ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| เซ็นเซอร์
Read More

กองทัพสหรัฐฯ กู้คืนเซนเซอร์สำคัญจากบอลลูนสอดแนมของจีนได้แล้ว

กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ลูกเรือสามารถกู้เศษซากที่สำคัญออกจากพื้นที่ได้ รวมถึงเซนเซอร์สำคัญและชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของโครงสร้างบอลลูน
china-ban-hollywood
23/08/2022

จีนส่งจดหมายถึง ‘ฮอลลีวูด’ ย้ำหนังที่จะสร้างต้อง ‘เคารพวัฒนธรรมจีน’ ด้วย

ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในประเทศ ที่หนังฮอลลีวูดสามารถทำเงินบนบ็อกซ์ออฟฟิศ (Box office) ทั่วโลกได้สูงสุด แต่ตอนนี้ฮอลลีวูดกำลังประสบปัญหาไม่สามารถฉายหนังในประเทศจีนได้ หลังจากหนังหลายเรื่องไม่ผ่านกองเซนเซอร์ เพราะเนื้อหาในหนังนั้นส่วนมากขัดต่อวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศจีน ซึ่งตอนนี้จีนได้ส่งจดหมายขอให้ทางฮอลลีวูดให้ปรับปรุงคุณภาพเนื้อหาให้เหมาะสมสำหรับผู้ชมชาวจีน หากหวังจะผ่านกองเซนเซอร์ สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า ซัน เยลี่ (Sun Yeli) รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ (The vice minister of the Communist Party central committee’s publicity department) ได้กล่าวว่า "เราหวังว่าคุณภาพของหนังอเมริกันจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของการเคารพในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และพฤติกรรมของผู้ชมชาวจีนของเรา หากสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะสร้างภาพยนตร์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเราต่อไป เราจะนำเข้าหนังจากประเทศใดก็ตามที่สร้างได้เหมาะสมกับรสนิยมของผู้ชมชาวจีนมากกว่าหนังจากประเทศของคุณ" ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนได้ออกมาพูดถึงสาเหตุที่หนังฮอลลีวูดหลายเรื่องไม่ผ่านกองเซนเซอร์ของตน เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่นั้นไม่ตอบโจทย์รสนิยมของชาวจีนที่เน้นไปทางชาตินิยมเป็นหลัก รวมถึงนโยบายของประเทศจีนที่เน้นการส่งออกหนังของตัวเองมากกว่าการนำเข้า ด้วยการลดโควต้านำเข้าหนังต่างประเทศเหลือเพียง 34 เรื่องต่อปี โดยภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง 'Top Gun: Maverick' ซึ่งทำเงินทั่วโลกไปกว่า 1,500 ล้านเหรียญ (หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท) ก็เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ผ่านกองเซนเซอร์จีน โดยเขาให้เหตุผลว่า หนังเรื่องนี้เป็นการยกย่องกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งขัดกับนโยบายชาตินิยมของจีน รวมถึงธงชาติไต้หวันและญี่ปุ่นที่ปรากฎบนชุดนักบินสหรัฐของตัวละครที่แสดงโดย ทอม…
เซนเซอร์ดมกลิ่น koniku
04/05/2020

Airbus จะติดตั้งเซนเซอร์ดมกลิ่นตรวจจับวัตถุระเบิดจากผู้โดยสารที่สนามบินปลายปีนี้

Airbus มีแผนที่จะติดตั้งเซนเซอร์รูปร่างเหมือนแมงกะพรุนโดยทำหน้าที่เป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เซลล์ชีวภาพเพื่อเลียนแบบความสามารถของสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิด ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเกิดใหม่ใน Silicon Valley ที่ชื่อว่า Koniku และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้ไว้ในอุโมงค์คัดกรองที่สนามบินในปลายปีนี้ เทคโนโลยีนี้ได้สร้างหน่วยประมวลผลจากซิลิกอนที่เสริมด้วยเซลล์ที่มีชีวิตและสามารถตรวจจับกลิ่นได้ เหมือนกับการสูดดมอากาศหายใจและบอกคุณได้ว่ามีกลิ่นอะไร โดยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hek cell เซลล์ตัวอ่อนในไตปกติของมนุษย์ หรือ Astrocytes เซลล์ช่วยควบคุมปริมาณสารเคมีต่างๆ ที่อยู่รอบเซลล์ประสาทและ Brain cells เซลล์สมอง เพื่อสร้างเป็นตัวรับกลิ่นสารประกอบโมเลกุล และสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใน 10 วินาที (ในสภาวะที่ดีที่สุด) ในแง่การแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทยังอยู่ในการสำรวจความสามารถของเซนเซอร์ในการตรวจจับอันตรายทางชีวภาพเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส นอกจากนี้บริษัท Koniku ยังมีผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น แอปพลิเคชันทางการแพทย์ด้วยตัวดมกลิ่นที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งมีวิธีการเดียวกับการฝึกฝนสุนัขให้สามารถตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยที่ไม่ได้แสดงอาการได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นเช้ามาแล้วหายใจรดบนอุปกรณ์ตัวนี้ มันก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการอัปโหลดอย่างต่อเนื่องและสามารถแสดงผลสภาวะสุขภาพของคุณให้ทราบ หลังจากเกิดเหตุการโจมตีด้วยเครื่องบินเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ จึงได้มีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับอย่างแพร่หลายโดยใช้ Puffer machines เมื่อผู้เดินทางผ่านประตูที่มีลมเป่าก็จะนำเอาอนุภาคจากเสื้อผ้าและร่างกายมาตรวจหาร่องรอยของวัตถุระเบิด แต่ในปี 2010 กลับมองว่าไม่น่าเชื่อถือและมีค่าบำรุงรักษาที่สูง ดังนั้นไม่แปลกที่คุณจะสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำการตรวจจับกลิ่นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม…
ที่นั่งใน Finnair Airbus A350-900 Economy Class
15/09/2019

