ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| การทำงาน
Read More

ส่อง 5 เทรนด์การทำงานมาแน่ ปี 2026 

ปี 2025 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโลกการทำงาน ทั้งกระแสต่อต้านนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม วิกฤตเศรษฐกิจ พายุการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สะเทือนไปทั้งวงการเทคฯ ที่ทำให้หลายคนเริ่มสั่นคลอนและต้องกอดงานไว้ให้แน่น ตามรายงานจาก McKinsey ระบุว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทกว่า 92% เตรียมเพิ่มงบลงทุน AI เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 คำถามสำคัญคือ วัฒนธรรมองค์กรจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ? เตรียมรับมืออย่างไรได้บ้าง ? และนี่คือ 5 เทรนด์สำคัญที่คนทำงานต้องรู้ 1. เลิกกลัว AI แย่งงาน รู้จักใช้แต่ไม่ใช่ถูกกลืน ตลอดปีที่ผ่านมา เราเห็นพาดหัวข่าวอยู่เสมอว่า AI จะเข้ามาแย่งงาน ไม่ว่าจะสายงานผลิตหรือพนักงานออฟฟิศ แต่ผลวิจัยปี 2025 จาก Budget Lab ของมหาวิทยาลัย Yale ชี้ให้เห็นว่า หลังจาก ChatGPT เปิดตัว เมื่อราว ๆ 2-3 ปี ก่อน และมีการนำ AI มาใช้กับการทำงานจริง กลับส่งผลกระทบในเชิงลบน้อยกว่าที่คิดแต่สิ่งที่น่าจับตามองจริง…
27/02/2024

Imposter Syndrome ภาวะกังขาในความสามารถตัวเอง

อย่าละเลยความรู้สึกแย่ ๆ ที่มาจาก Imposter Syndrome เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า!   Imposter Syndrome คือภาวะในแง่ลบที่เกิดขึ้นจากจิตใจ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ด้อยค่าในตัวเอง นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือต่อให้ทำงานสำเร็จก็พาลคิดไปว่าอาจเพราะโชคช่วย เพราะคนโน้นคนนี้ช่วย ไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งของตัวเองเลย  เรากำลังเสี่ยงต่อการเป็น Imposter Syndrome รึเปล่านะ?  ภาวะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเลย แต่ว่าจะพบได้มากในหมู่ First Jobber, คนที่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือคนที่ได้รับแรงกดดันจากการทำงานในระดับสูง อยู่ในสังคมการทำงานขนาดใหญ่ ที่มีคนเก่งรายล้อมรอบตัวมากมาย และมักจะมีนิสัยติดตัวแบบนี้  1. วางเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่เหมาะสม  วางแผนเป้าหมายชีวิตของคุณอย่างเป็นสเต็ป 1 ปี 5 ปี 10 ปีอย่ากดดันตัวเอง อย่าคิดว่าทุกอย่างจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือนเดียว เพราะบางเรื่องก็ต้องใช้เวลาจริง ๆ 2. เขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุก ๆ วัน เราจะไม่เอาชนะความคิดลบด้วยการไปต้านมัน แต่จะเปลี่ยนเป็นใส่พลังบวกเข้าไปในความคิดแทน ก่อนนอนทุกคืนให้คุณเขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุก ๆ…
27/02/2024

Productivity Shame รู้สึกผิดทุกทีที่ว่างจากงาน

เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของชมรมคนรักงานเลย ใครกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่บ้างมาดูวิธีแก้กันครับ Productivity Shame คือ ความรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่มากพอ แย่ไปกว่านั้นคือ รู้สึกละอายใจในตอนที่ตัวเองพักผ่อน เพราะคิดว่าถ้าเราไม่พักผ่อนเนี่ย เราก็จะเอาเวลานี้ไปทำงานได้อีกเพียบเลย! ซึ่งขอบอกเลยว่า “อันตราย” มากนะครับ เพราะชีวิตการทำงานที่ไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดภาวะ Burn Out และตามมาด้วยการเป็นโรคซึมเศร้า  ทำไม ทำงานมากเท่าไหร่ก็รู้สึกว่ายังไม่พอ?  อยากมีความสุขกับการทำงาน ต้องดำเนินชีวิตให้มีความสมดุล ความรักในการทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าอย่าลืมแบ่งความรักนั้นไปให้กับพาร์ทอื่น ๆ ของชีวิตด้วย อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ ***
05/02/2024

เมื่อไหร่ที่คุณควรตัดสินใจเปลี่ยนงาน? 

