Tags
| มะเร็ง
28/08/2025
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 168 days ago
วิจัยพบ ‘ยาฉีดมะเร็งเฉพาะจุด’ ฉีดแล้วยุบทั่วร่างกาย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rockefeller ได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่ที่เรียกว่า "การฉีดยาเพื่อลบมะเร็ง" โดยเป็นการฉีดแอนติบอดี (Antibody) หรือสารภูมิคุ้มกัน เข้าไปในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว แต่กลับสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ทั่วร่างกาย แอนติบอดี 2141-V11 รักษาโรคมะเร็ง แอนติบอดี 2141-V11 คือแอนติบอดีที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการรักษามะเร็ง ซึ่งแอนติบอดีชนิดนี้สามารถจับกับ CD40 ที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้อที่มีเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังเซลล์ปกติ โดยทีมนักวิจัยได้ทดสอบยาตัวนี้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามกว่า 12 คน ในการทดลองระยะแรก และได้พบกับผลลัพธ์ที่อาจเป็นความหวังในการผลิตยาหรือสร้างการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง หลังจากผู้ป่วยในการทดลองได้ฉีดยาชนิดนี้เข้าไปพบว่า แล้วที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือการฉีดยาในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว กลับกระตุ้นให้เนื้องอกที่อยู่บริเวณอื่นในร่างกายหายไปและลดลงด้วย โดยการศึกษานี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 ซึ่งพัฒนามาจากงานวิจัยชิ้นก่อนที่เคยทดสอบในลักษณะเดียวกัน คือการกระตุ้นการทำงานของ CD40 แต่ผลลัพธ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ และยังพบผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อนำไปทดลองกับมนุษย์ ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ราเวตช์ (Jeffrey V. Ravetch) จากมหาวิทยาลัย Rockefeller และทีมวิจัยจึงกลับไปทบทวนแนวคิดเดิม และพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักการทำงาน แต่เป็นวิธีการออกแบบและส่งยาเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทีมวิจัยได้ลองทดสอบด้วยการเปลี่ยนวิธีให้ยา จากเดิมที่ฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อให้ยาไหลเวียนทั่วร่างกาย มาเป็นการฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้องอกหรือบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งแทน และออกแบบยาใหม่ให้จับ CD40 ได้ดีขึ้น กลไกการทำงานคือการสร้าง 'ศูนย์บัญชาการ' ของภูมิคุ้มกัน หลังการฉีดยา…10/03/2025
เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้
แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 339 days ago
Read More13/01/2025
ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง
โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 395 days ago
Read More16/12/2024
นักวิทย์ ค้นพบ ‘สารเคมีในกาวน้ำ’ ช่วยรักษามะเร็งได้ดีกว่าเดิม
ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ค้นพบแนวทางใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษามะเร็งแบบ BNCT (Boron Neutron Capture Therapy) ให้ได้ผลมากขึ้น ด้วยการใช้ส่วนผสมที่อยู่ใน 'กาวน้ำ' อย่าง โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA) การรักษาแบบ BNCT คืออะไร ? BNCT (Boron Neutron Capture Therapy) เป็นเทคโนโลยีการรักษามะเร็งเฉพาะจุดที่มีศักยภาพสูง มักใช้กับการรักษาบริเวณศีรษะและลำคอ โดยจะฉีดสารโบรอน (Boron) เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้เซลล์มะเร็งดูดซึมเข้าไปเก็บสะสมไว้ จากนั้นก็ฉายรังสีนิวตรอน เพื่อทำให้โบรอนเกิดปฏิกิริยาทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง โดยสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ปกติน้อย แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนายาที่มีโบรอนมักใช้โมเลกุลซับซ้อนและมีราคาสูง ทำให้การเอาไปใช้รักษาจริง ๆ ยังเป็นเรื่องยาก เพราะต้นทุนแพงเกินไปและเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA) ช่วยให้รักษามะเร็งได้ดีขึ้นยังไง ? ทีมวิจัยที่นำโดย ดร. ทาคาฮิโระ โนโมโต (Takahiro Nomoto) จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ระบุว่าการผสม โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA) ที่อยู่ในกาวน้ำ ลงในสูตรยาที่ใช้สาร D-BPA (D-4-boronophenylalanine) จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสะสมโบรอนในเซลล์มะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ…กรภิภัฏ อธิศอัษฎา | 423 days ago
Read More17/01/2023
สุดช็อก! ‘สูดดมควันธูป’ เสี่ยงปัญหาสุขภาพและมะเร็งไม่ต่างจากบุหรี่
ธูป เครื่องมือสื่อสารทางจิตวิญญาณและความเชื่อที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยและชาวเอเชียมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะพิธีไหน ๆ ไทย จีน หรือแขก ธูปก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ในยุคที่คนหันมาศรัทธาวิทยาศาสตร์มากขึ้น ธูปก็ยังคงอยู่ในวิถีชีวิต แต่คุณรู้รึเปล่าว่า ควันของเครื่องมือสื่อสารชนิดนี้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกว่าที่คิด ในบทความนี้ เราจะพาคุณมารู้จักผลกระทบจากควันธูปที่มากกว่าความรู้สึกแสบตาและฉุนจมูกเวลาไปวัดหรือศาลเจ้ามาให้ได้อ่านกัน ควันธูปกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่ากังวลของโลกในปัจจุบัน คือ ปัญหาโลกร้อน ที่สร้างให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ และหากในสเกลที่เล็กลงมาที่พบเห็นในเมืองใหญ่ คงจะหนีไม่พ้น PM2.5 ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและระบบอื่นของร่างกาย ควันธูปเป็นมลพิษที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น คุณเคยสงสัยไหมว่าภายใน 1 ปี คุณจุดธูปไปกี่ดอก ประเพณีไทยมีกี่เทศกาล วันสำคัญทางความเชื่อมีกี่วัน แต่ละวันเราไหว้อะไรบ้าง ไหว้กี่ครั้ง ครั้งละกี่ดอก ซึ่งยังไม่รวมการสักการบูชาในวันทั่วไปหรือการเผากระดาษเงินกระดาษในช่วงวันตรุษจีน หากลองนึกภาพตามในแต่ละปีคนไทยอาจสร้างมลพิษทางอากาศปริมาณไม่น้อยเลยทีเดียว การจุดธูปเพื่อพิธีกรรมทางความเชื่อที่ทำให้เกิดมลพิษจึงเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่คนไทยควรกังวลและหาทางออกร่วมกัน เพื่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควันธูป เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งและปัญหาสุขภาพ ข้อมูลงานวิจัยหลายชิ้น ทั้งในและต่างประเทศยืนยันว่า การยืนอยู่ท่ามกลางควันธูปแห่งความศรัทธา เราได้สูดดมสารก่อมะเร็งหลายชนิด ทั้งเบนซีน (Benzene) พีเอเอช (PAHs) บิวทาไดอีน และโลหะหนัก (ตะกั่ว โครเมียม นิกเกิล แมงกานีส)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1122 days ago
Read More29/12/2022
เอาใจสายดื่ม ‘ไวน์แดง’ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (ถ้าดื่มแต่พอดี)
