ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| วิทยาศาสตร์
Read More

ปฏิวัติวงการ ! Foundation Alloy สตาร์ตอัปสายวิทยาศาสตร์วัสดุ คิดค้นเทคนิค ‘ผสมโลหะแบบใหม่’ ทนทานระดับซูเปอร์โลหะ ช่วยประหยัดพลังงาน 10 เท่า

พลิกโฉมวงการผลิตโลหะ เมื่อ Foundation Alloy บริษัทสตาร์ตอัปสายวิทยาศาสตร์วัสดุสามารถคิดค้นเทคนิคใหม่ในการผสมโลหะที่แข็งแรงทนทานได้เทียบเท่ากับซูเปอร์โลหะ โดยที่ไม่ต้องหลอมละลาย หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นไอเดียริเริ่มเท่านั้น แต่เทคนิคใหม่นี้กำลังจะถูกสร้างเป็นผลิตภัณฑ์จริง ๆ หลังสามารถปิดดีล การระดมทุนภายนอกรอบแรกจากนักลงทุนเพื่อนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ (Series A) รับเงินระดมทุนกว่า 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 734 ล้านบาท) ได้สำเร็จ ปัจจุบันความต้องการวัสดุขั้นสูงที่พิเศษมากกว่าวัสดุทั่วไปกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมากทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อความมั่นคงทางทหาร (อาทิ โดรน) สินค้าหรู และสินค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กระบวนการหลอมใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาความร้อน สำหรับ การผสมโลหะ วิธีที่เราคุ้นกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือการหลอม ที่ต้องนำโลหะมาผ่านความร้อนด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่าจุดหลอมเหลว จนเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้พลังงานสูงและควบคุมได้ยาก อีกทั้งต้นทุนที่สูงจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงและเตาหลอม นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากฝุ่น ควัน และของเสียอันตราย ที่สำคัญเลยคืออาจทำให้เกิดข้อบกพร่องของชิ้นงานที่เป็นรอยร้าวหรือความพรุนของเนื้อสัมผัสได้ แต่ Foundation Alloys จะผสมโลหะด้วยกระบวนการแปรรูปในสถานะของแข็ง ซึ่งการไม่ผ่านการหลอมเหลว ข้อดีคือโลหะที่ได้จะมีความแข็งแรงสม่ำเสมอ และใช้พลังงานน้อยลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า แต่ความทนทานอยู่ในระดับซูเปอร์โลหะ ความท้าทายด้วยชิ้นงานระดับ A+ ของ Foundation Alloy…
06/08/2025

[บทความ] ทำไม 1 วันบนดวงจันทร์ ถึงยาวนานเกือบ 4 สัปดาห์บนโลก ?

หลายคนอาจจินตนาการถึงการใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า "หนึ่งวัน" บนนั้นยาวนานแค่ไหน ? คำตอบคือ หนึ่งวันบนดวงจันทร์ (นับจากพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง) มีระยะเวลายาวนานถึงประมาณ 29.5 วันของโลก หรือเกือบ 4 สัปดาห์เต็ม ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากกลไกทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งซึ่งเรียกว่า "การหมุนสมวาร" (Synchronous Rotation) การหมุนที่ถูกล็อกด้วยแรงโน้มถ่วง สาเหตุหลักที่ทำให้วันบนดวงจันทร์ยาวนาน มาจากการที่ดวงจันทร์ถูก "ล็อก" ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Tidal Locking) มาเป็นเวลานับพันล้านปี ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า Synchronous Rotation ซึ่งหมายถึง ดวงจันทร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ เท่ากับเวลาที่ใช้ในการโคจรรอบโลก 1 รอบพอดี ตามข้อมูลจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ดวงจันทร์ใช้เวลาโคจรรอบโลก (Orbital Period) และหมุนรอบตัวเอง (Rotational Period) ประมาณ 27.3 วันเมื่อเทียบกับดาวพื้นหลัง (ดาวที่อยู่ไกลออกไป) ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวเสมอ ซึ่งเรียกว่า "ด้านใกล้" (Near Side)…
26/03/2025

เคมบริดจ์สร้าง Aardvark Weather: AI พยากรณ์อากาศที่เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ รันได้บนเดสก์ท็อป

ปีก่อนหลายคนได้เห็นการเปิดตัว GraphCast AI ของทาง DeepMind ที่ใช้ AI ในการพยากรณ์อากาศ ซึ่งล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้สร้าง Aardvark Weather ปัญญาประดิษฐ์ที่แบบเดียวกันขึ้น พร้อมกับบอกว่า AI ตัวนี้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพเหนือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การพยากรณ์อากาศแบบดั้งเดิมต้องการซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล ซึ่งใช้พลังงานและเวลาในการประมวลผลสภาพอากาศ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้สร้าง AI ที่ชื่อว่า Aardvark Weather ด้วยการเรียนรู้แบบ Machine Learning ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการประมวลผลสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศให้เร็วขึ้นหลายเท่า จากหลายชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่นาที และใช้ข้อมูลน้อยลงกว่าการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถึง 9 เท่า โดยที่สามารถรันบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปทั่วไปได้ด้วย ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ทีมวิจัยใช้ระยะเวลาเพียง 18 เดือน เพื่อสร้าง Aardvark Weather ให้มีความแม่นยำใกล้เคียงกับระบบพยากรณ์อากาศแบบดั้งเดิมที่ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุด อย่าง GFS (Global Forecast System) หรือระบบพยากรณ์อากาศทั่วโลกของสหรัฐอเมริกา Aardvark Weather อาศัยข้อมูลดิบจากดาวเทียม สถานีอากาศ เรือ และบอลลูนพยากรณ์อากาศในการประมวลผล โดยเฉพาะข้อมูลจากดาวเทียมจะช่วยให้ Aardvark Weather สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำขึ้นในหลาย…
10/03/2025