ยิ่งถ้าคุณตัดสินใจไม่ได้สักทีก็ยิ่งต้องอ่าน เพราะเรามีคำแนะนำดี ๆ มาบอก!  ลองทำเช็กลิสต์เหล่านี้ดู ถ้าคุณตอบ “Yes” มากกว่า 4 ข้อก็อาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” มากกว่า 4 ข้อแล้วละ ก็อาจจะถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้วก็ได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายมาดูข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนงานกันก่อน ข้อดีของการเปลี่ยนงานใหม่  ข้อเสียของการเปลี่ยนงานใหม่ ทั้งนี้เราก็คงตอบให้คุณไม่ได้ว่าการเปลี่ยนงานของคุณในครั้งนี้ จะเป็นเหมือนกับการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ แต่หลาย ๆ คนก็ยอมเลือกเพราะทนอยู่กับบริษัทเก่าหรือวัฒนธรรมองค์กรเก่า ๆ มาอย่างยาวนานแล้ว  เราก็ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าให้คุณใช้ “สติ” ในการตัดสินใจให้ดี ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ลุยโลด! หางานใหม่ได้เลย อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Christian-Bale
10/10/2022

ช็อก! Christian Bale ลั่น อยากเกษียณจากการเป็นนักแสดงตอนนี้เลย

นักแสดงผู้เคยรับบทเป็นตัวร้ายใน 'Thor: Love and Thunder' อย่าง คริสเตียน เบล (Christian Bale) ได้ออกมาระบายความรู้สึกเกี่ยวกับอาชีพนักแสดงของเขาว่า เขาอยากเกษียณออกจากการเป็นนักแสดง เพราะเขามีความสุขในการทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การแสดงและจะขอบคุณมากถ้าเกษียณได้ตอนนี้เลย เบลให้สัมภาษณ์กับ GQ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ถ้าเกษียณได้ตอนนี้ ผมจะยินดีอย่างยิ่งเลย ผมคิดมาตลอดเลยว่า 'เมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบลง? มันต้องจบลงได้เสียที' ผมชอบทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับการถ่ายหนัง และผมพบว่าตัวเองมีความสุขมากที่ไม่ต้องแต่งตัวและไม่ต้องแสร้งทำเป็นตัวตนคนอื่น (บทตัวละคร) เป็นเวลานาน" "มันเป็นเวลาหลายปี ที่ผมรู้สึกเสียใจ คุณรู้ไหม ผมไม่ได้อยู่ในภาพลวงตาเกี่ยวกับความจริงที่ว่า เหตุผลเดียวที่ผมได้รับความสนใจหรือรู้สึกว่ามีประโยชน์ในโลกนี้ คือเมื่อผมแสร้งเป็นตัวตนอื่น (บทตัวละคร) ที่ไม่ใช่ตัวตนตัวเองใช่ไหม นั่นเป็นเหตุผลที่การสัมภาษณ์ เป็นสิ่งที่แปลกเพราะผมชอบมัน เดี๋ยวก่อนนะ พูดแบบนี้ ผมจะตกงานเอาน่ะสิ” โดยเหตุผลที่เบลพูดเช่นนี้เป็นเพราะว่า เบลในอดีตนั้นเข้าวงการนักแสดงมาตั้งแต่อายุ 11 ในเรื่อง 'Empire of the Sun' หลังจากที่เขารับบทนี้ไปจนได้มีชื่อเสียง เขาก็ตระหนักได้ถึงความจริงว่า รายได้จากการแสดงของเขามากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้ จึงไม่มีทางเลือกที่จะรับบทนักแสดงต่อไป เพื่อหาเลี้ยงชีพ สุดท้ายสิ่งที่เบลอยากจะสื่อให้เราได้ทราบคือ ตั้งแต่ที่เขาเข้าวงการนักแสดงมา ผู้คนอาจไม่ได้รู้เลยว่าตัวตนจริง ๆ ของเขานั้นเป็นคนเช่นไร จากที่เขาแสดงมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้ผู้คนจดจำบทตัวละครที่เขาแสดง…
Christian-Bale
06/10/2022

Christian Bale ขอบคุณ Leonardo DiCaprio ที่ปฏิเสธงาน จนทำให้ได้แจ้งเกิด

สุภาษิตสอนว่า 'ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน' แต่ถ้ามีคนเลือกงาน ตัวเรานั้นจะได้งานทำ นั่นคือสิ่งที่นักแสดงชื่อดัง คริสเตียน เบล (Christian Bale) รู้สึกขอบคุณนักแสดงวัยไล่เลี่ยกันอย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) ที่ในอดีตเคยปฎิเสธงานแสดงหลายเรื่อง จนทำให้เขามีงานทำและทำให้เขามีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ เบลให้สัมภาษณ์กับ GQ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ฟังนะ จนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าใครจะได้แสดงในบทบาทไหน บทบาทนั้นผ่านมือเขา (ดิแคพรีโอ) มาก่อนแล้วทั้งสิ้น ไม่สำคัญว่าใครจะพูดอะไรกับคุณ ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นมิตรกับผู้กำกับมากแค่ไหน คนเหล่านั้น (ผู้กำกับ) ทั้งหมดที่ผมทำงานด้วยหลายครั้ง ล้วนเสนอบทบาททั้งหมดให้เขา (ดิแคพรีโอ) ก่อนเสมอ "แต่ยังไงซะ ก็ขอบคุณนะ ลีโอ เพราะเขาสามารถเลือกงานที่อยากทำได้อย่างแท้จริง และมันดีสำหรับเขา เขาเป็นคนมหัศจรรย์แห่งยุคเลย" เหตุที่เบลพูดเช่นนั้นเป็นเพราะว่า ในช่วงยุค 90s ดิแคพริโอ ได้แสดงเรื่อง 'Titanic' และการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้เขาแจ้งเกิดในวงการนักแสดง จนมีผู้กำกับหลายคน ทาบทามเขาให้แสดงหลายต่อหลายเรื่อง ทำให้มีสิทธิ์เลือกที่จะแสดงเรื่องไหนก็ได้ การที่ดิแคพรีโอเนื้อหอม สามารถเลือกบทที่ตัวเองอยากแสดงได้นั้น ทำให้นักแสดงคนอื่น ๆ ได้รับโอกาสเฉิดฉายมากขึ้น…
23/09/2022