ไวน์แดง (Red Wine) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตมาจากการนำองุ่นไปหมักบ่ม ซึ่งองุ่นนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) จากข้อมูลบางส่วนพบว่าการดื่มไวน์แดงอาจดีต่อสุขภาพของคุณ เครื่องดื่มชนิดนี้จึงอาจเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยในวันที่คุณอยากดื่ม แต่กังวลเรื่องสุขภาพ มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะงง เพราะไวน์แดงเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะ จะดีต่อสุขภาพได้อย่างไร ในบทความนี้มีคำตอบ 2 ประโยชน์หลักของไวน์แดงต่อสุขภาพ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บางส่วนพบว่าไวน์แดงมีคุณสมบัติที่อาจส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่ง HfH สรุปมาให้ 2 คุณประโยชน์ด้วยกัน 1. ไวน์แดงมี Resveratrol ที่ช่วยต้านการอักเสบ Resveratrol (เรส-เวอ-เร-ทรอล) เป็นสารอาหารอยู่ในพืชหลายชนิด แต่พบมากในเปลือกขององุ่นแดงที่เป็นวัตถุดิบหลักในการทำไวน์ สารชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เราขอขยายความสารต้านอนุมูลอิสระให้ได้อ่านกันสักนิด เดิมทีร่างกายของเราผลิตสารอนุมูลอิสระ (Free radicals) จากการกระบวนการเผาผลาญเป็นหลัก และปัจจัยภายนอก อย่างการเผชิญกับความเครียด พักผ่อนน้อย สัมผัสกับมลพิษ ควันบุหรี่ กินอาหารที่ไม่ดี หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ หากสารนี้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมร่างกายก็ไม่เกิดผลเสียอะไร แต่ถ้าสารอนุมูลอิสระเพิ่มสูงมากเกินไปก็จะนำไปสู่การอักเสบของเซลล์ และการอักเสบที่เรื้อรังของเซลล์ในส่วนใดส่วนหนึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคได้ ทั้งโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคอื่น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1141 days ago
Read More25/08/2022
Val Kilmer รับอยากกลับไปแสดงเป็น ‘แบทแมน’ อีกครั้ง
หลังจากที่นักแสดง วัล คิลเมอร์ (Val Kilmer) ตัดสินใจกลับมารับบทเป็น 'ไอซ์แมน' อีกครั้ง ในภาพยนตร์ 'Top Gun: Maverick' จนทำให้ผู้ชมหลายคนหายคิดถึงกันไปแล้ว ล่าสุด คิลเมอร์ก็มีความคิดอยากกลับไปสวมชุดอัศวินรัตติกาลอย่าง 'แบทแมน' อีกครั้ง หลังจากที่ตัวเองเคยแสดงไว้ เมื่อ 27 ปีก่อน ล่าสุดคิลเมอร์ได้สนทนาผ่านอีเมลกับ จิม เวชโวดา (Jim Vejvoda) จากสำนักข่าว IGN โดยเวชโวดาถามคิลเมอร์ว่า "ในตอนนี้เรามีหลายจักรวาลเกิดขึ้นมาในโลกภาพยนตร์และหนังสือการ์ตูน นักแสดงที่เคยเล่นเป็นแบทแมนหรือสไปเดอร์แมนในอดีตก็ได้กลับมาร่วมทีมกับคนที่เล่นบทนี้ในปัจจุบันแล้ว แล้วตัวคุณเองสนใจกลับไปเล่นเป็นแบทแมน อีกครั้งไหม?" ซึ่งคิลเมอร์ก็ตอบกลับมาว่า "แน่นอน ได้สิ" ตัวคิลเมอร์นั้นเคยรับบทเป็นแบทแมน ในภาค 'Batman Forever' ปี 1995 ต่อจาก ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) และ อดัม เวสต์ (Adam West) ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาได้แสดงบทบาทนี้เพียงแค่ภาคนี้เท่านั้น เวลาผ่านไป…ปัญญา เสือสิงห์ | 1267 days ago
Read More07/08/2022
งานวิจัยเผย: ความชราและการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สุดสำหรับการเกิดโรคมะเร็ง
อ้างอิงจากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society: ACS) พบว่า การมีอายุมากกว่า 50 ปีและสูบบุหรี่เป็น 2 ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ในขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงนั้นได้แก่ ดัชนีมวลกาย (BMI) อาหาร การออกกำลังกาย และประวัติการเป็นโรคมะเร็งของคนในครอบครัวภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1284 days ago
Read More26/06/2022
งานวิจัยชี้วิตามิน E และ Beta Carotene ไม่ช่วยป้องกันมะเร็ง แต่กลับเพิ่มความเสี่ยง!
