Tags
| โรคเบาหวาน
10/11/2025
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 62 days ago
นักวิทย์ฯ พบ “ยาต้นแบบ IC7Fc” สู้โรคเรื้อรังทั้งหัวใจ และเบาหวาน รักษาได้ 2 โรคในตัวเดียว
นักวิจัยจากออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์ กำลังพัฒนายาต้นแบบที่อาจช่วยรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจไปพร้อมกันได้ โดยยานี้จะเน้นลดคอเลสเทอรอลและลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นสองสาเหตุหลักของโรคเหล่านี้ ปัจจุบันคนทั่วโลกป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายในปี 2050 จะมีผู้ป่วยมากถึง 1.31 พันล้านคน ขณะเดียวกันโรคหัวใจก็ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และมักมาคู่กับโรคเบาหวานเสมอ ‘IC7Fc’ ยาต้นแบบที่อาจเปลี่ยนแนวทางรักษาโรคเรื้อรัง งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยโมนาซ (Monash University) ในออสเตรเลีย และศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยไลเดน (Leiden University Medical Center (LUMC) ในเนเธอร์แลนด์ พวกเขาทดลองยาใหม่ชื่อ IC7Fc ในหนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม ให้มีระบบไขมันคล้ายคน ผลการทดลองชี้ว่า IC7Fc ไม่เพียงช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก แต่ยังช่วยลดการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจได้ ศาสตราจารย์มาร์ก เฟบไบรโอ (Mark Febbraio) หัวหน้าทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยโมนาซ กล่าวว่า “ตอนแรกพัฒนา IC7Fc เพื่อช่วยรักษาเบาหวาน แต่ตอนนี้กลับพบว่าสามารถช่วยลดไขมันที่อุดตันในเลือดได้ด้วย” กลไกการทำงานของ IC7Fc IC7Fc เป็นโปรตีนที่สร้างขึ้นในห้องแล็บ โดยเลียนแบบสารในร่างกายชื่อ…18/08/2025
ทางรอดคนเป็นเบาหวาน ! ผู้ป่วยเบาหวานผลิตอินซูลินได้เองอีกครั้งด้วยการตัดต่อพันธุกรรม
งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้เผยแพร่ลงบน The New England Journal of Medicine พบว่าผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนที่ผ่านการดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี CRISPR โดยเซลล์ใหม่นี้ถูกทำให้อยู่รอดในร่างกายได้โดยไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโจมตี เอาจริง ๆ ที่ผ่านมามีการพยายามรักษาด้วยการปลูกถ่ายใหม่ แต่ก็มีปัญหาใหญ่คือ ผู้ป่วยต้องกิน ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเซลล์ใหม่ ซึ่งยาชนิดนี้ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อง่ายขึ้น ในยุคนี้ คนเป็นโรคเบาหวานกันเยอะ ซึ่งนั่นเรียกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากการที่เรากินหวาน น้ำหนักตัวมาก ร่วมกับพันธุกรรมของแต่ละคน แต่โรคเบาหวานในงานวิจัยนี้ คือ เบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นตั้งแต่เกิดนะครับ ซึ่งชนิดที่ 2 จะได้ถึง 90-95% ของโรคเบาหวานทั้งหมด กลับมาผลิตอินซูลินได้เองมันน่าตื่นเต้นตรงไหน ? โดยปกติ ร่างกายเราจะมีเซลล์กลุ่มหนึ่งในตับอ่อนทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตอินซูลิน (Islet cells) แต่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิด คิดว่าเซลล์นี้เป็นศัตรู จึงเข้าไปทำลายทิ้ง เมื่อโรงงานผลิตอินซูลินถูกทำลาย ร่างกายก็ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ผู้ป่วยจึงต้องฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนไปตลอดชีวิตนั่นเองครับ ผู้ป่วยเลยใช้ชีวิตลำบาก ถ้าคุมยาคุมอาหารไม่ดีก็เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ แต่ที่ต่างและพิเศษไปกว่านั้น คือ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 146 days ago
Read More16/05/2025
วิกฤตโรคอ้วน เมื่อโรคอ้วน ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และเป็นประตูสู่ปัญหาสุขภาพ
กว่า 890 ล้านคนทั่วโลกมีปัญหาเรื่องโรคอ้วน (Obesity) และคนไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์อยู่เกณฑ์อ้วน ซึ่งโรคอ้วนเป็นวิกฤตสุขภาพที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น และไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องรูปร่าง หรือน้ำหนักตัว เพราะโรคอ้วนสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ มากกว่า 200 โรคที่เกี่ยวข้องกับร่างกายหลากหลายระบบ Novo Nordisk บริษัทด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก และผู้ผลิตยาโรคเบาหวาน GLP-1 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกได้จัดงานเสวนาเพื่อส่งต่อความตระหนักรู้ถึงผลกระทบโรคอ้วนในคนไทย โรคอ้วนสัมพันธ์กับโรคมากมาย ตั้งแต่โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้ออักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือแม้แต่โรคทางสมอง อย่างโรคอัลไซเมอร์ และในรายงานพบว่ากว่า 1 เปอร์เซ็นต์ GDP ของประเทศไทยในปี 2019 ถูกใช้ไปกับการรักษาปัญหาสุขภาพจากโรคอ้วน ซึ่งจำนวนตัวเลขและค่าใช้จ่ายนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ในปี 2603 หากคนไทยไม่เริ่มตระหนักรู้และดูแลตัวเองจากโรคอ้วนตั้งแต่วันนี้ การออกกำลังกายและคุมอาหารสำหรับคนทั่วไปอาจเพียงพอที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ปัจจุบันมีคนที่มีโรคอ้วนมากมายที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนด้วยตนเองแม้ดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งอาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมของร่างกาย ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่เอื้อต่อการลดน้ำหนัก ตลอดจนการตีตราการเป็น ‘คนอ้วน’ ของคนในสังคม หรือการดูแคลนที่คนที่มีน้ำหนักตัวมากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ทั้งที่คนเหล่านั้นลองลดด้วยตัวเองแล้วก็ตาม ภายในงานนี้ ทาง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 240 days ago
Read More08/08/2024
ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 521 days ago
Read More02/04/2024
5 อาหารช่วยลด “น้ำตาลในเลือด”
ความหวานเป็นรสชาติที่ใครหลายคนโปรดปราน แต่ความหวานนี้อาจมีโรคซ่อนอยู่ “โรคเบาหวาน” (Diabetics) กลายเป็นปัญหาสุขภาพหนึ่งของคนไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคเรื้อรังอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในปี 2566 ไทยมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี มียอดผู้ป่วยเบาหวานสะสมถึง 3.3 ล้านคน และในทุก ๆ 5 วินาที ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1 ราย โดยมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกิน พฤติกรรมการนอน และการไม่ออกกำลังกาย รู้หรือไม่ ? คนที่เป็นเบาหวานส่วนใหญ่ มักไม่แสดงอาการ ! นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคเบาหวานเกิดจากการทํางานของฮอร์โมนผิดปกติส่งผลให้เกิดภาวะนํ้าตาลในเลือดสูง หากน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้อวัยวะเสื่อมสภาพ เป็นเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตา ไต หลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ซึ่งโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยที่สุด คือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน โดยในระยะแรกอาจไม่มีอาการ มักตรวจพบเมื่อเช็กสุขภาพโดยบังเอิญในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป การปรับพฤติกรรมการกิน โดยเลือกกินอาหารที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 649 days ago
Read More05/02/2024
ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในมนุษย์
ค้างคาวผลไม้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หากินในเวลากลางคืน โดยอาหารหลักของค้างคาวชนิดนี้ คือ ผลไม้ตามชื่อของมัน ซึ่งผลไม้เป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่พบว่าค้างคาวผลไม้ที่กินผลไม้เป็นอาหารหลักนั้นเกิดโรคเบาหวาน น้ำตาลอาจเรียกได้ว่าเป็นยาเสพติด และยาพิษที่ถูกกฎหมาย และได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะการศึกษาพบว่ามนุษย์สามารถเสพติดน้ำตาลได้จริง แถมการได้รับน้ำตาลมากเกินไปยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงระดับภัยพิบัติทางสุขภาพ อย่างฟันผุ โรคอ้วน ความเครียด ปัญหาผิว โรคหัวใจ และโรคอื่นมากมาย แต่ที่ขาดไปไม่ได้ คือ โรคเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราได้รับน้ำตาลปริมาณมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยที่ร่างกายจะเริ่มตอบสนองต่ออินซูลิน (Insulin) ฮอร์โมนที่ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงานได้น้อยลง จนร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเพียงพอ และต้องใช้ยารักษาโรคเบาหวาน แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณ และเราสามารถบริโภคน้ำตาลได้มากขึ้นโดยที่ไม่มีผลกระทบตามมา ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในอนาคต ทีมนักวิทยาศาสตร์เลยต้องการไขความลับว่ากลไกอะไรที่ซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอของค้างคาวผลไม้ที่ทำให้พวกมันสามารถกินน้ำตาลได้แบบไม่อั้นโดยที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ในขณะที่มนุษย์ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกราวกับเป็นโรคติดต่อทั้งที่ไม่ใช่ก็ตาม ปัจจุบันมนุษย์ราว 530 ล้านคนป่วยด้วยโรคเบาหวาน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งในระดับบุคคล และระดับประเทศ ผลลัพธ์วิวัฒนาการต้านโรคเบาหวานจากค้างคาวผลไม้ การศึกษาดีเอ็นเอ และกลไกในการจัดการกับน้ำตาลของค้างคาวผลไม้อาจเป็นการค้นพบที่ช่วยกู้วิกฤตสุขภาพจากการหลงใหลในน้ำตาลของมนุษย์ให้กลับมาเป็นปกติ จากการศึกษาตับอ่อนของค้างคาวผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตอินซูลินพบว่าตับอ่อนของค้างคาวผลไม้มีเซลล์ผลิตอินซูลินมากกว่ากว่าค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร ทั้งยังมีเซลล์ผลิตกลูคากอน (Glucagon) ที่มีส่วนในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ค้างคาวผลไม้สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการกินผลไม้ไปใช้พลังงานได้มากกว่า นอกจากนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 706 days ago
