ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โรคจิตเภท
Read More

Pathological Liar: โกหกจนเป็นนิสัย จริง ๆ แล้วอาจมาจากโรค

เคยรู้สึกสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงโกหกบ่อยจนน่าตกใจ ? บางทีอาจไม่ใช่แค่การพูดเกินจริงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนกลายเป็นนิสัยที่ยากจะหยุดได้ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า Pathological Liar หรือ “การโกหกจนเป็นโรค” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อว่า “โรคหลอกตัวเอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้โกหกเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โกหกแบบไหนคือ Pathological Liar ? Pathological Liar หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการโกหกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พวกเขาอาจโกหกเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง หลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพียงแค่สนุกกับการสร้างเรื่องราวเท่านั้น พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการโกหกทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยมักไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมักจะโกหกซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าผิด ทำไมถึงติดนิสัยโกหก ? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น Pathological Liar ยังไม่แน่ชัดนัก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะสำคัญของ Pathological Liar ผลกระทบของ Pathological Liar การโกหกจนเป็นโรคส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและคนรอบข้างอย่างมาก เช่น วิธีรับมือกับ Pathological Liar การรับมือกับคนที่เป็น Pathological Liar ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีสิ่งที่คุณสามารถทำได้…
Jake Llyod Star Wars Episode I The Phantom Menace
14/03/2024

“เขารัก Star Wars” แม่ของ Jake Lloyd ผู้รับบท Anakin Skywalker อัปเดตชีวิตลูกหลังผ่านมรสุมชีวิตพังกว่า 25 ปี

แม่ของ เจค ลอยด์ (Jake Lloyd) ผู้รับบท Anakin Skywalker ของจักรวาล Star Wars อัปเดตชีวิตลูกชายหลังผ่านมรสุมชีวิตนานกว่า 25 ปี
07/12/2023

Gaslighting ล่อลวง ชักจูง และควบคุม: ความหมาย สัญญาณ ผลกระทบ และการรับมือ

Gaslighting เป็นคำศัพท์ทางจิตวิทยาที่ใช้เรียกพฤติกรรมที่เป็นพิษรูปแบบหนึ่ง อย่างการปั่นหัวให้คนเกิดความกังขา หรือสงสัยในความสามารถ และการรับรู้ของตัวเองเพื่อหลอกให้รู้สึกผิด ทำลายความสามารถในการตัดสินใจ ล่อลวง และควบคุมให้ใครสักคนทำสิ่งที่ตนเองต้องการ ทั้งด้านความคิด และพฤติกรรม ด้วยคำพูด ไปจนถึงการสร้างสถานการณ์ชวนสับสน  คนที่มีพฤติกรรม Gaslighting อาจเรียกได้ว่าเป็นคนท็อกซิก และอันตราย เพราะสามารถทำให้เกิดความปั่นป่วนในทุกระดับความสัมพันธ์ และระดับสังคม อย่างพ่อแม่กับลูก หัวหน้ากับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท และคู่รัก โดยคนที่มีพฤติกรรม Gaslighting หรือที่เรียกกันว่า Gaslighter ซ่อนตัวอยู่ในทุกสังคม และหากถูก Gaslight อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ สุขภาวะทางจิตใจ และความสามารถในการตัดสินใจของผู้ที่ถูกกระทำได้ ทำไมต้อง Gaslighting? ที่มาของคำว่า Gaslighting มาจากละครเวทีจากประเทศอังกฤษ ในปี 1938 ที่มีชื่อว่า Gaslight เรื่องราวของคู่สามี-ภรรยาคู่หนึ่งที่ฝ่ายสามีคอยบงการ เกลี้ยกล่อม และบอกภรรยาของตัวเองว่าเธอเสียสติ เพื่อฮุบสมบัติของเธอ และผลประโยชน์อื่น ๆ ตัวสามีใช้คำพูดเพื่อเกลี้ยกล่อมภรรยาในเชิงจิตวิทยา สร้างสถานการณ์ด้วยการเคาะกำแพง ย้ายที่ข้าวของเพื่อให้ตัวภรรยาเชื่อว่าเธอบ้าจริง ๆ และหนึ่งในอาวุธที่เหมือนจะธรรมดา แต่ร้ายกาจที่สุดที่สามีทำ…
04/10/2023