“ถ้าจะไปดาวอังคาร ต้องทำงานแบบไร้ความรู้สึก” บุคลิกของ Elon Musk ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

วอลเตอร์ ไอแซ็กสัน (Walter Isaacson) นักเขียน นักข่าว และศาสตราจารย์ชาวอเมริกันที่นักอ่านทั่วโลกน่าจะคุ้นเคยชื่อเป็นอย่างดี หนังสืออัตชีวประวัติที่เขาเขียนให้กับ สตีฟ จอบส์ ​(Steve Jobs) ได้รับความนิยมอย่างมาก ขายได้กว่า 3 ล้านเล่มภายในปีแรกที่ตีพิมพ์ ตอนนี้กำลังเขียนหนังสือเล่มใหม่กับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และมีโอกาสไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ 'CNBC’s Squawk Box' เกี่ยวกับดีลระหว่างทวิตเตอร์และมัสก์ที่กำลังเป็นข่าวกันตอนนี้ มีช่วงหนึ่งที่ไอแซ็กสันพูดถึงบุคลิกหนึ่งที่ทำให้มัสก์และบุคคลที่ประสบความสำเร็จคนอื่น ๆ อย่าง บิล เกตส์ (Bill Gates) และจอบส์ มีคล้าย ๆ กัน นั่นคือการตัดอารมณ์ความรู้สึกออกให้หมดเมื่ออยู่กับเพื่อนร่วมงานและพนักงานของบริษัท และที่สำคัญคือไม่มีการประนีประนอมหรือลดมาตรฐานเพื่อจะบรรลุวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของธุรกิจ ไอแซ็กสันกล่าวว่า “ความสามารถนั้นคือการไม่เอาอารมณ์มาเกี่ยวข้องและไม่ถนอมน้ำใจเพื่อจะทำให้วิสัยทัศน์ของพวกเขาเป็นจริงได้ นั่นคือสิ่งที่จอบส์มีและเกตส์ก็มีเช่นกัน เป็นสิ่งที่คนเหล่านี้มีเพราะพวกเขาไม่ได้มองหาความรักจากคนที่นั่งตรงหน้า พวกเขากำลังหาวิธีพาจรวดไปดาวอังคาร” ในอดีตพนักงานของ Tesla มักบอกว่ามัสก์เป็นพวกที่ชอบควบคุมทุกอย่าง (Micromanager) แบบสุดขั้ว พร้อมจะแสดงความไม่พอใจออกมาทันทีเมื่อพนักงานทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่วางไว้สูงมาก หรือไม่สามารถทำงานได้ตามกำหนดเวลาที่เขาวางเอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกำหนดการที่ทะเยอทะยานอย่างมาก เป็นคนตรง ๆ แข็งกระด้าง…
Marvel
28/07/2022

ศิลปินวิชวลกราฟิกแฉความโหดร้ายหลังร่วมงานกับ Marvel ‘งานหนัก-แก้ยับ-กดราคา-ทำไม่ทันติดแบล็กลิสต์!’

ศิลปินวิชวลเอฟเฟกต์แฉ 'ประสบการณ์ฝันร้าย' ในการงาน VFX กับ Marvel ชี้ เป็นสตูดิโอที่สั่งให้ทำงานหนัก สั่งแก้ยับ กดราคา และถ้าบริษัทไหนไม่สามารถทำงานได้ทัน จะถูก Marvel ขึ้นบัญชีดำ!
Simu Liu
16/04/2022

‘ซือมู่ หลิว’ โพสต์ขอบคุณอดีตหัวหน้าที่ไล่ออกจากงานเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่ทำให้เขาได้มีโอกาสสานฝันเป็นนักแสดงฮอลลีวูด

'ซือมู่ หลิว’ (Simu Liu) นักแสดงวัย 32 ปีที่แจ้งเกิดได้อย่างงดงามกับการรับบทนำใน'Shang-Chi and The Legend of The Ten Rings' (2021) เคยมีประสบการณ์ 'ตกงาน' แบบกะทันหันไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ต่างจากคนทั่ว ๆ ไปอย่างเรา ๆ แม้แต่น้อย
Fitbit
22/02/2022

ยืมนาฬิกาหน่อยเพื่อน…หนุ่มออฟฟิศรอดตายจากอาการหัวใจเต้นผิดปกติ เพราะยืมสมาร์ตวอตช์ ‘Fitbit’ ของเพื่อนมาใส่!

