ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| วิทยาศาสตร์
Read More

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
22/01/2024

นักวิทยาศาสตร์เตรียมทดสอบยาโรคหัวใจตัวแรกของโลกที่มาจากพิษแมงมุม

ปกติแมงมุม หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ ดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกับมนุษย์ แต่ในหลายครั้งที่ความกระหายใครรู้ของมนุษย์ ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนขั้วของพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิตให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ค้นพบว่าพิษจากของแมงมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริ (K'gari funnel-web spider) ประเทศออสเตรเลียมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ จากการศึกษาก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารเคมี Hi1a ในพิษของแมงมุมใยกรวยชนิดนี้ว่ามีฤทธิ์ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอาการหัวใจวาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งในการศึกษาครั้งใหม่ที่ทดสอบในเซลล์ทดลอง และสัตว์ทดลองก็พบว่า Hi1a มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหัวใจได้เทียบเท่ากับยารักษาโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้เกิดผลข้างเคียงในมนุษย์ จากการทดสอบในเซลล์ทดลอง สารจากพิษของแมงมุมชนิดนี้ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่หัวใจเสียหายจากโรคหัวใจ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยลดความเสียหาย และอัตราการตายของเซลล์หัวใจ และสมองจากการขาดออกซิเจน ที่เป็นผลจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ของโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ ปัจจุบันการศึกษาในการใช้สาร Hi1a จากพิษของแมงมมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริในการรักษาโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไก ประโยชน์ และผลกระทบของสารชนิดนี้ในมนุษย์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาผลิตเป็นยา หากยาจากพิษของแมงมุมชนิดนี้สำเร็จ จะเป็นยารักษาโรคหัวใจจากแมงมุมชนิดแรกของโลก โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีคนป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ได้  ที่มา: Sciencedaily
12/01/2024

ค้นพบดีเอ็นเอโบราณที่เป็นต้นตอของโรคยุคปัจจุบัน

กลุ่มนักวิจัยในโครงการการศึกษาดีเอ็นเอโบราณขนาดใหญ่ได้ค้นพบข้อมูลใหม่ที่สามารถอธิบายที่มาของโรคทางระบบประสาทในเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน อย่างโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และโรคอัลไซเมอร์ได้ ทีมนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 175 คนได้ร่วมกันศึกษาดีเอ็นเอจากกระดูก และฟันของมนุษย์โบราณทั่วทวีปยูเรเซียจำนวนกว่า 5,000 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์ในแต่ละประสาท ซึ่งแต่ละชิ้นมาจากแต่ละยุคสมัยต่างกัน ตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500-1,500) ย้อนกลับไปถึง 34,000 ปีในช่วงยุคหินเก่า แล้วนำข้อมูลดีเอ็นเอที่พบมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของมนุษย์ยุคปัจจุบันจำนวน 400,000 คน จนพบความเป็นไปได้ที่บ่งบอกว่าโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นผลจากการวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับเชื้อโรคในยุคโบราณที่มาจากสัตว์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งจัดเป็นหนึ่งในโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีปลอกประสาท และเส้นประสาทจนทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ ทั้งสมอง ดวงตา การกลืนอาหาร ลำไส้ กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาได้ และเป็นต่อเนื่องกันตลอดชีวิต สมมติฐานของนักวิจัยคาดว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีปลอกประสาทเป็นผลมาจากดีเอ็นเอโบราณชนิดหนึ่งที่มนุษย์ในอดีตนั้นวิวัฒนาการมาเพื่อจัดการกับเชื้อโรคบางชนิด เพราะการดำเนินชีวิตในสมัยโบราณ มนุษย์ทั่วโลกนั้นอยู่อาศัยแบบชนเผ่าเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตด้วยการเก็บของป่า ล่าสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ร่างกายจึงพัฒนาภูมิคุ้มกันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันร่างกาย โดยผลการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณกับมนุษย์ยุคปัจจุบันพบว่า มนุษย์ยุคปัจจุบันมีร่างกายที่อ่อนแอกว่า ซึ่งดีเอ็นเอในการต่อต้านเชื้อโรคที่สืบทอดมานี้จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการด้านภูมิคุ้มกัน และการโจมตีเซลล์ของร่างกายจนเกิดการอักเสบขึ้นได้ กลุ่มนักวิจัยคาดว่าดีเอ็นเอโบราณนี้เป็นของกลุ่มยัมนายา (Yamnaya) ชนเผ่าเร่ร่อนในแถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบเอเชียกลางในอดีต เพราะจากการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์พบว่าชาวยัมนายาเป็นชนเผ่าที่เริ่มขี่ม้าเป็นกลุ่มแรก ที่มีการเลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์เพื่อดำรงชีวิต โดยนักวิจัยก็คาดว่าชนเผ่านี้วิวัฒนาการภูมิคุ้มกันขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มีสัตว์เลี้ยง อย่างแกะ และวัวเป็นพาหะ…
08/01/2024