Airbus ลำใหม่จะติดเซนเซอร์ติดตามดูแลผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดแม้แต่ในห้องน้ำ

Airbus ได้ติดตั้งเซนเซอร์พิเศษบนเครื่องบิน A350-900 และจะทดสอบการตรวจจับผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อต้องการพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้นและผู้โดยสารมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้จะส่งข้อมูลไปยัง Skywise ระบบของ Airbus เพื่อทำให้ลูกเรือมีข้อมูลและตัวชี้วัดที่เป็นประโยชน์ เช่น การติดตามผู้โดยสารในห้องน้ำ เพื่อตรวจสอบว่าสบู่หรือกระดาษชำระหมดหรือไม่ เซนเซอร์จะคอยติดตามตั่งแต่ อาหารที่เข็นส่งถึงที่นั่งผู้โดยสาร ช่องเก็บของเหนือศีรษะ และองค์ประกอบอื่นๆ ในห้องผู้โดยสาร ถาดตรงพนักพิง และด้านหลังของที่นั่ง ประโยชน์อีกอย่างที่นำเสนอ คือ เซนเซอร์ตรงช่องเก็บของเหนือศีรษะจะช่วยบอกพื้นที่ว่าง ทำให้จัดวางของได้เร็วขึ้นและจัดการพื้นที่ได้ดีขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจจะให้ผู้โดยสารสามารถจองพื้นที่ช่องเก็บของเหนือศีรษะได้ด้วย สิ่งที่ Airbus กำลังทำอยู่นี้ไม่ใช่แนวคิด ไม่ใช่ความฝัน แต่มันเป็นความจริง เพราะกำลังเริ่มทำการทดสอบ และจะเปิดใช้งานให้ผู้โดยสารได้พบกับบริการที่ดียิ่งขึ้น อ้างอิง   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
650805355JP002_Renault_E_Da
14/07/2016

“Just Eat” เตรียมปล่อยหุ่นยนต์ส่งอาหารเดลิเวอรี่ เริ่มทดลองที่แรกในลอนดอน!!

Just Eat คือผู้ให้บริการส่งอาหารรายใหญ่ในแถบยุโรป ได้จับมือกับ Starship Technologies สตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์จากประเทศเอสโตเนีย เพื่อนำหุ่นยนต์ 6 ล้อ มาให้บริการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่  โดยจะเริ่มทดลองที่แรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เร็วๆ นี้ https://youtu.be/MEWfsVPqKi4 หุ่นยนต์ 6 ล้อที่นำมาใช้งานนี้ มีความสามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ข้ามถนนได้ , หลบสิ่งกีดขวางได้ ,หุ่นยนต์นี้มีกล้องอยู่รอบตัวจำนวน 9 ตัว , มีเซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพพื้นที่ และมีระยะเบรกที่ 30 เซนติเมตร เมื่อเจอสิ่งกีดขวาง เบื้องต้นนั้นหุ่นยนต์จะสามารถวิ่งส่งอาหารจากร้านไปยังลูกค้าได้ไม่เกิน 1 ไมล์ (หรือประมาณ 1.6 กิโลเมตร) ด้วยความเร็วที่ 4 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่แน่นอนว่าต้องมีคนคอยดูแลเจ้าหุ่นยนต์ 6 ล้อนี้อยู่เบื้องหลังอีกขั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อหุ่นยนต์ 6 ล้อมาส่งอาหารให้เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะต้องกดรหัสที่ได้รับผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อเปิดฝา ถึงจะสามารถนำอาหารออกมาได้ และจากการทดสอบเบื้องต้นนั้นยังไม่พบปัญหาอาหารถูกขโมยระหว่างทางแต่อย่างใด เนื่องจากเจ้าหุ่นยนต์ 6 ล้อนั้นมีระบบป้องกันสิ่งนี้อยู่แล้ว…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)