Tags
| NHTSA
17/02/2023
จตุรวิทย์ เครือวาณิชกิจ | 1064 days ago
Tesla ประกาศให้รถกว่า 3 แสนคันอัปเดตซอฟต์แวร์เสริมความปลอดภัยในการขับขี่
Tesla กำลังเรียกรถยนต์กลับมาอัปเดตซอฟต์แวร์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หลังจากที่หน่วยงานด้านความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกากังวลว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวทำให้ผู้ใช้รถสามารถขับขี่ไม่ปลอดภัยได้12/03/2022
NHTSA ไฟเขียวรถยนต์ไร้คนขับไม่ต้องมีพวงมาลัยหรือระบบควบคุม
NHTSA (องค์กรบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ) ได้ปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของรัฐบาลกลางโดยเปิดทางให้รถยนต์ไร้คนขับที่ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADS) ใช้งานบนท้องถนนโดยไม่ต้องมีพวงมาลัย คันเร่งหรือระบบควบคุมด้วยคนขับมนุษย์ เพื่อรองรับรถยนต์ไร้คนขับแบบสมบูรณ์ที่มีแนวโน้มจะออกจำหน่ายในอีกไม่กี่ปีข้างข้างหน้าศิลา วงศ์เจริญ | 1405 days ago
Read More27/05/2021
หน่วยงานสหรัฐฯ ปรับคุณสมบัติความปลอดภัยในรถยนต์ Tesla Model 3, Y ที่เริ่มถอดเรดาร์
เว็บไซต์ขององค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (NHTSA) ได้อัปเดตคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของรถยนต์ Tesla Model 3 ปี 2021 และ Tesla Model Y ปี 2021 ที่ผลิตหลังวันที่ 27 เมษายน 2021 ว่าไม่สามารถแจ้งเตือนการชนด้านหน้า แจ้งเตือนการออกนอกเลน ช่วยเบรกลดแรงปะทะ และรองรับไดนามิกเบรก ซึ่งเป็นรถยนต์ที่เทสลาเริ่มเปลี่ยนไปใช้ระบบ Tesla Vision โดยถอดเซนเซอร์เรดาร์เพื่อใช้เฉพาะกล้อง อย่างไรก็ตาม NHTSA ยังคงให้คะแนนความปลอดภัยโดยรวมทั้งหมดในระดับ 5 ดาว คือ ระดับสูงสุด และมีคะแนนในการทดสอบความปลอดภัยทุกด้านทั้งการชนจากด้านหน้า การชนจากด้านข้าง และทดสอบการพลิกคว่ำที่ระดับ 5 ดาว วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม เทสลาได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ว่าบริษัทกำลังจะเปลี่ยนไปใช้ระบบ Tesla Vision ซึ่งเป็น Autopilot ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่ได้เลิกการติดตั้งใช้งานเรดาร์โดยจะใช้เฉพาะกล้อง และจะเริ่มปรับใช้ครั้งแรกในรถยนต์ไฟฟ้า Model 3 และ Model Y ที่ส่งมอบในตลาดอเมริกาเหนือเดือนพฤษภาคมนี้ นั่นก็คือรถที่ผลิตหลังวันที่…ศิลา วงศ์เจริญ | 1694 days ago
Read More30/01/2021
สหรัฐฯ เรียกรถยนต์ Ford และ Mazda คืนรวมกว่า 3 ล้านคัน เพราะถุงลมนิรภัยระเบิดจนมีผู้เสียชีวิต 27 ราย
หลังจากเคยรายงานไปว่า บริษัทรถยนต์ Tesla ถูกองค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐฯ (NHTSA) ออกคำสั่งให้เรียกรถยนต์ไฟฟ้ากลับคืนจากขาย 158,000 คันเนื่องจากมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ล่าสุด NHTSA ก็มีคำสั่งให้บริษัทรถยนต์อันดับ 2 ของสหรัฐฯ อีกเจ้าอย่าง Ford Motors เรียกคืนรถยนต์เช่นกัน แต่ในจำนวนที่มากกว่า Tesla มาก เพราะถูกเรียกคืนถึง 3 ล้านคันและต้องดำเนินการภายใน 30 วัน สาเหตุจากหน่วยงานตรวจพบว่า ถุงลมนิรภัยซึ่งผลิตโดยบริษัท ทาคาตะ จากญี่ปุ่น ซึ่งติดตั้งไว้ฝั่งคนขับ มีความเสี่ยงสูงว่าจะทำงานไม่ปกติอันส่งผลให้ผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุ NHTSA เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พบอุบัติเหตุจำนวน 18 ครั้งในสหรัฐฯ มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับถุงลมนิรภัยยี่ห้อทาคาตะระเบิด โดย ก่อนหน้านี้ Ford ได้ทำการยื่นเรื่องชี้แจงปัญหาดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกคืนรถยนต์แต่ได้รับการปฏิเสธ พร้อมทั้งมีคำสั่งให้บริษัทต้องดำเนินการเรียกคืนรถยนต์รุ่นที่ผลิตในปี 2007 ถึง 2012 โดยรวมถึงรุ่น Ranger และรุ่น Fusion ด้วย นอกจากนี้ NHTSA ยังได้สั่งให้บริษัท…Vinijphat Kanyapong | 1811 days ago