ทำไมฉี่ต้องสีเหลือง กับคำตอบที่นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน

ฉี่หรือปัสสาวะเป็นของเสียจากร่างกายที่มีสีเหลือง เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม หรือบางทีก็ใส แม้จะเป็นของเสียพื้นฐานที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์รู้ว่ามันมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง แล้วถ้าฉี่มีสีที่เปลี่ยนไปสามารถบอกได้ถึงโรคอะไรบ้าง แต่คำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงเป็นสีเหลืองยังคงปริศนาค้างคาใจบรรดานักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์น่าจะไปถึงนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2024 นักวิทยาศาสตร์ได้พบคำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงสีเหลือง โดยเขาพบว่าเป็นผลมาจากเอนไซม์ที่ชื่อบิลิรูบินรีดักเตส (Bilirubin Reductase) ที่ถูกผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจเพียงว่าสีเหลืองจากฉี่เป็นผลมาจากการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงเมื่อเซลล์หมดอายุขัย และนำไปกำจัดผ่านไต และทำให้เกิดสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ที่มีส้มเหลืองขึ้น และส่งไปยังลำไส้ที่มีแบคทีเรียอยู่ หลังจากนั้นแบคทีเรียในลำไส้จะย่อยสลายสารนี้จนกลายเป็นสารสีเหลืองที่ทำให้ฉี่ของเรากลายเป็นสีเหลือง ชื่อว่า ยูโรบิลิน (Urobilin) ถึงอย่างนั้น ชนิดของแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำหน้าที่แยกสารสีเหลืองนี้ออกมาก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การค้นพบเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายมากขึ้น และช่วยสร้างองค์ความรู้สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย อย่างความสัมพันธ์ของฉี่ ไต ลำไส้ แบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ อย่างโรคดีซ่านที่ทำให้เกิดผู้ป่วยตัวเหลือง ตาเหลือง รวมถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทีมนักวิจัยได้ตรวจสอบแบคทีเรียในลำไส้ของผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 1,801 คน เพื่อหายีนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสีในฉี่ และพบว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าร่วมการศึกษานี้มีแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำให้เกิดสีเหลืองในฉี่ เลยยืนยันได้ว่าที่ฉี่ของเราเป็นสีเหลือง ส่วนหนึ่งนั้นมีกลไกมาจากการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ส่วนคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเด็กทารกที่มีอาการดีซ่านจำนวนหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายขาดยีนของแบคทีเรียที่จะช่วยเปลี่ยนสารบิลิรูบินให้กลายเป็นสารสีเหลือง และขับออกมากับฉี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเหล่านั้นขึ้น กล่าวโดยสรุปคือนักวิทยาศาสตร์พบอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้ฉี่กลายเป็นสีเหลือง…
14/08/2020