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
17/11/2021

“เธอสิผิด ฉันสิถูก” เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมเรามักโทษคนอื่น

ในทางการแพทย์เรามักได้ยินว่าคุณหมอ พยาบาล คนที่ดูแลผู้ป่วยที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไข้นั้นไม่ควรที่จะรักษาดูแลคนรักหรือครอบครัวที่รู้จัก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วคนที่น่าจะรู้จักและใส่ใจคนไข้เหล่านั้นดีที่สุดน่าจะเป็นพวกเขาไม่ใช่เหรอ เราเคยได้ยินเรื่องราวหลายต่อหลายครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฉุกเฉินของคนที่ตัวเองรักนั้นมักจะทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจผิดพลาด และสับสนจนกลายเป็นปัญหาที่ตามมาภายหลัง  มันอาจจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความรู้สึกแคร์คนไข้ที่เป็นคนรักมากเกินไปจนทำให้ตัดสินใจผิดพลาด แต่ความจริงบางอย่างที่ลึกเข้าไปข้างในมากกว่านั้นที่เรียกว่า “Self Serving Bias” หรือ “อคติจากการเข้าข้างตัวเอง” ที่ต้นเหตุของปัญหาต่างหาก Self Serving Bias นั้นเป็นปัจจัยภายในที่อยู่ตัวเราทุกคนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ เป็นความเอนเอียงที่ทำให้เราคิดว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากตัวเรา และสิ่งที่ไม่ดีและเป็นผลลบนั้นมาข้างนอก คนอื่น หรือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรานั่นเอง มันเกิดขึ้นได้ในหลาย ๆ รูปแบบ ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไปจนถึงการทำงานกับคนอื่น ๆ อย่างในกิจกรรมการแข่งขันเช่นกีฬา หน้าที่การงาน ไปจนถึงเหตุการณ์ที่ซับซ้อนและต้องใช้กระบวนการตัดสินใจที่ยุ่งยากด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อย้อนกลับไปที่คำถามในตอนแรกว่าทำไมคนที่หมอไม่ควรรักษาคนไข้ที่เป็นคนรักคนสนิท ก็เพราะว่าตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วเราจะโทษสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก่อน ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมาภายหลังก็จะโทษคนอื่น ๆ ไม่อยากรับผิดชอบ เพราะอยากจะรักษาสิ่งที่เรียกว่า “ความมั่นใจ” ของตัวเองเอาไว้นั่นเอง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่รักตัวเอง เพราะฉะนั้นเหตุผลหลักที่ทำให้เราโทษคนอื่นก่อนเลยก็คือการป้องกันตัวเอง เป็นสัญชาตญาณที่พยายามไม่แปลกแยกจากกลุ่ม ชี้ไปหาคนอื่นก่อนเพื่อให้ตัวเองนั้นอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่มากกว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่ในวงการแพทย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างที่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันอยู่บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่นช่วงที่ผ่านมานั้นเหรียญคริปโตต่าง…
17/10/2021

ทลายทฤษฎีเดิม เมื่อ “Big Bang” อาจไม่ใช่จุดกำเนิดของเอกภพอีกต่อไป!

การศึกษาล่าสุดกลับมีหลายสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ หรือว่านี่อาจจะไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเอกภพของที่เราคิด!
สีขาว
22/09/2021

นักวิทย์คิดค้นสีขาวที่ “ขาวที่สุดในโลก” สะท้อนความร้อนได้ดีจนแทบจะไม่ต้องติดแอร์!

าคงเคยได้ยินข่าวทีี่มีบริษัทแห่งหนึ่งคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า 'Vantablack' หรือสีดำที่ "ดำสนิท" ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการสร้างมา ซึ่งเป็นสีที่ค่าการดูดกลืนแสงถึง 99.96% จนไม่สามารถสะท้อนแสงได้ แต่คราวนี้ มีอีกการวิจัยที่ประสบความสำเร็จในการผลิตสีขาวที่ "ขาวที่สุดในโลก" ที่ไม่ใช่แค่ขาวสะใจคนชอบความมินิมอลเฉย ๆ แต่ความขาวนี้ยังมีประโยชน์ในการสร้างอาคารที่อาจไม่ต้องใช้แอร์อีกต่อไป!
ig nobel 2021
11/09/2021

รวบตึงงานวิจัยแปลกสุดจึ้ง จากงานประกาศรางวัล ‘Ig Nobel’ ประจำปี 2021

งานประกาศรางวัล 'อิกโนเบล' (Ig Nobel Prize) ประจำปี 2021 เพื่อมอบรางวัลให้แก่งานวิจัยในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ดูน่าขบขัน แปลกประหลาด ฟังดูเพี้ยน ๆ ในทีแรก แต่เป็นงานวิจัยสุดจึ้งที่ไม่ใช่แค่คิดเอาขำ ทำเอาฮา ทว่ากลับแฝงไปด้วยสาระและหลักการที่หลายครั้งก็ใช้ได้จริงและน่าทึ่ง
19/06/2021

6 ประเด็นลี้ลับช่วยไขปริศนาโลก มูลเหตุที่ทำให้ 3 ภารกิจอวกาศต่างมุ่งหน้าไป ‘ดาวศุกร์’

