ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Nature
Read More

ดาวอังคาร ได้รับการวัดขนาดแกนกลางเป็นครั้งแรก แถมยังใหญ่กว่าที่คิด!

ในที่สุด นักวิทยาศาสตร์ก็ได้มองเข้าไปในใจกลางของดาวอังคารเป็นครั้งแรก เมื่อยานอวกาศ InSight ของนาซาได้เผยให้เห็นขนาดของแกนกลางของดาวอังคารด้วยการรับฟังเสียงแผ่นดินไหวที่ดังผ่านภายในของดาวเคราะห์ การวัดขนาดในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัศมีของแกนกลางของดาวอังคารอยู่ที่ 1,810 ถึง 1,860 กิโลเมตร ซึ่งเป็นขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของโลก ใหญ่กว่าค่าประมาณก่อนหน้านี้ การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า แกนกลางต้องมีองค์ประกอบที่เบากว่า เช่น ออกซิเจน นอกเหนือจากเหล็กและกำมะถันที่ประกอบขึ้นเป็นส่วนใหญ่  ดาวเคราะห์หินเช่นโลกและดาวอังคาร แบ่งออกเป็นชั้น โดยมี เปลือกโลก (crust) เนื้อโลก (mantle) และแกนกลาง (core) การรู้ขนาดของแต่ละชั้นนั้นมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่า ดาวเคราะห์ก่อตัวและวิวัฒนาการอย่างไร การวัดของ InSight จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุได้ว่าแกนกลางที่หนาแน่นและเต็มไปด้วยโลหะของดาวอังคารแยกออกจากเปลือกหินที่อยู่รอบ ๆ ขณะที่ดาวเคราะห์เย็นตัวลงอย่างไร โดยแกนกลางนี้น่าจะยังคงหลอมละลายจากการกำเนิดที่ร้อนแรงของดาวอังคารเมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีก่อนด้วย จนถึงขณะนี้ InSight ตรวจพบแผ่นดินไหวประมาณ 500 ครั้งซึ่งหมายความว่าดาวเคราะห์มีการสั่นสะเทือนน้อยกว่าโลก แต่มีมากกว่าดวงจันทร์ ทะเลสาบส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมาก และเช่นเดียวกับที่เครื่องวัดแผ่นดินไหวทำบนโลก InSight จะวัดขนาดของแกนกลางของดาวอังคารโดยการศึกษาคลื่อนไหวที่สะท้อนระหว่างเนื้อในดาวเคราะห์และแกนกลาง  ด้วยข้อมูลจากคลื่นเหล่านี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของ InSight สามารถคำนวณความลึกของขอบเขตแกนกลางและขนาดของแกนกลางได้ ข้อมูลแผ่นดินไหวยังชี้ให้เห็นว่า เนื้อดาวเคราะห์ด้านบนซึ่งทอดตัวไปประมาณ 700 ถึง 800…
22/11/2020

ลาก่อน Arecibo กล้องโทรทรรศน์ตามหามนุษย์ต่างดาวรุ่นปู่มากผลงาน เหตุเพราะพังเกินซ่อมแซม!