คนรักดาราศาสตร์ไม่ควรพลาด NARIT จัดเต็มนานากิจกรรมสำหรับคนรักดาว 17 – 23 สิงหาคมนี้ พร้อมกันทั้ง 4 หอดูดาว

หลังจากห่างหายไปนาน เพราะการแพร่ระบาดของโควิด ในที่สุด สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT ก็กลับมาจัดงานใหญ่อีกครั้ง ชวนเยาวชน และประชาชนที่สนใจเที่ยวงาน “NARIT SCIENCE WEEK 2020” สัปดาห์วิทยาศาสตร์สำหรับคนรักดวงดาว 17 - 23 สิงหาคม 2563 ณ หอดูดาวภูมิภาคทั้ง 4 แห่ง เชียงใหม่ โคราช ฉะเชิงเทรา สงขลา นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า NARIT จัดงาน 'สัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2563' หรือ 'NARIT Science Week 2020' ระหว่างวันที่ 17 - 23 สิงหาคม 2563 เนื่องในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ระดมทีมทั้งส่วนกลางและภูมิภาค จัดกิจกรรมดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมกัน 4 แห่ง…
14/07/2020

สุดตระการตา! ภาพแผนที่เอกภพหลากสีฉบับล่าสุดอาจช่วยไขปริศนาเอกภพด้วยรังสีเอกซเรย์

เอกภพของเราหน้าตาเป็นอย่างไร? มีสีสันไหม?  น่าเสียดายเหลือเกินว่า การมองเห็นของมนุษย์เรามีขีดจำกัดอย่างยิ่ง ดวงตาของมนุษย์เราสามารถมองเห็นได้เพียงช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็นได้เท่านั้น วิสัยทัศน์ของเราจึงไม่อาจมองทะลุม่านหมอกละอองแห่งดวงดาวที่มีอยู่ทั่วทั้งจักรวาลได้ แต่ถ้าหากเราสามารถมองเห็นคลื่นในช่วงรังสีเอกซเรย์ได้ล่ะ เราคงได้เห็นเอกภพมีแสงเรืองรองงดงาม เต็มเปี่ยมไปด้วยนานาสีสัน ความรู้สึกที่ได้เห็นก็คงคล้ายกับภาพที่นักวิทยาศาสตร์แต่งแต้มเติมสีให้เราได้ทึ่งกันเช่นนี้แหละ  ภาพที่เห็นนี้ไม่ใช่ภาพจำลองจากจินตนาการแต่อย่างใด แต่เป็นภาพที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลจากการตรวจจับรังสีเอกซเรย์ด้วยกล้องโทรทรรศน์ eROSITA (Extended Roentgen Survey with an Imaging Telescope Array) ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในภารกิจดาวเทียมเยอรมัน - รัสเซีย Spectrum-Röntgen-Gamma หรือ Spektr-RG มาประมวลผล แล้วเติมสีสันลงไป หลังสอดส่องไปทั่วท้องฟ้านานหกเดือน กล้องโทรทรรศน์ eROSITA ก็ค้นพบแหล่งกำเนิดรังสีเอกซเรย์มากกว่าล้านจุด ซึ่งรวมไปถึง หลุมดำใหญ่ยักษ์ บรรดากระจุกกาแล็กซี เศษซากที่หลงเหลือของระเบิดซูเปอร์โนวา และวัตถุอื่น ๆ อีกมากที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ตามแถลงการณ์ของสถาบันฟิสิกส์นอกโลกมักซ์พลังค์ (Max Planck Institute for Extraterrestrial Physics ) ในเยอรมัน จำนวนแหล่งเอกซเรย์ที่ค้นพบในครั้งนี้ นับเป็นปริมาณทวีคูณเมื่อเทียบกับจำนวนแหล่งรังสีเอกซเรย์ที่เราเคยค้นพบมาตลอดในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ในประวัติศาสตร์ของการศึกษาดาราศาสตร์ด้วยรังสีเอกซ์เรย์ ข้อมูลมหาศาลในแผนที่นี้…
03/06/2020

