ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Ooca
Read More

ทำไมฤดูฝนถึงทำให้เรารู้สึกขี้เกียจ?

การมีความขี้เกียจ หรือ “ภาวะแรงจูงใจต่ำ” (Low Motivation) ในช่วงฤดูฝน จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผลซ่อนอยู่นะ นอกจากอากาศที่เย็น และเสียงฝนตกกระทบพื้นที่เปรียบเสมือนดนตรีบรรเลงที่ช่วยขับกล่อมทำให้เราอยากนอนแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เพราะเราขาด “แสงแดด” นั่นเอง  สาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนหรือไม่กระฉับกระเฉงในช่วงวันฝนตก เพราะไม่มีแสงแดดจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเลย โดยที่ “แสง” เป็นสิ่งที่ช่วยควบคุมจังหวะชีวิตประจำวันของเรา ถ้าไม่มีแสงแดดจ้า ร่างกายของเราก็จะไม่ได้รับสัญญาณกระตุ้นทำให้ตื่นตัว แม้ว่าจะเป็นเวลาเช้าหรือเป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่แล้วก็ตาม มากระตุ้นบูสต์พลังในช่วงวันฝนตกกันดีกว่า ! และนอกจากจะหาวิธีกระตุ้นพลังงานให้กับตัวเองแล้ว ก็ขอให้ระวังเรื่องสุขภาพด้วย เพราะหน้าฝนมีสภาพอากาศชื้น บางคนต้องตากฝนเปียกปอนกลับบ้านอยู่บ่อยครั้ง ก็ขอให้ระมัดระวังสุขภาพกันด้วยนะ
15/05/2024

ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ปัญหาที่คนในครอบครัวไม่ควรมองข้าม

ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ มักเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ และอีกแบบคือภาวะซึมเศร้าที่เกิดในช่วงที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุแล้ว  ภาวะซึมเศร้า จัดเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยที่ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการเหล่านี้ และจากภาวะอาการทั้งหมดนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้ ผู้สูงอายุ นอนไม่หลับ หรือบางรายนอนมากเกินปกติ ชอบพูดเรื่องชวนหดหู่ และถ้าภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับที่รุนแรงก็อาจจะส่งผล ทำให้มีการทำร้ายตัวเองได้ ปัจจัยการเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาทางร่างกาย เช่นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเพิ่มขึ้นมาก็อาจจะทำให้จิตใจแย่ลงได้ หรือปัจจัยทางสังคม เช่นไม่สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัว หรือโลกยุคใหม่ได้ หรือผู้สูงอายุอาจจะเป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองที่ผิดเพี้ยนไป  ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าผู้สูงอายุในบ้านกำลังมีภาวะซึมเศร้า ควรที่จะรีบพาไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กโดยละเอียด เพื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า คุณหมอจะได้นำมาวางแผนในการจ่ายยา หรือวางแผนวิธีการบำบัดรักษาในด้านอื่น ๆ ต่อไป  และสิ่งที่คนในครอบครัวทำได้ ก็คือ การมอบความเข้าใจ ความรัก และความใส่ใจให้กับผู้สูงอายุในบ้าน เพื่อที่จะทำให้ผู้ป่วยสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และมีอาการที่ดีขึ้นตามลำดับ
07/05/2024

การถูกเลือกปฏิบัติส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้

การถูกเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination คือ การที่คนคนหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ซึ่งผลกระทบของการถูกกีดกันเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจขึ้นมาได้ และยังเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์ด้วย   อ้างอิงจากข้อมูลของศาสตราจารย์ Vickie Mays แห่ง UCLA Fielding School of Public Health ในภาควิชานโยบายสุขภาพและการจัดการ ที่ได้ทำการวิจัยร่วมกับ Susan Cochran ศาสตราจารย์ในภาควิชาระบาดวิทยาที่ UCLA พบว่า  “มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเราได้รับการปฏิบัติอย่างแตกต่าง ไม่ยุติธรรม อาจสร้างผลกระทบทางจิตใจ ให้กับผู้ที่ถูกกระทำ โดยเริ่มตั้งแต่การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ จนอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า”     การถูกเลือกปฏิบัติมีอะไรบ้าง?  ตามหลักการพื้นฐานความเท่าเทียมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ ไม่ควรมีใครที่จะถูกเลือกปฏิบัติ ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ และในกรณีที่การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับคุณ ให้คุณบอกตัวเองเอาไว้เลยว่า คุณไม่ได้ทำอะไรผิด “มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด”  หลังจากนั้นค่อยหาทางแก้ไขในสิ่งที่คุณเจอต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ซึ่งมีหน่วยงานให้เปิดให้คุณได้ร้องเรียนอยู่ ตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
02/05/2024

