Tags
| Lose weight
04/05/2019
Natnaree TK | 2717 days ago
อกหักอย่าเก็บไว้! ร้องไห้ให้แฟนเก่า ช่วยให้เราน้ำหนักลดได้
หลายคนหลังอกหักมักจะชอบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงที่กำลังซ่อนอยู่ภายในใจลึกๆ เพียงเพราะแค่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลังอ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์บอกว่าคนส่วนมากร้องไห้กว่า 16 ครั้ง และสูญเสียน้ำตาไปกว่าครึ่งแกลลอน (ุ30 ลิตร) ในการเลิกลา เราต่างรู้กันว่าการร้องไห้หลังจากที่ได้รับความเครียด และ ความกดดันสูง จะช่วยผ่อนคลายและบรรเทาสภาพอารมณ์รวมถึงจิตใจของเราได้ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่นี้ได้เพิ่มประโยชน์ของการร้องไห้ไว้ว่ามันสามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อีกด้วย (ก็แน่นอน อกหักใครจะไปกินข้าวลงกันละ) แต่สังเกตหรือไม่ว่าไม่ว่าคุณจะมีอาการเครียด หรือซึมเศร้าหลังอกหัก หลายคนจะเคยมีประสบการณ์ 'Breakup Diet' หรืออาการไม่อยากกินข้าวเหมือนๆกัน เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยเรื่องของ Hormones ที่เราเรียกว่า Cortisol, Hormones ตัวนี้จะหลังออกมาเมื่อเราเกิดภาวะเครียด หรืออยู่ภายใต้ความกดดัน ทำให้เรามีความอยากอาหารมากยิ่งขึ้น และนักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อเรามีความรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไม่ได้ร้อง อารมณ์นั้นจะไปกระตุ้น Prolactin และ Adrenocorticotropin (ACTH) ยิ่งเพิ่มระดับ Cortisol ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อเราไม่ฝืนร่างกาย เมื่อเรารู้สึกอยากร้องไห้ ปล่อยให้น้ำตาไหลระบายออกมาจึงเป็นการลด Cortisol ในทางอ้อมทำให้เราไม่มีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้นในระหว่างที่เราเศร้านั่นเอง ยังไม่พอนักวิทยาศาสตร์ยังบอกอีกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะเสียน้ำตาให้รักครั้งเก่าอยู่ที่ 1 ทุ่ม - 4 ทุ่ม เพราะอย่างนั้นอย่ากลั้นมันไว้เลยร้องไห้ออกมาแล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเอง อ้างอิง27/04/2019
งานวิจัยใหม่ชี้ ยิ่งเครียด ยิ่งกิน ยิ่งอ้วน!
เชื่อว่าสำหรับหลายๆ คนแล้วการได้กินของหวานในวันที่เครียดจากการเรียน การได้กินชาบู ปิ้งย่างหลังจากวันที่น่าเบื่อในที่ทำงาน หรือแม้แต่การนั่งกินขนมขบเคี้ยวไปเรื่อยๆ คงจะเป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ในแต่ละวันที่จะทำให้คุณยิ้มสู้กับชีวิตน่าเบื่อไปได้ แต่! สายกินแก้เครียดต้องฟัง เพราะมีงานวิจัยออกมาบอกว่า การกินอาหารในขณะที่เครียด (โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรี่สูง) จะมีโอกาสอ้วน ได้มากกว่าการกินตอนไม่เครียด งานวิจัยนี้ถูกทดลองในหนู และนักวิจัยังพบอีกว่า ภาวะเครียดสะสมนี่ละที่เป็นแรงผลักดันให้เรากินต่อไปแบบหยุดไม่ได้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนูและพบว่าหนูเครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารที่มีแคลอรี่สูง มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าหนูไม่เครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารแคลอรี่สูงหลายเท่า กุญแจสำคัญในความอ้วนของหนูที่เครียดทั้งหลายนั้นอยู่ที่ Hypothalamus ส่วนที่ควบคุมการอยากอาหาร และ ความหิว ได้รับผลกระทบมาจาก Amygdala ส่วนที่ควบคุมการตอบสนองต่ออารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้สมองทั้งสองส่วนสร้างโมเลกุลที่เรียกว่า Neuropeptide Y (NPY) ขึ้นมาตอบสนองต่อความเครียด ทำให้เราอยากอาหารมากยิ่งขึ้น เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทดลองกั้นการผลิต NPY ในหนูที่เครียด และให้อาหารที่มีแคลอรี่สูงเช่นเดิม พวกเขาพบว่าน้ำหนักตัวของหนูที่เครียด และ ไม่เครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารแคลอรี่สูงไม่ต่างกันเลย และยิ่งไปกว่านั้นมันยังส่งผลให้ Insulin ทำงานมากขึ้น 10 เท่า ระดับ Insulin ยังจะส่งผลต่อ Amygdala ทำให้ผลิต NPY มากขึ้น ความอยากอาหารก็มากขึ้น ในขณะที่การเผาผลาณแคลิรี่ยังคงเท่าเดิม Herbert…Natnaree TK | 2723 days ago
Read More04/02/2019
ระวัง! การรับประทานอาหารเช้าอาจทำให้คุณน้ำหนักขึ้น