หากใครเป็นแฟนภาพยนตร์อวกาศ อย่าง Contact (1997) หรือซีรีส์ X-Files หรือแม้กระทั่งหนังสายลับอย่าง 007:GoldenEye (1995) คงคุ้น ๆ กับภาพของกล้องโทรทรรศน์วิทยุอันใหญ่เบิ้มสีขาวกระจ่างตา กล้องนั้นคือ Arecibo กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1963 ทำหน้าที่ทั้งรับและส่งสัญญาณไปยังอวกาศอันไกลโพ้น สร้างผลงานวิจัยมากมายในด้านดาราศาสตร์วิทยุ (Radio astronomy) วิทยาศาสตร์บรรยากาศ (Atmospheric science) และการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก (Search for Extraterrestrial life) Arecibo กับผลงานที่น่าทึ่ง กล้องโทรทรรศน์วิทยุ Arecibo เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบจานเดี่ยว ตั้งอยู่ที่ Puerto Rico เครือรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ในทะเลแคริบเบียน ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่กว้างถึง 305 เมตร จึงเคยดำรงตำแหน่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตกอันดับไปเมื่อจีนสร้างกล้องโทรทรรศน์ขนาดยักษ์ นามว่า FAST ขึ้นมาในปี 2016  ผลงานการค้นพบที่น่าทึ่งของกล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้ อาทิ พบว่าคาบการหมุนรอบตัวเองของดาวพุธคือ 59 วัน ซึ่งขัดกับการกล่าวอ้างเดิมที่ระบุว่าใช้เวลาถึง 88 วันยืนยันการมีอยู่ของดาวนิวตรอนค้นพบพัลซาร์ในระบบดาวคู่ ค้นพบพัลซาร์ที่มีคาบระดับมิลลิวินาทีเป็นครั้งแรกค้นพบพัลซาร์ที่หมุนเร็วที่สุดค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรกค้นพบโมเลกุลที่สามารถก่อกำเนิดชีวิตในกาแล็กซีอื่น…
09/08/2020

ฟ้าแลบบนดาวพฤหัสฯ ภาพล่าสุดจากนาซา ช่วยไขปริศนา ‘แอมโมเนียที่หายไป’

ภาพใหม่ที่งดงามชวนตื่นใจนี้เป็นผลลัพธ์จากนำข้อมูลจากภารกิจจูโนของนาซา มาประมวลและสร้างให้เกิดเป็นภาพขึ้น ช่วยชี้ให้เห็นว่า 'ดาวพฤหัสบดี' ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา เป็นแหล่งรวมของสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟ้าผ่าแบบตื้น (Shallow lightning)’ ซึ่งเป็นรูปแบบการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากเมฆที่มีสารละลายแอมโมเนียในน้ำ แตกต่างจากฟ้าผ่าบนโลกเกิดจากเมฆน้ำ มวลเมฆ สายฟ้า และแอมโมเนียที่หายไป นับตั้งแต่ภารกิจยานวอยเอเจอร์ของนาซาได้พบกับฟ้าแลบโจเวียน (Jovian lightning flashes) (คำว่าโจเวียน มีที่มาจากชื่อของเทพจูปิเตอร์ในเทพปกรณัมโรมัน) ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2522 ก็เป็นที่คาดกันว่า ฟ้าผ่านี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นโลกเกิดในยามฝนฟ้าคะนอง ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำในทุกรูปแบบ ทั้งน้ำแข็ง ของเหลว และก๊าซ  บนดาวพฤหัสบดี พายุจะเกิดขึ้นที่ระดับประมาณ 45 - 65 กิโลเมตร (28 - 40 ไมล์) ใต้กลุ่มเมฆที่สามารถมองเห็นได้ โดยมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส (32 องศาฟาเรนไฮต์ อันเป็นอุณหภูมิที่น้ำแข็งตัว) ยานวอยเอเจอร์และภารกิจอื่น ๆ ที่เดินทางไปยังดาวเคราห์ะนี้ ล้วนเห็นฟ้าแลบเป็นจุดสว่างเรืองบนยอดเมฆ บ่งบอกว่าแสงวาบเกิดขึ้นลึกลงไปในเมฆน้ำ  ทว่า สายฟ้าแลบที่ยานจูโนสังเกตการณ์ได้ที่ด้านมืดของดาวกลับให้ข้อมูลที่ต่างออกไป มันช่วยชี้ให้เห็นว่า ในพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ก๊าซขนาดใหญ่เหล่านี้อาจก่อตัวเป็นก้อนลูกเห็บชื้นแฉะอุดมด้วยแอมโมเนีย…
Marine Life Under the Sea Global Warming
Marine Life Under the Sea Global Warming
05/04/2020

ทำ-ทัน-ที 30 ปียังมีโอกาส! นักวิทย์เผย “โลกใต้น้ำ” กลับมาสมบูรณ์ได้ หากมนุษย์ช่วยกันตั้งแต่วันนี้