เปิดโลกทัศน์ด้วยศาสตร์แห่งอนาคต! รวม 28 คอร์สดาราศาสตร์เรียนฟรี รู้ทันก่อนเข้าสู่ยุคอวกาศ (ภาค 1)

แม้จะยังอยู่ในยุคโควิด แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าห้วงเวลานี้ก็ถือเป็นยุคทองของเทคโนโลยีและการเรียนรู้เช่นเดียวกัน ความสำเร็จในการนำมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศโดย SpaceX บริษัทภาคเอกชนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เกิดความตื่นตัวไปทั่ว อีกไม่ช้า เรื่องราวดาราศาสตร์และอวกาศจะใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อย ๆ  เพื่อเข้าสู่ยุคอวกาศอย่างเท่าทันไปด้วยกัน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) สถาบันเพื่อการวิจัยดาราศาสตร์หนึ่งเดียวของไทย แนะนำคอร์สดาราศาสตร์ออนไลน์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกไว้ถึง 57 คอร์สด้วยกัน แต่เพื่อผู้เริ่มต้นและผู้เริ่มสนใจ เราจึงคัดสรรเฉพาะ 28 คอร์สเรียนดาราศาสตร์ออนไลน์ฟรีที่ผู้ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนได้มาแนะนำ โดยคลาสเรียนเหล่านี้ จะเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด คอร์สเรียนดาราศาสตร์ออนไลน์ฟรีทั้ง 28 คอร์ส แบ่งออกเป็นคอร์สจากเว็บไซต์ OpenLearn FutureLearn EdX และ Coursera โดยเราได้ไล่เรียงตามความเข้มข้นยากง่ายของเนื้อหา ในบทความนี้จะนำเสนอเบื้องต้นก่อน 16 คอร์สแรก และมีภาคต่อเป็นคอร์สที่มีเนื้อหาลึกขึ้นอีก 12 คอร์ส (สำหรับภาคหลัง ไม่ต้องมีพื้นฐานก็เรียนได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องมีความรู้ฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายมาบ้าง)  บางคอร์สเป็นคอร์สเรียนฟรีเท่านั้นไม่มีประกาศนียบัตร  บางคอร์สก็มีใบรับรองให้หากบริจาคหรือลงเรียนแบบเสียค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด สำหรับเงื่อนไขของผู้เรียน สนใจแบบไหนลองอ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนลงเรียนกันนะครับ สนใจคอร์สไหน กดที่ชื่อคอร์สได้เลย เราลงลิงก์ไว้ให้แล้ว 7 คอร์สดาราศาสตร์ขั้นต้นจาก OpenLearn Open Learn เป็นเว็บไซต์เพื่อการศึกษาฟรี…
AI
Woman in nature in the mountains of Sardinia, Italy
25/10/2019

นักวิจัยจาก Google พัฒนา AI ที่สามารถวิเคราะห์กลิ่นต่าง ๆ จากโครงสร้างโมเลกุล!

เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักทำน้ำหอม และนักวิทยาศาสตร์ต้องเจอปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของโมเลกุลและกลิ่น ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจดูความยาวของคลื่นแสงเพื่อระบุสีได้ แต่เมื่อมาเป็นเรื่องของกลิ่นนักวิทยาศาสตร์กลับไม่สามารถตรวจดูเพียงแค่โมเลกุลแล้วระบุกลิ่นออกมาได้ แต่ตอนนี้นักวิจัยจาก Google Brain Team กำลังทำในสิ่งที่แตกต่าง! เมื่อพวกเขาคาดว่า พวกเขาสามารถสร้าง AI ที่แยกแยะกลิ่นได้ งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ใน Arxiv พวกเขาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบว่า ทีมวิจัยจะสร้างข้อมูลเซ็ตโมเลกุลกว่า 5,000 แบบที่ได้จากน้ำหอม และตั้งชื่อโมเลกุลเหล่านั้นตามกลิ่น เช่น buttery, tropical และ weedy เพื่อใช้ในการฝึก AI ทีมใช้ข้อมูลประมาณ 2-3 ชุดในการฝึกให้ AI เชื่อมโยงโมเลกุลกับกลิ่น หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบระบบและ AI ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว AI สามารถจับคู่โมเลกุลกลิ่น กับโครงสร้างได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงมีกลิ่นบางกลิ่นที่ยากต่อการแยก เช่น กลิ่น woody และ earthy หรือบางครั้งก็มีกลิ่นที่มีอะตอมเหมือนกัน มีพันธะเหมือนกัน แต่มีตำแหน่งการจัดเรียงที่เหมือนกระจก สะท้อนกันและกัน ทำให้ได้กลิ่นที่แตกต่าง พวกมันถูกเรียกว่า Chiral เป็นเหมือนคู่กลิ่นที่ยากต่อการแยก และมันจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อกลิ่นต่าง ๆ ถูกรวมเข้าด้วยกัน…
Natnaree TK | 2295 days ago
Read More
16/05/2019

