Tags
| environment
14/05/2021
สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1739 days ago
แฟชันหมุนเวียน 100% ใช้จนย้วย แล้วส่งคืนเพื่อไปทำเป็นเสื้อตัวใหม่
จากการสำรวจของบีบีซี เอิร์ธ (BBC Earth) พบว่าเสื้อยืด 3 ใน 5 ตัวที่ถูกซื้อไปในปัจจุบันจะถูกนำไปทิ้งในถังขยะหลังจากผ่านไปหนึ่งปี สาเหตุเป็นเพราะอุตสาหกรรมแฟชันส่วนใหญ่นั้นเป็นระบบที่เรียกกันว่า Fast Fashion ซึ่งนั่นคือการสร้างผลิตภัณฑ์ใด ๆ ขึ้นมาตามยุคตามสมัย แต่กลับถูกใช้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ก่อนที่จะถูกโยนทิ้งไปในเวลาไม่นาน โดยมีน้อยกว่า 1% ของวัสดุที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้าเท่านั้นที่จะถูกนำไปรีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าชิ้นใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าหนึ่งชิ้นจึงจะถูกกำจัดทิ้งในหลุมฝังกลบในทุก ๆ วินาที ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการสูญเสียวัสดุประจำปีถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 3.1 ล้านล้านบาท รวมทั้งยังส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหน่วงด้วย ดังนั้น ทางทีมิล (Teemill) บริษัทผู้ผลิตเสื้อยืดรายใหญ่ในสหราชอาณาจักร จึงคิดวิธีในการแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการคิดกระบวนการผลิตแบบแฟชันหมุนเวียนขึ้นมา ที่จะสามารถเปลี่ยนเสื้อยืดตัวเก่าให้กลายเป็นเสื้อตัวใหม่อีกครั้ง ทั้งยังสามารถสร้างระบบหมุนเวียนธรรมชาติขึ้นมาใหม่ได้ด้วย จากข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่าเสื้อผ้าแต่ละชิ้นที่จำเป็นจะต้องใช้ผ้าฝ้าย (cotton) ในการผลิต มักส่งผลเสียอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม ทางทีมิลจะเริ่มต้นด้วยการปลูกฝ้ายโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เก็บเกี่ยวน้ำจากน้ำฝนและป้องกันแมลงโดยใช้ที่ดักจับแทนการใช้สารเคมี กระบวนการนี้ก่อให้เกิดผลพลอยได้ อย่างเช่น เมล็ดพืชที่ใช้ทำเป็นอย่างอื่นได้ต่ออย่างการใช้ในการทำน้ำมันพืชและเป็นอาหารสำหรับวัว ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างคุณค่าพิเศษและคืนสารอาหารสู่ระบบธรรมชาติได้ ซึ่งเสื้อผ้าเก่าที่ใช้จนย้วยแล้ว จะถูกนำกลับมาที่นี่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ที่จะนำเสื้อผ้าเก่าไปปั่นให้กลายเป็นเส้นด้ายและเข้าสู่กระบวนการในการทำเสื้อยืดชิ้นใหม่ ๆ ต่อไป…22/05/2020
คาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกลดลง 17% ระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัส แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรมาก ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือ
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องใช้มาตรการ Lockdown หรือปิดเมืองเพื่อลดการแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจคือ "สภาพแวดล้อม" ซึ่งมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกกลับลดลงไปเพียงแค่ 17% เท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนไวรัสแพร่ระบาดอย่างหนัก หลัก ๆ แล้ว ปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ลดลงมาจากการที่ระบบขนส่งของหลายประเทศ รวมถึงโรงงานต่าง ๆ ต้องหยุดตัวลง เพียงแค่สองปัจจัยนี้ก็นับเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า นี่เป็นเพียงภาพที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วคราวจากมาตรการปิดเมืองเท่านั้น หากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาเริ่มคลี่คลาย มลพิษทางธรรมชาติก็คงจะกลับมาใหม่อีกครั้ง และโลกก็จะร้อนขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสถิติใหม่ที่เราเห็นได้ในทุก ๆ ปี นักวิจัยได้วิเคราะห์ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จาก 69 ประเทศ คิดเป็น 97% ของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปลดปล่อยออกมา ทีมสำรวจได้ข้อมูลจากระบบเศรษฐกิจทั้ง 6 ภาคที่สำคัญ ได้แก่ การขนส่งภาคพื้นดิน, การขนส่งทางอากาศ, พลังงาน, อุตสาหกรรมอาคารสาธารณะ, และที่พักอาศัยส่วนตัวเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงการปล่อยมลพิษรายวันจากแต่ละภาคส่วน ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2020 เปรียบเทียบกับระดับเฉลี่ยจาก ช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 พบว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงมากที่สุดมาจากระบบขนส่ง รถยนต์ รถบรรทุก และอื่น ๆ…วัชรกุล พัฒนาประทีป | 2096 days ago
Read More15/04/2020
รู้เช่นเห็นชาติจีน? หรือแม่น้ำโขงตอนล่างประสบภัยแล้งเพราะประเทศต้นทางกักน้ำ
ภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่อาจไม่ปรากฎในข่าวช่วงนี้เพราะข่าวโรคระบาดและภัยพิบัติอื่นกลบกระแสไปนั่นคือ ภัยแล้งแถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งกับภัยพิบัติชนิดนี้ก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์มากกว่าเป็นเพราะธรรมชาติ รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยว่า เขื่อนแม่น้ำโขงในประเทศจีนอาจกักน้ำจำนวนมหาศาล ในขณะประเทศปลายน้ำเผชิญความแห้งแล้งรุนแรงในปี 2019 ที่ผ่านมา ในงานวิจัยของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จีนมีระดับน้ำของแม่น้ำโขงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของน้ำในแม่น้ำทั้งหมดที่มีความยาว 4,350 กิโลเมตร ขณะที่รัฐบาลของจีนได้โต้แย้งผลศึกษาดังกล่าวว่า ปีที่ผ่านมาจีนก็ประสบภาวะแล้งน้ำโดยมีระดับน้ำฝนต่ำในช่วงฤดูมรสุมเช่นกันประเทศอื่น ๆ ผลการศึกษาโดยบริษัท Eyes on Earth ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านน้ำ เปิดเผยผลการศึกษาที่สนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงข้อมูลการจัดการแม่น้ำโขงระหว่างจีนและประเทศอื่น ๆ ที่เป็นผู้อุปโภคบริโภคและมีวงจรชีวิตเกี่ยวข้องกับแม่น้ำสายนี้กว่าา 60 ล้านคนในประเทศลาว เมียนมาร์ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยพบว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงตอนล่างส่งผลให้น้ำอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชาวบ้านและชาวประมงจนทำให้พบเห็นดินทรายแห้งขอดกลางแม่น้ำในหลายพื้นที่ Alan Basist นักอุตุนิยมวิทยา และประธานของบริษัท Eyes on Earth ที่ทำการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เปิดเผยว่า ข้อมูลดาวเทียมที่วัดความชื้นของพื้นผิวในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งเป็นบริเวณของแม่น้ำโขงตอนบน ได้แสดงข้อมูลภาพให้เห็นว่า ในปี 2019 พื้นที่นั้นมีปริมาณน้ำที่อุดมสมบูรณ์กว่าปกติ รวมน้ำที่มาจากฝนและการละลายของหิมะ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนของจีน ในขณะประเทศปลายน้ำโขงกลับแห้งแล้งจนดินในแม่น้ำแตกระแหง…Vinijphat Kanyapong | 2132 days ago
Read More05/04/2020
ทำ-ทัน-ที 30 ปียังมีโอกาส! นักวิทย์เผย “โลกใต้น้ำ” กลับมาสมบูรณ์ได้ หากมนุษย์ช่วยกันตั้งแต่วันนี้
นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า มหาสมุทรสามารถฟื้นฟูกลับคืนสภาพสมบูรณ์ได้ภายใน 30 ปี หากมีการเร่งแก้ไข หรือ ททท. ทำ-ทัน-ที ตั้งแต่วันนี้ หลังจากตลอดอายุการปรากฏขึ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐที่สุด" เหนือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นบนโลกได้สร้างหายนะให้แก่มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลมายาวนานหลายศตวรรษ จากการทำประมงอย่างหนัก มลพิษต่าง ๆ ที่ปล่อยจากโรงงานอุตสหากรรมและจากครัวเรือนลงสู่ท้องทะเล รวมไปถึงการทิ้งขยะตามชายฝั่งทะลทั่วโลก และการออกล่าสิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลเพื่อสำเร็จความใคร่ทางวัฒนธรรม ไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว และทำให้น้ำทะเลในมหาสมุทรมีค่าความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Hawaii Manoa ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโดยเฉลี่ย มลพิษทางทะเล และความเป็นกรดของน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล แนวปะการังกว่า 70-90% ที่มีอยู่จะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน การศึกษาจากแหล่งอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้จำนวนปลาในทะเลทั่วโลกลดลง จากรายงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ผ่านนิตยสาร Nature เปิดเผยข้อมูลว่า สิ่งมีชีวิตในทะเลนั้นมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่าตลอดมาจะได้รับความเสียหายจากมนุษย์มานับไม่ถ้วน นักวิจัยกล่าวว่า ประชากรสิ่งมีชีวิตในทะเลสามารถฟื้นฟูได้เร็วอย่างเร็วสุดในปี 2050 ถ้าหากประชากรโลกใส่ใจและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้เกิดขึ้นกับทะเลทั่วโลก ความหลากหลายในทะเลได้หายไปในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่ในช่วงศตวรรษที่ 21 พบการกลับมาฟื้นตัวในบางกรณี สัดส่วนของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้…Vinijphat Kanyapong | 2143 days ago
Read More03/01/2019
พายุโซนร้อนปาบึกซัดเข้าเกาะทางใต้ของไทย! ส่งผลกระทบต่อเกาะท่องเที่ยวหลายแห่ง
มีรายงานว่านักท่องเที่ยว และผู้อยู่อาศัยในหมู่เกาะทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย หลายพันชีวิตต้องหนีตายจากพายุโซนร้อน 'ปาบึก' ที่พัดเข้าน่านน้ำไทยเมื่อไม่นานมานี้ กรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่าพายุโซนร้อนปาบึกจะส่งผลให้เกิดลมแรง และอาจทำให้เกิดคลื่นได้สูงถึง 7 เมตร แต่ไม่น่าจะเพิ่มความเร็วจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นได้ ทางการจึงได้มีการออกคำเตือนเรื่องสภาพอากาศที่อาจจะมีฝนฟ้าคะนองในบางแห่ง แต่ยังไม่มีคำสั่งให้อพยพผู้คนออกจากพื้นที่ โดยเส้นทางของพายุลูกนี้คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าหาชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศไทยผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่ตั้งของเกาะที่มีชื่อเสียง อย่างเกาะสมุย เกาะพังงา และเกาะเต่า ตั้งแต่วันพฤหัสบดีทำให้เกิดฝนตก และน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวที่มาพักในช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ ในขณะนี้บนโซเชียลมีเดียก็เผยแพร่ภาพการอพยพนักท่องเที่ยว และผู้อยู่อาศัยตามเกาะต่างๆ เข้าสู่แผ่นดินใหญ่ และห้ามนักท่องเที่ยวออกจากที่พัก หรือลงเล่นน้ำในช่วงเวลานี้ แต่ก็ยังคงมีบางคนที่ฝ่าฝืนคำเตือนและโพสภาพลงบนโซเชียลอยู่ ส่วนทางด้านการขนส่ง สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ได้ทำการยกเลิกเที่ยวบิน ในขณะที่สายการบินอื่นๆ ยังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบสภาพอากาศ ไชยยันต์ ธารากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่าบอกกับ BBC Thai ว่าเกาะได้เตรียมความพร้อมสำหรับความเสี่ยงจากน้ำท่วม ดินถล่ม และคลื่นลมแรงไว้แล้ว แต่หากเกิดพายุรุนแรงนาน 2-3 วันเราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือ เพื่อจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น 'ปลาบึก' เป็นพายุที่ตั้งชื่อตามปลาดุกยักษ์ในประเทศลาว ถือเป็นพายุลูกแรกในรอบ 30 ปีที่เกิดนอกฤดูมรสุม (ที่เริ่มตั้งแต่ต้นฤดูฝน และควรจะหมดในช่วงพฤศจิกา) ส่วนเหตุการณ์ความรุนแรง และความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจะเป็นเช่นไรนั้น เราก็คงต้องติดตามกันต่อไป และขอเอาใจช่วยผู้ประสบภัยทุกท่านให้ปลอดภัยนะคะ…Natnaree TK | 2600 days ago
Read More01/01/2019
ยาคูลท์สิงค์โปร์เลิกแถมหลอด! ปรับแพกเกจใหม่รับปี 2019