Social Media Contagion Effect เมื่อการประนามและขุดคุ้ยเรื่องราวของคนร้ายอาจทำให้เกิดการลงมือครั้งใหม่

คนดีต้องถูกชม คนชั่วต้องถูกประณาม คอนเซ็ปต์ที่อยู่กับสังคมมนุษย์มาเนิ่นนาน การส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของคนคนหนึ่งอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกนับสิบนับร้อยคน ในขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับเรื่องราวของคนร้ายและการก่อเหตุที่สะเทือนขวัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่พรั่นพรึงอาจเป็นการให้กำเนิดปีศาจร้ายตนใหม่ Social Media Contagion Effect หรือ Media Contagion Effect คำเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายที่แปลตรงตัวในภาษาไทย แต่หมายถึงผลกระทบที่การแพร่กระจายของสื่อที่ส่งต่อหรือกระตุ้นอารมณ์หรือความผิดปกติบางอย่างในจิตใจคน ซึ่งกรณีที่กำลังพูดถึงในบทความนี้ คือ อาชญากรรมและเหตุการณ์กราดยิง ในประเทศสหรัฐอเมริกามีอัตราการเกิดเหตุกราดยิงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอเมริกาได้ร่วมมือกันหาปัจจัยของสาเหตุนี้ เบื้องต้นจุดร่วมของผู้ก่อเหตุมักประกอบด้วยปัจจัย 3 อย่าง ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเวิสเทิร์นนิวเม็กซิโก เจนนิเฟอร์ จอห์นสตัน และ แอนดรูว์ จอยได้ศึกษาข้อมูลแหล่งต่าง ๆ เพื่อหาเหตุผลที่ทำให้ความชุกหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์กราดยิงในอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพวกเข้าพบว่า Social Media Contagion หรือ Media Contagion หรือการแพร่กระจายของสื่อนั้นมีผลด้วยเช่นกัน เพราะการที่ทั่วทั้งประเทศกำลังอยู่ในความกลัว ผู้คนต่างพูดชื่อของผู้ก่อเหตุ ใบหน้า พร้อมประวัติ และรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของผู้ลงมือ ทั้งจริงบ้าง และไม่จริงบ้าง ตั้งแต่ชาติกำเนิด นิสัยส่วนตัว หรือแม้แต่อาหารที่ชอบกิน พร้อมกับ Mood & Tone…
06/09/2023

รู้จักพารานอย (Paranoia) อาการหวาดระแวงแบบสุดฤทธิ์ ที่มาของคำว่า ‘นอยด์’

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็นอยด์ เซ็งก็นอยด์ เศร้าก็นอยด์ ซึ่งคำว่า ‘นอยด์’ ที่คนใช้อธิบายความรู้สึกไม่พอใจหรืออารมณ์ทางลบ แต่ในความเป็นจริง นอยด์ไม่ได้หมายความว่าเซ็ง เศร้า หรือน้อยใจ แต่หมายถึงอาการหวาดระแวง หรือ ‘พารานอย’ (Paranoia) ที่เป็นลักษณะอาการทางจิตชนิดหนึ่ง ส่วนพารานอยด์ (Paranoid) แบบมี ด์ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายสิ่งต่าง ๆ เช่น บุคลิกแบบพารานอยด์หมายถึงบุคลิกแบบหวาดระแวง พารานอยเป็นอาการทางจิตที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหวาดระแวงต่อสิ่งรอบข้างหรือรู้สึกว่าถูกคุกคามอยู่ตลอดและต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เช่น คิดว่ามีคนเข้ามาภายในห้อง รู้สึกถูกจ้องมอง รู้สึกระแวงว่ามีคนดักรอจะทำร้าย ความคิดเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุการณ์แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ทำให้รู้สึกหวาดระแวงได้ อย่างการมีคนเดินตามหลังเพื่อไปทางเดียวกัน หรือการถูกเดินชนในที่สาธารณะ และอาการพารานอยสามารถพัฒนาไปเป็นโรคจิตเภทชนิดอื่นที่รุนแรงขึ้นได้ อาการหวาดระแวงเป็นลักษณะทางจิตที่มีความเฉพาะตัว จึงถูกหยิบใส่ในตัวละครภายในนิยายหรือภาพยนตร์หลายเรื่อง สัญญาณและพฤติกรรมอาการพารานอย แม้จะเรียกว่าหวาดระแวง แต่คนที่มีอาการนี้ไม่ได้มีท่าทีสั่นกลัวแบบที่หลายคนคิด แต่มักเป็นการหวาดระแวงในเชิงก้าวร้าวมากกว่า ซึ่งอาการและพฤติกรรมอาจขึ้นอยู่กับความรุนแรง ด้วยอาการหวาดแวงผิดปกตินี้ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าที่จะพูดคุยหรือเข้าสังคมกับใครเลย ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และตัดขาดจากสังคม ปัจจัยด้านสังคมส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหงา เศร้า ร่วมกับความเครียดที่มาจากความรู้สึกหวาดระแวงส่งผลให้อาการทางจิต สมอง และอารมณ์นั้นรุนแรงมากขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้เกิดโรคหรืออาการทางจิตอื่น ๆ ตามมา รู้ตัวว่าหวาดระแวง…
30/05/2023