รู้จัก The Opportunist แนวคิดที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งเป็นโอกาส

มาเปลี่ยนปัญหา ให้กลายเป็นโอกาสดีกว่า!  หนึ่งในทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการไม่ปล่อยให้อะไรสูญเปล่าไปง่าย ๆ แม้สิ่งนั้นจะเป็นปัญหาแต่ ผู้ที่มีสกิลแบบ The Opportunist จะเป็นนักฉกฉวยที่เก่งกาจ และมักจะเห็นโอกาสในทุกแง่มุมอยู่เสมอ อยากเป็น The Opportunist มองเห็นโอกาสในทุกแง่มุม ต้องฝึกสกิลเหล่านี้! รู้จักการตื่นตัวอยู่เสมอ  ถ้าคุณอยากเป็นคนที่เห็นโอกาสในทุกแง่มุม ก็จะต้องพยายามมองหาโอกาส และช่องทางในการเติบโตอย่างต่อเนื่องใหม่ ๆ อยู่เสมอ  กล้าได้กล้าเสีย และยอมรับความเสี่ยง ทุกโอกาสย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนั้นคุณก็จะต้องเป็นคนที่ฝึกนิสัยยอมรับความเสี่ยงนั้นให้ได้ด้วยความเต็มใจ    ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด คุณจะต้องฝึกนิสัยให้ตัวเองเป็นคนที่ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เพราะยิ่งตัดสินใจได้ไว คุณก็อาจจะได้เปรียบมากกว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่ง  มีไหวพริบและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง ถ้าคุณอยากเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นโอกาส คุณก็จะต้องเป็นคนที่มีไหวพริบและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง และสามารถดึงจุดแข็งนี้ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณอยากมีสกิล The Opportunist ติดตัว คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะมองเห็นโอกาสที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะโอกาสที่คนอื่นยังมองไม่เห็น และจะต้องเป็นคนที่มีความกล้าได้กล้าเสีย เมื่อตัดสินใจแล้วก็ลุยเดินหน้าอย่างเต็มที่!
11/08/2023

อยากได้ อยากมี เหมือนคนอื่น เพราะเสพโซเชียลมากไป!

พฤติกรรมเสพติดของผู้ใช้โซเชียลมีเดียอาจแตกต่างกันไป แต่อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุด และมักจะทำให้ผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียขาดความพอดีในการใช้ชีวิต คือ มีความรู้สึกเครียด หรือมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นความสำเร็จ ทรัพย์สมบัติ หรือความสุขของผู้อื่น สิ่งนี้จะนำไปสู่การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น  และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลียนแบบความสำเร็จ หรืออยากได้อย่างมีสิ่งของตามผู้อื่น  และถ้าสิ่งของเหล่านั้นมีราคาสูงเกินกว่าที่จะซื้อไหว หรือคุณรู้สึกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกไม่คู่ควร มีความนับถือตนเองต่ำ และมีความยากลำบากในการยอมรับตนเอง ซึ่งสิ่งนี้สามารถสร้างผลกระทบทางจิตได้อย่างมาก  ผลกระทบของการเสพติดโซเชียล ร้ายกว่าที่คิด  ผลของการเสพติดโซเชียลมีเดีย และทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมี มีความรู้สึกอิจฉาในความสำเร็จของผู้อื่น เป็นการจัดการอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่มีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพตนเอง และสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่โดยรวมของคุณได้อย่างมาก โดยเฉพาะ  สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความอิจฉา หรือทำให้เกิดความนับถือในตัวเองต่ำ ได้อย่างไร? จากข้อมูลของ Afridi พบว่า อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น และรับรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นกำลังทำได้แบบ Real Time และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่พฤติกรรมเปรียบเทียบได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการฟูมฟักความอิจฉาได้อีกด้วย  การวิจัยพบว่าในบางคน ความรู้สึกอิจฉา อยากได้อยากมี รู้สึกด้อยค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งก่อนที่จะมีสื่อสังคมออนไลน์ มนุษย์เราก็มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับวงสังคมใกล้เคียงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนบ้าน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่น ๆ ที่เรารู้จัก…
04/08/2023