หลังจากรอคอยมานานหลายปี ล่าสุดยานอวกาศหลายลำก็กำลังจะได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังดาวศุกร์เสียที ถือเป็นข่าวใหญที่ทำให้แวดวงดาราศาสตร์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยหน่วยงานด้านอวกาศของโลกอย่างนาซาได้อนุมัติภารกิจใหม่ที่จะส่งยานไปดาวศุกร์ถึง 2 ภารกิจ
19/06/2021

หลบไปความมืดมิด! ดวงอาทิตย์จะสาดส่องยาวนานที่สุดในรอบปี 21 มิ.ย. นี้

หลายคนอาจรู้สึกว่าทำไมแดดช่วงนี้ถึงได้อยู่กับเรานานเป็นพิเศษ เหตุก็คือกำลังจะเข้าสู่ “วันครีษมายัน” หรือวันที่มีช่วงเวลายาวนานที่สุดในรอบปีในวันที่ 21 มิ.ย. นี้ นั่นเอง นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เป็น “วันครีษมายัน” (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) ที่มีเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. ตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที จึงเป็นวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศทางซีกโลกใต้  เหตุที่แต่ละช่วงของปี ดวงอาทิตย์ขึ้นตกแตกต่างกันไป เป็นเพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ หมุนรอบตัวเอง อีกทั้งยังมีแกนโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแกนตั้งฉากกับระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ระหว่างโคจรไป บริเวณต่าง…
30/05/2021

‘มวนเพชฌฆาต’ มือสังหารโหด ตัดหัวมดมาติดตามตัวเพื่อเป็นเกราะกำบัง

มวนเพชฌฆาต (Assassin bug) เป็นกลุ่มแมลงชนิดหนึ่งที่มักเรียกว่า “มวน” หรือ “Bugs” เป็นกลุ่มแมลงที่มีมากเป็นอันดับที่ 6 ของแมลงทั้งหมด มีจำนวนถึง 44 วงศ์ (Family) มีทั้งเป็นแมลงที่อาศัยอยู่บนบกและหลายชนิดอาศัยในน้ำ จัดเป็นแมลงขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีสีดำหรือน้ำตาล แมลงในวงศ์นี้ส่วนใหญ่เป็นตัวห้ำ ดูดกินของเหลวในตัวแมลงอื่นเป็นอาหาร และบางชนิดดูดกินเลือดสัตว์ แต่ก็มีหลายชนิดที่ชอบดูดเลือดสัตว์ใหญ่ที่เป็นสัตว์เลือดอุ่น รวมทั้งคนเราด้วย เมื่อเราถูกมันต่อย จะทำให้เกิดเป็นแผลผื่นแดง และเจ็บปวด ตัวมวนเพชฌฆาตนี้พบได้ในประเทศมาเลเซีย มันมีขนาดตัวที่เล็กมาก เพียงแค่ครึ่งนิ้วเท่านั้น แต่เหตุที่มันได้ฉายาว่า "เพชฌฆาต" ที่ฟังดูน่ากลัวนั้น ก็เพราะลักษณะนิสัยของมันนี่ล่ะ อาหารหลักของมวนเพชฌฆาตก็คือ "มด" วิธีการบริโภคของมันก็ช่างน่าขยะแขยง เมื่อมันจับตัวเหยื่อได้ มันจะใช้ปากแหลมเจาะเข้าไปแล้วฉีดสารเอนไซม์ สารนี้จะมีฤทธิ์รุนแรงไปทำลายอวัยวะภายในให้กลายเป็นของเหลว จากนั้นเจ้ามวนเพชฌฆาตก็จะดูดกินด้วยความเอร็ดอร่อย แต่หลังจากดูดกินแล้ว ภารกิจของมวนเพชฌฆาตยังไม่จบแค่นั้น เมื่อร่างเหยื่อถูกดูดกินของเหลวภายในจนหมดสิ้นแล้ว ก็เหลือแค่โครงแข็งด้านนอกเท่านั้น มวนเพชฌฆาตจะตัดหัวของมดแล้วนำมาติดไว้บนด้านหลังตัวเองด้วยสารเหนียวพิเศษที่หลั่งออกมาเพื่อการนี้ ด้วยพฤติกรรมที่น่าขนลุกของเจ้ามวนเพชฌฆาตนี้เป็นที่ดังกระฉ่อนในหมู่นักวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ทีมนักสำรวจจากมหาวิทยาลัยแคนเทอร์บูรี จากนิวซีแลนด์เลยขอทำการทดลองหาคำตอบว่าเจ้ามวนเพชฌฆาตจะเอาหัวของเหยื่อติดตามตัวไปเพื่ออะไรกัน ในการทดลองนี้ เจ้ามวนเพชฌฆาตต้องเจอเรื่องซวยแล้วล่ะ เพราะนักวิทยาศาสตร์จับพวกมันมาใส่ตู้กระจกสังเกตการณ์ที่มีแมงมุมกระโดด (Jumping spiders) ศัตรูคู่อาฆาตที่มองเห็นมวนเพชฌฆาตเป็นอาหารโปรด ในตู้นี้มีมวนเพชฌฆาตหลายตัว บางตัวก็สวมเกราะหัวมด…
28/05/2021