เราคงคุ้ยเคยกับภาพของ Yakult (ยาคูลท์) เครื่องดื่มแลคโตบาซีลัสที่มีพร้อมกับแพคเกจที่แถมหลอดพร้อมดื่มมาให้ แต่ตั้งแต่ปี 2019 นี้ ยาคูลท์ที่ประเทศสิงคโปร์ จะไม่มีหลอดแถมมาให้อีกแล้ว ไม่ต้องตกใจ มันไม่ใช่เรื่องของผลกำไรหรือการลดต้นทุนอะไรทั้งนั้น แต่นี่เป็นการรงณรงค์การลดใช้พลาสติกของทางบริษัทยาคูลท์ ร่วมกับบริษัทต่างๆ ที่ประกาศผ่าน Facebook ของยาคูลท์สิงคโปร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่วนใครที่กำลังคิดว่าถ้าไม่มีหลอดแล้วเราจะดื่มยาคูลท์อย่างไร ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะบริษัทยาคูลท์เค้าแนะนำมาแล้วว่า เราสามารถดื่มยาคูลท์จากขวดได้เลย หลังจากที่เราเปิดฝาฟอยด์ด้านบนออก นอกจากนี้ทางบริษัทยังบอกกับเราอีกว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญกับการสนับสนุนจากผู้บริโภคทุกท่าน ในการช่วยเหลือการปกป้องสิ่งแวดล้อม และหวังว่าคุณจะมีสุขภาพที่ดีด้วยยาคูลท์ของเรา อ้างอิงNatnaree TK | 2603 days ago
Read More28/12/2018
รัฐบาลอังกฤษเตรียมขึ้นภาษีถุงพลาสติกเป็น 2 เท่า ภายในปี 63 นี้!
รัฐบาลอังกฤษเตรียมประชุมขึ้นภาษีถุงพลาสติกขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้ มกราคม 2563 ก่อนหน้านี้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ได้รับการยกเว้นการเก็บภาษี ได้ใช้ถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งปีละ 3.6 ล้านถุง ส่งผลให้ Theresa Mary นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรต้องออกมา ผลักดันนโยบายใหม่นี้ให้ครอบคลุมร้านค้าทุกร้านในสหราชอาณาจักร และปรับขึ้นภาษีถุงพลาสติกจากใบละ 5 เพนซ์ (ประมาณ 2 บาท)/1 ถุง เป็น 10 เพนซ์/1 ถุง นอกจากนี้ Damian Hinds เลขานุการกระทรวงศึกษาของอังกฤษ ได้ออกมารณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกภายในสถานศึกษา โดยการเรียกร้องให้โรงเรียนต่างๆ เปลี่ยนการใช้หลอด และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากพลาสติกเป็นวัสดุอื่นที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติแทน และให้ทุกอย่างดำเนินการเสร็จภายในปี 2565 Roger Harrabin นักวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมจากสำนักข่าว BBC ได้ออกมาวิเคราะห์กระแสการรณรงค์ของรัฐบาลอังกฤษว่า การกำหนดราคาภาษีที่สูงขึ้นนี้ อาจใช้ได้ผลกับคนที่จำเป็นต้องหิ้วของจำนวนมาก แต่สำหรับผู้ที่ซื้อของเพียงเล็กน้อย เขาอาจจะยินดีที่จะจ่ายเพิ่มอีก 10 เพนซ์ก็ได้ และมันอาจส่งผลกระทบต่อรัฐบาลในเรื่องภาษีสิ่งแวดล้อมในอนาคต ในขณะที่ร้านค้าหลายร้านนำเงินภาษีที่ได้จากผู้บริโภคมาบริจาค เป็นจำนวนเงินกว่า 51 ล้าน ปอนด์ในปี…Natnaree TK | 2607 days ago
Read More10/12/2018
ปัดฝุ่นฟอสซิล! “พิพิธภัณฑ์ดิจิตอล” เตรียมดึงข้อมูลที่ถูกเก็บไว้สู่โลกออนไลน์
โครงการนี้ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และธรรมชาติใน London และ พิพิธภัณฑ์ Smithsonian ใน Washington DC ในพิพิธภัณฑ์ทั้งสองนี้มีตัวอย่างของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตหลายล้านชนิด และในพิพิธภัณฑ์ดิจิตอลนี้จะบันทึกตัวอย่างฟอสซิลที่กว่า 40 ล้านชนิดที่ Smithsonian เก็บไว้กว่า 50 ปี โครงการนี้เหมือนเป็นการเปิดลิ้นชักที่สำคัญมากเลยทีเดียว Kathy Hollis ผู้นำโครงการจาก The Smithsonian Museum of Natural History กล่าวว่า เราพยายามที่จะนำข้อมูลเหล่านี้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ดิจิตอลเพื่อที่จะให้นักวิจัยสามารถศึกษาได้ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนบนโลก และเราก็ค่อนข้างแน่ใจว่านี่จะเป็นคลังฟอสซิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรามีตัวอย่างกว่า 40 ล้านชนิด ที่บันทึกประวัติความเป็นมา วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และคุณสามารถเรียนรู้ผ่านฟอสซิลเหล่านี้ สิ่งที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็นเพียงเศษเสี้ยวของคลังฟอสซิลที่เรามีเท่านั้น และนี่คือเวลาเปิดลิ้นชักเพื่อนำพวกมันออกมาสู่โลกภายนอกหลังจากถูกเก็บมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ด้าน The Royal Society journal Biology Letters ได้บอกว่าพิพิธภัณฑ์ดิจิตอลนี้จะเพิ่มความสามารถของนักวิจัยให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในอดีต เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในอนาคตได้ ในโครงการพิพิธภัณฑ์ดิจิตอลนี้ จะทำการเก็บภาพที่มีคุณภาพสูง และข้อมูลสำคัญต่างๆของตัวอย่างไว้ อย่างเช่น อายุ สายพันธุ์ สถานที่พบ…Natnaree TK | 2625 days ago
Read More16/11/2018
ความหมายของกิโลกรัมที่เรารู้จัก กำลังจะเปลี่ยนไป!
ในปัจจุบันนี้น้ำหนักมาตราฐานของกิโลกรัมถูกกำหนดด้วยน้ำหนักของทองคำขาวที่ถูกเรียกว่า 'Le Grand K' ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาอยู่ที่ปารีส (ตามรูปด้านบน) แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการโหวตที่จะนำทองคำขาวนี้ออก แล้วใช้กระแสไฟฟ้ามาเป็นมาตราฐานของกิโลกรัมแทน ความคิดริเริ่มนี้เกิดจากการประชุมสมัชชาการชั่งน้ำหนัก และมาตราวัดในฝรั่งเศส แต่นักวิทยาศาสตร์ เช่น Purdey Williams ที่ National Physical Laboratory เขาให้ความเห็นว่า มันคงจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งกับการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้มันจะน่าเศร้า (ที่ 'Le Grand K' จะถูกปลด) แต่นี่จะกลายเป็นก้าวที่สำคัญมาก ทำไมเราถึงไม่ใช้ทองคำขาวเป็นมาตราฐานในการชั่งกิโลกรัมแล้ว? Le Grand K ได้ถูกใช้เป็นหน่วยชั่งน้ำหนักสากลมาตั้งแต่ปี 1889 และมีการใช้ทองคำขาวนี้เป็นต้นแบบกันอย่างแพร่หลาย แต่ในทุกๆ ปีน้ำหนักของ Le Grand K ได้เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ ปีเพราะความเสื่อม หรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยกิโลกรัมจำเป็นต้องมีค่าที่ไม่คลาดเคลื่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลถึงหน่วยน้ำหนักอื่นๆ ในโลกที่การวัดเป็นเรื่องที่สำคัญในหลายๆ พื้นที่ เช่น การพัฒนายา นาโนเทคโนโลยี และความแม่นยำทางวิศวกรรม สิ่งเหล่านี้ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ถึงแม้ความผันผวนของ Le Grand K จะมีเพียง…Natnaree TK | 2648 days ago
Read More16/11/2018
สภาพอากาศส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของแมลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับมนุษย์ด้วย
นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่าคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบกับระบบสืบพันธุ์ของแมลง นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองโดยการใช้คลื่นความร้อน ทดสอบกับแมลงในห้องแลปผลปรากฏว่าจำนวนเสปิร์มของแมลงลดลงจนแทบจะกลายเป็นหมัน และ ผลกระทบนี้ก็ส่งผลไปยังรุ่นลูกของพวกมันอีกด้วย และในอนาคตมันอาจส่งผลกระทบถึงจำนวนประชากรของแมลงได้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก ศาสตราจารย์ Matt Gage จากมหาวิทยาลัย East Anglia กล่าวว่า นี่อาจจะเป็นการอธิบายถึงความเสื่อมของความหลายหลายทางชีวภาพ สาเหตุที่นักวิจัยเลือกทำการทดลองในแมลงเป็นเพราะว่า สัตว์กว่า 400,000 สปีชีส์บนโลกเรามีแมลงเป็นจำนวน 1 ใน 4 ของสัตว์ทุกชนิด การลดลงเป็นจำนวนมากของแมลงอาจส่งผลกระทบสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยจากเยอรมันนีก็ได้บอกไว้ว่า แมลงที่มีปีกลดลงถึง 75% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับป่าฝนที่ Puerto Rico ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร the Nature Communications พบว่า เมื่อแมลงรับคลื่นความร้อนเป็นเวลา 5 วัน คลื่นความร้อนจะส่งผลกระทบแค่ตัวผู้เท่านั้น