ควรทำอย่างไรกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน

หนึ่งในพื้นที่ที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุดนั่นก็คือ “พื้นที่ของการทำงาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับอาวุโส พนักงานระดับช่วงกลาง หรือแม้แต่พนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ และยังมีผู้คนจากหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เกิดความแตกต่าง ทั้งทางด้านความคิด และทัศนคติที่แตกต่างกันไปได้  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ด้วยกันก็คือ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีจัดการบริหารช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน ให้มีความเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องของทัศนคติที่แตกต่างกัน ทำให้ก่อเกิดสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ นอกเหนือไปจากการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวและทำความเข้าใจ ที่จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วันอีกด้วย  1. อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว  การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะนำไปสู่การปิดกั้นทางความคิดและทำให้เกิดความหมางใจกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสกระทำต่อผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้วใส่ผู้อาวุโส ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในที่ทำงานทั้งนั้นเพราะบุคคลในแต่ละช่วงวัยต่างก็มีความรู้มีประสบการณ์ แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงมีความรู้ดี ๆ ให้เรานำมาปรับใช้กับชีวิต และทำงานอยู่เสมอ 2. เปิดพื้นที่ให้คนต่างวัยได้ศึกษา และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน  คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่ทำงานอยู่ในวงการหรือธุรกิจนั้น ๆ มาอย่างยาวนาน จะมีประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียน ในทางกลับกัน คนรุ่นมิลเลนเนียลได้เติบโตขึ้นมาในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านและทำให้ก่อเกิดการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งบุคคลทั้ง 2 วัยนี้ต่างก็มีเรื่องที่ตนเองถนัดและเรื่องที่ตนเองไม่ถนัด การแชร์ประสบการณ์ และแชร์ความรู้กัน นอกจากจะเป็นการเพิ่มเติมความรู้แล้ว ก็ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์…
04/08/2023

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! หลักจิตวิทยาว่าด้วยการยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ

ทำไมถึงห้ามใจไม่ค่อยได้จริงจริ๊ง! ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ คุณเคยรู้สึกเช่นนี้หรือไม่? วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักจิตวิทยาว่าทำไมเมื่อคนเราถูกห้ามมักจะยิ่งอยากทำ ยกตัวอย่างเช่น เช่น บางครอบครัวห้ามลูกเที่ยวกลางคืน แต่ลูกก็ยิ่งหนีเที่ยว หรือคุณเจอป้ายที่เขียนในสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ ที่เขียนว่า “Don't touch” ยิ่งทำให้อยากสัมผัสเข้าไปอีก หรือเจอป้ายที่เขียนว่า “อย่าเดินลัดสนาม” เท้าเจ้ากรรมยิ่งอยากเดินไปสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าแบบเต็ม ๆ เสียเหลือเกิน วันนี้เรามีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากกัน  ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Reactance”  ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า รีแอกแตนซ์ (Reactance) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรู้สึกว่าเสรีภาพหรือความเป็นอิสระของตนกำลังถูกคุกคามหรือถูกจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่ความปรารถนาที่ทำพฤติกรรมต้องห้ามมากขึ้น  เมื่อมีคำสั่งต้องห้าม สิ่งนี้มักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่ทำให้บุคคลต้องการยืนยันเสรีภาพของตนเอง และทำสิ่งต้องห้าม ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นจากความต้องการโดยธรรมชาติของเรา เพราะมนุษย์ต้องการความเป็นอิสระและต้องการควบคุมชีวิตของเราเอง และเมื่อเรารับรู้ว่าเสรีภาพของเราถูกจำกัด ทำให้มักเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากต่อต้านข้อจำกัดนั้น ยิ่งห้ามยิ่งเร้าใจ อยากท้าทายสุด ๆ  ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการประกาศเตือน ด้วยป้าย POP UP ห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกดคลิกเข้าไปใช้งานเว็บเด็ดขาด! และจากการประกาศเตือนเช่นนี้ บางคนก็อาจรู้สึกอยากไปดูมากขึ้น เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นหรือความปรารถนาที่จะท้าทายอำนาจในการสั่งห้าม ในทำนองเดียวกัน เมื่อพ่อแม่สั่งห้ามไม่ให้ลูก ๆ ออกไปเที่ยวกลางคืน ก็อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกถูกจำกัด และเด็กบางคนอาจลงมือฝ่าฝืนกฎของพ่อแม่เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของตนเอง  ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีปรากฏการณ์ รีแอกแตนซ์…
25/07/2023