หลายๆคนอ่านหัวข้อแล้วคงจะเกิดความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในเมื่องานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเราลดน้ำหนักได้ ใจเย็นๆกันก่อนค่ะ งานวิจัยก่อนหน้านี้ไม่ได้กล่าวอะไรผิดไปเลย เพียงแต่เรามีข้อควรระวังในการรับประทานอาหารเช้ามาเตือนคุณเท่านั้นเอง อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเติมเต็มพลังงานให้คุณในระหว่างวัน ลดการรับประทานขนมจุกจิก และเป็นแหล่งสารอาหารสำรองให้ร่างกายได้ และในเด็กการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับพวกเขาในระหว่างเรียนได้อีกด้วย แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Monash ในประเทศออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์งานของเขาผ่านวารสาร BMJ ถึงผลลัพท์ในการทดลองวัดน้ำหนัก และพลังงานที่ได้จากการรับประทานอาหารเช้าที่แตกต่างกัน 13 แบบ เขาพบหลักฐานบางอย่างว่า ผู้ที่ไม่รับประทานมื้อเช้าช่วยลดปริมาณแคลอรีที่ได้รับต่อวันได้มากกว่า และ ไม่ได้มีความอยากอาหารมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าในช่วงบ่ายของวัน และที่สำคัญพวกเขายังเตือนอีกด้วยว่าการรับประทานอาหารเช้าเพื่อลดน้ำหนักในวัยผู้ใหญ่จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเลือกเมนู เนื่องจากหลายๆคนคิดว่า 'นี่คือมื้อเช้าฉันจะกินอะไรยังไงก็ได้' แต่อย่าลืมละถึงมันจะเป็นมื้อเช้า แต่หากคุณรับประทานเข้าไปโดยไม่ออกกำลังกาย มันก็อาจได้ผลตรงกันข้ามได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามวิจัยที่ตีพิมพ์ชิ้นนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในงานวิจัยอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะช่วงเวลาการติดตามผลลัพท์นั้นสั้น (เพียง 2-16 สัปดาห์) และความแตกต่างของแคลอรีที่ได้รับก็ต่างกันในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ศาสตราจารย์ Kevin Whelan ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาหารและหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการของมหาวิทยาลัย King's College กล่าวเสริมว่า การศึกษานี้ไม่ได้บอกว่าอาหารเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ เพียงแต่บอกว่าเราไม่ควรที่จะกินแคลอรี่มากเกินไปในตอนเช้าเท่านั้นเอง อ้างอิงNatnaree TK | 2805 days ago
Read More05/01/2019
งานวิจัยเผย! สารแทนความหวานไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกัน
สารแทนความหวานพบได้ทั่วไปในเครื่องดื่มที่ผสมโซดา ไปจนถึงลูกอมสูตรไม่มีน้ำตาล แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเถียงกันอยู่ว่า แท้จริงแล้วสารแทนความหวานนี้ดีสำหรับสุขภาพของเราหรือไม่ สารทดแทนความหวาน เป็นสิ่งที่เกิดจากสารที่ทำให้เกิดความหวาน เช่น Aspartame Saccharin และ Stevia (หญ้าหวาน) สารให้ความหวานนั้นไม่ให้พลังงาน ดังนั้นจึงทำให้หลายคนมีความเชื่อว่าสารเหล่านี้สามารถทำให้พวกเขาลดความน้ำหนักได้ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกด้วย เพื่อไขข้อสงสัยในเรื่องนี้นักวิจัยจึงได้รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัย 56 งานก่อนหน้านี้ เปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ใช้สารทดแทนความหวาน กับผู้ที่ไม่ได้ใช้ ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงให้พวกเขาระบุถึงสารที่พวกเขาใช้ทดแทนน้ำตาลอีกด้วย และผลปรากฏว่า ผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพของคน 2 กลุ่มไม่ต่างกัน นักวิทยาศาสตร์อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ผลการเปรียบเทียบจากคนสองกลุ่มที่พยายามลดน้ำหนัก ไม่มีความแตกต่างกันเลย แต่ทั้งนี้งานวิจัยไม่ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงต่อสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น มะเร็ง เป็นต้น และงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เราเห็นว่าสารแทนความหวานดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์กับร่างกายของเราเอาซะเลย จากการประเมินสุขภาพผ่าน ดัชนีมวลกาย (BMI) น้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด ลักษณะการรับประทานอาหาร โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ถึงอย่างไรก็ตาม Vasanti Malik นักวิทยาศาสตร์การวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัย Harvard กล่าวถึงข้อจำกัดในงานวิจัยนี้ว่า งานวิจัยนี้ยังคงมีช่องว่างถึงระยะเวลาในการบริโภคสารแทนความหวาน ซึ่งไม่ได้ถูกนำมากล่าวถึงในงานล่าสุดเพราะเราไม่สามารถระบุประเภทของสารแทนความหวานที่แน่นอนได้ (เพราะงานวิจัยล่าสุดนี้มุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบระหว่างเครื่องดื่มลดน้ำหนัก กับเครื่องดิ่มที่ใช้สารแทนความหวานมากกว่า) การทดลองจึงควรมีระยะเวลาที่นานกว่านี้เพื่อให้ได้ผลสรุปของสุขภาพในด้านอื่นๆร่วมด้วย…Natnaree TK | 2835 days ago
