Tags
| catch me if you can
18/08/2023
สุชยา เกษจำรัส | 1074 days ago
โพลที่รวบรวมข้อมูล 22 ปี ยกให้ Alfred Hitchcock เป็นผู้กำกับหนังระทึกขวัญอันดับ 1 Steven Spielberg ได้อันดับ 2
สถาบันภาพยนตร์แห่งอเมริกัน (AFI) ได้จัดทำรายชื่อ "100 Years… 100 Thrills" ออกมาในปี 2001 เป็นรายชื่อภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ผ่านมา เมื่ออิงตามรายชื่อนี้ อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก (Alfred Hitchcock) ก็ครองตำแหน่ง 'ผู้กำกับภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เขาเพียงคนเดียวมีภาพยนตร์ถึง 9 เรื่อง ที่ถูกบรรจุรวมอยู่ในรายชื่อดังกล่าวนี้ ตัวอย่างเช่น Psycho, North by Northwest, Rear Window และ Vertigo06/10/2022
ตัวจริงมาเอง! Frank Abagnale แย้ง หนัง ‘Catch Me If You Can’ มันเกินจริงไปหน่อย
อย่างที่รู้กันดีว่าหนังเรื่อง 'Catch Me If You Can' เป็นหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสื่อชื่อเดียวกัน ที่เล่าเรื่องราวแบบกึ่งอัตชีวประวัติของ แฟรงก์ อบาเนล (Frank Abagnale) นักต้มตุ๋นหัวดีแต่ดันใช้สมองในทางที่ผิด ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันว่าใครที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ต่างก็สนุกจนวางกันไม่ลง และดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะหนังสือเล่นนี้ดันไปถูกใจผู้กำกับมากฝีมืออย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) เข้า จนเขาได้หยิบหนังสือเล่มนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างหนัง 'Catch Me If You Can' ที่เข้าฉายไปเมื่อปี 2002 และได้รับเสียงตอบรับในแง่บวกกลับมามากมาย แน่นอนว่าพอกระแสตอบรับดีขนาดนี้ อบาเนลที่เป็นต้นฉบับเองก็อดที่จะยิ้มแก้มปริไม่ได้ แต่ถึงจะดีใจขนาดไหนอบาเนลก็ยังไม่ลืมว่า มีเนื้อเรื่องในหนังบางส่วนที่ถูกแต่งเติมจนมันออกจะเกิดจริงไปนิดหน่อย อบาเนลได้ชี้แจงผ่านบล็อกส่วนตัวว่า เขาได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมาในวัย 30 ปีก็จริง แต่เรื่องราวในหนังสือกลับเป็นเพียงมุมมองของเด็กอายุ 16 ปีเท่านั้น แถมเขายังถูก สแตน เรดดิง (Stan Redding) ที่เป็นนักเขียนร่วมสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลแค่เพียง 4 ครั้งเท่านั้นเอง ทำให้ถึงแม้เรดดิงจะมีทักษะการเล่าเรื่องที่สุดยอดขนาดไหน แต่การกระทำและบทพูดของบางตัวละครมันก็ออกจะเกิดจริงไปหน่อย อบาเนลแย้งสิ่งที่หนังเอาไปต่อยอดว่า “ผมไม่เคยอยู่ในรายชื่อ 10 คนที่…ลลิตา คงสด | 1390 days ago
Read More28/07/2020
รวมหนังพ่อมดแห่งฮอลลีวูด Steven Spielberg ใน Netflix และ Easter Egg ที่ซ่อนไว้ทุกเรื่อง