บางครั้งเราก็ไม่อาจประมาทอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้เลย ตัวอย่างเช่นพนักงานออฟฟิศหนุ่มชาวเวลล์วัย 30 ปีคนหนึ่ง ที่รู้ตัวเองว่าเขามีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ และนำไปสู่การค้นพบว่าเขาเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดปกติ เพียงเพราะเขาขอยืมสมาร์ตวอตช์ยี่ห้อ 'Fitbit' จากเพื่อนมาใส่
Work from home
28/01/2022

จงศรัทธาในเดดไลน์… มุกกวนๆ ของลูกน้อง ถ่ายวิดีโอทำงานบนพาราเซลลิงอวดบอสซะเลย

แต่จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคุณกำลังเที่ยวอย่างเพลิดเพลินใจ แต่เจ้านายดันตามงานเสียนี่ ไอ้ครั้นจะทำเฉยเดี๋ยวก็จะตกงานฟรี ๆ แต่ไอ้ครั้นจะหยิบงานก็ดันไม่มีไวไฟให้ใช้ งานก็อยากทำ เที่ยวก็อยากเที่ยว หนุ่มเซลล์ชาวฟิลิปปินส์คนนี้เลยตัดสินใจทำมันทั้งสองอย่างเลย ฟังดูบ้า แต่ถามว่าทำได้ไหม ? คำตอบก็คือ ได้ !!!!
22/12/2021

หนังสือ 5 เล่มที่ทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐี

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ 2 วัน ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเพื่อสร้างบริษัทแรกของตัวเองชื่อ 'Zip2' ในวัย 24 ปี หลังจากนั้น 3 ปีเขาขายบริษัทนั้นออกไปด้วยมูลค่ากว่า 307 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคนหนึ่ง ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งกับสื่อ 'Rolling Stone' มีประเด็นหนึ่งที่เขากล่าวถึงเกี่ยวกับนิสัยการอ่านหนังสือของเขาที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กและอิทธิพลของมันที่มีต่อแนวคิดและการตัดสินใจของเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่าน ในการสัมภาษณ์เขาบอกว่าเขา “โตมากับหนังสือ” เลยทีเดียว “ผมไม่เคยพี่เลี้ยงหรืออะไรแบบนั้นเลย ผมมีแม่บ้านที่คอยระวังไม่ให้ผมทำข้าวของเสียหาย ผมก็ออกไปทำพวกระเบิด และอ่านหนังสือ แล้วก็ทำจรวด” นิสัยรักการอ่านหนังสือของเขานั้นเป็นมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายของเขาบอกว่ามัสก์โตมากับการอ่าน บางช่วงอ่านหนังสือวันละ 2 เล่ม และบางครั้งก็นานเป็น 10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยหนังสือที่มัสก์มักกล่าวถึงนั้นทำให้เห็นพื้นฐานของแนวคิดที่เขาได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานจนประสบความสำเร็จเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานี้ เล่มที่ 1 'Benjamin Franklin : An American Life' โดย Walter Isaacson มัสก์มักพูดถึงหนังสือเล่มนี้อยู่เสมอ เขานับว่า เบนจามิน แฟรงคลิน (หนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติของสหรัฐอเมริกา)…
08/12/2021

NASA บอกว่าแค่งีบหลับ 26 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 1/3

ช่วงนี้ที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงคุกคามชีวิตการทำงานของทุกคนอยู่ การทำงานจากบ้านแบบ 100% หรือบางบริษัทก็เป็นแบบไฮบริด (เข้าออฟฟิศบ้างบางวัน) ทำให้ชีวิตมีโอกาสได้ลองปรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการพักระหว่างวันที่มีโอกาสทำได้ง่ายกว่าเดิม เพราะเมื่อทำงานจากบ้าน เตียงนอนกับโต๊ะทำงานอยู่ไม่ห่างกัน (บางคนก็เป็นสิ่งเดียวกันด้วยซ้ำ) ทำให้ระหว่างวันก็สามารถงีบหลับพักได้ถ้าต้องการ ซึ่งเรามักเห็นบทความเขียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการงีบหลับระหว่างวันมาบ้างแล้ว อย่างในนิตยสาร Inc.com ก็บอกว่ามันช่วยเสริมสร้างการจดจำข้อมูลที่ดีกว่า มีประโยชน์มากกว่าการอัดกาแฟ ลดความเครียด และความกังวลให้น้อยลงด้วย เพราะฉะนั้นพนักงานที่งีบหลับระหว่างวัน แท้จริงแล้วพวกเขาอาจจะเป็นคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการขี้เกียจเหมือนที่เราเข้าใจกันผิด ๆ มาโดยตลอดก็ได้ ถึงแม้ว่างานวิจัยจะบ่งบอกไปทางเดียวกันว่ามันช่วยให้ทำงานดีขึ้น แต่ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับเทคนิคการงีบหลับระหว่างวัน นั่นก็คือระยะเวลาและวิธีการงีบก็ส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของการงีบหลับ ซึ่งก็โชคดีที่ว่าวิทยาศาสตร์ก็มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือที่รู้จักกันในชื่อ NASA ได้ทำการศึกษาเรื่องการงีบอย่างจริงจัง พวกเขาเชื่อว่ามันทำให้นักบินนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาด ทำให้โอกาสที่จะทำให้ตัวเองหรือผู้โดยสารตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายต่ำลงไปด้วย สิ่งที่ NASA ค้นพบก็คือว่านักบินอวกาศที่งีบหลับเป็นเวลา 26 นาทีนั้นแสดงให้เห็นการตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นถึง 54% และสร้างสรรค์งานได้ดียิ่งขึ้นถึง 34% หรือประมาณ 1/3 เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับนักบินที่ไม่ได้งีบหลับ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการงีบหลับนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าการงีบคือการนอนแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การหลับลึกแบบยาว ๆ เหมือนการนอนกลางคืน คือถ้าไม่ได้มีเวลามากกว่า 90 นาทีในการนอนเพื่อทดแทนจากการนอนไม่พอเมื่อคืนก่อน ก็ไม่ควรงีบเกิน 30 นาที…
24/11/2021