ในขณะที่ตัวเมียไม่ได้รับผลกระทบอะไร นั่นทำให้จำนวนประชากรตัวผู้ลดลงกว่าครึ่ง หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า คลื่นความร้อนลดความสามารถในการสืบพันธุ์ของตัวผู้ไปกว่าครึ่ง และมันก็น่าประหลาดใจที่มีผลของงานวิจัยมากมายที่กล่าวถึงผลกระทบจากคลื่นความร้อนต่อระบบสืบพันธุ์ ทั้งในมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ในอนาคตคลื่นความร้อนจะกลายมาเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นภายใต้สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป และมันก็จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ และสัตว์ในอนาคตอีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2649 days ago
Read More31/10/2018
ผลศึกษาชี้ มนุษย์ทำลายสิ่งมีชีวิตทั่วโลก
กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้ทำลายสิ่งมีชีวิตทั่วโลก โดยเฉลี่ย 60% ของ species ลดลงใน 4 ทศวรรษที่ผ่านมา อ้างอิงจากรายงานของ World Wildlife Fund (WWF) Living Planet รายงานว่าสัตว์ป่าสูญพันธุ์เนื่องจากการสูญเสียที่อยู่อาศัย และความเสื่อมโทรมตลอดจนการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า มลพิษ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มากเกินไป นักวิจัยจาก WWF พบว่าการติดตามจำนวนสัตว์กว่า 4,000 ชนิด ได้แก่ เลี้ยงลูกด้วยนม นก ปลา สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ตั้งแต่ปี 1970-2014 การลดลงของจำนวนสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น เนื่องจากอัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์ในปัจจุบันอยู่ที่ 100 ถึง 1,000 เท่า ก่อนที่มนุษย์จะกลายมาเป็นอีก 1 ปัจจัยในการสูญพันธุ์ รายงานนี้เป็นเพียงสัญญาณเตือน ธรรมชาติจำเป็นต่อการมีชีวิตรอดของมนุษย์ ป่าไม้ มหาสมุทร แม่น้ำ และสัตว์ป่ายังคงมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อยๆ Carter Roberts ประธานและ CEO ของ WWF-US กล่าว…Natnaree TK | 2664 days ago
Read More26/08/2016
ปล่อยไว้ไม่ดี! นักวิจัยเตรียมสร้างหุ่นยนต์สังหารปลาสิงโตเพื่อรักษาระบบนิเวศ
ม้การสังหารหมู่สิ่งมีชีวิตเป็นจำนวนมากจะเป็นเรื่องน่าขนลุกหรือไม่ชอบธรรมเท่าไหร่นัก แต่สำหรับกรณีของปลาสิงโตที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วจนไปละลานระบบนิเวศในท้องทะเลชนิดอื่นนั้น ดูจะเป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราจะสูญเสียสัตว์น้ำอีกหลายสายพันธุ์จากแต่เดิมที่ค่อยๆ ลดหายไปตามวันและเวลาwarayoot chertsrichookret | 3461 days ago
Read More01/08/2015
ให้โลกเราสวย Google จะช่วยทำแผนที่แสดงคุณภาพอากาศในแต่ละพื้นที่
Google ร่วมมือกับ Aclima บริษัทผู้ผลิตเซ็นเซอร์วัดองค์ประกอบทางเคมีในอากาศ ติดตั้งเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลไปกับรถถ่ายภาพแผนที่ Google Street View เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาพล็อตเป็นแผนที่แสดงให้เห็นว่าตรงไหนของเมืองอากาศดี ตรงไหนอากาศเสียTaroangtoang | 3851 days ago
Read MorePR Partners
See All13/02/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
BUZZEBEES พลิกประวัติศาสตร์ Marketing Platform สู่ “Revenue Engine” อันดับ 1 ในอาเซียนด้วยยุทธศาสตร์ Beyond Loyalty 2026
กรุงเทพฯ (11 กุมภาพันธ์ 2026) – BUZZEBEES (บัซซี่บีส์) ผู้นำเบอร์หนึ่งด้าน Marketing Platform แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Loyalty: The Proven Full-Funnel Ecosystem for Strategic Growth” มุ่งเป้าจากการเป็นเพียงระบบสะสมแต้ม สู่การเป็น "เครื่องยนต์สร้างรายได้" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Engine และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับแบรนด์ทั่วอาเซียน ในปี13/02/2026