Steven Spielberg คือผู้กำกับระดับตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของฮอลลีวูด เพราะผลงานหนังของเขาได้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมพอปคัลเจอร์มาตั้งแต่ยุค 70s มาจนถึงปัจจุบัน ในทุกทศวรรษจะต้องมีหนังฮิตระเบิดของเขาเข้าฉาย รวมไปถึงหนังที่ขึ้นสู่เวทีรางวัลออสการ์ในฐานะภาพยนตร์ยอดเยี่ยมหรือเข้าชิง ตลอด 50 ปีที่ผ่าน มนต์ขลังของพ่อมดฮอลลีวูดคนนี้ไม่เคยเสื่อมคลาย และก็เป็นโอกาสอันดีที่ Netflix ตอนนี้ก็มีหนังของเขาให้ชมกันหลายเรื่อง What the Fact ขอใช้โอกาสนี้แนะนำหนังต่าง ๆ และวาง Link ไว้ที่ชื่อเรื่องเพื่อเข้าไปชมกันได้ (จริง ๆ ก็มีเรื่องอื่น ๆ นอกจากลิสต์ด้านล่างนี้ ที่วนเวียนเข้าออกโปรแกรมสตรีมมิง ซึ่งถ้ามีเรื่องไหนเพิ่มเติมมาอีก เราก็จะมาเพิ่มรายชื่อให้) รวมถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็น Easter Egg เชื่อมโยงไปหนังเรื่องอื่น หรือเชื่อมกับความชอบของ Spielberg เอง เราก็รวบรวมมาให้ได้อ่านกันเพลิน ๆ ด้วย Ready Player One (2018) Spielberg บอกว่า หนังเรื่องนี้สร้างยากที่สุดสำหรับเขาเป็นอันดับที่ 3 รองจาก Jaws (1975) และ Saving Private…Vinijphat Kanyapong | 2190 days ago
Read More25/03/2020
9 หนังที่สร้างจากเรื่องราวของบุคคลจริง และจุดที่บทภาพยนตร์ดัดแปลงให้แตกต่างจากเหตุการณ์จริง
ฮอลลีวูดมีช่องทางในการหาไอเดียมาสร้างหนังได้หลากหลาย ทั้งจากเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อสร้างหนังโดยเฉพาะ ดัดแปลงมาจากนิยายขายดีบ้าง เอาทีวีซีรีส์ฮิต ๆ มาดัดแปลงเป็นหนังบ้าง แต่ช่องทางหนึ่งที่นิยมกันมากและส่วนใหญ่มักจะประสบความสำเร็จก็คือการสร้างหนังจากเหตุการณ์จริง หรือนำชีวประวัติบุคคลจริงมาสร้าง เลือกจากบุคคลที่มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จัก หรือได้เคยสร้างวีรกรรมที่น่าตื่นตะลึงไว้ แต่ภาพยนตร์คือธุรกิจที่มีการลงทุนสูง ถ้าจะเล่าแบบตามจริงเป๊ะก็ไม่น่าจะสนุกเสียทีเดียว ผู้เขียนบทก็จำต้องใช้กลเม็ดเด็ดพราย ปรับนิดเสริมหน่อยเพื่อความสนุกของภาพยนตร์แล้วก็ส่งผลให้หนังได้เงิน สตูดิโอได้กำไร ในบทความนี้เราหยิบหนังดัง 9 เรื่อง ที่สร้างจากบุคคลจริงที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์พร้อมกับเผยให้รู้ว่า ผู้สร้างได้ปรับเปลี่ยนตัดหรือเพิ่มส่วนใดไปจากเรื่องราวจริง 1.A Beautiful Mind (2001) : ผู้ชายหลายมิติ ผู้กำกับ : รอน โฮเวิร์ด แสดงนำ : รัสเซล โครว์, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี, พอล เบตทานี ทุนสร้าง : 58 ล้านเหรียญ รายได้ : 316 ล้านเหรียญ หนังรับบทนำโดย รัสเซล โครว์ หนังประสบความสำเร็จทางด้านรายได้และด้านรางวัล คว้าไปถึง 4 ออสการ์ จากการเข้าชิง…สุชยา เกษจำรัส | 2315 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 3 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More

















