ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Green houuse effect
Read More

ภาวะเรือนกระจกอาจแย่กว่าที่เคยคาด งานวิจัยชี้พืชอาจดูดซับ CO2 ได้น้อยลงมาก

อาจใกล้ตัวจนไม่ทันรู้สึกว่าสำคัญ พบปัจจัยใหม่ที่ทำให้โลกอาจพังเร็วขึ้นจากภาวะโลกร้อน เมื่อนักวิจัยพบต้นไม้ในบางภูมิภาคดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงมากเมื่ออุณหภูมิอากาศสูงขึ้น ตอกย้ำปัญหาภาวะเรือนกระจกอาจถึงจุดวิกฤตเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ เมื่อไม่นานนี้ ศาสตราจารย์ฮาร์มิช แมกโกแวน (Hamish McGowan) และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์การวิจัยที่เก็บข้อมูลมากว่า 3 ปี ชื่อเรื่อง อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์แสงในระบบนิเวศชายฝั่งกึ่งเขตร้อน - ผลกระทบต่อการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาวะโลกร้อน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า พืชในพื้นที่ชายฝั่งกึ่งเขตร้อนของออสเตรเลียที่พวกเขาเก็บข้อมูลมีอัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น "ปกติพืชในบริเวณนี้จะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์แสงอยู่ที่ 24.1 ถึง 27.4 องศาเซลเซียส แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้บางช่วงเดือนที่อากาศอุ่นขึ้น อุณหภูมิจะสูงกว่าช่วงที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์แสงของพืชราว 14 ถึง 59.2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้พืชไม่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างที่เคยทำ" ศาสตราจารย์แมกโกแวนอธิบายการค้นพบ และทิ้งท้ายว่านั่นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเกินช่วงที่เหมาะสม ความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของพืชก็ลดลงแบบดิ่งเหวศาสตราจารย์แมกโกแวน เป็นที่ทราบกันดีว่าพืชเป็นปัจจัยเชิงบวกในการชะลอภาวะโลกร้อน เนื่องจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศได้ แต่ที่ผ่านมาในขณะที่พื้นที่ป่าของโลกลดลง กิจกรรมปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษย์กลับสูงขึ้นจึงทำให้สมดุลทางธรรมชาติเปลี่ยนไป จริง ๆ แล้วเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก และใกล้ตัวเสียจนเราไม่ทันรู้สึกว่าสำคัญ เพราะแค่ความรู้เรื่องการสังเคราะห์แสงในของพืชที่เราเคยเรียนมาก็พอทราบอยู่แล้วว่าปัจจัยในการสังเคราะห์แสงของพืชนั้นสัมพันธ์กับอุณหภูมิ โดยปกติเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียสไปอัตราการสังเคราะห์แสงจะลดลง นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงขึ้นก็ส่งผลกับการปิดของปากใบพืชที่เป็นช่องทางรับและส่งออกก๊าซต่าง ๆ ด้วย โดยปกติเมื่อเกิน 30 องศาเซลเซียสปากใบก็จะปิดลง…
07/04/2019

เข้าขั้นวิกฤติ! ปริมาณ CO2 ในขั้นบรรยากาศมากเกินไป จนต้นไม้ช่วยเราไม่ได้อีกแล้ว

ในปัจจุบันมนุษย์เป็นตัวการหลักที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ 30-40 ตัน/ปี และหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันจะย้อนกลับมาทำลายวิถีชีวิตของเรา และสิ่งที่เราควรทำคือลด Carbon dioxide ในชั้นบรรยากาศลง อีกหนึ่งทางทีดีไม่แพ้การลดการปล่อยก๊าซดังกล่าว คือการช่วยกันปลูกต้นไม้ ต้นไม้ใช้ Carbon dioxice ส่วนเราก็ได้ Oxygen จากต้นไม้ Win-Win ทั้งคู่ แต่ตอนนี้มันไม่ง่ายอย่างนั้นเสียแล้ว งานวิจัยล่าสุดพบว่าโลกของเราแทบไม่มีพื้นที่เหลือไว้สำหรับปลูกต้นไม้ให้เพียงพอต่อการลดปริมาณ Carbon Dioxide ให้ลงมาอยู่ตามเกณฑ์แล้ว เพราะหากว่ากันจริงๆ เราต้องปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ของประเทศอเมริกา ถึงจะเพียงพอต่อการลด Carbon Dioxide 10% จากปริมาณที่เราปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศทุกๆ ปี และหากเรานำพื้นที่อื่นไปปลูกต้นไม้ ก็อาจทำให้คนอีกหลายล้านคนประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารได้เช่นกัน  ตอนนี้โลกของเรากำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ สิ่งใดที่สามารถช่วยกันดูแลโลกของเราได้ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2523 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