โดนตามงาน 24 ชั่วโมง! Right to Rest ‘สิทธิ์การพัก’ ที่ควรเป็นมาตรฐานการทำงานทั่วโลก

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน ทำให้การสื่อสารนั้นรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่ม ‘send’ ก็สามารถทักหาอีกฝั่งหนึ่งได้แล้วในเสี้ยววินาที โลกของเราเล็กลง เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น มันเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ตามมาด้วยปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะในเมื่อเราสามารถติดต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถทักหาเราได้เสมอ ไม่ว่าอีกฝั่งจะเป็นใครก็ตามที ซึ่งรวมไปถึงคนที่เราไม่อยากให้ติดต่อมานอกเวลาด้วยอย่างหัวหน้างาน ลูกค้า หรือ บริษัทโฆษณาขายของ เมื่อเส้นบาง ๆ ระหว่างช่วงเวลางานกับช่วงเวลาส่วนตัวหายไปเนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้การทำงานจากบ้านหรือที่อื่นนอกจากออฟฟิศเป็นทางเลือกใหม่ที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ในเมื่อ "บ้านกลายเป็นออฟฟิศ" และ "ออฟฟิศก็คือบ้าน" ไม่มีการแยกกันชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน เลยกลายเป็นว่าเมื่อไหร่ที่ลืมตาตื่นคือทำงาน จะได้พักอีกทีก็ตอนหลับตานอนเพียงเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกระแส “Right to Rest” (สิทธิ์ของการพัก) หรือ “Right to Disconnect” (สิทธิ์ของการหยุดเชื่อมต่อ) ถึงมีการพูดถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าให้อธิบายแบบรวบรัดเลยมันก็คือสิทธิ์ของพนักงานบริษัททุกคนที่ควรได้รับเมื่อหมดเวลางานแล้วก็ควรจะได้พักแบบจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตอกบัตรออกจากออฟฟิศแต่หัวหน้ายังไลน์ไปตามงาน หรืออีเมลไปขอรายงานตอนเที่ยงคืนตีหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ด้วยความที่วัฒนธรรมการทำงานของบ้านเรา พนักงานค่อนข้างที่จะเกรงใจหัวหน้า พอถูกตามงานที่นอกเหนือเวลางานมักจะไม่กล้าที่จะปฎิเสธ ไม่ใช่ว่าหัวหน้าทุกคนจะเข้าใจ กลัวว่าถ้าปฏิเสธไปก็อาจจะกระทบหน้าที่การงานของตัวเอง แต่ถ้าทำครั้งหนึ่งก็มักมีครั้งที่สองสามสี่ตามมา เพราะฉะนั้นถ้ามีการออกกฏหมายบังคับหรือห้ามให้หัวหน้าตามงานหรือทวงงานนอกเวลางานออกมาช่วยก็จะทำให้เรื่องการบอกปฎิเสธหรือการทำงานล่วงเวลาที่กระทบกับชีวิตส่วนตัวลดน้อยลงตาม แถมไม่พอถ้าเป็นบริษัทที่กำลังหาพนักงานรุ่นใหม่หรือกลุ่มเจน Z ที่กำลังทยอยจบการศึกษากันตอนนี้จะเห็นว่าประเด็นเรื่อง “Work-Life…
สารกัมมันตภาพรังสี
10/11/2021

สาวเรเดียม : เบื้องหลังน่าเศร้าของเหล่าหญิงสาวผู้ทำให้นาฬิกาเรืองแสง

ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ทำงานกับธาตุเรเดียมที่อันตรายโดยไม่มีเครื่องป้องกันอะไรเลย ในหลาย ๆ ครั้ง 'สาวเรเดียม' (Radium Girls) หรือพนักงานทาสีเรืองแสงบนหน้าปัดนาฬิกา นาฬิกาข้อมือ และบนอุปกรณ์มาตรวัด กลับเต็มใจที่จะสัมผัสกับธาตุที่เป็นอันตราย เพื่อทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถเรืองแสงได้ในเวลากลางคืน ซึ่งอาจถึงขั้นต้อง "เลียแปรง" ที่ปนเปื้อนธาตุเรเดียมเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ
19/10/2021