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า มหาสมุทรสามารถฟื้นฟูกลับคืนสภาพสมบูรณ์ได้ภายใน 30 ปี หากมีการเร่งแก้ไข หรือ ททท. ทำ-ทัน-ที ตั้งแต่วันนี้ หลังจากตลอดอายุการปรากฏขึ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐที่สุด" เหนือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นบนโลกได้สร้างหายนะให้แก่มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลมายาวนานหลายศตวรรษ จากการทำประมงอย่างหนัก มลพิษต่าง ๆ ที่ปล่อยจากโรงงานอุตสหากรรมและจากครัวเรือนลงสู่ท้องทะเล รวมไปถึงการทิ้งขยะตามชายฝั่งทะลทั่วโลก และการออกล่าสิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลเพื่อสำเร็จความใคร่ทางวัฒนธรรม ไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว และทำให้น้ำทะเลในมหาสมุทรมีค่าความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Hawaii Manoa ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโดยเฉลี่ย มลพิษทางทะเล และความเป็นกรดของน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล แนวปะการังกว่า 70-90% ที่มีอยู่จะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน การศึกษาจากแหล่งอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้จำนวนปลาในทะเลทั่วโลกลดลง จากรายงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ผ่านนิตยสาร Nature เปิดเผยข้อมูลว่า สิ่งมีชีวิตในทะเลนั้นมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่าตลอดมาจะได้รับความเสียหายจากมนุษย์มานับไม่ถ้วน นักวิจัยกล่าวว่า ประชากรสิ่งมีชีวิตในทะเลสามารถฟื้นฟูได้เร็วอย่างเร็วสุดในปี 2050 ถ้าหากประชากรโลกใส่ใจและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้เกิดขึ้นกับทะเลทั่วโลก ความหลากหลายในทะเลได้หายไปในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่ในช่วงศตวรรษที่ 21 พบการกลับมาฟื้นตัวในบางกรณี สัดส่วนของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้…
11/03/2014

อีกก้าวหนึ่งสู่พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน พลังงานดั่งดวงอาทิตย์ในกำมือเรา

พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เริ่มต้นมาจากทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ ที่เราเห็นกันในสูตร E = mc^2 นะครับ เพราะจริง ๆ มันเริ่มมาตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดจักรวาลแล้ว ที่เป็นภาพชัดเจนที่สุดก็ "ดวงอาทิตย์" ของเรานี่ล่ะครับ สิ่งที่ทำให้ดวงอาทิตย์ส่องสว่างและให้ความร้อนได้นั้น เกิดจาก “ปฏิกิริยานิวเคลียร์” ครับ ซึ่งปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่มนุษย์รู้จักในตอนนี้ มีอยู่หลักๆ 2 แบบด้วยกัน คือ นิวเคลียร์ฟิวชั่น (แบบในดวงอาทิตย์) และ นิวเคลียร์ฟิชชั่น (แบบในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป และ ระเบิดปรมาณู) ปัจจุบันพลังงานนิวเคลียร์ที่มนุษย์พัฒนาจนใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงแบบนิวเคลียร์ฟิชชั่นเท่านั้น วิธีนี้ใช้ธาตุกัมมันตรังสี อย่าง ยูเรเนียม หรือ พลูโตเนียม มาผ่านกระบวนการยิงประจุ ภายในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งมีอันตรายสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ของสารนิวเคลียร์ไม่ให้ควบคุมไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุระเบิด อย่างเหตุร้ายแรงของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเมื่อปี 1986 ที่ทำให้บริเวณโดยรอบยังคงมีรังสีตกค้าง สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ หรือผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อย่างเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีสารฯรั่วไหลที่เมือง Fukushima ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (ครบรอบ 3 ปีในวันที่โพสต์ข่าวนี้พอดี) อีกทั้งการควบคุมและกำจัดกากกัมมันตรังสีที่เหลือจากกระบวนการผลิตก็ยุ่งยากมากเพราะมีความเป็นพิษอย่างร้ายแรงต่อทั้งสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ แน่นอนครับว่า…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…