ทรู ผนึก บก.ปอท. ทลายฐานเน็ตเถื่อนแม่สาย ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญในการพิทักษ์ความปลอดภัยไซเบอร์ให้คนไทย โดยการประสานพลังกับตำรวจ บก.ปอท. และ สำนักงาน กสทช. เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นอาคารต้องสงสัยในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อหยุดยั้งการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้เริ่มจากการตรวจพบความผิดปกติผ่านระบบมอนิเตอร์ของทรู ซึ่งพบสัญญาณอันตรายที่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การจับกุม จากการเข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์ใกล้ชายแดน แม้จะไม่พบตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ: นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ ผู้บริหารจากทรู ย้ำชัดว่าบริษัทพร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้โครงข่ายถูกใช้ในทางที่ผิด โดยทรูได้เสริมเกราะป้องกันให้ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนซิม เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้า พร้อม True CyberSafe บริการป้องกันภัยออนไลน์ "ฟรี" สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคทุกคน ช่วยบล็อกลิงก์อันตรายและ SMS เสี่ยงโชค/หลอกลวงอัตโนมัติ โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่มภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More13/02/2026
เมื่อ “ความเร็ว 5G” มาเจอกับ “แรงรัก” : เจาะลึกปรากฏการณ์รอยยิ้มยกด้อมจาก True-dtac
ถ้าบอกว่าสัญญาณ 5G ที่ว่าแรงแล้ว ยังสู้ "แรงรัก" ของเหล่าแฟนคลับไม่ได้ ก็คงไม่เกินจริง! เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการ Fandom ด้วยการจัดงาน “TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE – อัพสัญญาณความสุข ยิ้มยกด้อม” งานนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวของซุปตาร์ แต่คือการประกาศว่า "เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ต้องมาพร้อมกับความสุขที่จับต้องได้" Double ฟิน x2 : เมื่อตัวท็อป Gen Z มาอยู่บนเวทีเดียวกัน ทำเอาลานจัดงานแทบแตก ! เมื่อทรูดึง 2 คู่จิ้นสุดฮอตแห่งยุคอย่าง “เจมีไนน์–โฟร์ท” และ “ฟอส–บุ๊ค” มาเสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำแบบคูณสอง พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษจากวง "Clo'ver" น้องใหม่ไฟแรงจาก GMM TV ในยุคที่มิจฉาชีพดุพอ ๆ กับความหล่อของศิลปิน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More12/02/2026
Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล
ขยับเข้ามาใกล้แล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่คนทำเพจ แบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์รอคอยที่สุดงานหนึ่งของปี อย่าง Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ที่ทาง Wisesight จับมือกับ ICONSIAM จัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้กับคนที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปีนี้เขามีแจกกันกว่า 300 รางวัลเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจของปีนี้คือ มีการ "ยกระดับเกณฑ์การตัดสิน" ใหม่ ให้เข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่ตัวเลขไลก์ แชร์ วิว แบบเดิม ๆ แต่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการมาช่วยดูเรื่อง "คุณภาพ" และ "จริยธรรม" ด้วย เพื่อให้คนที่ได้รางวัลคือคนที่เจ๋งจริง ๆ ในปีที่ผ่านมา 1. หมวดคนบันเทิง (Entertainment Figures) อันนี้แฟนคลับลุ้นกันตัวโก่งแน่นอน เพราะรวมตัวท็อปไว้เพียบ 2. หมวดครีเอเตอร์ (Creators) สายคอนเทนต์ปีนี้เน้นความเรียลและสาระบันเทิง 3. หมวดคอนเทนต์ (Content) 4. หมวดแบรนด์ (Brands) อันนี้แข่งกันดุมาก เพราะมีถึง 36…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 4 days ago
Read More