กลยุทธ์ 2 ลิสต์ของ วอร์เรน บัฟเฟต์ เพื่อโฟกัสทำสิ่งสำคัญให้เสร็จ

ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 50,000 ล้านเหรียญ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ถือว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้ไม่ยาก แถมน่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นสายมูลค่ามากที่สุดคนหนึ่งในโลกแห่งศตวรรรษที่ 20 เลยก็ว่าได้ เราเคยได้อ่านเรื่องของบัฟเฟตต์มาบ้างแล้วว่าเขายังตื่นมาทำงานอยู่ทุกวัน แม้อายุจะมากถึง 91 ปีแล้ว เขายังอ่านหนังสือพิมพ์วันละหลายฉบับ เพราะฉะนั้นน่าจะพอเห็นภาพว่าแต่ละวันเขาต้องใช้มันอย่างมีค่าขนาดไหนและต้องจัดสรรเวลาเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ไมค์ ฟลินต์ (Mike Flint) อดีตคนขับเครื่องบินส่วนตัวของบัฟเฟตต์กว่า 10 ปี (เคยเป็นคนขับเครื่องบินให้ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อีก 4 คนด้วย) ได้เล่าถึงกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่บัฟเฟตต์สอนเขา ซึ่งทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า สิ่งที่สำคัญคืออะไร และสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ควรเป็นอะไรก่อนอันดับแรก บัฟเฟตต์บอกให้ฟลินต์เขียนเป้าหมายในการทำงานออกมา 25 ข้อ ฟลินต์ก็หยิบกระดาษ ปากกามาเขียน (การไปปรับใช้อาจจะเป็น 25 อย่างที่อยากทำอาทิตย์นี้ หรือ 25 อย่างที่อยากทำเดือนนี้ ฯลฯ)หลังจากนั้นบัฟเฟตต์ก็บอกว่าให้ฟลินต์อ่านลิสต์นี้อีกครั้งแล้ววงกลม 5 ข้อที่เป็นสิ่งที่อยากได้จริง ๆ ออกมา (ตรงนี้ถ้ากำลังทำตามอยู่ก็ขอให้ใช้เวลากับมันหน่อยนึงครับ)ตอนนี้เราจะได้ลิสต์ทั้งหมด 2 อัน…
30/09/2021

3 เคล็ดลับทำงานให้โปรดักทีฟแบบ อีลอน มัสก์

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นซีอีโอของบริษัทสตาร์ตอัปใหญ่ระดับโลกอย่าง SpaceX และ Tesla จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาเพื่อพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ให้สามารถเดินหน้าไปอย่างราบรื่น แต่การทำงานหนักของมัสก์นั้นบางทีก็หนักมากถึงขั้นที่ว่าเขาต้องนอนที่ทำงาน หรือมีบางอาทิตย์ที่ต้องลากยาวกว่า 120 ชั่วโมง / สัปดาห์ ซึ่งภายหลังมัสก์ก็ออกมาบอกว่าที่จริงแล้วทุกวันนี้เขาก็ทำงานตามปกติคือ 80-90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อยู่แล้ว แน่นอนว่าการจะทำตามแบบเขาได้คงไม่ใช่เรื่องง่าย และเราทุกคนก็คงไม่ต้องบ้าระห่ำถึงขนาดนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากการทำงานของเขาได้คือการสร้างระบบให้งานนั้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มัสก์เป็นคนหนึ่งที่ย่อยตารางเวลาของตัวเองในแต่ละวันให้เป็นบล็อกเล็ก ๆ เพื่อจะสามารถเคลียร์งานต่าง ๆ ได้ในเวลาที่จำกัด มันแสดงให้เห็นว่าเวลาในแต่ละวันของเขานั้นมีค่ามากขนาดไหน และเขาใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อให้แต่ละวันนั้นโปรดักทีฟมากที่สุด หลีกเลี่ยงประชุมที่ไม่จำเป็น เชื่อว่าทุกคนที่ทำงานบริษัทน่าจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี มัสก์มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ประชุมกับฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อยู่ตลอด แต่เราทุกคนทราบดีว่าไม่มีอะไรเสียเวลามากกว่าการประชุมที่ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ในบางสถานการณ์นั้นการประชุมยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ โดยเฉพาะในบริษัทสตาร์ตอัปขนาดเล็ก แต่ว่าในหลาย ๆ สถานการณ์มันก็เกิดขึ้นมากเกินไป บางปัญหาอาจจะแก้ได้โดยการเดินไปถามใครสักคนหนึ่ง หรือบางครั้งก็ใช้อีเมลก็ได้ ประชุมก็ต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ และเป้าหมายของการประชุมต้องชัดเจน มีเวลากำหนดและหัวข้อชัดเจนด้วย (อย่างการขอทุน หรือ เปลี่ยนเป้าหมายตลาด พวกนี้จำเป็น แต่ประชุมเรื่องว่าจะใช้กระดาษแบบไหนกับเครื่องพรินเตอร์ ฯลฯ พวกนี้ควรจะจบแค่อีเมล) ประชุมไหนที่คิดว่าไม่สำคัญ และไม่จำเป็นต้องเข้า ก็ไม่ควรเข้า ถ้าอยู่ในสถานะลูกน้องให้ถามหัวหน้าว่าประชุมนี้ต้องเข้าไหม…
23/04/2021