เผยแชมป์ FameLab Thailand Competition 2019 นักเล่าเรื่องราว “วิทย์ฯ” ให้เข้าใจง่ายใน 3 นาที

“FameLab Thailand 2019” เวทีนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ระดับโลกในประเทศไทย ให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายใน 3 นาที จัดขึ้นแล้วเป็นปีที่ 4 โดยความร่วมมือระหว่าง บริติช เคานซิล กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทรู คอร์ปอเรชั่น สวทช. สอวช. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ยูรักเซส (EURAXESS) เพื่อเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันบนเวที FameLab International 2019 ในเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก “Cheltenham Science Festival” ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 5 - 6 มิถุนายน 2562 โครงการ FameLab Thailand 2019 ในปีนี้ถือว่าเข้มข้นและเต็มไปด้วยคุณภาพกับผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ที่มีทั้งนักศึกษา นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์แบบอัดแน่น และทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ได้ฝึกฝนกับ ดัลลาส…
18/01/2019

นานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้อง “Makerspace Room” มุ่งเน้นเสริมความรู้ไอทีให้นักเรียน

โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้องนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Makerspace Room) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องมือสำหรับนักเรียน MYP ARTS, การออกแบบ, วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน ประโยชน์ของ Makerspace Room ห้อง Makerspace Room เป็นพื้นที่ทำงานภายในโรงเรียนที่การเรียนรู้แบบดั้งเดิมตรงตามการใช้งานจริง เราเริ่มจากทฤษฎีไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำงานที่สร้างขึ้นสำหรับนักเรียนและครู เน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้นักเรียนมีความอยากรู้ อยากเห็น ให้เริ่มต้นกับทฤษฎีและการใช้งานในเวลาที่รวดเร็วที่สุด ภายในห้อง Makerspace Room นี้ประกอบไปด้วย หลอดเลเซอร์ CO2 สำหรับตัดและแกะสลักไม้และอะคริลิค มีบอร์ดเครื่องมือซึ่งคุณสามารถรับวัสดุได้ทันที นอกจากนี้ยังมีเครื่องพิมพ์ 3D ซึ่งสามารถตอบสนองทุกดีไซน์ โดยใช้เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์, เส้นใย ABS, เส้นใยปลา, เส้นใยไม้หรือเส้นใย PET ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์การออกแบบใด ๆ สามารถพิมพ์และส่งเป็นชุดคำสั่งในภาษาเครื่อง (G-code) เพื่อให้เครื่องพิมพ์ดำเนินการได้ อีกเครื่องในห้องคือเครื่องขัดไม้และอะครีลิคและเครื่องกลึงไม้ เครื่องเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเครื่องพิมพ์ 3 มิติในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์เสร็จแล้ว นักเรียนจะเข้าใจแนวคิดและการใช้งานของมันได้ง่าย และ สนับสนุนให้นักเรียนได้รับความคิดใหม่ ๆ ด้วยความช่วยเหลือของ Makerspace พื้นที่ห้องเรียนนี้จะช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่และด้านความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาที่ถูกระงับไว้เนื่องจากการเรียนรู้รูปแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังจะลดเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีเนื่องจากวัสดุพร้อมใช้งาน ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม นักเรียนสามารถเห็นภาพและประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่กำหนด…
17/01/2019