แปลกแต่มีอยู่จริง! “โรคศพเดินได้” อาการทางจิตที่คิดว่าตนเองตายไปแล้ว

ทุกคนเคยได้ยินชื่อ ‘โรคศพเดินได้’ หรือไม่ ? เชื่อว่าโรคนี้เป็นโรคที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นหูนัก แถมฟังดูแล้วเป็นโรคที่ดูน่ากลัว และหากคุณสงสัยว่าอาการของโรคนี้เป็นอย่างไร Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักกับโรคที่เกี่ยวกับอาการทางจิตที่พบได้ยากชนิดนี้ โรคศพเดินได้ โรคศพเดินได้ (Cotard Delusion หรือ Walking Corpse Syndrome) เป็นภาวะทางจิตเวชที่พบไม่บ่อย เพียง 200 รายจากทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งเกิดจากความเชื่อผิด ๆ ที่ผู้ป่วยเข้าใจว่าร่างกายของตนเองเกิดความผิดปกติ กำลังจะตาย หรือคิดว่าร่างกายของตนเองไม่มีอยู่จริง มักเกิดขึ้นกับคนที่เป็นภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง และโรคจิตบางประเภท หรืออาจมาพร้อมกับสภาวะทางระบบประสาทอื่น ๆ แม้จะเป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ผู้ป่วยจะอาการดีขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของโรคศพเดินได้ ผู้ที่เป็นโรคศพเดินได้มักจะเข้าสังคมน้อยลง บางคนจะได้ยินเสียงที่บอกว่าตนเองกำลังจะตายหรือตายไปแล้ว หรืออาจไม่กินอะไร เพราะเข้าใจว่ากินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเนื่องจากตนเองตายไปแล้ว และบางคนอาจพยายามทำร้ายตนเอง นอกจากนี้ หนึ่งในอาการหลักของโรคศพเดินได้ คือ อาจมีความเชื่อที่ว่าตนเองไม่มีอยู่จริง คนที่เป็นโรคศพเดินได้จะรู้สึกราวกับว่าตนเองตายหรือเน่าเปื่อยไปแล้ว ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกเช่นนี้กับอวัยวะเฉพาะแขน ขา หรือแม้แต่จิตวิญญาณของตนเอง งานวิจัยในปี 2554 ระบุว่า 89% ของผู้ป่วยโรคศพเดินได้มักมีอาการของภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย และอาจมีอาการอื่น ๆ…

PR Partners

See All
Read More

ทรูเปิด Flagship Store แห่งใหม่ “True Branding Shop Happitat” เติมมิติ Tech Experience

เปิดตัวช็อปรูปแบบใหม่บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ณ Happitat ภายใต้แนวคิด 'Active & Health Tech – Urban Motion' ซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี สุขภาพ และการเคลื่อนไหวของไลฟ์สไตล์คนเมือง พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดหมายแห่งการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ โดยแบ่งจุดเด่นออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ด้านนางสาวสุจิตรา อมิตรพ่าย หัวหน้าสายงานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ทรู รีเทลช็อป ได้ระบุถึงเป้าหมายของพื้นที่นี้ว่า "เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทรู เราจึงพัฒนาทุกประสบการณ์จากความเข้าใจในวิถีชีวิตและความต้องการที่เปลี่ยนไป สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการเปลี่ยนร้านค้าปลีกให้เป็น
25/08/2026

