Tags
| Environmet
11/01/2021
นักวิทยาศาสตร์เผย! ปี 2020 สั้นกว่าทุกปี เพราะโลกกำลังหมุนเร็วขึ้น
ถึงแม้ปี 2020 จะเป็นปีที่ยาวนานและยากลำบากเพราะเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่านักวิทยาศาสตร์บอกว่า ปี 2020 เป็นปีที่สั้นที่สุดในรอบ 10 เพราะโลกกำลังหมุนเร็วขึ้น และนั่นอาจสั่งผลต่อระบบนาฬิกาทั่วโลก โดยปกติแล้วโลกหมุนรอบตัวเองกินเวลา 24 ชั่วโมง หรือ 84,000 วินาที (บวกลบเล็กน้อย) ก่อนหน้านี้วันที่ 5 กรกฎาคม 2548 เป็นวันที่สั้นที่สุด โดยมีเวลาต่อวันน้อยกว่ามาตราฐาน 1.0516 มิลลิวินาที แต่ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม 2563 ได้ทุบสถิติวันที่น้อยที่สุดไปด้วยเวลาที่น้อยกว่าปกติ 1.4602 มิลลิวินาที และ 28 อันดับวันที่สั้นที่สุดตั้งแต่เคยบันทึกมา ก็อยู่ในปี 2020 ทั้งหมดอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเอื้อให้โลกหมุนเร็วกว่าเดิมอยู่แล้ว และปีหน้าโลกจะหมุนเร็วขึ้นทำให้เวลาเฉลี่ยต่อวันจะหายไป 0.5 มิลลิวินาที ส่งผลให้เวลาขาดไปประมาณ 19 มิลลิวินาทีในปี 2021 นักวิทยาสาสตร์จาก International Earth Rotation…Natnaree TK | 2023 days ago
Read More21/08/2020
ภาวะเรือนกระจกอาจแย่กว่าที่เคยคาด งานวิจัยชี้พืชอาจดูดซับ CO2 ได้น้อยลงมาก
อาจใกล้ตัวจนไม่ทันรู้สึกว่าสำคัญ พบปัจจัยใหม่ที่ทำให้โลกอาจพังเร็วขึ้นจากภาวะโลกร้อน เมื่อนักวิจัยพบต้นไม้ในบางภูมิภาคดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงมากเมื่ออุณหภูมิอากาศสูงขึ้น ตอกย้ำปัญหาภาวะเรือนกระจกอาจถึงจุดวิกฤตเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ เมื่อไม่นานนี้ ศาสตราจารย์ฮาร์มิช แมกโกแวน (Hamish McGowan) และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์การวิจัยที่เก็บข้อมูลมากว่า 3 ปี ชื่อเรื่อง อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์แสงในระบบนิเวศชายฝั่งกึ่งเขตร้อน - ผลกระทบต่อการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาวะโลกร้อน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า พืชในพื้นที่ชายฝั่งกึ่งเขตร้อนของออสเตรเลียที่พวกเขาเก็บข้อมูลมีอัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น "ปกติพืชในบริเวณนี้จะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์แสงอยู่ที่ 24.1 ถึง 27.4 องศาเซลเซียส แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้บางช่วงเดือนที่อากาศอุ่นขึ้น อุณหภูมิจะสูงกว่าช่วงที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์แสงของพืชราว 14 ถึง 59.2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้พืชไม่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างที่เคยทำ" ศาสตราจารย์แมกโกแวนอธิบายการค้นพบ และทิ้งท้ายว่านั่นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเกินช่วงที่เหมาะสม ความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของพืชก็ลดลงแบบดิ่งเหวศาสตราจารย์แมกโกแวน เป็นที่ทราบกันดีว่าพืชเป็นปัจจัยเชิงบวกในการชะลอภาวะโลกร้อน เนื่องจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศได้ แต่ที่ผ่านมาในขณะที่พื้นที่ป่าของโลกลดลง กิจกรรมปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษย์กลับสูงขึ้นจึงทำให้สมดุลทางธรรมชาติเปลี่ยนไป จริง ๆ แล้วเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก และใกล้ตัวเสียจนเราไม่ทันรู้สึกว่าสำคัญ เพราะแค่ความรู้เรื่องการสังเคราะห์แสงในของพืชที่เราเคยเรียนมาก็พอทราบอยู่แล้วว่าปัจจัยในการสังเคราะห์แสงของพืชนั้นสัมพันธ์กับอุณหภูมิ โดยปกติเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียสไปอัตราการสังเคราะห์แสงจะลดลง นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงขึ้นก็ส่งผลกับการปิดของปากใบพืชที่เป็นช่องทางรับและส่งออกก๊าซต่าง ๆ ด้วย โดยปกติเมื่อเกิน 30 องศาเซลเซียสปากใบก็จะปิดลง…ธนพล น้อยชูชื่น | 2167 days ago
Read More26/10/2019
รู้จักหรือยัง! N.gretae ด้วงสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกตั้งชื่อตามนักรณรงค์ด้านสภาพอากาศตัวน้อย Greta Thunberg!