สงสัยมั้ย? ความสูงเท่าไหร่ที่แมวตกลงมาแล้วยังรอดชีวิต

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยลองเล่นกับเหมียวที่บ้าน หรือว่าเคยแกล้งน้องเหมียวนั่นแหละ ไม่ว่าจะปล่อยเหมียวในระยะใกล้พื้นเท่าไหร่ เหมียวก็จะพลิกตัวเอาขามายืนได้ทันทุกครั้งไป หรือบางครั้งเราเห็นเหมียวกระโดดลงจากที่สูง ๆ แล้วก็สามารถแลนดิ้งได้อย่างสวยงามแถมเงียบสนิท จึงเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าเหมียวน่าจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวเลยมั้ง ที่สามารถกระโดดลงจากที่ซู้งสูงได้ หรือพลาดหล่นลงมาบนพื้นได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะความสูงเท่าไหร่ก็ตาม แต่ความสามารถพิเศษของเหมียวนี้ก็สร้างความฉงนสงสัยคาใจเสมอมา ว่าที่จริงแล้วเหมียวสามารถตกจากความสูงที่สุดได้เท่าไหร่กัน ที่จะลงพื้นได้อย่างปลอดภัย คนเราสงสัยน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อใดที่นักวิทยาศาสตร์สงสัยนั่นคือความซวยของเหมียว เป็นข่าวร้ายสำหรับทาสแมว ถ้าจะบอกว่ามีนักวิทยาศาสตร์ทดลองเรื่องนี้แล้วจริง ๆ เมื่อปี 1987 แล้วเผยแพร่ผลการทดลองนี้ลงในวารสารของสมาคมสัตววิทยาอเมริกัน มีแมวซวยถึง 132 ตัว ที่ถูกนำมาใช้ทดลองครั้งนั้น พวกเขาเอาแมวปล่อยลงมาจากตึกสูงที่ 2 ชั้น แล้วก็ 3 ชั้น 4 ชั้น สูงไปเรื่อย ๆ พอแมวลงมาแลนดิ้งบนพื้น นักวิทยาศาสตร์ก็จับพวกมันมาตรวจสภาพร่างกายว่าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนไหม แล้วก็จดบันทึกเป็นสถิติไปในทุกระยะความสูง ผลสรุปคือระยะความสูงที่สุดที่แมวจะสามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัยไม่บาดเจ็บใด ๆ เลยคือที่ระยะ 16.5 เมตรโดยประมาณ หรือเทียบเท่าตึก 5 ชั้นครึ่ง ในการทดลองนี้ยังพบสถิติที่น่าประหลาดใจว่า ช่วงความสูงที่แมวบาดเจ็บจากการตกกระแทกพื้นมากสุดอยู่ที่ระยะต่ำกว่า 7 ชั้นลงมา แต่ที่แปลกคือที่ระยะสูงกว่า 7 ชั้นขึ้นไป แมวจะบาดเจ็บน้อยกว่า  นักวิทยาศาสตร์อธิบายเหตุผลมาแบบนี้ว่า ขณะที่แมวตกลงมาในช่วงระยะที่ 5.5 - 7 ชั้นนั้น ความเร็วในการตกจะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น แมวยังปรับตัวรับแรงกระแทกได้ไม่ทัน แต่ในระดับที่สูงกว่า 7 ชั้นขึ้นไปนั้น แมวจะผ่านระดับความเร็วที่เรียกว่า "ความเร็วปลาย" หรือ "ความเร็วสุดท้าย" (Terminal Velocity) ประมาณ 97 กม./ชม. แต่ถ้าน้ำหนักคนจะมากกว่า 200 กม./ชม. พอความเร็วในการตกเริ่มคงที่แล้ว แมวจะตั้งสติได้แล้วเริ่มพร้อมรับแรงกระแทกด้วยการกางขาออกไป เมื่อสัมผัสพื้นก็จะอยู่ท่าในที่กระจายแรงกระแทกไปได้ทั่วตัวทำให้อัตราการบาดเจ็บน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นในการทดลองนี้ก็มีแมวตายไปถึง 1 ใน 3 ในบันทึกยังระบุอีกว่าไม่มีการรักษาเยียวยาแมวในการทดลองนี้ในสนามทดลอง สถิติสูงสุดที่เคยมีบันทึกไว้ว่าเคยมีแมวตกจากตึกระฟ้าในนิวยอร์กที่ความสูง 32 ชั้นแล้วรอดตาย แต่ก็บาดเจ็บพอสมควร อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
24/05/2021