คณะทำงานพิเศษเพื่อการป้องกันโรค (U.S. Preventive Services Task Force: USPSTF) ได้ระบุคำแนะนำที่อาจสร้างการสั่นสะเทือนในวงการอาหารเสริมว่า การทานวิตามินอี (Vitamin E) และเบต้าแคโรทีน (beta-carotene) นั้นไม่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease: CVD) หรือโรคมะเร็งได้ เนื่องจากไม่พบหลักฐานที่เพียงพอ!ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1326 days ago
Read More22/06/2021
BioNTech มุ่งเป้าผลิตยารักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี mRNA
ด้วยความสำเร็จของเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) ใช้ในการต่อต้านโควิด-19 ทำให้บริษัทเริ่มมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายต่อไปอย่างการผลิตวัคซีนต่อต้านมะเร็ง ซึ่งไบโอเอ็นเทคเพิ่งเริ่มให้ยาผู้ป่วยในการทดลองระยะที่ 2 แล้ว โดยทดลองทำวัคซีนมะเร็งผิวหนัง ไบโอเอ็นเทคเรียกตัวเองว่าเป็น "บริษัทเจเนอเรชันใหม่ที่บุกเบิกการรักษาโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงอื่น ๆ" ซึ่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี mRNA มีส่วนทำให้เกิดเป้าหมายใหม่ขึ้นมาอย่างการรักษามะเร็ง โดยเรียกชื่อโปรเจกต์ว่า BNT111 เป็นการทดสอบวัคซีน mRNA ร่วมกับยาลิบตาโย (Libtayo) ที่เป็นตัวสร้างแอนติบอดีให้กับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง โดยการทดลองระยะที่ 2 ที่ไบโอเอ็นเทคบอกไว้ มีการรับสมัครผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด 120 ราย ทั้งจากสเปน เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินระยะเวลาการตอบสนองของวัคซีนและแอนติบอดีในผู้ป่วย BNT111 เป็นหนึ่งในวัคซีนมะเร็งที่ออกแบบโดยไบโอเอ็นเทค ภายใต้แพลตฟอร์มฟิกซ์แวค (FixVac) ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จออกมาจริง ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านโรคได้เอง ไม่ต้องอาศัยการรับประทานยาเพื่อบรรรเทาอาการแบบเดิมอีกต่อไป ออสเรม ตูเรซี (Ozlem Tureci) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของไบโอเอ็นเทคกล่าวว่า "การเริ่มต้นทดลองใช้ยาระยะที่ 2 ในครั้งนี้ เรายังคงเดินบนเส้นทางเดิมของเราในการตระหนักถึงศักยภาพของวัคซีน…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1696 days ago
Read More09/06/2021
อัตราการเป็นมะเร็งของ ‘สิงโตทะเล’ เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการทิ้งสารเคมีในน่านน้ำแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดมะเร็งในระดับสูงสุดแก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด โดยเฉพาะสิงโตทะเล และนี่ก็เป็นอีกหนึ่เคส เมื่อเหล่าแพทย์จากเดอะ มารีน แมมอล เซนเตอร์ (The Marine Mammal Center) กำลังช่วยเหลือสิงโตทะเลเพศเมียตัวหนึ่งที่มาเกยตื้นบนฝั่งที่ชายหาดแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้ได้ทันทีเลยว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน สิงโตทะเลตัวนี้ได้รับยาระงับประสาทโดยศูนย์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลในซอซาลิโต เมื่อแพทย์ลองอัลตราซาวนด์ดูระบบภายในร่างกายพบว่ามันมีอาการที่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากไตทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง สุดท้าย แพทย์วินิจฉัยว่าสิงโตทะเลตัวนี้ไม่น่าจะรอดชีวิตได้แน่นอน จึงตัดสินใจทำการการุณยฆาต ตามการศึกษาของฟรอนเทียร์ อิน มารีน ไซเอนซ์ (Frontier in Marine Science) ที่ตีพิมพ์ในเดือนธันวาคมกล่าวไว้ว่าโรคที่ไม่สามารถรักษาได้และมักพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคือโรคมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเกือบ 25% ของสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียที่โตเต็มวัยแล้ว มักจบชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งชนิดนี้ จากการศึกษาที่รวมตัวอย่างจากสิงโตทะเลเกือบ 400 ตัว ในระยะเวลา 20 ปียังพบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งดังกล่าวมาจากสารเคมี 2 ชนิดอย่างยาฆ่าแมลง และโพลีคลอริเนตไบฟีนิล ที่ถูกสั่งห้ามใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว นักวิจัยพบว่าสารเคมีดังกล่าวถูกพบในเนื้อเยื่อของสิงโตทะเลและเป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็ง นักวิจัยกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เพราะนับเป็นอัตราการเกิดมะเร็งในสัตว์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่สัตว์จะเป็นมะเร็งได้ แต่โดยปกติแล้วจะเป็นแบบตัวต่อตัวหรืออาจเป็นจำนวนน้อยมาก แต่ในแคลิฟอร์เนีย พบว่าสิงโตทะเลเป็นมะเร็งที่ระบบทางเดินปัสสาวะค่อนข้างเยอะ เราไม่เคยเห็นตัวเลขที่เยอะขนาดนี้ มันไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย ดังนั้น มลพิษในสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่เราต้องกังวลและย้ำเตือนว่าเราจะต้องใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรให้มากกว่านี้”…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1709 days ago
Read More31/03/2021
หุ่นยนต์จิ๋วระดับไมโคร ช่วยส่งยารักษาเนื้องอกในสมอง
นักวิจัยในประเทศจีนพัฒนาหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่เล็กจนถึงระดับไมโครที่สามารถส่งยาไปยังเนื้อเยื่อในสมองของหนูทดลอง เพื่อรักษาเนื้องอกได้ การวิจัยดังกล่าวอธิบายว่าหุ่นยนต์ขนาดเล็กถูกเคลือบด้วยแบคทีเรียอีโคไล ที่เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้ของคนและสัตว์ หากตัวหุ่นยนต์ถูกเคลือบด้วยแบคทีเรียตัวนี้ จะทำให้หุ่นยนต์สามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ได้ด้วยการหลอกระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ตรวจจับได้ จนสามารถเข้าไปรักษาเนื้องอกในสมองได้ โดยไม่ถูกขับไล่จากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั่นเอง อธิบายง่าย ๆ คือหากจะนำยาเข้าไปรักษาในสมองโดยตรงด้วยการใช้หุ่นยนต์ตัวนี้ ขั้นแรกคือจำเป็นต้องผ่านตัวกรองของสมองที่จะคอยสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปสู่สมองให้ได้ก่อน เพราะว่าสมองจะมีตัวกรองที่เป็นเยื่อ โดยจะอนุญาตให้เพียงแค่สารบางอย่างผ่านเข้าไปได้เท่านั้น ซึ่งพอหุ่นยนต์ไมโครตัวนี้เคลือบด้วยเยื่อของแบคทีเลียอีโคไลที่นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งแปลกปลอม ทางเซลล์เม็ดเลือดขาวจะตรวจจับได้ทันทีและกลืนกินมันเข้าไป จนเมื่อถูกเซลล์เม็ดเลือดขาวกลืนกิน มันก็จะเหมือนเป็นเกราะอีกชั้นหนึ่งที่สามารถพาหุ่นยนต์ตัวนี้แล่นผ่านเข้าไปยังเนื้อเยื่อสมองได้ โดยที่ไม่ถูกเยื่อสมองปฏิเสธนั่นเอง หุ่นยนต์จิ๋วไมโครดังกล่าวมีชื่อว่า ‘neutrobots’ (นิวโทรบอต) ถูกสร้างจากวัสดุที่เป็นแม่เหล็ก ทำให้สามารถทำการควบคุมจากระยะไกลด้วยสนามแม่เหล็กจากภายนอกได้ แม้ดูเหมือนยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้างในการใช้งานไมโครบอตตัวนี้ ซึ่งทางซีกวง วู (Zhiguang Wu) นักเคมีจากฮาร์บิน อินสทิทิวบ์ ฟอร์ เทคโนโลยี (Harbin Institute for Technology) ของประเทศจีนอธิบายว่า “อุปสรรคในเลือดและสมองไม่ได้เป็นอุปสรรคเพียงอย่างเดียวสำหรับไมโครบอตทางเรายังต้องหาวิธีที่เป็นไปได้ในการก้าวข้ามอุปสรรคส่วนใหญ่ในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่อหนาแน่นทำให้เคลื่อนย้ายไมโครบอตในร่างกายได้ยาก” ซึ่งหลังจากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดทางทีมวิจัยก็สามารถพาหุ่นยนต์ไมโครเข้าสู่สมองได้สำเร็จด้วยวิธีการที่ได้เล่าไปแล้วและส่งยาต้านมะเร็งไปยังเนื้องอกที่เป็นเป้าหมายได้โดยตรง ผลการทดลองพบว่านิวโทรบอตสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี มันส่งยาเข้าไปรักษาเซลล์เนื้องอกในสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางผู้วิจัยบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการฉีดยาเข้ากระแสเลือดแบบเดิม ๆ เสียอีก นับว่าเป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ซึ่งทางทีมวิจัยยังบอกอีกว่า นิวโทรบอตตัวนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถประยุกต์นำไปใช้รักษาโรคอื่น ๆ ได้ด้วย อาทิเช่น โรคทางสมองหลายชนิด…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1779 days ago