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ 4 ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ 3 เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม…
27/08/2018

สสวท. ประกาศผลแข่งขัน STEM Young Pilot Challenge 2018

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท.ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรลส์-รอยซ์ (ประเทศไทย)  จัดแข่งขัน STEM Young Pilot Challenge 2018 ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมทั้งได้มอบรางวัลแก่ทุกทีมแล้ว ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ผลการแข่งขันปรากฏดังนี้ การแข่งขันเครื่องร่อน ประเภทร่อนนานปล่อยด้วยมือ ระดับประถมศึกษา รางวัลภาควิชาการ จํานวน 1 รางวัล รางวัลละ 1,500 บาท ได้แก่ โรงเรียนวัดหนองสมัคร (มูลนิธิสุขาวดีอุปถัมภ์) ทีม 1 จ.สระบุรี   รางวัลความสามารถในการบิน จํานวน 1 รางวัล รางวัลละ 1,500 บาท ได้แก่ โรงเรียนพิมายสามัคคี 1ทีม 2   จ.นครราชสีมา  รางวัลคะแนนรวม จํานวน 3 รางวัล โดยรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 6,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ โรงเรียนพิมายสามัคคี 1 ทีม 2จ.นครราชสีมา   รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ โรงเรียนพิมายสามัคคี 1 ทีม 1 จ.นครราชสีมา  รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ โรงเรียนนิคม 2 (ตชด.สงเคราะห์) ทีม 1 จ.ศรีสะเกษ การแข่งขันเครื่องบินพลังยาง…
06/05/2017