“ผมรู้ดีว่าผมแทนที่ Steve Jobs ไม่ได้” บทเรียนจากการเป็นผู้นำในวิถีของ Tim Cook

ถึงตอนนี้เราพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่า ทิม คุก (Tim Cook) บุคคลที่เคยถูกครหาว่าอาจจะพา Apple ลงเหวหลังจากรับตำแหน่งซีอีโอต่อจาก สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ Apple นั้นกลายเป็นบริษัทหนึ่งที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเพียงเท่านั้น เขายังเป็นบุคคลที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการทำอะไรสักอย่างนั้นไม่ใช่การไปลอกเลียนแบบคนอื่น แต่เชื่อมั่นในตัวตนของตัวเองและสร้างเวอร์ชันที่ดีที่สุดขึ้นมาต่างหาก ในหนังสือ 'Tim Cook : อัจฉริยะผู้พาแอปเปิลสู่อนาคตใหม่' ที่เป็นบันทึกเรื่องราวการทำงานและชีวิตของเขา มีตอนหนึ่งที่กล่าวถึงช่วงหลังจากการจากไปของจอบส์และถูกเพ่งเล็งอย่างมากในการสานต่อตำแหน่ง ซีอีโอ เขาบอกว่า "เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางแทนที่จอบส์ได้" เขารู้และจอบส์ก็รู้ ตั้งแต่ตอนที่เรียกเขามาหาที่บ้านเพื่อแจ้งข่าวว่าจะให้รับตำแหน่งซีอีโอแล้ว แต่ที่ไม่รู้คือคนทั้งโลก หรืออาจจะรู้แต่ไม่อยากยอมรับ เพราะคาดหวังว่าอยากมี ‘Steve Jobs 2.0’ สักคนเข้ามารับตำแหน่ง เนื่องจากที่ผ่านมาคือ Apple = Steve Jobs มาโดยตลอด แต่จอบส์กลับไม่ได้มองแบบนั้น "เขาเห็นในสิ่งที่คุกเป็น" ความสุขุม นิ่งเงียบ สงบ และการตัดสินใจวางหมากทางด้านการดำเนินงานและธุรกิจที่เฉียบขาด คือสิ่งที่จะพาบริษัทก้าวไปข้างหน้าได้ คุกให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมรู้ดีว่าคนคนเดียวที่ผมเป็นได้คือตัวของตัวเอง...“ผมพยายามเป็นทิม คุก ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุกประสบความสำเร็จ…
06/02/2020

ฮิตาชิ เปิดตัว AI and Happiness โซลูชันเพิ่มความสุขให้พนักงาน

เมื่อโลกปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูง มีความกดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำงาน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่ง Hitachi มีการวิจัยสำคัญเกี่ยวกับความสุขของพนักงาน โดยมองเห็นว่าถ้าคนทำงานไม่มีความสุข ประสิทธิภาพการทำงานก็จะลดลง จึงเริ่มให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น มอบสวัสดิการต่าง ๆ รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมและโซลูชันที่เกี่ยวกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเคลียดของพนักงานว่าส่งผลต่อชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานขนาดไหน ซึ่งทาง Hitachi ได้มีผลการวิจัยและพัฒนามาแล้วมากกว่า 14 ปี โดยการนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในด้านการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานและคุณภาพของงาน ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตัวของพนักงานเช่น ป้ายชื่อ หรือสายรัดข้อมือ โดยใช้เซนเซอร์ในการตรวจจับควมเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แล้วนำ BIG DATA ที่มีข้อมูลนับ 1,000,000 วัน จนสามารถจัดการวัดผลค่าความสุขได้มาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่าน AI เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงานและประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้ว่ามีการแปรผันตรงกันอย่างมีนัยสำคัญ https://www.youtube.com/watch?v=VzV1x9Q1igE   ความสุขของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ทุก ๆ คนมีอาการที่แสดงให้เห็นว่าใครนั้นมีความสุขได้ในแบบเดียวกัน ซึ่งอาการเหล่านี้จะแสดงออกมาในรูปแบบของสัญญาณชีพต่าง ๆ ตั้งแต่กระแสเลือด เอนไซม์ ต่อมน้ำเหลือง ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายสามารถแสดงออกมาได้ซึ่งผลของคนที่มีความสุขคือ การส่งผลกับคนรอบตัวของเขา และสามารถสร้างการทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคนที่ไม่มีความสุข…
25/06/2017

7 สาเหตุที่คนเก่งๆ ตัดสินใจทำงานที่บริษัทหนึ่งนานๆ

มีอะไรจะผูกใจพนักงานเก่งๆ ได้บ้างหล่ะ วันนี้แบไต๋เลยจะมาบอกเล่าถึง “สาเหตุที่คนเก่งๆ ตัดสินใจทำงานที่บริษัทหนึ่งนานๆ” เผื่อว่าน้องๆ นักศึกษาจบใหม่ พี่ๆ พนักงานเจ้าเก่า กระทั่งผู้บริหารต่างๆ ได้อ่านบทความนี้ จะได้ปิ๊งไอเดียกัน