Read More18/01/2021
หน่วยงานรัฐของอเมริกา เรียกคืนรถไฟฟ้า Tesla กว่า 158,000 คัน เพราะเสี่ยงจะเกิดอันตราย
แม้ว่ารถยนต์ Tesla Model Y จะเป็นรถยนต์รุ่นล่าสุดของ Tesla ที่ถูกจัดอันดับความปลอดภัยระดับ 5 ดาวแต่องค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ยื่นจดหมายถึงบริษัท Tesla เรียกร้องให้เรียกรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Model S และ Model X รถยนต์รุ่นก่อน ๆ รวมจำนวนทั้งสิ้น 158,000 คัน คืนจากตลาดขายรถทั่วประเทศ หลังพบปัญหาบนแผงหน้าจอควบคุม Media Control Unit (MCU) ล้มเหลว ปัญหาดังกล่าวจะทำให้การแสดงผลบนหน้าจอสัมผัสไม่ทำงาน รวมถึงกล้องหลังรถและกล้องกระจกมองหลังไม่ปรากฏขึ้นบนจอ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย องค์กร NHTSA ได้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่จะสรุปได้ว่า รถยนต์ Tesla Model S ที่จำหน่ายช่วงปี 2012-2018 และ Model X ที่จำหน่ายช่วงปี 2016-2018 มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ทางด้าน Tesla ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ…Vinijphat Kanyapong | 1824 days ago
Read More23/06/2015
ล้ำสุดๆ ระบบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในรถ..คนขับมีเกิน สตาร์ทรถไม่ติดแน่นอน!!
ไม่ว่าประเทศไหนๆก็ยังคงรณรงค์เรื่องการ “เมาไม่ขับ” กันอยู่ตลอดค่ะ เพราะไม่ว่าจะทั้งเตือน ทั้งห้าม หรือทั้งรณรงค์ขนาดไหน ก็ยังมีคนที่ไม่สนใจและไม่ทำ ตามอยู่ดี จนเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะมาพูดว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” โถ่ๆ นอกจากจะทำให้คนขับได้รับอันตรายแล้วยังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนถึงชีวิตด้วยนะคะ แต่ล่าสุด ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำบวกกับวิวัฒนาการที่ทันสมัย ทำให้มีนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า “Driver Alcohol Detection System for Safety (DADSS)” ซึ่งจะช่วยขัดขวางคนขับรถที่มีอาการเมาจนเกินเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ให้สามารถสตาร์ทรถได้!! เปิดตัวโดย National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นผลงานศึกษาวิจัยที่ศึกษาอย่างต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งตั้งแต่ปี 2008 สำหรับ DADSS เป็นระบบตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ ซึ่งมีกลไกการทำงานหลักอยู่ 2 อย่างคือ ระบบวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ซึ่งติดตั้งไว้ที่พวงมาลัยหรือข้างประตูคนขับ ซึ่งสามารถตรวจวัดระดับอนุภาคแอลกอฮอล์ในอากาศรอบๆได้ หมายความว่าถ้าคนขับไม่ต้องการที่จะเป่าดีไวซ์วัดระดับแอลกอฮอล์ แต่ระบบก็ยังสามารถวัดผลปริมาณการดื่มได้ เป็นระบบเซ็นเซอร์สัมผัส ซึ่งติดตั้งอยู่ตรงปุ่มจุดไฟและตรงชิฟท์เกียร์ ใช้การวิเคราะห์สเปกตรัมเนื้อเยื่อไว้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ คล้ายกับระบบตรวจวัดลมหายใจ คือถ้าผู้ลงทะเบียนมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 0.08 ระบบสตาร์ทก็จะไม่สามารถทำงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม…salinee tintumrong | 3860 days ago
Read More01/04/2014
2018 ดีเดย์บังคับใช้กล้องมองหลัง
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 ทาง The Nation Highway Traffic Safety Administration หรือ NHTSA ได้มีประเด็นเกี่ยวกับข้อบังคับใหม่ ในการติดตั้งกล้องดังกล่าวนั้นให้เกิดขึ้นภายในพฤษภาคม 2561 นี้ สำหรับรถมูลค่า 10,000 ปอนด์ ( ประมาณ 540,000 บาท) ขึ้นไปPOLAR' BANNY | 4308 days ago
Read MorePR Partners
See All16/01/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 hour ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 3 days ago
Read More


