กฎของแรงดึงดูด ยิ่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ยิ่งได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับมา

กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ใช้ในการดูแลจิตใจตัวเอง และเป็นศาสตร์แห่งการฝึกจิตเพื่อดึงดูดเรื่องราวในแง่บวกที่มีการเผยแพร่มาอย่างยาวนานแล้ว แต่เรื่องราวของกฎแห่งแรงดึงดูด มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างมากขึ้น จากการถือกำเนิดของ หนังสือ How -To ชื่อดังอย่าง “The Secret” ผู้แต่ง Rhonda Byrne ซึ่งวันนี้เราจะนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับ กฎของแรงดึงดูด มาย่อให้สั้นลง และนำเสนอวิธีใช้กฎนี้แบบง่ายดายที่สุด ให้คุณได้ทำความรู้จักกัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจากสิ่งที่เราคิด แนวคิดของกฎนี้มีอยู่ว่า เมื่อคุณจดจ่อจิตอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนส่งผลทำให้เกิดอารมณ์อย่างเข้มข้นต่อเรื่องนั้น  สิ่งนี้จะสร้างแรงดึงดูดที่ดึงดูดสิ่งที่คุณคิดเข้ามาหาคุณ ซึ่งจะมีการดึงดูดทั้งสิ่งดีและสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเลือกเรื่องที่คุณคิดถึงและมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่คุณคิดได้ ดังนั้นหัวใจหลักของกฎนี้จึงเน้นย้ำให้คุณนึกถึงแต่สิ่งที่คุณต้องการ และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่คิดถึงสิ่งที่คุณไม่ต้องการ เท่านั้น กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) ใช้กับเรื่องอะไรได้บ้าง?  กฎนี้เป็นกฎที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์คู่รัก ความสัมพันธ์กับเพื่อน การปรับปรุงดูแลสุขภาพใจ ปรับปรุงดูแลรูปร่างของตนเอง การเป็นนิสัยให้เป็นคนที่ดีขึ้นในเรื่องที่คุณต้องการการเป็น เช่น มีความขยัน…
24/07/2023

ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?

อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน  มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…
17/07/2023

วิธีเช็กว่าตัวเองเป็นคนเฮงซวยแค่ไหน ?

คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มีอีโก้ที่มองว่า มุมมอง ความคิด หรือการกระทำตัวเองนั้นถูกต้องแบบไม่มีความด่างพร้อย จนบางครั้งมีการแสดงออกด้วยพฤติกรรมและคำพูดที่เฮงซวยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้คุณสามารถเช็กนิสัยของตัวเองได้ว่า Toxic ไหม จะได้เป็นการดูแลพฤติกรรมของตัวเองไม่ทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างได้รับผลกระทบมากจนเกินไป และยังเป็นการปรับตัวให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขได้อีกด้วย  พฤติกรรมเฮงซวย หรือพฤติกรรม Toxic คืออะไร ? พฤติกรรมที่เป็นพิษ หรือพฤติกรรมเฮงซวย เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลทำให้คนรอบข้างไม่พอใจ เช่น การเผลอเล่าเรื่องตลกที่ทำร้ายความรู้สึกของใครบางคน การบูลลี่ ไปจนถึงการใช้คำพูดหรือการกระทำเชิงลบและโหดร้าย กระทำต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง กล่าวอีกนัยหนึ่ง  พฤติกรรมเฮงซวยก็คือพฤติกรรมที่เป็นการนำเรื่องในแง่ลบมาสู่ตนเองและผู้อื่น 5 ลักษณะพฤติกรรมเฮงซวย ที่พบได้มากที่สุด  พฤติกรรมเฮงซวย สามารถแสดงออกได้หลายวิธี แต่ถ้าหากคุณกำลังกังวลอยู่ว่าคุณกำลังแสดงลักษณะนิสัยเหล่านี้ออกมาอยู่เรื่อย ๆ รึเปล่านะ ให้ถามตัวเองว่า คุณมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 ประการต่อไปนี้หรือไม่  1. ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น: ผู้ที่มีพฤติกรรมเฮงซวยประการแรก คือ ผู้ที่ทำผิด และแทนที่จะยอมรับความผิดนั้น แต่กลับแสดงความไม่พอใจหรือความก้าวร้าวออกมา และพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าเหตุผลที่ต้องประพฤติตนเช่นนี้ ก็เพราะมาจากผู้คนรอบตัวนั่นแหละ ที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ คราวนี้ลองถามตัวเองว่าคุณกล้าที่จะยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อหรือไม่ หรือโทษคนอื่นก่อนเป็นอันดับแรก  2. การควบคุมพฤติกรรม: และการบงการในรูปแบบอื่น ๆ จัดเป็นสัญญาณสำคัญของคนที่มีพฤติกรรมเฮงซวย…
17/07/2023

มีจริงหรือ ? อาถรรพ์รัก 7 ปี กับคำอธิบายทางจิตวิทยา

หนึ่งในความเชื่อที่เกี่ยวกับความรัก คือ อาถรรพ์รัก 7 ปี ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เมื่อคู่รักคบกันจนถึงปีที่ 7 ในปีนี้ความรักจะเริ่มสั่นคลอน หรือมีอุปสรรคขนานใหญ่ที่จะเข้ามาทำให้เลิกรากันไป หลาย ๆ คนเชื่อว่าสิ่งนี้คือ “อาถรรพ์” และเริ่มหวาดกลัว มีความกังวล ไม่มีความสุขกับความรักที่อยู่ตรงหน้า แต่คำแนะนำของเราคืออย่าปล่อยให้ อาถรรพ์รัก 7 ทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ของคุณไปเลย ดังนั้นมาทำความรู้จักกับคำอธิบายที่เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ในรูปแบบจิตวิทยากันดีกว่า  อาถรรพ์รัก 7 ปี มีจริงหรือ ?  ในทางจิตวิทยามีการวิจัยน้อยมาก โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นทำให้เกิดข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นมาว่า เมื่อคุณตกหลุมรักครั้งแรก สมองของคุณจะอาบไปด้วยสารสื่อประสาทที่ทำให้คุณรู้สึกดี สารสื่อประสาทเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่คุณอย่างมาก และทำหน้าที่เป็นแว่นตาปรับเปลี่ยนมุมมอง ทำให้คุณไม่เห็นข้อบกพร่องของแฟนของคุณ และมองว่าทำอะไรก็ดีไปหมด แต่เมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้หมดฤทธิ์ มุมมองที่คุณมีต่อแฟนก็จะเริ่มตรงกับความจริงมากขึ้น คุณจะเริ่มสังเกตเห็นข้อบกพร่องและจุดอ่อนของคนรักมากขึ้น   คุณจะเริ่มมองเห็นข้อดี – ข้อเสีย ของคนรักมากขึ้น หลังจากคบกันไประยะหนึ่ง สารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้คุณแฮปปี้กับคนรัก จะระเหยไปอย่างมากในช่วงปีที่ 2…
12/07/2023

ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ  แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย  โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว  และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ  เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้  อย่าเพิ่งลาออก!  อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…
12/06/2023

ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมวันไหนนอนไม่พอแล้วมักหงุดหงิดไม่ก็โมโหง่าย ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดั่งใจ แถมยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้ายิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ตามมา บางคนยิ่งนอนไม่พอยิ่งนอนไม่หลับ ในขณะที่บางคนยิ่งนอนยิ่งอยากนอนมากขึ้น หรือบางคนอาจรุนแรงไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตขนาดนั้นจริงหรือ หากสนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างไรบ้างไปดูกัน ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต แน่นอนว่าการอดนอนส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ไปจนถึงการทำงานของระบบประสาท เมื่อร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลงก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตก่อให้เกิดความเครียด แต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนเครียดเรื่องสุขภาพ บางคนเครียดเรื่องงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตตามมาอยู่ดี  นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่อดนอนชนิดรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตตามมา เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว มีลักษณะคล้ายคนมีภาวะอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า เช่น ซึมเศร้าผิดปกติหรือร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น รู้อย่างนี้แล้วยอมปล่อยให้ตัวเองอดนอนต่อไปคงไม่ดีต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเป็นแน่ หากอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่แต่ไม่รู้จะทำยังไงลองวิธีเหล่านี้ดู 1. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เชื่อว่าหลายคนเป็นกัน ช่วงแรก ๆ ของการปรับพฤติกรรมนอนให้ตรงเวลาบอกเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะนอนหลับได้ก็ต้องคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ รู้ตัวอีกทีหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หรือบางคนอาจไม่ได้หลับเลยเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการคิด พอร่างกายเริ่มปรับตัวเมื่อไหร่เราก็จะคุ้นชินกับเวลาการนอนหลับเดิม เช่น เรานอนตอน 02 : 00 น. เราก็จะรู้สึกง่วงตอนตีสอง ดังนั้นจึงอยากให้กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม เช่น เข้านอน 22…
06/06/2023

เทคนิคสำหรับการดูแลสุขภาพจิตเมื่อต้อง WFH

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Work From Home ไม่เวิร์กอย่างที่คิด ช่วงเริ่ม WFH ใหม่ ๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้ทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะตื่นทำงานไม่ทัน รถจะติดไหม จะมีเวลาพักผ่อนหรือเปล่า? เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน  แต่ทำไมล่ะพอนานวันเข้า WFH ที่ว่าเวิร์คกับไม่เวิร์คอย่างที่คิด บางคนจากที่คิดว่าตนเองมีอิสระก็กลายเป็น “โดดเดี่ยว” จากที่คิดว่ามีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมก็เริ่มเข้าสู่ “สภาวะหมดไฟในการทำงาน” แน่นอนว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีวิธีการรับมืออย่างไร หรือมีเทคนิคดูแลสุขภาพจิตยังไงไปดูกัน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการ WFH แม้การแพร่ระบาดของโควิด – 19 อยู่ภายใต้มาตรการการควบคุม แต่การ Work From Home มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงปฏิเสธว่าปัญหาสุขภาพจิตในการทำงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ส่วนผลกระทบหลัก ๆ มีดังนี้  1. ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม (Social Isolation)  โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การต้องทำงานอยู่กับบ้านภายใต้บรรยากาศแบบเดียวกันทุกวัน ทำกิจวัตรเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะขัดกับพฤติกรรมทางธรรมชาติ ยิ่งถูกตัดขาดจากสังคมมากเท่าไหร่ผลกระทบยิ่งรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การตัดขาดทางกายไม่สามารถถูกทดแทนด้วยการพบปะผ่านทางออนไลน์ เช่น ปาร์ตี้หรือการประชุม ทำให้ถึงแม้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการหมั่นพบปะพูดคุยหรือจัดสรรพื้นที่ให้สามารถพูดคุยปรึกษาหารือกันได้แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่…
31/05/2023

