ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Lose weight
04/05/2019
Natnaree TK | 2452 days ago
Read More

อกหักอย่าเก็บไว้! ร้องไห้ให้แฟนเก่า ช่วยให้เราน้ำหนักลดได้

หลายคนหลังอกหักมักจะชอบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงที่กำลังซ่อนอยู่ภายในใจลึกๆ เพียงเพราะแค่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลังอ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์บอกว่าคนส่วนมากร้องไห้กว่า 16 ครั้ง และสูญเสียน้ำตาไปกว่าครึ่งแกลลอน (ุ30 ลิตร) ในการเลิกลา เราต่างรู้กันว่าการร้องไห้หลังจากที่ได้รับความเครียด และ ความกดดันสูง จะช่วยผ่อนคลายและบรรเทาสภาพอารมณ์รวมถึงจิตใจของเราได้ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่นี้ได้เพิ่มประโยชน์ของการร้องไห้ไว้ว่ามันสามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อีกด้วย (ก็แน่นอน อกหักใครจะไปกินข้าวลงกันละ) แต่สังเกตหรือไม่ว่าไม่ว่าคุณจะมีอาการเครียด หรือซึมเศร้าหลังอกหัก หลายคนจะเคยมีประสบการณ์ 'Breakup Diet' หรืออาการไม่อยากกินข้าวเหมือนๆกัน เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยเรื่องของ Hormones ที่เราเรียกว่า Cortisol, Hormones ตัวนี้จะหลังออกมาเมื่อเราเกิดภาวะเครียด หรืออยู่ภายใต้ความกดดัน ทำให้เรามีความอยากอาหารมากยิ่งขึ้น และนักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อเรามีความรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไม่ได้ร้อง อารมณ์นั้นจะไปกระตุ้น Prolactin และ Adrenocorticotropin (ACTH) ยิ่งเพิ่มระดับ Cortisol ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อเราไม่ฝืนร่างกาย เมื่อเรารู้สึกอยากร้องไห้ ปล่อยให้น้ำตาไหลระบายออกมาจึงเป็นการลด Cortisol ในทางอ้อมทำให้เราไม่มีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้นในระหว่างที่เราเศร้านั่นเอง ยังไม่พอนักวิทยาศาสตร์ยังบอกอีกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะเสียน้ำตาให้รักครั้งเก่าอยู่ที่ 1 ทุ่ม - 4 ทุ่ม เพราะอย่างนั้นอย่ากลั้นมันไว้เลยร้องไห้ออกมาแล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเอง อ้างอิง 
27/04/2019

งานวิจัยใหม่ชี้ ยิ่งเครียด ยิ่งกิน ยิ่งอ้วน!

เชื่อว่าสำหรับหลายๆ คนแล้วการได้กินของหวานในวันที่เครียดจากการเรียน การได้กินชาบู ปิ้งย่างหลังจากวันที่น่าเบื่อในที่ทำงาน หรือแม้แต่การนั่งกินขนมขบเคี้ยวไปเรื่อยๆ คงจะเป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ในแต่ละวันที่จะทำให้คุณยิ้มสู้กับชีวิตน่าเบื่อไปได้ แต่! สายกินแก้เครียดต้องฟัง เพราะมีงานวิจัยออกมาบอกว่า การกินอาหารในขณะที่เครียด (โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรี่สูง) จะมีโอกาสอ้วน ได้มากกว่าการกินตอนไม่เครียด งานวิจัยนี้ถูกทดลองในหนู และนักวิจัยังพบอีกว่า ภาวะเครียดสะสมนี่ละที่เป็นแรงผลักดันให้เรากินต่อไปแบบหยุดไม่ได้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนูและพบว่าหนูเครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารที่มีแคลอรี่สูง มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าหนูไม่เครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารแคลอรี่สูงหลายเท่า กุญแจสำคัญในความอ้วนของหนูที่เครียดทั้งหลายนั้นอยู่ที่ Hypothalamus ส่วนที่ควบคุมการอยากอาหาร และ ความหิว ได้รับผลกระทบมาจาก Amygdala ส่วนที่ควบคุมการตอบสนองต่ออารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้สมองทั้งสองส่วนสร้างโมเลกุลที่เรียกว่า Neuropeptide Y (NPY) ขึ้นมาตอบสนองต่อความเครียด ทำให้เราอยากอาหารมากยิ่งขึ้น เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทดลองกั้นการผลิต NPY ในหนูที่เครียด และให้อาหารที่มีแคลอรี่สูงเช่นเดิม พวกเขาพบว่าน้ำหนักตัวของหนูที่เครียด และ ไม่เครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารแคลอรี่สูงไม่ต่างกันเลย และยิ่งไปกว่านั้นมันยังส่งผลให้ Insulin ทำงานมากขึ้น 10 เท่า ระดับ Insulin ยังจะส่งผลต่อ Amygdala ทำให้ผลิต NPY มากขึ้น ความอยากอาหารก็มากขึ้น ในขณะที่การเผาผลาณแคลิรี่ยังคงเท่าเดิม Herbert…
Natnaree TK | 2459 days ago
Read More
04/02/2019

