คุณภาพ"
12/02/2026

Thriving Beyond The Storm: เจาะลึกกลยุทธ์ฝ่าพายุเศรษฐกิจ และการปฏิวัติข้อมูลด้วย AI ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026

เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้นจนเข็มทิศแบบเดิมเริ่มพร่าเลือน การพยากรณ์อนาคตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติ แต่เป็นเรื่องของ "ทักษะการอยู่รอด" ปรากฏการณ์นี้ถูกตอกย้ำอย่างชัดเจนในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 สัมมนาเทรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้ธีม "Thriving Beyond The Storm" งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมารวมตัวกันเพื่อฟังบรรยาย แต่คือการระดมสมองครั้งประวัติศาสตร์ของผู้บริหารและคนทำงานนับพันชีวิต เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยก้าวข้ามฉายาอันน่าสะพรึงกลัวอย่าง "Sick Man of Asia" หรือคนป่วยแห่งเอเชีย ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เมื่อพายุสมบูรณ์แบบก่อตัว: โรคเรื้อรังของไทยในวันที่โลกเปลี่ยนระเบียบ บนเวที Vision Stage คุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO แห่ง Like Me Co., Ltd. และผู้ก่อตั้ง Future Trends ได้เปิดเผยข้อมูลที่เปรียบเสมือนการดึงสติคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ได้ประสบเพียงแค่ "ไข้หวัด" ชั่วคราว แต่กำลังเผชิญกับ "โรคเรื้อรังเชิงโครงสร้าง"…
06/02/2026

Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก

Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรร​มสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Healthcare แบบดั้งเดิม เข้าสู่ยุคของ “Healthspan” โจทย์สำคัญในวันนี้ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้อายุยืน (Lifespan) แต่คือการทำอย่างไรให้เรามีช่วงเวลาที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ยาวนานที่สุด (Healthspan) การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การโชว์นวัตกรรม แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงแพทย์ นักวิจัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อลดช่องว่างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสุขภาพ…
05/02/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !

กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…