 4 วิธี ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข

ด้วยอายุที่มากขึ้น อาจทำให้คุณเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ในวันนี้เราจะมาเน้นเจาะลึกในเรื่องของสุขภาพจิตเป็นหลัก จากการศึกษาของศูนย์ควบคุมโรค (CDC) เกี่ยวกับสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป พบว่า 20% ของผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท ภาวะที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ความวิตกกังวล ความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างรุนแรง และความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้าสองขั้ว ความผิดปกติทางอารมณ์ สามารถนำไปสู่ความบกพร่องในการทำงานทางร่างกาย จิตใจ และสังคม และอาจส่งผลกระทบและทำให้การรักษาโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น แม้ว่าอัตราของผู้สูงอายุที่มีภาวะสุขภาพจิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ แต่ภาวะซึมเศร้าและโรคอื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องปกติของการสูงวัย ดังนั้นเราจึงอยากจะเชิญชวนคุณให้มาเตรียมตัวเตรียมใจ ก่อนที่จะข้าวเข้าสู่วัยกลางคนอย่างมีความสุขกัน 1. เล่นเกมลับคมทางสมอง เช่นเดียวกับที่ร่างกายที่ต้องการกิจกรรมทางกาย และการกระตุ้นเพื่อให้มีสุขภาพกายที่ดี สมองก็ต้องการการกระตุ้นเพื่อรักษาความเฉียบคม และหลีกเลี่ยงการเสื่อมถอยของสมองเช่นกัน จากข้อมูลของ Harvard Health Publishing เกมลับสมองสามารถช่วยลับคมทักษะการคิดบางอย่าง เช่น ความเร็วในการประมวลผล ทักษะการวางแผน เวลาตอบสนอง การตัดสินใจ และความจำระยะสั้น โดยกิจกรรมที่เราแนะนำเช่น  1.1 การอ่านและการเขียน ช่วยเพิ่มการทำงานของหน่วยความจำ ลดความเครียด และส่งเสริมการนอนหลับที่ดีขึ้น…
26/05/2023

ทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) ปมของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพ

คุณเคยพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่มีความมั่นใจ ในความคิดของตัวเองมากจนเกินไปหรือไม่ แน่นอนว่าการมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากเกินไปจนเบียดบังชีวิตของผู้อื่นละจะเป็นยังไง ? วันนี้เราจะชวนคุณมาทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) พฤติกรรมของผู้ที่มีปมนี้อยู่ในใจ จะประเมินตนเอง ประเมินความสามารถ และประเมินสิทธิ์ของตนสูงเกินไป โดยนักสังคมสงเคราะห์ทางคลินิก De-Andrea Blaylock-Johnson, LCSW กล่าวว่า “ความรู้สึกมั่นใจตัวเองสูงเกินจริงเป็นตัวบ่งชี้ที่ใหญ่ที่สุด” ของผู้ที่มีปมนี้  เก่งมาก กล้ามาก กว่าใคร คือฉันนี่แหละ!  De-Andrea Blaylock-Johnson ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่มีปมพระเจ้า นอกจากจะมีความมั่นใจใจตัวเองแบบสูงปรี๊ดยิ่งกว่าตึกใบหยกแล้ว ยังพบความคิดในลักษณะอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่ดีกว่าคนอื่น “พวกเขารู้สึกว่าตัวเองฉลาดที่สุดในห้อง พวกเขารู้ดีที่สุด” เธอกล่าว ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีปมนี้มักจะมีความเย่อหยิ่งจนสุดโต่ง โดยเชื่อว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่ปมนี้ถูกเรียกว่า “God Complex” เพราะผู้ที่มีลักษณะทางจิตวิทยานี้ จะมีความรู้สึกว่าตัวเองดีที่สุด เก่งที่สุด มีคุณค่ามากกว่าคนอื่น เหนือใคร ๆ เปรียบดุจเทพนั่นเอง และพวกเขาไม่ได้คำนึงถึงว่าการกระทำของพวกเขาจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร  ปม “God Complex” มีอาการหลงตัวเองด้วยหรือไม่ ? ผู้ที่มีปมพระเจ้ากับผู้ที่มีอาการหลงตัวเอง…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…