ระวัง! การรับประทานอาหารเช้าอาจทำให้คุณน้ำหนักขึ้น

หลายๆคนอ่านหัวข้อแล้วคงจะเกิดความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในเมื่องานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเราลดน้ำหนักได้ ใจเย็นๆกันก่อนค่ะ งานวิจัยก่อนหน้านี้ไม่ได้กล่าวอะไรผิดไปเลย เพียงแต่เรามีข้อควรระวังในการรับประทานอาหารเช้ามาเตือนคุณเท่านั้นเอง อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเติมเต็มพลังงานให้คุณในระหว่างวัน ลดการรับประทานขนมจุกจิก และเป็นแหล่งสารอาหารสำรองให้ร่างกายได้ และในเด็กการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับพวกเขาในระหว่างเรียนได้อีกด้วย แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Monash ในประเทศออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์งานของเขาผ่านวารสาร BMJ ถึงผลลัพท์ในการทดลองวัดน้ำหนัก และพลังงานที่ได้จากการรับประทานอาหารเช้าที่แตกต่างกัน 13 แบบ เขาพบหลักฐานบางอย่างว่า ผู้ที่ไม่รับประทานมื้อเช้าช่วยลดปริมาณแคลอรีที่ได้รับต่อวันได้มากกว่า และ ไม่ได้มีความอยากอาหารมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าในช่วงบ่ายของวัน และที่สำคัญพวกเขายังเตือนอีกด้วยว่าการรับประทานอาหารเช้าเพื่อลดน้ำหนักในวัยผู้ใหญ่จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเลือกเมนู เนื่องจากหลายๆคนคิดว่า 'นี่คือมื้อเช้าฉันจะกินอะไรยังไงก็ได้' แต่อย่าลืมละถึงมันจะเป็นมื้อเช้า แต่หากคุณรับประทานเข้าไปโดยไม่ออกกำลังกาย มันก็อาจได้ผลตรงกันข้ามได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามวิจัยที่ตีพิมพ์ชิ้นนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในงานวิจัยอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะช่วงเวลาการติดตามผลลัพท์นั้นสั้น (เพียง 2-16 สัปดาห์) และความแตกต่างของแคลอรีที่ได้รับก็ต่างกันในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ศาสตราจารย์ Kevin Whelan ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาหารและหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการของมหาวิทยาลัย King's College กล่าวเสริมว่า การศึกษานี้ไม่ได้บอกว่าอาหารเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ เพียงแต่บอกว่าเราไม่ควรที่จะกินแคลอรี่มากเกินไปในตอนเช้าเท่านั้นเอง อ้างอิง
Natnaree TK | 2541 days ago
Read More
05/01/2019

งานวิจัยเผย! สารแทนความหวานไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกัน

สารแทนความหวานพบได้ทั่วไปในเครื่องดื่มที่ผสมโซดา ไปจนถึงลูกอมสูตรไม่มีน้ำตาล แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเถียงกันอยู่ว่า แท้จริงแล้วสารแทนความหวานนี้ดีสำหรับสุขภาพของเราหรือไม่ สารทดแทนความหวาน เป็นสิ่งที่เกิดจากสารที่ทำให้เกิดความหวาน เช่น Aspartame  Saccharin และ Stevia (หญ้าหวาน) สารให้ความหวานนั้นไม่ให้พลังงาน ดังนั้นจึงทำให้หลายคนมีความเชื่อว่าสารเหล่านี้สามารถทำให้พวกเขาลดความน้ำหนักได้ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกด้วย เพื่อไขข้อสงสัยในเรื่องนี้นักวิจัยจึงได้รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัย 56 งานก่อนหน้านี้ เปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ใช้สารทดแทนความหวาน กับผู้ที่ไม่ได้ใช้ ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงให้พวกเขาระบุถึงสารที่พวกเขาใช้ทดแทนน้ำตาลอีกด้วย และผลปรากฏว่า ผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพของคน 2 กลุ่มไม่ต่างกัน นักวิทยาศาสตร์อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ผลการเปรียบเทียบจากคนสองกลุ่มที่พยายามลดน้ำหนัก ไม่มีความแตกต่างกันเลย แต่ทั้งนี้งานวิจัยไม่ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงต่อสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น มะเร็ง เป็นต้น และงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เราเห็นว่าสารแทนความหวานดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์กับร่างกายของเราเอาซะเลย จากการประเมินสุขภาพผ่าน ดัชนีมวลกาย (BMI) น้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด ลักษณะการรับประทานอาหาร โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ถึงอย่างไรก็ตาม Vasanti Malik นักวิทยาศาสตร์การวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัย Harvard กล่าวถึงข้อจำกัดในงานวิจัยนี้ว่า งานวิจัยนี้ยังคงมีช่องว่างถึงระยะเวลาในการบริโภคสารแทนความหวาน ซึ่งไม่ได้ถูกนำมากล่าวถึงในงานล่าสุดเพราะเราไม่สามารถระบุประเภทของสารแทนความหวานที่แน่นอนได้ (เพราะงานวิจัยล่าสุดนี้มุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบระหว่างเครื่องดื่มลดน้ำหนัก กับเครื่องดิ่มที่ใช้สารแทนความหวานมากกว่า) การทดลองจึงควรมีระยะเวลาที่นานกว่านี้เพื่อให้ได้ผลสรุปของสุขภาพในด้านอื่นๆร่วมด้วย…
Natnaree TK | 2571 days ago
Read More
04/01/2019

นาฬิกาชีวิต กับการเผาผลาญแคลอรี่ ทำกิจกรรมช่วงกลางคืน ใช้พลังงานน้อยกว่ากลางวัน

นาฬิกาภายในร่างกายไม่เพียงทำงานในตอนที่คุณตื่นตัวมากที่สุด หรือตอนที่คุณง่วงนอนที่สุดเท่านั้น แต่มันยังทำงานได้ดีในตอนที่คุณเผาผลาญแคลอรี่มากที่สุดอีกด้วย งานวิจัยพบว่าในช่วงบ่าย และเย็นร่างกายเราเผาผลาญแคลอรี่ไปประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเช้า ในความเป็นจริงแล้ว การทำกิจกรรมใดๆในตอนกลางวันจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าการทำกิจกรรมเดียวกันในตอนกลางคืน สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิจัยเป็นอย่างมาก Kirki-Marja Zitting จากแผนก Sleep and Circadian Disorders ของโรงพยาบาล Brigham and Women's กล่าวว่า ข้อมูลใหม่นี้อาจสามารถช่วยอธิบายได้ว่าทำไมคนที่ทำงานตอนกลางคืน และ มีการใช้ชีวิตที่ไม่ตรงเวลา ถึงมีโอกาสอ้วนมากกว่าคนปกติ โดยทั่วไปหากมนุษย์ไม่ได้ใช้ชีวิตตามแบบแผน นาฬิกาชีวิตภายในร่างกายก็จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดให้เรากิน หรือง่วงนอน ด้าน Jeanne Duffy หนึ่งในแผนก Sleep and Circadian Disorders ก็ได้บอกว่า มันมีความเป็นไปได้ว่าหากเรากินในตอนที่ร่างกายเราสามารถนำพลังงานออกได้น้อยกว่า จะมีแนวโน้มที่ทำให้เราน้ำหนักขึ้นได้ง่าย ถึงแม้แนวคิดนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าหากเรากินมากกว่าการใช้พลังงานออกจะทำให้เราอ้วนขึ้น ในการวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยต้องการที่จะทดสอบว่านาฬิกาชีวิตภายในร่างกายของเราส่งผลต่อกระบวนการการเผาผลาญอย่างไร โดยไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรการ กิน การนอน และกิจกรรมในแต่ละวัน เขาได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัคร 7 คน เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในห้องแลปเป็นเวลากว่า 1 เดือน โดยไม่รู้เวลา…
Natnaree TK | 2572 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…