แอดมินเพจ KFC จะว่ายังไง เมื่อหนุ่มไทยเอาถังใส่ไก่ทอดไปทำเครื่องบิน

ไม่รู้จะบอกว่าเกรียน บ้า หรือโคตรอัจฉริยะดี กับ ปีเตอร์ ศรีพล (Peter Sripol - ถ้าเขียนชื่อไทยผิดขออภัยนะครับ) นักศึกษาการบินจากวิทยาลัยชุมชนคลาร์กสเตท ที่เอาปรากฏการณ์แม็กนัส (Magnus Effect) มาดัดแปลง ให้ถังใส่ไก่ทอดเคเอฟซี กลายเป็นปีกใบพัดเครื่องบินได้อย่างเจ๋งไปเลย https://youtu.be/K6geOms33Dk?t=649 ปรากฏการณ์แม็กนัส เป็นปรากฏการณ์ที่นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษชื่อ ลอร์ด เรย์ลี ได้ตั้งชื่อตามนักวิจัยชาวเยอรมัน เฮนริค กุสตาฟ แม็กนัส เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ลูกบอลซึ่งกำลังหมุนอยู่ สามารถพุ่งเป็นเส้นโค้งได้ หรือที่เรามักจะเห็นบ่อย ๆ ในกีฬาหลายๆประเภทเช่น ลูกปั่นไซด์โค้งเข้าประตูของเกมฟุตบอลครับ ปรากฏการณ์นี้ถูกอธิบายอิงจาก หลักของแบร์นูลลี (Bernoulli's principle) ที่อธิบายว่า เมื่อความเร็วของไหลเพิ่มขึ้นแรงดันจะลดลง เมื่อดูจากภาพด้านบนจะเข้าใจมากขึ้นครับ ว่าขณะที่ลูกบอลหมุนแหวกอากาศไปนั้น มันจะดึงเอาอากาศรอบ ๆ ตัวให้หมุนไปด้วย ด้านบนที่หมุนตามกระแสลมก็จะยิ่งทำให้ลมวิ่งผ่านลูกบอลไปเร็วขึ้น ก่อให้อากาศบริเวณนั้นเบาบางลงมีแรงดันน้อยลง ส่วนฝั่งด้านล่างของลูกบอลที่หมุนเข้าปะทะกระแสลมก็จะทำให้ลมผ่านบอลไปได้ช้ากว่า อากาศบริเวณนั้นจึงมีแรงดันสูงกว่าฝั่งด้านบนของลูกบอล ทำให้เกิดแรงยกลูกบอลให้วิ่งโค้งขึ้นไปครับ (เข้าใจเวลานักบอลเตะลูกโค้งเหินยิงนกออกหลังแล้วใช่มั้ยครับ 555) ลองดูคลิปด้านล่างนี้จะเห็นว่าแค่การหมุนลูกบอลก็ทำให้ลูกบอลบินได้แล้วครับ https://youtu.be/2OSrvzNW9FE?t=10 ถ้าเข้าใจปรากฏการณ์แม็กนัสนี้แล้ว ก็จะพบว่าเป็นหลักการเดียวกับการออกแบบปีกเครื่องบินนั่นเองครับ เพียงแต่เครื่องบินหมุนไม่ได้แบบลูกบอล เขาจึงออกแบบปีกเครื่องบินให้ส่วนด้านบนอากาศไหลผ่านไปได้เร็วกว่าส่วนด้านล่างทำให้เกิดแรงยกตัวปีกขึ้น ทำให้เครื่องบินลอยในอากาศได้ ในอีกทางหนึ่งถ้าเอาวัตถุหมุนได้มาทำให้เกิดปรากฏการณ์แม็กนัสมันก็จะบินได้เหมือนเครื่องบินเหมือนกัน  ตอนนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับคลิปวิดีโอนี้อยู่เราก็ต้องรู้สึกสะดุดกับชื่อที่คล้ายคนไทยเหลือเกิน…
06/04/2017

MindGamers: ใครไม่แน่จริง ไม่เนิร์ดจริง อย่าเสี่ยงครับ

สรุปก่อนเลย เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาว คิดว่าคนเขียนบทต้องเป็นคนระดับ สตีเฟน ฮอว์คิง ที่กำลังเมากาวอยู่แน่นอน ตอนดูหนังอยู่คิดเลยว่าแล้วตูจะเล่าเรื่องย่อยังไงเนี่ย ให้เปรียบเทียบมันคือ หนังที่ยกฉากใน The Matrix ที่ นีโอ สนทนาปรัชญากับ สถาปนิก แล้วบวกความยาวพิเศษชั่วโมงครึ่งเข้าไป คนดูเองต้องอัจฉริยะพอนะถึงจะว้าวกับหนังได้ ถึงบอกว่าใครไม่แน่จริงไม่เนิร์ดจริงอย่าเสี่ยงเลย เข้าไปหลับแล้วด่าหนังเปล่า ๆ [su_heading size="18"]มารีวิวยาว ๆ กัน[/su_heading] หนังเรื่องนี้ได้ผู้กำกับและเขียนบทที่ไม่มีผลงานดังในบ้านเรามาก่อนอย่าง แอนดรูว์ กอธ มากำกับ (จริง ๆ คือไม่เคยเห็นหนังแกดังที่ไหนมาก่อนเลย) ซึ่งเมื่อแอบไปส่องผลงานเก่า ๆ ของเฮียแกต้องบอกว่าเรื่องนี้ฝีมือก้าวกระโดดขึ้นจากหนังเกรดบีมากทีเดียว หนังยังมีดาราดังที่พอคุ้นหน้าคุ้นตาบ้างสองคน คือ แซม นีลล์ (Jurassic Park) และ ทอม เพย์น (The Walking Dead) มาแสดงนำ รวมถึงมีอีเว้นท์โปรโมทหนังที่น่าสนใจมากอย่างการจัดแข่งขันแก้ปริศนาของทีมอัจฉริยะจากทั่วโลกที่ทำร่วมกับ Red Bull (อารมณ์รายการอัจฉริยะข้ามคืนบ้านเรา) นอกจากนั้นในรอบปฐมทัศน์ที่อเมริกาเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยังมีการทดลองให้ผู้ชมกว่า 1,000 คน ใส่เครื่องวัดคลื่นสมองเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เก็บค่าการรับรู้ระหว่างดูหนังเรื่องนี้พร้อมกันเป็นครั้งแรกในโลกด้วย คือพยายามดึงความเป็นไซไฟเข้ามาโปรโมทเต็มที่เลยล่ะ…
24/08/2016

