ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โรคติดเชื้อ
Read More

ความเชื่อและข้อเท็จจริงของไข่ไก่กับสุขภาพที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ไข่ไก่ วัตถุดิบพื้นฐานของอาหารทั่วโลกจนอาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารของมวลมนุษยชาติ หาง่าย นำมาปรุงได้หลากหลายเมนู ทั้งคาวและหวาน ที่สำคัญ คือ ไข่ไก่มีสารอาหารหลากหลายชนิด แม้ผู้คนจะคุ้นเคยกับรสชาติของไข่ แต่ยังมีข้อเท็จจริงอีกหลายเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดนี้ รวมถึงความเชื่อที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับไข่ไก่ มาดูกันว่า 1. ความเชื่อ: การกินไข่ดิบและไข่ไม่สุกได้โปรตีนสูงกว่า หลายคนอาจคุ้นกับภาพของนักกล้ามที่กินไข่ไก่ดิบหลังออกกำลังกายเพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ แต่นั่นเป็นเพียงภาพจำแบบผิด ๆ ในการกินไข่ เพราะร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยโปรตีนของไข่ดิบได้ทั้งหมด โดยอาจย่อยและดูดซึมได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่การนำไข่ไปปรุงสุกด้วยความร้อนจะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนในไข่และช่วยให้ร่างกายย่อยและดูดซึมโปรตีนจากไข่ไก่ได้ราว 90 เปอร์เซ็นต์ของโปรตีนทั้งหมด 2. ความเชื่อ: การล้างไข่ไก่ก่อนปรุงช่วยลดเชื้อโรค เมื่อซื้อไข่จากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายบ้านมักจะนำไข่มาล้างเพื่อทำความสะอาดเอาเศษดินหรือมูลของไก่ออกไป โดยที่เข้าใจว่าจะทำให้ไข่สะอาดขึ้น แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะบริเวณเปลือกไข่มีรูพรุนขนาดเล็กอยู่จำนวนมากและบนเปลือกไข่ก็มีแบคทีเรียอาศัยอยู่จริง ซึ่งการไข่ไปล้างน้ำอาจทำให้น้ำล้างเอาแบคทีเรียตัวจิ๋วเข้าไปในไข่ผ่านรูเล็ก ๆ บนเปลือกได้มากขึ้น โดยเฉพาะการล้างด้วยน้ำเย็น 3. ความเชื่อ: คนสูงอายุไม่ควรกินไข่แดง คอเลสเตอรอลในเลือดสูงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนสูงอายุ ซึ่งไข่ไก่ โดยเฉพาะไข่แดงถูกมองว่าเป็นตัวร้ายและเป็นสาเหตุของภาวะคอเลสเตอรอลสูงที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจได้ เพราะไข่ไก่มีคอเลสเตอรอล 200–300 มิลลิกรัม แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลงานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการกินไข่ไก่ในปริมาณปกติเพิ่มความเสี่ยงของภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง นักโภชนาการและแพทย์จึงยังแนะนำให้คนส่วนใหญ่ รวมถึงคนสูงอายุกินไข่ 1 ฟองต่อวัน เพราะสารอาหารสูง ทั้งโปรตีน กรดอะมิโน…
05/04/2023

Top 3 โรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพบเจอในทุกช่วงชีวิต และแม้ว่าโลกยุคใหม่จะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์และความรู้ด้านสาธารณสุขที่ก้าวล้ำมากขึ้น แต่โรคภัยไข้เจ็บยังคงเป็นสิ่งพรากชีวิตผู้คนบนโลกนี้ไป และบางโรคมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โรค 3 อันดับแรกที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั่วโลก Hack for Health ขอพาคุณมารู้จักกับ 3 อันดับของโรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากที่สุดกัน อันดับที่ 1 โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจขาดเลือดเป็นผลมาจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตรงตามชื่อโรคเลย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หัวใจขาดเลือดมาจากคราบไขมันที่เกาะตามหลอดเลือดที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ยิ่งคราบไขมันในหลอดเลือดหนาตัวก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะหลอดเลือดจะตีบและอุดตันได้ หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะรับหน้าที่ในการแจกจ่ายเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารไปยังอวัยวะอื่นทั่วร่างกาย พอหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพออาจทำให้หัวใจหยุดทำงานและเสียชีวิตได้ โดยกล้ามเนื้อหัวใจที่สูบฉีดเลือดจะขาดเลือดได้ประมาณ 40 นาที หากรักษาทันอาจลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนได้ อาการโรคนี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หากจู่ ๆ คุณรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก หายใจติดขัด คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก ใจสั่น หรือหน้ามืดอาจเป็นสัญญาณของโรคนี้ได้ ควรโทรเรียกรถพยาบาลหรือนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด อันดับที่ 2 โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดสู่สมองตีบ อุดตัน หรือแตกทำให้เซลล์สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจึงเกิดความผิดปกติขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการคราบไขมันในหลอดเลือดหนาตัวหรืออุบัติเหตุ โรคหลอดเลือดสมองนั้นร้ายแรงและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน หากรักษาช้าอาจทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว อาการของโรคหลอดเลือดสมองสังเกตได้จากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งได้ เช่น ยืนไม่ได้ ยกแขนไม่ได้ ตาตก หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวเป็นต้น นอกจากนี้…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)