การรณรงค์เพื่อสภาพแวดล้อมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้ Greta Thunberg นักกิจกรรมที่เดินหน้าเพื่อสภาพแวดล้อมตัวน้อยกลายเป็นที่รู้จัก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนทั่วโลก รวมถึง Dr.Michael Darby นักวิทยาศาสตร์ที่นำเอาชื่อของเธอมาตั้งชื่อด้วงสายพันธุ์ใหม่ที่เค้าค้นพบอีกด้วย Nelloptodes gretae เป็นด้วงขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 1 มิลลิเมตร ไม่มีตา ไม่มีปีก แต่มีเสาอากาศคล้ายผมเปียยาว ๆ สองเส้น N. gretae ถูกพบครั้งแรกใน Kenya ปี 1960 โดย William Block เขาได้ทำการบริจาคด้วงประหลาดนี้ให้แก่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในลอนดอน ปี 1978 และมันก็ถูกจัดแสดงตั้งแต่นั้นมา หลังจากนั้น Dr.Darby ก็ได้เข้ามาศึกษางานจัดแสดงชุดนี้ และพบว่าด้วงสายพันธุ์นี้ยังไม่มีชื่อสปีชีส์ เขากล่าวว่า เขาต้องการนำชื่อของ Greta Thunberg มาตั้งเป็นชื่อด้วงตัวนี้เพราะอยากให้ใครหลายคนตระหนักถึงการกระทำที่ยิ่งใหญ่ของเธอในการลุกขึ้นมาตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม Dr.Max Barclay ภัณฑารักษ์อาวุโสของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า ชื่อนี้เป็นที่ที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก เขาเกรงว่าอาจจะมีสปีชีส์อีกมากที่ต้องสูญพันธุ์ไปก่อนที่จะได้รับการค้นพบ และตั้งชื่อมัน การกระทำของ Greta เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ดังนั้นการนำชื่อของเธอมาตั้งชื่อสปีชีส์เป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียง Greta Thunberg เท่านั้นที่ถูกนำชื่อไปตั้งตามสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ…Natnaree TK | 2466 days ago
Read More01/10/2019
หิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีใน Antarctica แตกตัว!
สำนักข่าว BBC รายงานว่าชิ้นส่วนของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บริเวณขั้วโลกใต้ (Antarctica) ที่ถูกเรียกว่า The Amery แตกตัวออกมาเป็นภูเขาน้ำแข็งก้อนมหึมาที่ถูเรียกว่า D28 และมันก็มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา เจ้าภูเขาน้ำแข็ง D28 นี้มีพื้นที่กว่า 1,636 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่เล็กกว่าเกาะ Skye (Isle of Skye) ในสกอตแลนด์เพียงนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ D28 กลายเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ด้วยขนาดที่ใหญ่ของภูเขาน้ำแข็งนี้จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพราะในอนาคตมันอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง และการเดินเรือได้ Amery เป็นหิ้งน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสามในทวีปแอนตาร์กติกาและเป็นช่องทางระบายน้ำที่สำคัญทางตะวันออกของทวีป ในช่วงต้นปี 1960 หิ้งน้ำแข็ง Amery เคยแตกตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว่า 9,000 ตารางกิโลเมตร ถึงแม้ว่า D28 จะไม่ใช่ก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดที่เคยแตกตัวออกมาจากหิ้ง แต่ด้วยขนาดของมันต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะละลายหายไปในทะเลจนหมด แล้วหิ้งน้ำแข็งคืออะไร? หิ้งน้ำแข็งคือ ก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่แผ่ขยายตัวออกมาจากแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่บนพื้นทวีปลงมาอยู่ในทะเลอีกที หิ้งน้ำแข็งจะพบได้ตามชายฝั่งทะเลบริเวณขั้วโลกที่มีชั้นน้ำแข็งปกคลุม ประโยชน์สำคัญของหิ้งน้ำแข็งก็คือการเป็นตัวเก็บน้ำจืดบนโลกนี้ รวมถึงป้องกันไม่ให้ธารน้ำแข็งจากพื้นทวีปไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น "กันชน" คอยหยุดไม่ให้ธารน้ำแข็ง (Glacier) ไหลลงสู่ทะเล หากไม่มีหิ้งน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งจะเลื่อนออกจากแผ่นทวีปลงไปและละลายในมหาสมุทรส่งผลให้ปริมาณน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น…Natnaree TK | 2491 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 3 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More
