สมองคนเราล้วนมีเซลล์ ‘ซอมบี้’ และพร้อมจะโตเมื่อตอนเรา ‘ตาย’ แล้ว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ชิคาโก ค้นพบว่า เซลล์บางชนิดในสมองของมนุษย์จะยังคงทำงาน แม้เราจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ยังสามารถเติบโตได้อีกด้วย เหล่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบข้อสันนิษฐานดังกล่าว ด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมการชันสูตรพลิกศพบนเนื้อเยื่อสมองสด ที่นำมาจากการผ่าตัดสมองตามปกติ และพบว่าในสมองของเราจะมีเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'เซลล์ซอมบี้' ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะเติบโตอย่างทวีคูณและงอกหนวดที่มีแขนขายาวขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เราเสียชีวิต พวกเขาทำการวิเคราะห์ยีนของเนื้อเยื่อนี้อย่างละเอียดและพบว่า เซลล์เกลีย (glial) ซึ่งเป็นเซลล์อักเสบชนิดหนึ่งในสมองของเราสามารถเติบโตขึ้นเป็นสัดส่วนที่ทวีคูณ ดร.เจฟฟรีย์ โลบ (Dr. Jeffrey Loeb) ผู้เขียนหัวข้อการศึกษานี้และหัวหน้าประสาทวิทยาและการฟื้นฟูสมรรถภาพที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ยูไอซี (UIC) ระบุว่า “ความจริงที่ว่าเซลล์เกลียขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่เจ้าของร่างเสียชีวิตไปแล้ว กลับไม่ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประหลาดใจเท่าไหร่ เนื่องจากหน้าที่หลักของเซลล์ประเภทนี้คือ ทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ หลังจากได้รับบาดเจ็บที่สมอง เช่น การขาดออกซิเจนหรือโรคลมชัก” สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการค้นพบนี้คือผลกระทบของมันต่างหาก ซึ่งการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเนื้อเยื่อสมองหลังความตายไม่ได้อธิบายถึงการแสดงออกของยีนหลังการตายของเซลล์สมองหรือการทำงานของเซลล์ เนื่องจากสมมติฐานทั่วไปคือการทำงานของสมองทั้งหมดจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อมีคนเสียชีวิต แต่ทีมยูไอซีได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่อย่างนั้น ระหว่างการศึกษา ทีมงานพบว่าการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ซอมบี้เหล่านี้จะมีจุดขยายตัวสูงสุดประมาณ 12 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้นักวิจัยเริ่มสนใจเกี่ยวกับยีนและชนิดของเซลล์ในสมองที่ย่อยสลายไปแล้ว แต่ยังคงมีเสถียรภาพและขยายตัวหลังจากเสียชีวิตที่จะเปิดช่องทางเพิ่มเติมให้นักประสาทวิทยาได้ค้นคว้าต่อไป อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
24/05/2021

‘เฟอร์เร็ตเท้าดำ’ ที่เกิดจากการโคลนนิงตัวที่ตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน!

หน่วยงาน US Fish and Wildlife Service ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า พวกเขาทำการโคลนสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์สำเร็จเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการโคลนมาจากเซลล์ของสัตว์ที่ตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน จนเกิดมาเป็นเจ้าเฟอร์เร็ตเท้าดำตัวนี้ เจ้าเฟอร์เร็ตเท้าดำมีชื่อว่า เอลิซาเบธ แอนน์ (Elizabeth Ann) เกิดมาจากการใช้วิธีสืบพันธุ์จากเซลล์แช่แข็งของเฟอร์เร็ตเท้าดำในอดีตที่ชื่อ วิลล่า (Willa) ซึ่งตายไปเมื่อปีค.ศ. 1988 การโคลนนิงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อการนำพันธุ์สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับคืนมาได้อีกครั้ง นอรีน วอลช์ (Noreen Walsh) ผู้อำนวยการของศูนย์อนุรักษ์เฟอร์เร็ตเท้าดำแห่งชาติ กล่าวว่า “โครงการนี้จะสามารถช่วยให้ความพยายามในการอนุรักษ์เจ้าเฟอร์เร็ตเท้าดำสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” ต้นกำเนิดของโครงการนี้มีมาตั้งแต่ก่อนการโคลนนิงแล้ว ผู้คนมักคิดว่าเฟอร์เร็ตเท้าดำสูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะสัตว์ที่พวกมันกินเป็นอาหารเริ่มหมดลงไปทุกวัน เนื่องจากถูกยิงและวางยาพิษโดยเกษตรกรที่ต้องการจะสร้างสภาพแวดล้อมบนที่ดินของตนให้ดีขึ้นสำหรับการเลี้ยงวัว จนเมื่อประชากรของเฟอร์เร็ตเท้าดำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดการขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จนเมื่อตอนที่เจ้าวิลล่าตาย ทางหน่วยงานจึงส่งเนื้อเยื่อของมันไปยังสวนสัตว์แช่แข็งที่เป็นที่เก็บเซลล์จากสัตว์มากกว่า 1,100 สายพันธุ์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่า ความสำเร็จในการโคลนครั้งนี้ จะสามารถโคลนสัตว์พันธุ์ต่าง ๆ ขึ้นมาได้อีก แม้ว่าอาจต้องใช้เวลานาน แต่เขาก็หวังว่ามันจะสามารถเป็นจริงได้ อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
21/05/2021

รู้หรือไม่? ลูกนกฮูกมักจะนอนคว่ำบนพื้น เพราะหัวมันโตและหนัก

เมื่อปี 2020 จะมีภาพลูกนกฮูกนอนคว่ำหน้าเหยียดขายาวไปบนพื้น เป็นภาพที่แปลกตาสำหรับผู้พบเห็น ที่ใครเห็นก็รู้สึกว่าทั้งตลกและน่ารักดี ทำให้ภาพนี้พัฒนากลายเป็น meme และแพร่หลายบนโลกออนไลน์อยู่ช่วงสั้น ๆ บางภาพก็แทรกข้อความขำขันอย่างเช่น "กลับบ้านได้แล้วไอ้ฮูกน้อย เอ็งเมาแล้ว" แต่เบื้องหลังความขำขันและน่ารักนี้ ก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าการที่ลูกนกฮูกมันนอนแบบนี้เป็นเรื่องประหลาดหรือแท้จริงแล้วมันก็นอนแบบนี้ ซึ่งข้อเท็จจริงที่เผยออกมาก็ชวนให้ประหลาดใจที่ว่า... โดยทั่วไปแล้ว นกฮูกที่โตเต็มวัยแล้วนั้นจะหลับในลักษณะนั่งตัวตรงเพราะด้วยลักษณะทางกายภาพที่โตเต็มวัยและแข็งแรงแล้ว แต่นกฮูกเด็กเล็กนั้นไม่สามารถที่รับน้ำหนักส่วนหัวของตัวเองที่ใหญ่โตได้ไหว ก็เลยเลือกที่จะนอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้นแทน ซึ่งข้อมูลนี้เปิดเผยจากเว็บไซต์ IFL Science พอทฤษฎีนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีบรรดาผู้เลี้ยงนกฮูก และนักส่องนกก็เริ่มตั้งข้อสังเกตนกของตัวเองแล้วเอาภาพมาแบ่งปันกันว่า "จริงด้วย""ฉันพยายามสืบหาที่มาของภาพที่เป็นไวรัลนี้แต่ก็หาไม่เจอ แต่ก็พอดูออกชัดเจนนะว่านกในภาพนั้นเป็นนกที่ถูกเลี้ยงไว้ แต่ช่างมันเถอะ มาถึงประเด็นในภาพว่า "ใช่" ที่นกฮูกเด็ก ๆ จะนอนราบไปกับพื้นแบบนี้ เพราะว่าหัวของมันหนักกว่าตัว ส่วนภาพที่แนบมานี่เป็นภาพตอนที่ฉันทำค้นคว้าตอนทำปริญญาเอกของฉัน อีกความเห็นหนึ่งมาจาก the National Audubon Society องค์กรไม่แสวงผลกำไรเพื่อสิ่งแวดล้อม "มีผู้ฟัง podcast ของกลุ่ม Birdnote คนหนึ่งเล่าว่า เขาเพิ่งพบว่านกฮูกของเขาเพิ่งฟักไข่ออกมา 2 ตัว แล้วเขาได้รับคำแนะนำว่าให้ลองแอบดูตอนมันหลับสิ ผู้ฟังคนนี้เขาก็ตื่นเต้นนะ แล้วก็ไปแอบส่องดูตอนนกฮูก 2 ตัวนี้หลับ พวกมันก็นอนคว่ำหน้ากันแล้วหน้าไปอีกทางด้านข้าง…
Yawn หาว
12/05/2021

นักวิทย์เผยงานวิจัยความลับการ ‘หาว’ ยิ่งตัวใหญ่-สมองใหญ่ ยิ่งหาวยาววววววว!

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ nature.com ได้เผยแพร่ผลการศึกษาทดลองพฤติกรรมสัตว์จำนวนมาก ซึ่งมีความเชื่อมโยงอาการหาวในสัตว์ กับขนาดร่างกาย การมีกระดูกสันหลัง ขนาดความใหญ่ของสมอง และจำนวนเซลล์ประสาท อธิบายง่าย ๆ ก็คือ สัตว์ที่มีขนาดตัวและขนาดสมองใหญ่กว่าจะหาวยาว หาวนานกว่าสัตว์ขนาดเล็ก หรือสัตว์ที่มีสมองขนาดเล็ก โดยนักวิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลการหาวของสัตว์ชนิดต่าง ๆ กว่า 1,291 ตัวอย่างภายในสวนสัตว์หลายแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งจากการสังเกตการณ์ หรือจากการสังเกตในคลิปวิดีโอที่มีการถ่ายสัตว์ภายในสวนสัตว์กำลังหาวเอาไว้ โดยแบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 55 ชนิด นก 46 สายพันธุ์ จนสามารถค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างความยาวในการหาวกับความใหญ่ของสมองที่ค่อนข้างเป๊ะทีเดียว 'จอร์จ มาสเซน' (Jorg Massen) นักพฤติกรรมวิทยาจากมหาวิทยาลัยอูเทรคต์ ประเทศเนเธอแลนด์ เจ้าของรายงานการวิจัยในครั้งนี้กล่าวว่า "เราต้องเดินทางไปสวนสัตว์หลาย ๆ แห่ง พร้อมกับกล้องถ่ายรูป แล้วก็ต้องยืนอยู่ข้างกรงสัตว์ เพื่อจะรอให้มันอ้าปากหาว…ซึ่งก็ต้องรอกันอย่างนานเลยแหละครับ" ในการศึกษาในครั้งนี้ได้เติมเต็มความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการหาว รวมถึงคำถามที่ยังคงสงสัยว่า เราหาวไปเพื่ออะไรกันแน่ รวมถึงความสงสัยที่ว่า ทำไมสัตว์บางชนิดอย่างเช่นยีราฟ ถึงไม่มีการหาวเลยแม้แต่น้อย ในเอกสารการวิจัย จอร์จได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "แม้รูปแบบของการหาวจะเหมือน ๆ กัน…
23/03/2021

สำเร็จ! ครั้งแรกของการนำดาวเทียมฝีมือเด็กไทยขึ้นสู่อวกาศ

22 มีนาคม 2021 เวลา 13:07 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย จรวด Soyuz-2.1a ของรัสเซียได้นำดาวเทียม 38 ดวงจาก 18 ประเทศ ได้ออกเดินทางจากฐานปล่อยจรวด Baikonur ในรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากเลื่อนกำหนดการเดินทางมาหลายครั้ง และหนึ่งในดาวเทียมที่ว่านั้นมีผลงานของเด็กไทยด้วย ดาวเทียมที่ว่าคือ BCCSAT-1 เป็นผลงานการออกแบบและประกอบดาวเทียมของนักเรียนจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ภายใต้การดูแลและโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในโครงการ BCC SPACE PROGRAM โดยถือเป็นดาวเทียมดวงแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน และหนึ่งในดาวเทียมไม่กี่ดวงในโลก ที่ถูกพัฒนาโดยนักเรียนระดับมัธยม โครงการ BCC Space Program มีนักเรียนในโครงการ 36 คน คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 23 คน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 13 คน ทั้งนี้ ได้ทำความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษกับบริษัท ASTROBERRY…
23/03/2021

ร้องเพลงเรื่องใหญ่! เมื่อนกหลงลืมบทเพลงของตัวเองอาจทำให้เสี่ยงสูญพันธ์ุ

ฟังดูอาจเหลือเชื่อ ว่านกจะลืมวิธีการร้องเพลงได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วนกก็ส่งเสียงร้องกันไปมาได้เลยหรอ แล้วถ้านกลืมวิธีการร้องเพลงไปจริง ๆ ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ  ความจริงแล้วท่วงทำนองที่เราได้ยินเสียงนกร้อง นกเรียนรู้มาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษของมันสืบต่อกันมา ดังนั้นหากมีเหตุให้มันไม่มีโอกาสได้ยินเพลงต้นฉบับมาก่อน เหล่านกน้อยรุ่นใหม่ก็จะไม่สามารถร้องเพลงได้นั่นเอง งานวิจัยใหม่พบว่า การสูญเสียเมโลดี้และบทเพลงอาจเป็นหายนะสำหรับนกขับขานที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของออสเตรเลียนั่นคือ ‘นกรีเจนต์ฮันนีอีตเตอร์ (Regent Honeyeater)’ เมื่อก่อนเคยมีฝูงนกสายพันธุ์นี้หลายร้อยตัวทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย และปัจจุบัน คาดว่าอาจเหลืออยู่ในป่าเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น นกชนิดนี้เป็นที่รู้กันว่า การเลียนแบบท่วงทำนองการขับขานจากสายพันธุ์อื่น เช่น นกฟริอาร์เบิร์ด นกเคอราวงส์และนกกาเหว่า แต่เรายังไม่มีทฤษฎีที่ชัดเจนที่อธิบายว่าทำไมพวกมันถึงทำเช่นนั้น ดีน อิงเวนเซน (Dean Ingwersen) หัวหน้าโครงการนกในป่าที่ BirdLife Australia ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูชาติสำหรับนกดังกล่าว และผู้ศึกษาร่วมในงานวิจัยชิ้นล่าสุด อธิบายว่า เดิมเป็นที่เชื่อกันมาโดยตลอดว่า พรสวรรค์ในการเลียนแบบเสียงของนกชนิดนี้เป็นกระทำด้วยความตั้งใจ โดยมีทฤษฎีหนึ่งที่เชื่อกันมากคือ พวกมันเลียนแบบการผสมผสานเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกนกอื่นทำร้าย จากการศึกษาพบว่า การเลียนแบบนี้ อาจไม่ใช่แค่การแสดงทักษะของนกตัวผู้เพื่อดึงดูดตัวเมีย แต่อาจเป็นอาการของ "การสูญเสียการเปล่งเสียงที่เป็นอัตลักษณ์" ซึ่งอาจทำให้นกหาคู่ได้ยากขึ้น (อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย) ดร. รอส คราเต (Dr Ross Crates) นักนิเวศวิทยาจากโรงเรียนสิ่งแวดล้อมและสังคมเฟนเนอร์…
07/03/2021

Kathy Sullivan หญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศและนักสำรวจใต้ทะเลลึก

ต้อนรับวันสตรีสากล (8 มีนาคม) กันด้วยบทความพลังหญิงที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจกันบ้าง เชื่อว่า หลายคนคงเคยมีความฝันอยากจะใช้ชีวิตเป็นนักผจญภัย หรือนักสำรวจกันมาบ้าง แค่จะเป็นให้ได้ก็ยังต้องฝ่าเงื่อนไขต่าง ๆ มากมาย อาทิ เงินสนับสนุน ความรู้ ความสามารถ ความแข็งแกร่งของร่างกาย ซึ่งอย่างหลังนี่ก็เกี่ยวพันกับ ’เพศ’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นแล้วในอดีตที่ผ่านมา จึงมีผู้หญิงน้อยรายที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้ แต่แม้จะมีอยู่น้อย แต่แต่ละคนก็ล้วนน่าทึ่ง โดยเฉพาะคนที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้ เธอคือนักบินอวกาศหญิง แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งผู้หญิงคนแรกที่ดำดิ่งลงไปในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทรที่เรารู้จักกันในขณะนี้ด้วย เคธี ซัลลิแวน คือชื่อของเธอคนนั้น เคธี ซิลลิแวน (Kathy Sullivan) เป็นหญิงชาวสหรัฐฯ คนแรกที่ได้เดินในอวกาศเมื่อปี 1984 ซึ่งเป็นยุคที่มีผู้หญิงเริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเอง แต่ยังมีเงื่อนไขและปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผู้หญิงยังคงเป็นช้างเท้าหลังในโลกของการทำงานอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ความน่าทึ่งของเธอไม่ได้อยู่ที่การเป็นหญิงแกร่งแห่งยุคเท่านั้น ผ่านไปอีกหลายปีให้หลัง ด้วยวัย 68 ปี เธอยังคงออกเดินทางไปสู่ดินแดนที่มนุษย์น้อยคนจะได้ไปเยือน นั่นคือ ใต้ท้องทะเลในระดับความลึก 7 ไมล์ หรือประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดลึกที่สุดในท้องทะเลที่เรารู้จักในขณะนี้  ช่างเป็น 2 ภารกิจที่ดูแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็จริง…
03/03/2021

จีนเตรียมเปิด ‘ท้องฟ้าจำลองใหญ่สุดในโลก’ มิ.ย. นี้

ทางการเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนแถลงเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ท้องฟ้าจำลองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Planetarium) แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน และท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีกำหนดทดลองเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ ท้องฟ้าจำลองเซี่ยงไฮ้ เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ ตั้งอยู่ที่เขตใหม่ผู่ตง มีพื้นที่ใช้สอยรวมมากกว่า 38,000 ตารางเมตร หากวัดจากพื้นที่ใช้สอย ถือเป็นท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้  ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้มีอาคารหลักและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อาทิ ศูนย์สำรวจสำหรับเยาวชน และหอดูดาวสาธารณะ 2 แห่ง รวมทั้งพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการขนาด 12,500 ตารางเมตร ซึ่งรวบรวมชิ้นส่วนอุกกาบาตราว 70 ชิ้น ที่ได้มาจากดวงจันทร์ ดาวอังคาร และดาวเคราะห์น้อยเวสตา ตลอดจนสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ มากกว่า 120 ชิ้น รวมทั้งผลงานต้นฉบับจากไอแซก นิวตัน กาลิเลโอ กาลิเลอี โจฮันเนส เคพเลอร์ และนักวิทยาศาสตร์เลื่องชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์คนอื่น ๆ นอกจากนี้ ท้องฟ้าจำลองยังใช้เทคโนโลยีทันสมัยต่าง ๆ มานำเสนอข้อมูล มีการใช้การจำลองภาพเสมือนจริง (VR) เทคโนโลยียืนยันตัวบุคคลหรือไบโอเมตริกซ์ และปัญญาประดิษฐ์…

PR Partners

See All
Read More

ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงและการเดินทางที่ไม่สะดวก ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้าภารกิจ “ทรูเพื่อคนไทย” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาของวิกฤต ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมด้วยผู้บริหารนำโดย คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล, คุณชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล และคุณฐานพล มานะวุฒิเวช
30/09/2026

UGREEN เปิดตัว UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W สำหรับอุปกรณ์ Apple รุ่นล่าสุด

ในขณะที่ Apple เปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้ใช้งานต่างมองหาอุปกรณ์เสริมสำหรับการชาร์จที่ตอบโจทย์ทั้งความรวดเร็วและความยืดหยุ่น UGREEN จึงเปิดตัว UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W ที่ผสานการชาร์จแบบแม่เหล็กความเร็วสูงเข้ากับดีไซน์กะทัดรัดและพับเก็บได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พับเก็บง่าย พกพาไปได้ทุกที่ UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W สามารถพับให้แบนราบจนมีขนาดกะทัดรัดพกพาใส่กระเป๋าได้ง่าย และกางออกเป็นแท่นชาร์จสำหรับสมาร์ตโฟนและหูฟังพร้อมกัน โดย iPhone สามารถยึดเข้ากับแท่นชาร์จแม่เหล็กได้ทันที ขณะที่ AirPods สามารถวางบนแผ่นชาร์จด้านล่างที่มีพื้นผิวกันลื่นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาจัดตำแหน่งให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ เมื่อกางตั้งในแนวตั้ง ยังสามารถใช้งานเป็นขาตั้งสำหรับโหมด StandBy ได้อีกด้วย รองรับ iPhone 18 Series และมอบการชาร์จแบบแม่เหล็กด้วยมาตรฐาน Qi2 ที่กำลังไฟสูงสุด 25W เพื่อให้การชาร์จสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้นในทุกวัน พร้อมรับมือกับอุปกรณ์ Apple รุ่นล่าสุด UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W มอบทางเลือกในการชาร์จที่กะทัดรัดและยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกตลอดทั้งวัน…
30/09/2026

มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ผนึกกำลังเข้มแข็ง 3 ภาคส่วน เร่งขับเคลื่อนการศึกษาไทย ครอบคลุม 7,023 รร. ทั่วประเทศ

สานต่อพลังความร่วมมือภาครัฐ – ประชาสังคม – 64 องค์กรเอกชนขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ยั่งยืน มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จัดการประชุมสามัญและความร่วมมือ 3 ภาคส่วนประจำปี 2569 ณ แกรนด์ฮอลล์ ทรู ดิจิทัล พาร์ค (เวสต์) โดยมีคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยซีอีโอ คณะผู้บริหารจากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้บริหารเครือข่ายพันธมิตร 64 องค์กร คณะกรรมการ และคณะทำงานมูลนิธิฯ เพื่อร่วมกันหารือ วางแผน และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย และยกระดับการจัดการการศึกษาก้าวทันยุคดิจิทัลในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 7,023…
29/09/2026

“ศุภชัย เจียรวนนท์” นำทัพ “ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี” ระดมอาหาร–น้ำดื่ม–สิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมกรุงเทพฯ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส นำทีมผู้บริหารระดับสูงของเครือฯ อาทิ ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืน และการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ, คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า, นางสาวกรณิศ ธนสุนทรกิจ ผู้บริหารระดับสูงสายงานทรัพยากรบุคคล บมจ.ซีพี ออลล์ และนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯ เป็นต้น ร่วมกับพนักงานซีพีอาสาจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อแพ็ก “ถุงกำลังใจ ซีพีร้อยเรียงความดี” จำนวนรวม 2,000 ถุง ณ แม็คโคร…