Read More02/02/2024
คนนอนดึกเบิร์นไขมันได้น้อยกว่า เสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และปัญหาหัวใจ
ด้วยลักษณะทางชีววิทยาส่งผลให้มนุษย์ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในตอนกลางวันเป็นหลักตลอดมา แต่ช่วงหลังมานี้เราจะเห็นมนุษย์ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตในช่วงกลางคืนมากกว่า ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Night owl หรือ นกฮูกกลางคืน คนประเภทนี้มักมีสมาธิ สมองแล่น และตื่นตัวในเวลากลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน ซึ่งยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของบรรดานกฮูกในร่างมนุษย์ยังคงตอบสนองการใช้ชีวิตในตอนกลางวันอยู่ การนอนดึก ตื่นสาย หรือนอนน้อยจึงส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ แม้จะนอนหลับสนิท และครบตามเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ นกฮูกในร่างมนุษย์ กับผลเสียต่อสุขภาพ นาฬิกาชีวภาพ (Circadian rhytm) เป็นหนึ่งในกลไกที่ถูกสร้างมาพร้อมกับร่างกายมนุษย์ เข็มของนาฬิกาในร่างกายนี้จะบอกการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามช่วงเวลาในหนึ่งวัน เช่น ช่วยให้คุณตื่นในตอนเช้า ผ่อนคลายในช่วงค่ำ และง่วงในตอนดึกด้วยการหลั่งสารสื่อประสาทหรือสารเคมีต่าง ๆ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายตามแต่ในช่วงเวลา การนอนดึก หรือใช้ชีวิตตอนกลางคืนจึงอาจคัดง้างเข็มของนาฬิกาชีวภาพ และส่งผลให้ฟันเฟืองในร่างกายติดขัด และเกิดปัญหาตามมา การศึกษาจำนวนมากพบข้อเสียของการนอนดึก และนอนผิดเวลาแม้ว่าจะนอนครบตามชั่วโมง และนอนหลับสนิทก็ตาม หนึ่งในปัญหาสุขภาพของการนอนดึก และการใช้ชีวิตตอนกลางคืนที่ส่งผลเสียในระยะยาว คือ การเผาผลาญที่ทำงานน้อยลง การศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส สหรัฐอเมริกาได้เปรียบเทียบการเผาผลาญระหว่างคนที่นอนดึก และนอนเร็ว ในคนที่เข้าร่วมการศึกษานี้ทั้งหมดต้องออกกำลังกายรูปแบบเดียวกัน และคุมอาหารเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างเพียงอย่างเดียว คือ เวลานอน จากการเฝ้าสังเกต และสแกนมวลร่างกาย ทีมนักวิจัยพบว่าแม้คนเหล่านี้จะออกกำลังกายเหมือนกัน และรับประทานอาหารเหมือนกัน แต่กลุ่มคนที่นอนเร็วกลับมีระบบการเผาผลาญที่ดีกว่า ร่างกายดึงไขมันมาเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังงานเพื่อนำมาใช้ได้มากกว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 709 days ago
Read More14/11/2023
เบาหวานรู้โลกรู้! ผู้เชี่ยวชาญเปิดความเสี่ยงสำหรับคนชอบหวาน รู้ 6 เรื่องนี้ลดเสี่ยงแน่
14 พฤศจิกายน #วันเบาหวานโลก กำหนดขึ้นโดยสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติและองค์การอนามัยโลก โดยคำนึงถึงอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า มีผู้ป่วยโรคเบาหวานในปี 2565 สูงถึง 3.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จำนวน 1.5 แสนคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ แม้ว่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานและความสำคัญของการเลือกรับประทานอาหาร วันนี้ เราชวนไปเปิดโลกเบาหวานและสารอาหารจาก ดร.ปัญชลี พัฒนิบูลย์นักวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารที่จะมาชวนทุกคนสังเกตอาหารและร่างกายเราไปพร้อมกัน น้ำตาลแป้งไขมัน : เพื่อน (ไม่) รักของตับอ่อน ก่อนจะไปถึงความเสี่ยงของโรคเบาหวาน อยากชวนทุกคนมารู้จักโรคเบาหวานก่อนว่า จริงๆ เบาหวานมีถึง 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1) โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นความผิดปกติของภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ 2) โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จัดเป็นโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการ มีประมาณ 90% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 3) โรคเบาหวานชนิดอื่นที่มีสาเหตุเฉพาะจากความผิดปกติของตับอ่อนหรืออินซูลิน 4) โรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ โรคเบาหวานสามารถป้องกันได้ เพราะสาเหตุหลักของโรคนั้นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้นั่นเอง โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 789 days ago
Read More18/08/2023
การศึกษาพบว่าลำดับการกินผัก โปรตีน และแป้งส่งผลต่อลดน้ำหนักและอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้
ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเราอย่างมาก การรับประทานอาหารที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากเกิดภาวะนี้ขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการจัดการกับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มากเกินไปและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงของไขมันสะสมที่ทำให้น้ำหนักขึ้นด้วย การปรับวิธีการรับประทานอาหารจึงมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และสุขภาพของเราได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีงานวิจัยชิ้นที่พบว่าลำดับในการรับประทานอาหารนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคนเรา การศึกษาชิ้นนี้ศึกษาในคนที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) จำนวน 15 คน ซึ่งคนที่มีภาวะนี้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่คุมให้ดีอาจกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด ทีมนักวิจัยได้แบ่งรูปแบบการรับประทานอาหารออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ดังนี้ โดยคนที่เข้าทดสอบจะต้องรับประทานทีละอย่างให้หมด แล้วเว้น 10 นาทีก่อนรับประทานอาหารประเภทถัดไป เช่น รับประทานข้าวในปริมาณหนึ่งให้หมดจาน และอีก 10 นาทีค่อยรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วเว้นอีก 10 นาทีเพื่อรับประทานผัก ทีมนักวิจัยจะเก็บค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเป็นพลังงาน ใน 5 ช่วงเวลาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนเริ่มรับประทาน และหลังรับประทาน 30 / 60 / 90 / 120 / 150 และ 180 นาที พบว่ากลุ่มที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 877 days ago
Read More16/08/2023
สธ. สหราชอาณาจักรปัดตก ‘การแบนตัวการ์ตูนบนกล่องซีเรียล’ หลังถูกเรียกร้องว่าอาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินพอดี
หากพูดถึง ‘ซีเรียล’ (Cereal) เรามักนึกถึงอาหารเช้าแบบตะวันตกที่เห็นบ่อย ๆ ในหนังฝรั่ง ที่พอตื่นเช้ามาก็ต้องเทซีเรียลจากกล่องที่มีลายการ์ตูน พร้อมเทนมตาม เพียงเท่านี้ก็ได้มื้อเช้าที่แสนอร่อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงซีเรียลบางยี่ห้อไม่สามารถเรียกว่าเป็นอาหารเช้าได้อีกต่อไป แต่ต้องเรียกว่าเป็นขนมแทน เพราะน้ำตาลสูงมาก ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม ช่วงก่อนหน้านี้ ในสหราชอาณาจักรได้มีการเรียกร้องจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโรคอ้วนต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ออกกฎห้ามผู้จัดจำหน่ายซีเรียลที่มีน้ำตาลสูงใส่ตัวการ์ตูนน่ารักและสีสันสดใสลงบนกล่อง และเปลี่ยนมาเป็นกล่องธรรมดาแทน เพราะมันอาจดึงดูดเด็ก ๆ ให้ร้องไห้งอแงเพื่อให้พ่อแม่ซื้อให้ และอาจทำให้เด็ก ๆ ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของเด็กได้ แต่เมื่อ 15 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา วิล ควินซ์ (Will Quince) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการเรียกร้องข้อนี้ และยังบอกด้วยว่าข้อเรียกร้องนี้เป็นการแทรกแซงจาก Nanny-State รัฐพี่เลี้ยง ที่หมายถึงข้อเรียกร้องหรือการครอบงำที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ วิล ควินซ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่าประชาชนควรมีสิทธิที่จะเลือกสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง และการตัดสินใจเลือกอาหารและโภชนาการที่ดี พร้อมกับให้ความรู้กับลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เขาได้บอกด้วยว่าเขาให้ลูกของเขารับประทานซีเรียล แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกวัน ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพอดี โดยสิ่งที่ผู้จัดจำหน่ายซีเรียลต้องทำ คือ การให้ความรู้กับผู้ซื้ออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสารอาหารที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงประเภทของสินค้าว่าเป็นอาหารหรือขนมกันแน่ แต่เรื่องนี้อาจเป็นที่ถกเถียงต่อไป เนื่องจากว่าในสหราชอาณาจักรประสบปัญหากับประชากรที่เป็นโรคอ้วน เกรแฮม แมคเกรเกอร์ (Graham MacGregor) ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์หัวใจและหลอดเลือดที่มหาวิทยาควีนแมรีแห่งลอนดอน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 879 days ago
Read More08/06/2023
‘อาหารแช่แข็ง’ เก็บได้นาน สะดวก รวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด!
ในยุคสมัยที่อะไรก็เร่งรีบไปหมด แม้แต่จะหากับข้าวรับประทานแต่ละมื้อยังแทบไม่มีเวลา แน่นอนว่า ‘อาหารแช่แข็ง’ และ 'อาหารแปรรูปแช่แข็ง' คือทางเลือกสำหรับคนที่นาน ๆ ทีจะออกจากบ้านไปซื้อวัตถุดิบมาทำกิน หรือคนที่ไม่ทำกับข้าวก็อาจจะหันไปเลือกซื้ออาหารแช่แข็งแบบปรุงสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมเก็บได้นาน แต่รู้หรือไม่ว่าการรับประทานอาหารแช่แข็งจนกลายเป็นกิจวัตรเช่นนี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ อาหารแช่แข็งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร ? อาหารแช่แข็ง เป็นอาหารที่หลากหลายอาจรวมถึง ผักดิบ อาหารจานหลักพร้อมรับประทาน ของว่างขนาดพอดีคำ เนื้อสัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในวิธีการผลิต การเก็บรักษา รวมไปถึงการบริโภคด้วยเหตุผลต่างกัน เช่น ความพร้อมในการใช้งาน ความสะดวก รสชาติ เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนรู้คืออาหารแช่แข็งไม่สามารถดีไปกว่าอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงสดใหม่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรรับประทานอาหารแช่แข็งเป็นประจำ 1.อาจทำให้ความดันโลหิตสูง โซเดียมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเกลือ เป็นที่รู้กันว่าทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น การศึกษาอ้างว่าอาหารแช่แข็งมีปริมาณโซเดียมสูงจึงสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ การรับประทานโซเดียมมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด 2.ไม่ดีต่อหัวใจ ไขมันทรานส์เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และยังเชื่อมโยงกับหลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งไขมันทรานส์นั้นสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง ไขมันนี้จะไปลดคอเลสเตอรอลที่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ทั้งหมดนี้จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงได้ 3.ลดคุณค่าทางโภชนาการ คุณค่าทางโภชนาการของอาหารในขณะที่แช่แข็งจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารนั้นดีต่อสุขภาพหรือเป็นอันตราย โดยการแช่แข็งอาหารเป็นเวลานานอาจทำลายวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญบางชนิดในอาหารได้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 948 days ago
Read More17/02/2023
ทำไมคนถึงชอบกินของหวาน จากสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสู่ความกระหายในรสชาติที่ไม่สิ้นสุด
รสชาติความหวานเป็นสิ่งที่หลายคนหลงใหล แต่ยิ่งหวาน น้ำตาลยิ่งสูง พลังงานก็สูงตามไปด้วย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเมื่อกินน้ำตาลในปริมาณมากและติดต่อกันสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคได้หลายโรค แต่เชื่อว่าเวลาเมื่อคนจำนวนไม่น้อยได้กินของหวานมักจะหยุดได้ยากเสมอ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการกินมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพ หากถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงชอบกินของหวานก็คงเพราะความชอบในรสชาติ แต่เบื้องหลังความหลงใหลในรสชาติแล้วยังมีปัจจัยด้านพันธุกรรมและการทำงานของสมองมาเกี่ยวข้องด้วย พลังงาน การเอาตัวรอด และสาเหตุที่คนชอบกินของหวาน น้ำตาลเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยน้ำตาล 1 กรัม = 4 กิโลแคลอรี ถ้าเห็นแบบนี้เแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่โดยค่าเฉลี่ยปริมาณการบริโภคน้ำของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 100 กรัม/วัน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หากได้รับเกินจากนี้ ร่วมกับการที่คุณได้รับพลังงานจากอาหารอื่น ๆ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่คุณได้รับไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งด้วยความที่น้ำตาลให้พลังงานสูงนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้คนในทุกยุคทุกสมัยแสวงหาความหวานกันอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งขนม เครื่องดื่ม และอาหาร โดยในทางทฤษฎีด้านวิวัฒนาการของมนุษย์เชื่อกันว่าสาเหตุที่มนุษย์หลงใหลในความหวานนั้นมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่อยู่ลึกลงไปในระดับพันธุกรรม แม้ว่าทุกวันนี้เราสามารถหาอาหารและเครื่องดื่มได้ง่าย ๆ แต่บรรพบุรุษของเราที่ใช้ชีวิตอยู่เมื่อหลายพันปี หลายหมื่นปี หรือแม้แต่หลายแสนปีก่อนไม่ได้มีมินิมาร์ตหรือฟู้ดเดลิเวอรี ผู้คนในอดีตใช้ชีวิตด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อหาอาหารมาเติมพลังงานและเอาชีวิตรอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก การพบต้นไม้ที่มีผลไม้สุกงอมรสชาติหวานหอมหรือน้ำผึ้งในยุคนั้นไม่ต่างจากการเจอขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เพียงแค่มันอยู่ในรูปแบบของพลังงานจากความหวาน บรรพบุรุษของเราจึงสวาปามผลไม้เหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งความอร่อยอาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลักคือพลังงานที่หาได้ยากยิ่งและสามารถเก็บไว้ในรูปแบบของไขมันสะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตเมื่อขาดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการเชื่อว่าเราสืบทอดสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการอดอาหารจนตายมาจากบรรพบุรุษผ่านวิวัฒนาการหลายหมื่นปี จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นของหวาน ของทอด ของมัน โดยเฉพาะบุฟเฟต์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1059 days ago
Read More20/01/2023
หวานตัดขา มาจากไหน? แค่กินหวานต้องตัดขาเลยเหรอ?
‘หวานตัดขา’ เป็นคำพูดที่เรามักใช้แซวเวลาที่เพื่อนหรือคนใกล้ตัวกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานจัด ซึ่งอธิบายถึงความหวานที่เกินมาตรฐานของอาหารทั่วไป แต่เคยสงสัยกันไหมทำไมกินของหวานแล้วต้องตัดขา แล้วที่มาของคำพูดนี้คืออะไร หากพูดถึงปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับความหวาน โรคเบาหวานก็คงเป็นโรคแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิด ซึ่งที่มาของคำพูดหวานตัดขาก็มาจากโรคเบาหวานนี่แหละ โดยโรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังจนเกิดอาการต่าง ๆ ตามมา ซึ่งหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ คือ 'การตัดขา' รู้จักโรคเบาหวานกันก่อน เดิมทีเวลาเรากินอาหารเข้า ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต อย่างแป้งและน้ำตาล ตับอ่อนของเราก็จะผลิตฮอร์โมนที่ชื่อ อินซูลิน (Insulin) เพื่อมาพาน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ เพื่อเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาสู่ระดับปกติ แต่ในคนที่เป็นโรคเบาหวานร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย (เบาหวานชนิดที่ 1) หรือเซลล์ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีจนน้ำตาลในเลือดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้และตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยลง (เบาหวานชนิดที่ 2) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติและทำให้เซลล์ภายในร่างกายอักเสบและผิดปกติ ทั้งหลอดเลือด เซลล์ผิวหนัง เซลล์ประสาท และเซลล์อื่น ๆ พอนานวันเข้าการอักเสบเรื้อรังทำให้เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เซลล์ประสาทรับความรู้สึกได้น้อยลง เลือดไหลเวียนได้น้อยลง เซลล์ก็เริ่มอ่อนแอ เพราะขาดออกซิเจนและสารอาหารที่ลำเลียงผ่านเลือด เป็นเบาหวาน แล้วทำไมต้องตัดขา? ด้วยภาวะที่ได้บอกไป หากคนที่เป็นเบาหวานเผลอไปเดินเหยียบของมีคม เศษหิน เดินเตะขาโต๊ะ ขอบตู้จนเกิดแผลที่เท้าก็อาจจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะเซลล์ประสาทที่เท้าเสียหาย พอไม่รู้ว่าเท้าเป็นแผลก็ไม่ได้ดูแลแผลอย่างเหมาะสม บวกกับการที่เลือดไหลเวียนได้น้อยลง แผลเบาหวานก็จะหายช้ากว่าคนทั่วไปหลายเท่า ทั้งหมดนี้ก็อาจทำให้แผลเกิดการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1088 days ago
Read More23/09/2021
‘ระดับน้ำตาลในเลือด’ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่เฉลยว่า ทำไมผู้ป่วยโควิด-19 จึงมีอาการรุนแรงไม่เท่ากัน
คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นและยังคงเป็นปริศนาเกี่ยวกับโรคโควิด-19 น่ันก็คือ การที่ผู้ป่วยแต่ละคนต่างมีอาการที่แสดงออกมาไม่เท่ากัน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อบางคนอาจไม่พบอาการรุนแรง หรือมีอาการแต่เพียงเล็กน้อย แต่ในขณะที่บางคนกลับมีอาการป่วยที่รุนแรงมาก งานวิจัยล่าสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือไม่ อาจเกี่ยวข้องกับ "น้ำตาลในเลือด" ของผู้ป่วยประภาส อยู่เย็น | 1571 days ago
Read More30/06/2021
Walmart เปิดตัวอินซูลินราคาถูก หลังพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 1.5 ล้านคน
เมื่อวานนี้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างวอลมาร์ต (Walmart) ออกประกาศว่าจะมีการวางขายอินซูลินรุ่นที่ราคาไม่แพง สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีไว้เพื่อช่วยเหลือชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ไม่มีประกันสุขภาพหรือคนที่ตอนนี้กำลังพยายามดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ายารักษาโรคเบาหวาน นับตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป ผู้ค้าปลีกจะสามารถขายอินซูลินยี่ห้อรีไลออน โนโวล็อค (ReliOn NovoLog) เวอร์ชันที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล ไว้ขายให้ผู้ใหญ่และเด็กที่มีใบสั่งยาเท่านั้น ซึ่งอินซูลินดังกล่าวจะมีวางจำหน่ายที่แซมส์ คลับ (Sam's Club) เครือข่ายคลังสินค้าค้าปลีกที่ดำเนินการโดยวอลมาร์ตส่วนราคาจะอยู่ที่ 73 ดอลลาร์ หรือ 2,342 บาท สำหรับอินซูลินเปล่า ๆ 1 ขวดและราคา 86 ดอลลาร์ หรือ 2,759 บาทสำหรับอินซูลินที่มาพร้อมกับปากกาอินซูลินด้วย ก่อนหน้านี้ อินซูลินเคยเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่มยารักษาโรคเบาหวานของรีไลออน (ReliOn) ซึ่งเคยขายในราคาต่ำอยู่แล้วที่ราคาประมาณ 25 ดอลลาร์ หรือ 802 บาท แต่ว่านั่นเป็นยาอินซูลินสูตรเก่าที่แพทย์และผู้สนับสนุนบางคนบอกว่าไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดเหมือนกับอินซูลินรุ่นใหม่ที่เรียกว่าแอนะล็อก สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ผู้คนมากกว่า 34 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาหรือคิดเป็นเกือบ 11% ของประชากรทั้งหมดเป็นโรคเบาหวาน และทุกวันนี้ก็มีชาวอเมริกันประมาณปีละ 1.5 ล้านคนที่ได้รับการวินิจฉัยเพิ่มว่าเป็นโรคเบาหวาน ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปี แต่อินซูลินกลับมีราคาพุ่งสูงขึ้นแทนที่จะลดลง หากดูตามข้อมูลล่าสุดจาก Health…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1656 days ago
Read More08/05/2021
ประหยัดเงินและไม่เจ็บ! คาด Apple Watch Series 7 ‘ตรวจน้ำตาลในเลือด’ โดยใช้แสงอินฟราเรด!
สัปดาห์ก่อนมีข่าวลือเกี่ยวกับฟีเจอร์ด้านสุขภาพบน Apple Watch Series 7 ที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ โดยเผยว่า Apple จะใส่ฟีเจอร์ตรวจน้ำตาลในเลือดเข้ามา ซึ่งฟีเจอร์นี้จะสามารถบอกระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ใช้ และช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานในการวิเคราะห์ปริมาณอินซูลินที่ต้องฉีดได้ จนถึงปัจจุบันผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องใช้เครื่องวัดน้ำตาลในเลือดที่ชื่อว่า กลูโคมิเตอร์ (Glucometer) และต้องเจาะเลือดที่นิ้วมาตรวจวัดค่า ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ว่าใครก็คงจะไม่ชอบ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงจากแผ่นตรวจ (test stripes) ที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวต่อแผ่น ขั้นตอนการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้ทราบว่าต้องฉีดอินซูลินปริมาณเท่าไหร่ หากมีการฉีดมากเกินไปก่อนมื้ออาหาร ผู้ป่วยอาจสลบ อยู่ในภาวะโคม่า และอวัยวะภายในอาจถูกทำลายจากโรคได้ เทคโนโลยีของ Apple จะเป็นการใช้แสงอินฟราเรดที่อยู่ด้านหลังของตัว Apple Watch ฉายผ่านผิวหนังผู้ใช้งาน เพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ไม่ต้องเสียค่าแผ่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และไม่ต้องเจ็บตัวจากการเจาะนิ้วให้เลือดออกอีกด้วย ข่าวลือเรื่อง Apple Watch Series 7 จะมีฟีเจอร์การตรวจน้ำตาลในเลือดมาจากการที่ Apple ส่งแบบสำรวจให้ผู้ใช้ Apple Watch ที่อยู่ในบราซิล ซึ่งสอบถามเกี่ยวกับการใช้งานแอปฯบุคคลที่สามเพื่อติดตามการออกกำลังกาย มื้ออาหาร รวมถึง 'ระดับน้ำตาลในเลือด' อ้างอิง: PhoneArena พิสูจน์อักษร : สุชยา…ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1709 days ago
Read More09/02/2020
พ่อบ้านสำนึกไว้ซะ ผลการวิจัยเผย…สามีที่มีภรรยาคอยเจ้ากี้เจ้าการจะมีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว
สำหรับพ่อบ้านที่เห็นผลการวิจัยนี้อาจจะอึ้งไปชั่วขณะ ขณะที่แม่บ้านก็อาจจะยิ้มหัวเราะได้ใจ เพราะมีผลการวิจัยจากสถาบันที่เชื่อได้ออกมาสนับสนุนแบบนี้ ผลการวิจัยนี้ได้รับการเปิดเผยผ่าน เว็บไซต์ของสถาบันออกฟอร์ด ในหัวข้อเกี่ยวกับการศึกษาผู้สูงวัยในระยะยาว ได้ให้ข้อยืนยันว่า "การมีภรรยาจอมบงการ จะมีชีวิตที่ยืนยาว" ขยายความมาอย่างนี้ว่าพฤติกรรมของ คู่สามี-ภรรยา ต่างก็มีผลกระทบต่อสุขภาพซึ่งกันและกัน สามีที่มีภรรยาคอยเอาใจใส่ควบคุมเรื่องราวต่าง ๆ นานาในชีวิต ก็ควรจะซาบซึ้งในการเอาใจใส่จากภรรยาเพราะผลดีคือสุขภาพและอนามัยที่ดีในชีวิต ภรรยาที่จุกจิกจะมีผลดีต่อชีวิตสามี บรรดาพ่อบ้านที่มีภรรยาคอยจุกจิกจู้จี้อยู่แล้ว อาจจะเห็นแย้งว่าเมียแบบนี้กวนใจ น่ารำคาญ มันไม่น่าจะเรียกว่าชีวิตสมรสที่ดี นักสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตท ก็เลยเผยด้านดีของภรรยาแบบนี้ เพื่อให้พ่อบ้านได้มองเห็นผลลัพธ์โดยรวมในด้านบวกว่า พ่อบ้านที่มีภรรยาคอยควบคุมอย่างนี้ล่ะ จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานน้อยลง หรือถ้าเป็นไปแล้ว โอกาสที่จะได้หายเป็นปกติก็สูงอยู่นะ ต้องขอบคุณภรรยาที่คอยเอาใจใส่นะ ฮุย ลุย หัวหน้าทีมวิจัยในหัวข้อนี้ออกมาเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลการวิจัยสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในครอบครัวว่า บ้านไหนที่มีภรรยาคอยจ้ำจี้จำไชสามีในเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะสามีที่มีสุขภาพไม่สู้ดีนัก หรือสามีที่เป็นโรคเบาหวาน แน่นอนว่าโรคนี้เป็นโรคฮิตที่พ่อบ้านหลายคนเป็นแล้ว อีกหลายคนก็อยู่ในภาวะเสียง สามีในกลุ่มนี้ยิ่งจำเป็นที่จะต้องมีภรรยาคอยตามสอดส่องพฤติกรรมการกินอย่างใกล้ชิด อาจทำให้บรรดาสามีรู้สึกอึดอัดหรือรำคาญที่ไม่ได้กินอะไรตามใจปากอย่างเคย ก็จะบ่นว่าภรรยาตัวเอง เป็นเมียที่จุกจิก ขี้บ่น ต้องมองในแง่ดีว่ามีคนคอยดูแลและเอาใจใส่เพราะเป็นห่วงนะ และผลดีก็คือสุขภาพตัวเอง เพราะถ้าเป็น "เบาหวาน" ขึ้นมา นั้นมีผลตามมาที่น่ากลัว และรักษาหายได้ยาก แนวโน้มประชากรที่เป็น "เบาหวาน" ก็สูงขึ้นเรื่อย…สุชยา เกษจำรัส | 2163 days ago
Read More15/04/2017
Apple ซุ่มพัฒนา Apple Watch ตรวจวัดเบาหวานได้โดยไม่ต้องเจาะเลือดอีกต่อไป
สำนักข่าว CNBC รายงานระบุว่าขณะนี้ Apple ได้ดึงทีมวิศวกรด้านชีวภาพมาทำการวิจัยและพัฒนาเซ็นเซอร์บน Apple Watch ให้มีคุณสมบัติที่สามารถตรวจวัดค่าปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องใช้เข็มเจาะเลือดผ่านผิวหนังใดๆ ทั้งสิ้น โดยรายงานระบุว่าการวิจัยดังกล่าวนั้นได้มีมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปีแล้วณัฐพันธ์ ส่งวิรุฬห์ | 3193 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago

