CIRCULAR ECONOMY FORUM 2026 กลยุทธ์หลักเร่งธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อกฎเกณฑ์การค้าโลกอย่าง CBAM และ PPWR เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทย ผนวกกับแรงกดดันจากนักลงทุนที่มุ่งเน้นตัวชี้วัด ESG มากขึ้น คำถามสำคัญของผู้บริหารในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ 'จะทำเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือไม่' แต่คือ 'จะเริ่มลงมือเมื่อไหร่' ก่อนที่จะถูกกฎระเบียบและคู่แข่งบีบจนไม่มีทางเลือก ด้วยเหตุนี้ The Story Thailand จึงร่วมกับหอการค้าไทย และ Circular Economy Academy by UTCC จัดงาน 'Circular Economy Forum 2026: Sustainability in Action' เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เป็นกลยุทธ์สร้างรายได้และความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จับต้องได้จริง สาเหตุที่เวทีนี้เจาะจงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและผู้กำหนดนโยบายองค์กร เป็นเพราะการตัดสินใจเรื่อง Circular Economy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดขยะอีกต่อไป แต่เข้าไปเกี่ยวพันโดยตรงกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารต้นทุนทรัพยากร ทิศทางการลงทุนด้านนวัตกรรม และกลยุทธ์รายได้ระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ภายในงานจะได้พบกับการแบ่งปันวิสัยทัศน์ระดับนโยบาย การแนะนำเครื่องมือชี้วัดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ รวมถึงการถอดบทเรียนจากการลงมือทำจริงขององค์กรชั้นนำ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ไทยยูเนี่ยน, เอสซีจี แพคเกจจิ้ง, DEZPAX, ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป, SC…
21/08/2026

สยามพารากอนเปิด “CONNEX SPACE” พื้นที่ใหม่ใจกลางเมือง

สยามพารากอนเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายอีกขั้น เปิดตัว “CONNEX SPACE” พื้นที่จัดประชุมและกิจกรรมรูปแบบใหม่บนชั้น 5 สยามพารากอน ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งองค์กร แบรนด์ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ครบทั้ง Location, Functionality และ Experience ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “Elevate Every Event at Connex Space” พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศทันสมัย เป็นส่วนตัว และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทั้ง Business Meeting, Workshop, Training, Seminar, Presentation, Private Event, Content Creator Gathering ตลอดจนกิจกรรมพิเศษของแบรนด์และองค์กร CONNEX SPACE มีพื้นที่รวม 310 ตารางเมตร ประกอบด้วย Meeting Room 2 ห้อง ซึ่งสามารถเปิดเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 90 คน พร้อม…
18/08/2026

เมื่อ AI เข้าสู่ห้องเรียนไทย โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การห้ามใช้ แต่คือทำอย่างไรให้เด็กยังคิดเป็น

เมื่อ Generative AI เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ ถึงเวลาปรับ “วิธีสอน–วิธีวัดผล” ให้เด็กใช้ AI เป็น โดยไม่ทิ้งทักษะการคิด  บทความโดย จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล การทำการบ้าน ไปจนถึงการเขียนรายงานและแก้โจทย์ที่ซับซ้อน ขณะที่ระบบการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายยังอยู่ระหว่างการปรับตัว สำหรับประเทศไทย คำถามจึงอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “เด็กไทยใช้ AI หรือไม่” แต่คือจะทำอย่างไรให้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ โดยไม่กลายเป็นทางลัดที่ทำให้เด็กสูญเสียกระบวนการคิด ลองคิดถึงนักเรียนที่ส่งงานได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง แต่เมื่อถึงวันสอบกลับไม่สามารถอธิบายวิธีคิดหรือที่มาของคำตอบได้ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนความท้าทายใหม่ของการศึกษาในยุค AI เพราะผลงานที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจริง แตกต่างจากเทคโนโลยีในอดีตที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น Generative AI สามารถสรุปงานวิจัย เขียนบทความ สร้างรายงาน หรือแก้โจทย์ได้ภายในไม่กี่วินาที กิจกรรมที่เคยเป็นพื้นที่ฝึกฝนการคิดจึงอาจถูกแทนที่ด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่บรรทัด AI สามารถช่วยการเรียนรู้ได้อย่างมาก หากใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่เข้าใจ ตั้งคำถาม หรือทดลองแนวคิด แต่หากใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการคิดที่จำเป็น ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาอาจค่อย ๆ อ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว…