ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Nature
Read More

ดาวอังคาร ได้รับการวัดขนาดแกนกลางเป็นครั้งแรก แถมยังใหญ่กว่าที่คิด!

ในที่สุด นักวิทยาศาสตร์ก็ได้มองเข้าไปในใจกลางของดาวอังคารเป็นครั้งแรก เมื่อยานอวกาศ InSight ของนาซาได้เผยให้เห็นขนาดของแกนกลางของดาวอังคารด้วยการรับฟังเสียงแผ่นดินไหวที่ดังผ่านภายในของดาวเคราะห์ การวัดขนาดในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัศมีของแกนกลางของดาวอังคารอยู่ที่ 1,810 ถึง 1,860 กิโลเมตร ซึ่งเป็นขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของโลก ใหญ่กว่าค่าประมาณก่อนหน้านี้ การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า แกนกลางต้องมีองค์ประกอบที่เบากว่า เช่น ออกซิเจน นอกเหนือจากเหล็กและกำมะถันที่ประกอบขึ้นเป็นส่วนใหญ่  ดาวเคราะห์หินเช่นโลกและดาวอังคาร แบ่งออกเป็นชั้น โดยมี เปลือกโลก (crust) เนื้อโลก (mantle) และแกนกลาง (core) การรู้ขนาดของแต่ละชั้นนั้นมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่า ดาวเคราะห์ก่อตัวและวิวัฒนาการอย่างไร การวัดของ InSight จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุได้ว่าแกนกลางที่หนาแน่นและเต็มไปด้วยโลหะของดาวอังคารแยกออกจากเปลือกหินที่อยู่รอบ ๆ ขณะที่ดาวเคราะห์เย็นตัวลงอย่างไร โดยแกนกลางนี้น่าจะยังคงหลอมละลายจากการกำเนิดที่ร้อนแรงของดาวอังคารเมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีก่อนด้วย จนถึงขณะนี้ InSight ตรวจพบแผ่นดินไหวประมาณ 500 ครั้งซึ่งหมายความว่าดาวเคราะห์มีการสั่นสะเทือนน้อยกว่าโลก แต่มีมากกว่าดวงจันทร์ ทะเลสาบส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมาก และเช่นเดียวกับที่เครื่องวัดแผ่นดินไหวทำบนโลก InSight จะวัดขนาดของแกนกลางของดาวอังคารโดยการศึกษาคลื่อนไหวที่สะท้อนระหว่างเนื้อในดาวเคราะห์และแกนกลาง  ด้วยข้อมูลจากคลื่นเหล่านี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของ InSight สามารถคำนวณความลึกของขอบเขตแกนกลางและขนาดของแกนกลางได้ ข้อมูลแผ่นดินไหวยังชี้ให้เห็นว่า เนื้อดาวเคราะห์ด้านบนซึ่งทอดตัวไปประมาณ 700 ถึง 800…
22/11/2020

ลาก่อน Arecibo กล้องโทรทรรศน์ตามหามนุษย์ต่างดาวรุ่นปู่มากผลงาน เหตุเพราะพังเกินซ่อมแซม!

หากใครเป็นแฟนภาพยนตร์อวกาศ อย่าง Contact (1997) หรือซีรีส์ X-Files หรือแม้กระทั่งหนังสายลับอย่าง 007:GoldenEye (1995) คงคุ้น ๆ กับภาพของกล้องโทรทรรศน์วิทยุอันใหญ่เบิ้มสีขาวกระจ่างตา กล้องนั้นคือ Arecibo กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1963 ทำหน้าที่ทั้งรับและส่งสัญญาณไปยังอวกาศอันไกลโพ้น สร้างผลงานวิจัยมากมายในด้านดาราศาสตร์วิทยุ (Radio astronomy) วิทยาศาสตร์บรรยากาศ (Atmospheric science) และการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก (Search for Extraterrestrial life) Arecibo กับผลงานที่น่าทึ่ง กล้องโทรทรรศน์วิทยุ Arecibo เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบจานเดี่ยว ตั้งอยู่ที่ Puerto Rico เครือรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ในทะเลแคริบเบียน ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่กว้างถึง 305 เมตร จึงเคยดำรงตำแหน่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตกอันดับไปเมื่อจีนสร้างกล้องโทรทรรศน์ขนาดยักษ์ นามว่า FAST ขึ้นมาในปี 2016  ผลงานการค้นพบที่น่าทึ่งของกล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้ อาทิ พบว่าคาบการหมุนรอบตัวเองของดาวพุธคือ 59 วัน ซึ่งขัดกับการกล่าวอ้างเดิมที่ระบุว่าใช้เวลาถึง 88 วันยืนยันการมีอยู่ของดาวนิวตรอนค้นพบพัลซาร์ในระบบดาวคู่ ค้นพบพัลซาร์ที่มีคาบระดับมิลลิวินาทีเป็นครั้งแรกค้นพบพัลซาร์ที่หมุนเร็วที่สุดค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรกค้นพบโมเลกุลที่สามารถก่อกำเนิดชีวิตในกาแล็กซีอื่น…
09/08/2020

ฟ้าแลบบนดาวพฤหัสฯ ภาพล่าสุดจากนาซา ช่วยไขปริศนา ‘แอมโมเนียที่หายไป’

ภาพใหม่ที่งดงามชวนตื่นใจนี้เป็นผลลัพธ์จากนำข้อมูลจากภารกิจจูโนของนาซา มาประมวลและสร้างให้เกิดเป็นภาพขึ้น ช่วยชี้ให้เห็นว่า 'ดาวพฤหัสบดี' ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา เป็นแหล่งรวมของสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟ้าผ่าแบบตื้น (Shallow lightning)’ ซึ่งเป็นรูปแบบการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากเมฆที่มีสารละลายแอมโมเนียในน้ำ แตกต่างจากฟ้าผ่าบนโลกเกิดจากเมฆน้ำ มวลเมฆ สายฟ้า และแอมโมเนียที่หายไป นับตั้งแต่ภารกิจยานวอยเอเจอร์ของนาซาได้พบกับฟ้าแลบโจเวียน (Jovian lightning flashes) (คำว่าโจเวียน มีที่มาจากชื่อของเทพจูปิเตอร์ในเทพปกรณัมโรมัน) ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2522 ก็เป็นที่คาดกันว่า ฟ้าผ่านี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นโลกเกิดในยามฝนฟ้าคะนอง ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำในทุกรูปแบบ ทั้งน้ำแข็ง ของเหลว และก๊าซ  บนดาวพฤหัสบดี พายุจะเกิดขึ้นที่ระดับประมาณ 45 - 65 กิโลเมตร (28 - 40 ไมล์) ใต้กลุ่มเมฆที่สามารถมองเห็นได้ โดยมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส (32 องศาฟาเรนไฮต์ อันเป็นอุณหภูมิที่น้ำแข็งตัว) ยานวอยเอเจอร์และภารกิจอื่น ๆ ที่เดินทางไปยังดาวเคราห์ะนี้ ล้วนเห็นฟ้าแลบเป็นจุดสว่างเรืองบนยอดเมฆ บ่งบอกว่าแสงวาบเกิดขึ้นลึกลงไปในเมฆน้ำ  ทว่า สายฟ้าแลบที่ยานจูโนสังเกตการณ์ได้ที่ด้านมืดของดาวกลับให้ข้อมูลที่ต่างออกไป มันช่วยชี้ให้เห็นว่า ในพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ก๊าซขนาดใหญ่เหล่านี้อาจก่อตัวเป็นก้อนลูกเห็บชื้นแฉะอุดมด้วยแอมโมเนีย…
Marine Life Under the Sea Global Warming
Marine Life Under the Sea Global Warming
05/04/2020

ทำ-ทัน-ที 30 ปียังมีโอกาส! นักวิทย์เผย “โลกใต้น้ำ” กลับมาสมบูรณ์ได้ หากมนุษย์ช่วยกันตั้งแต่วันนี้

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า มหาสมุทรสามารถฟื้นฟูกลับคืนสภาพสมบูรณ์ได้ภายใน 30 ปี หากมีการเร่งแก้ไข หรือ ททท. ทำ-ทัน-ที ตั้งแต่วันนี้ หลังจากตลอดอายุการปรากฏขึ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐที่สุด" เหนือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นบนโลกได้สร้างหายนะให้แก่มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลมายาวนานหลายศตวรรษ จากการทำประมงอย่างหนัก มลพิษต่าง ๆ ที่ปล่อยจากโรงงานอุตสหากรรมและจากครัวเรือนลงสู่ท้องทะเล รวมไปถึงการทิ้งขยะตามชายฝั่งทะลทั่วโลก และการออกล่าสิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลเพื่อสำเร็จความใคร่ทางวัฒนธรรม ไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว และทำให้น้ำทะเลในมหาสมุทรมีค่าความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Hawaii Manoa ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโดยเฉลี่ย มลพิษทางทะเล และความเป็นกรดของน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล แนวปะการังกว่า 70-90% ที่มีอยู่จะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน การศึกษาจากแหล่งอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้จำนวนปลาในทะเลทั่วโลกลดลง จากรายงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ผ่านนิตยสาร Nature เปิดเผยข้อมูลว่า สิ่งมีชีวิตในทะเลนั้นมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่าตลอดมาจะได้รับความเสียหายจากมนุษย์มานับไม่ถ้วน นักวิจัยกล่าวว่า ประชากรสิ่งมีชีวิตในทะเลสามารถฟื้นฟูได้เร็วอย่างเร็วสุดในปี 2050 ถ้าหากประชากรโลกใส่ใจและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้เกิดขึ้นกับทะเลทั่วโลก ความหลากหลายในทะเลได้หายไปในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่ในช่วงศตวรรษที่ 21 พบการกลับมาฟื้นตัวในบางกรณี สัดส่วนของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้…
11/03/2014

อีกก้าวหนึ่งสู่พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน พลังงานดั่งดวงอาทิตย์ในกำมือเรา

พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เริ่มต้นมาจากทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ ที่เราเห็นกันในสูตร E = mc^2 นะครับ เพราะจริง ๆ มันเริ่มมาตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดจักรวาลแล้ว ที่เป็นภาพชัดเจนที่สุดก็ "ดวงอาทิตย์" ของเรานี่ล่ะครับ สิ่งที่ทำให้ดวงอาทิตย์ส่องสว่างและให้ความร้อนได้นั้น เกิดจาก “ปฏิกิริยานิวเคลียร์” ครับ ซึ่งปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่มนุษย์รู้จักในตอนนี้ มีอยู่หลักๆ 2 แบบด้วยกัน คือ นิวเคลียร์ฟิวชั่น (แบบในดวงอาทิตย์) และ นิวเคลียร์ฟิชชั่น (แบบในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป และ ระเบิดปรมาณู) ปัจจุบันพลังงานนิวเคลียร์ที่มนุษย์พัฒนาจนใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงแบบนิวเคลียร์ฟิชชั่นเท่านั้น วิธีนี้ใช้ธาตุกัมมันตรังสี อย่าง ยูเรเนียม หรือ พลูโตเนียม มาผ่านกระบวนการยิงประจุ ภายในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งมีอันตรายสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ของสารนิวเคลียร์ไม่ให้ควบคุมไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุระเบิด อย่างเหตุร้ายแรงของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเมื่อปี 1986 ที่ทำให้บริเวณโดยรอบยังคงมีรังสีตกค้าง สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ หรือผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อย่างเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีสารฯรั่วไหลที่เมือง Fukushima ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (ครบรอบ 3 ปีในวันที่โพสต์ข่าวนี้พอดี) อีกทั้งการควบคุมและกำจัดกากกัมมันตรังสีที่เหลือจากกระบวนการผลิตก็ยุ่งยากมากเพราะมีความเป็นพิษอย่างร้ายแรงต่อทั้งสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ แน่นอนครับว่า…

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…