LH Bank เปิดตัว “GENIE AI” ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งงานด้วยเสียง บนแอปฯ LHB You รายแรกในไทย

เมื่อความเร็ว การเข้าถึงง่าย และความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของยุค Mobile Banking ทาง LH Bank ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการธนาคารไทย ด้วยการเปลี่ยนผ่านจากกลยุทธ์ "Mobile-First" สู่การเป็น "AI-First & Voice-First" อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัว “GENIE AI” บนแอปพลิเคชัน LHB You ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน "การสนทนา" ด้วยเสียงและภาษาธรรมชาติ นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ LH Bank
02/03/2026

ครั้งแรกของไทย ! กับ AIS Presents WTF FESTIVAL โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ งานนี้เจ๋งยังไง ?

งาน WTF FESTIVAL ที่ไม่ได้แปลว่า WTF FESTIVAL แบบที่ทุกคนคิด แต่ย่อมาจาก Wisdom to the Future ไอเดียสุดล้ำที่เกิดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ Dean of House of Wisdom และผู้ก่อตั้ง WTF Festival เมื่อไอดอลของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรืออยากมีธุรกิจของตัวเองไม่ใช่ดาราดังแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเจ้าของกิจการ 'สายฉีก' ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งที่อายุยังน้อย โจ้ ธนา ได้เอ่ยถึงเหตุผลที่จะทำให้งาน AIS PRESENTS WTF Festival 2026: Into the World of Outliers นี้จะมันกว่าครั้งไหน ๆ ว่า “งานนี้เกิดจากการรวบรวมเหล่า Outliers หรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เดินนอกขนบ มาแชร์ประสบการณ์หฤโหดก่อนจะสำเร็จเป็นแบรนด์พันล้าน งานนี้จึงไม่ใช่แค่การ PR หรือสัมมนาทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างมาเพื่อให้น้อง ๆ ได้รับเครื่องมือและวิธีคิดเพื่อไปสร้างอนาคตของตัวเองจริง ๆ ครับ”…
02/03/2026

MarTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี 24 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งาน MarTech Expo 2026 (Marketing Technology & Innovation Expo) กลับมาอีกครั้งภายใต้คอนเซปต์ "Marketing x Technology | Expose Your Potential" เพื่อเป็นพื้นที่ปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจผ่านนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้ง MarTech, AdTech และ CommerceTech แบบครบวงจร ปีนี้งานขยายสเกลมาจัดที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ณ Ballroom 1–4 ชั้น G ใจกลางกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่ที่กว้างขวางรองรับผู้ร่วมงานได้มากขึ้น และการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า MRT และรถส่วนตัว 3 เวทีหลัก (Main Stages) กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจ "โตให้ครบ" งานในปีนี้เน้นการแก้ปัญหาธุรกิจใน 3 มิติหลัก “หาใหม่–ดูแลลูกค้าเดิม–ปิดการขาย” Experience Zones ลงมือทำจริง เจอกูรูตัวจริง จุดเด่นที่พลาดไม่ได้ของปีนี้คือโซนกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบ Interactive รายละเอียดการจัดงาน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพบกันที่งานเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดทางการตลาดเดิม…
27/02/2026

เจาะลึกยุทธศาสตร์ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ดันไทยขึ้นเป็น Digital Hub แห่งอาเซียน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ได้จุดพลุครั้งสำคัญในการประชุม DCT Digital Policy Conference นี่ไม่ใช่แค่การประชุมสภาวิชาชีพทั่วไป แต่คือการขยับตัวครั้งใหญ่ของยักษ์ใหญ่ภาคเอกชน 6 อุตสาหกรรม เพื่อส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่า "ถึงเวลาที่ไทยต้องเลิกเป็นแค่ผู้ซื้อ และเริ่มเป็นผู้สร้าง" นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งสภาดิจิทัลฯ ได้ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยมี "แต้มต่อ" ทางภูมิศาสตร์ที่ล้ำหน้ากว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ในบางมิติ ด้วยการเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสู่ลุ่มน้ำโขง (ลาวและเมียนมา) แต่การจะเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็น "อำนาจทางเทคโนโลยี" (Technological Influence) จำเป็นต้องมีนโยบายที่รัฐและเอกชนเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม พลิกโครงสร้างดิจิทัลไทยด้วย 5 นโยบายเร่งด่วน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเราจะก้าวไปทางไหน นี่คือรายละเอียดเชิงลึกของ 5 นโยบายเร่งด่วนที่ DCT นำเสนอ 1. การปฏิรูปทุนมนุษย์ (Human Capital & Cyber Resilience) ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนบุคลากรสายเทคนิคอย่างหนัก DCT จึงเสนอเป้าหมายที่ท้าทาย…