Read More09/02/2021
นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1829 days ago
Read More27/01/2021
“ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า” ข้อคิดดี ๆ จากหญิงที่โดนมะเร็งกระดูกคร่าชีวิตไปด้วยวัยเพียง 27 ปี
แม้เราจะตระหนักกันดีว่า "ความตาย" เป็นสัจธรรมที่มนุษย์ทุกผู้ทุกคนต้องเผชิญไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่กระนั้นสำหรับคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวหรืออยู่ในสภาวะจิตที่ยังไม่พร้อมรับ ความตายก็ยังเป็นเรื่องน่ากลัวอยู่เสมอ เช่นเดียวกับสาวคนนี้ ฮอลลี บุตเชอร์ เธอเป็นสาววัยเพียง 26 ปี อยู่ในเมืองเกรฟตัน รัฐนิวเซาธ์เวล ประเทศออสเตรเลีย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอก็ใช้ชีวิตปกติอย่างสาวรุ่นทั่วไป ทำงาน หาเงิน มีความสุขกับครอบครัว เพื่อนและคนรักสุชยา เกษจำรัส | 1842 days ago
Read More15/10/2018
Google AI ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมระยะลุกลามได้ดีกว่านักพยาธิวิทยา ให้ความแม่นยำสูงถึง 99%
ทำ AI แข่งเกมโกะกับคนจริงๆ ก็ทำมาแล้ว คราวนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีก็ได้โอกาสสร้าง AI เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์กันบ้าง โดยล่าสุด Google เผยว่า AI อาจกลายเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจจับเซลล์มะเร็ง โดยนักวิจัยของกูเกิลได้ออกแบบและพัฒนาระบบ Deep Learning ที่ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมระยะลุกลามในสไลด์ ได้แม่นยำกว่านักพยาธิวิทยาเสียอีก ซึ่งนักวิจัยได้พัฒนาอัลกอริทึมที่ชื่อว่า Lymph Node Assistant (LYNA) เพื่อจำแนกลักษณะของเนื้องอกจากสไลด์ตัวอย่างทั้งสองชุด จึงสามารถตรวจหาการแพร่กระจายของเนื้อร้ายได้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ AI ยังแยกแยะสไลด์ที่มีเซลล์มะเร็งกับสไลด์ที่ไม่มีเซลล์มะเร็งได้แม่นยำถึง 99% (ในเงื่อนไขที่เหมาะสม) แม้ว่าจะเล็กมากจนนักพยาธิวิทยาอาจหาไม่เจอก็ตาม อัลกอริทึม LYNA จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วย : นักพยาธิวิทยาได้วินิจฉัยแบบจำลอง พบว่า เทคโนโลยี Deep Learning ช่วยทำให้งานของพวกเขา (นักพยาธิวิทยา) ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่ลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อเท่านั้น แต่ยังลดระยะเวลาในการวินิจฉัยให้น้อยลงจาก 2 นาที เหลือแค่ 1 นาที อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังเป็นแค่งานวิจัย และยังไม่ได้นำมาใช้ร่วมกับการวินิจฉัยโรคจริงๆ…Sutiwat Barohimee | 2677 days ago
Read More31/07/2018
นักวิทย์เผยผลวิจัยกินมื้อเย็นเร็วขึ้นลดเสี่ยงมะเร็งแน่นอน
มีรายงานผลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Cancer ที่มีเนื้อหาระบุว่าพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างช่วงเวลารับประทานอาหารเย็นกับอัตราความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก สองรูปแบบยอดฮิตที่เป็นกันมากในผู้หญิงและผู้ชาย คอนเซ็ปต์หลักของการวิจัยครั้งนี้โฟกัสไปที่ระยะห่างของเวลารับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของวันกับเวลาที่คนเราเข้านอน ซึ่งผลวิจัยจากการติดตามผู้เข้าร่วมทดสอบหลายพันคนทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการนอน พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเย็นก่อน 3 ทุ่ม หรือกินก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่รับประทานอาหารเย็นหลัง 4 ทุ่มไปแล้ว หรือกินแล้วนอนทันทีถึง 20% ซึ่งน่าแปลกใจไม่น้อยว่าจากผลการทดสอบที่ปรากฏ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเพราะเหตุใดรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันสามารถส่งผลลัพธ์กับความเสี่ยงเรื่องมะเร็งได้เพียงนี้ bgrณัฐพันธ์ ส่งวิรุฬห์ | 2753 days ago