เซลล์ขยันพันธุ์เดือด: การ์ตูนความรู้ร่างกายมนุษย์ที่สนุกกว่าที่คิด

เจอหนังสือการ์ตูนออกใหม่เรื่อง เซลล์ขยันพันธุ์เดือด (Hataraku Saibou - Cells at Work!) ผลงานของ Akane Shimizu ยอมรับว่าพลิกดูปกไปมาวันแรกที่มันวางแผง ก็รู้สึกว่าคงเป็นการ์ตูนที่เอาเรื่องราวเซลล์ในร่างกายมายำๆ มั่วๆ ให้เป็นเรื่องเป็นราวแบบไม่ได้อะไรเท่านั้น จนผ่านมาสัปดาห์ลองตัดใจซื้อมาอ่านดู จึงได้พบว่า เฮ้ย สนุกกว่าที่คิดนี่หว่า

PR Partners

See All
Read More

ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !

กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "ดาต้า" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours:
03/02/2026

กลับมาอีกครั้ง ! กับงานสัมมนาแห่งปี ‘Future Trends Ahead Summit 2026’

กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจและการตลาดกันอีกครั้งครับ สำหรับงานสัมมนาที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ภายใต้ธีม ‘Thriving Beyond The Storm’ หรือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจฝ่าฟันพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่การตลาดที่พลิกผันไปทุกวินาที ความพิเศษของงานในปีนี้คือการถอดรหัสเนื้อหาอันเข้มข้นมาจากหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill’ มาขยายความบนเวทีจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกกว่า 14 แห่ง ได้แก่ หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Accenture, InnovestX, Ipsos, TrendWatching และโรงพยาบาลศิริราช ที่มาร่วมกันกลั่นกรองข้อมูลจนได้ออกมาเป็น 12 เทรนด์ประเทศไทย และ 12 เทรนด์ธุรกิจ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญให้เรานำไปปรับใช้กับองค์กรได้ทันที ภายในงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ Paragon Hall ชั้น 5…
03/02/2026

แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ

ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูทแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น ทีมงานจะไม่ใช่แค่คนรับจ้างทำ แต่เป็นโคชที่จะแนะวิธีใช้เครื่องมือลับและ AI บน Canva ให้คุณลงมือกู้ชีพงานด้วยตัวเอง จากไฟล์งานที่นอนแน่นิ่ง จะกลับมามีชีวิตชีวา พร้อมคืนความมั่นใจให้เจ้าของงานอีกครั้ง ปฏิบัติการนี้ไม่ได้อยู่แค่ในบูท แต่ Canva จับมือกับ ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) ลงพื้นที่จริง ณ ซอยพระยาสิงหเสนี ย่านหัวลำโพง ด้วยการใช้พลังแห่งดีไซน์พลิกโฉมร้านค้าเก่าแก่กว่า 10 แห่ง ให้กลับมาโมเดิร์นน่าแวะเวียน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม เปลี่ยนตรอกที่เคยเงียบเหงา…
02/02/2026

ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026

ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์ แบ่งออกเป็น 2 ทีม คือ Team England และ Team World บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ของ Reignwood Park จังหวัดปทุมธานี ตัวสนามถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ด้วยขนาด 18 หลุม ความยาวถึง 7,591 หลา รองรับไลฟ์สไตล์ Ultra-Luxury…