PR Partners

See All
Read More

เตรียมตัวก้าวสู่จักรวาลซูเปอร์สตาร์ ! เผยรางวัล True AF 2026 ที่จะ “พลิกชีวิต” คุณไปตลอดกาล

หลายเวทีอาจมอบเพียงพื้นที่ให้คุณได้โชว์ของ แต่สำหรับ True AF 2026 การกลับมาครั้งนี้คือ "ตั๋วทองคำ VVIP" ที่จะวาร์ปคุณสู่ชีวิตซูเปอร์สตาร์แบบก้าวกระโดด! ปีนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ทุ่มสุดตัวเพื่อสร้าง Ecosystem แห่งความสำเร็จ ที่ไม่ได้แค่ดันให้คุณดัง แต่เตรียมเปย์รางวัลระดับสั่นสะเทือนวงการ เพื่อยกระดับชีวิตผู้ชนะในทุกมิติ ลองมาส่องกันชัดๆ ว่าถ้าคุณคือ "แชมป์" ซีซันนี้ ชีวิตจะถูกอัปเลเวลไปเบอร์ไหน ? ลบภาพจำการหอบกระเป๋าตามล่าฝันแบบเดิม ๆ ไปได้เลย! เพราะแชมป์ปีนี้จะได้ครอบครองคอนโดมิเนียมหรู Whizdom The
11/03/2026

ซีพีแจ้งเตือนประชาชน ระวังคลิปปลอมใช้ภาพ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ชักชวนลงทุนออนไลน์

กรุงเทพฯ, 11 มีนาคม 2026 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขอแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง หลังตรวจพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพนำภาพและชื่อของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ไปใช้จัดทำและเผยแพร่วิดีโอปลอมด้วยเทคโนโลยี Deepfake ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อแอบอ้างชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจหรือสินทรัพย์ต่าง ๆ โดยมีการกล่าวอ้างถึงนายศุภชัยและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ องค์กรขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว และไม่เคยให้การอนุญาตแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดในการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ภาพ คลิปวิดีโอ เว็บไซต์ หรือสื่อใด ๆ จากทุกช่องทางที่มีการใช้ชื่อหรือภาพของผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อเชิญชวนให้ลงทุน มิใช่สื่อหรือการดำเนินการที่จัดทำขึ้นโดยองค์กร และไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครือเจริญโภคภัณฑ์แต่อย่างใด โดยในระยะที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับแจ้งเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายกรณี และได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี กลุ่มมิจฉาชีพยังคงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการหลอกลวงอยู่เสมอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อ บริษัทฯ จึงใคร่ขอความร่วมมือจากประชาชน โปรดอย่าหลงเชื่อข้อความ โฆษณา หรือคลิปวิดีโอใด ๆ ที่แอบอ้างชื่อหรือภาพของผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์เพื่อชักชวนให้ลงทุน และขอให้หลีกเลี่ยงการติดต่อหรือทำธุรกรรมกับเพจ บัญชีผู้ใช้ หรือช่องทางสื่อสารที่มีลักษณะดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำโดยมิชอบและอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย หากพบเห็นการนำชื่อหรือภาพไปใช้ในลักษณะหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจไซเบอร์…
06/03/2026

ประกาศรางวัลผู้ได้รับรางวัล SDGs Awards ใน The 2nd BT Awards: The Impact Makers

BT ขอประกาศผู้ที่ได้รับรางวัล SDGs Awards ใน The 2nd BT Awards: The Impact Makers รางวัลที่มอบให้กับผู้ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ผ่านเป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สังคม ความเท่าเทียม การศึกษา นวัตกรรม ความยากจน สุขภาพ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และอีกอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้ - Tech for Poverty Breakthrough Award | โครงการ สดชื่นสถาน &รถซักผ้าเคลื่อนที่ Laundry move โดยบริษัท ชูมณี จำกัด ในเครือของ บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Otteri wash…
06/03/2026

COMMART GAMEFORCE 2026 ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์ 5 – 8 มีนาคม 2569

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำ กว่า 200 แบรนด์ยกทัพสินค้าไอทีร่วมงาน “COMMART GAMEFORCE ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีครั้งใหญ่ช่วงต้นปี 2569 พร้อมยกระดับประสบการณ์เกมมิ่ง เทคโนโลยี AI ภายใต้ความร่วมมือแบรนด์ไอทีชั้นนำ อาทิ ACE, Banana, E-Quip, Epson, iStudio by spvi, IT City, JIB, Maru, Zarukon, JIB Mobile, MSI, Speed Computer, Speed Gaming, Studio7, AMD, AppleSheep, Ascenti, ASUS, ROG, Bewell, Cougar, ERGOTREND, GamersLab, SecretLAB, เครดิตบูโร , Moonshot, GeForce…