Read MorePR Partners
See All12/02/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 hours ago
Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล
ขยับเข้ามาใกล้แล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่คนทำเพจ แบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์รอคอยที่สุดงานหนึ่งของปี อย่าง Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ที่ทาง Wisesight จับมือกับ ICONSIAM จัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้กับคนที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปีนี้เขามีแจกกันกว่า 300 รางวัลเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจของปีนี้คือ มีการ "ยกระดับเกณฑ์การตัดสิน" ใหม่ ให้เข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่ตัวเลขไลก์ แชร์ วิว แบบเดิม ๆ แต่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการมาช่วยดูเรื่อง "คุณภาพ"12/02/2026
Thriving Beyond The Storm: เจาะลึกกลยุทธ์ฝ่าพายุเศรษฐกิจ และการปฏิวัติข้อมูลด้วย AI ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026
เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้นจนเข็มทิศแบบเดิมเริ่มพร่าเลือน การพยากรณ์อนาคตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติ แต่เป็นเรื่องของ "ทักษะการอยู่รอด" ปรากฏการณ์นี้ถูกตอกย้ำอย่างชัดเจนในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 สัมมนาเทรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้ธีม "Thriving Beyond The Storm" งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมารวมตัวกันเพื่อฟังบรรยาย แต่คือการระดมสมองครั้งประวัติศาสตร์ของผู้บริหารและคนทำงานนับพันชีวิต เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยก้าวข้ามฉายาอันน่าสะพรึงกลัวอย่าง "Sick Man of Asia" หรือคนป่วยแห่งเอเชีย ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เมื่อพายุสมบูรณ์แบบก่อตัว: โรคเรื้อรังของไทยในวันที่โลกเปลี่ยนระเบียบ บนเวที Vision Stage คุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO แห่ง Like Me Co., Ltd. และผู้ก่อตั้ง Future Trends ได้เปิดเผยข้อมูลที่เปรียบเสมือนการดึงสติคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ได้ประสบเพียงแค่ "ไข้หวัด" ชั่วคราว แต่กำลังเผชิญกับ "โรคเรื้อรังเชิงโครงสร้าง"…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 9 hours ago
Read More06/02/2026
Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรรมสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Healthcare แบบดั้งเดิม เข้าสู่ยุคของ “Healthspan” โจทย์สำคัญในวันนี้ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้อายุยืน (Lifespan) แต่คือการทำอย่างไรให้เรามีช่วงเวลาที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ยาวนานที่สุด (Healthspan) การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การโชว์นวัตกรรม แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงแพทย์ นักวิจัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อลดช่องว่างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสุขภาพ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 6 days ago
Read More05/02/2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !
กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 7 days ago
Read More

