Read More04/01/2019
นาฬิกาชีวิต กับการเผาผลาญแคลอรี่ ทำกิจกรรมช่วงกลางคืน ใช้พลังงานน้อยกว่ากลางวัน
นาฬิกาภายในร่างกายไม่เพียงทำงานในตอนที่คุณตื่นตัวมากที่สุด หรือตอนที่คุณง่วงนอนที่สุดเท่านั้น แต่มันยังทำงานได้ดีในตอนที่คุณเผาผลาญแคลอรี่มากที่สุดอีกด้วย งานวิจัยพบว่าในช่วงบ่าย และเย็นร่างกายเราเผาผลาญแคลอรี่ไปประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเช้า ในความเป็นจริงแล้ว การทำกิจกรรมใดๆในตอนกลางวันจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าการทำกิจกรรมเดียวกันในตอนกลางคืน สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิจัยเป็นอย่างมาก Kirki-Marja Zitting จากแผนก Sleep and Circadian Disorders ของโรงพยาบาล Brigham and Women's กล่าวว่า ข้อมูลใหม่นี้อาจสามารถช่วยอธิบายได้ว่าทำไมคนที่ทำงานตอนกลางคืน และ มีการใช้ชีวิตที่ไม่ตรงเวลา ถึงมีโอกาสอ้วนมากกว่าคนปกติ โดยทั่วไปหากมนุษย์ไม่ได้ใช้ชีวิตตามแบบแผน นาฬิกาชีวิตภายในร่างกายก็จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดให้เรากิน หรือง่วงนอน ด้าน Jeanne Duffy หนึ่งในแผนก Sleep and Circadian Disorders ก็ได้บอกว่า มันมีความเป็นไปได้ว่าหากเรากินในตอนที่ร่างกายเราสามารถนำพลังงานออกได้น้อยกว่า จะมีแนวโน้มที่ทำให้เราน้ำหนักขึ้นได้ง่าย ถึงแม้แนวคิดนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าหากเรากินมากกว่าการใช้พลังงานออกจะทำให้เราอ้วนขึ้น ในการวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยต้องการที่จะทดสอบว่านาฬิกาชีวิตภายในร่างกายของเราส่งผลต่อกระบวนการการเผาผลาญอย่างไร โดยไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรการ กิน การนอน และกิจกรรมในแต่ละวัน เขาได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัคร 7 คน เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในห้องแลปเป็นเวลากว่า 1 เดือน โดยไม่รู้เวลา…Natnaree TK | 2836 days ago
Read MorePR Partners
See All09/10/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”
"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 257008/10/2026
เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…เอกพล ชูเชิด | 2 days ago
Read More07/10/2026
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง
มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…เอกพล ชูเชิด | 3 days ago
Read More07/10/2026
เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดการนำเสนอผลงานรอบแรก Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตรบ่มเพาะธุรกิจ CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลังผ่านการพัฒนาร่วมกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมด 12 สัปดาห์ โดยดึงบุคลากรจากบริษัทในเครือจับคู่กับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ เพื่อพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนโจทย์การดำเนินงานจริง มุ่งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ในระดับ 10 เท่า ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจทั้งบริบทธุรกิจและขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้กรอบแนวคิด “Dolphin” ที่สะท้อนคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่ ความเร็ว (Speed), ความฉลาด (Intelligence), ความยืดหยุ่นคล่องตัว (Agility) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งเวที Dolphin Tank ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบสมมติฐาน ความเป็นไปได้…ทีมคอนเทนต์ BT | 3 days ago
Read More














