ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| OutSystems
14/09/2021
Read More

ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?

ในปี 2563 ที่ผ่านมา โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ออนไลน์อย่างแท้จริง และการเปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีวันถอยกลับ ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงจำเป็นต้องนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จทั้งในปีนี้และในอนาคต แบรนด์ต่าง ๆ อาจคิดว่าตนเองนำเสนอประสบการณ์ได้ดีพอแล้ว แต่ลูกค้ากลับไม่คิดเช่นนั้น และด้วยเหตุนี้ผู้บริหารไอทีจึงต้องเข้ามามีบทบาทช่วยองค์กรปิดช่องโหว่ดังกล่าว มาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ตัวอย่างเช่นปีที่แล้วมีลูกค้า 35 เปอร์เซ็นต์ใช้ออนไลน์แบงค์กิ้งเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่จะยังคงใช้ต่อไปหลังจากที่ธุรกิจเริ่มกลับเข้าสู่ ‘ภาวะปกติ’ ดังนั้นการนำเสนอประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้าบนระบบดิจิทัลจึงนับว่ามีความสำคัญอย่างมาก ที่จริงแล้ว องค์กรต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในเรื่องประสบการณ์สำหรับลูกค้า (Customer Experience - CX) และสร้างแอปพลิเคชันที่จำเป็นสำหรับการรองรับ CX โดยผลการสำรวจความคิดเห็นจาก Harvey Nash – KPMG CIO Survey ชี้ว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีเรื่องใหญ่ ๆ สองเรื่องที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ ประสบการณ์ของลูกค้า แม้กระทั่งหลังช่วงการแพร่ระบาดไปแล้ว องค์กรก็ยังคงมุ่งเน้นสองเรื่องนี้มากที่สุด   รายงานจากการ์ตเนอร์ยังระบุว่า 91% ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามกำหนดให้ CX เป็นเป้าหมายหลักสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ดิจิทัล  การใช้มาตรการล็อคดาวน์และการโยกย้ายสู่ระบบออนไลน์ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องตามมา นับเป็นปัจจัยเร่งที่กระตุ้นการลงทุนในส่วนนี้ โดยบริษัทที่เคยมองว่าการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลให้แก่ลูกค้าเป็นเพียง ‘ทางเลือกหนึ่ง’ เพราะตอนนั้นธุรกรรมที่ทำกับลูกค้าส่วนใหญ่เป็นการติดต่อแบบพบปะเห็นหน้ากันโดยตรง แต่ทุกวันนี้ช่องทางดิจิทัลได้กลายเป็น ‘สิ่งที่ธุรกิจต้องมี’ สำหรับการรองรับธุรกรรมออนไลน์จำนวนมาก สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ดีพอแล้วหรือยัง? ข้อเท็จจริงก็คือ การนำเสนอบริการดิจิทัลเพียงแค่ในระดับพื้นฐานไม่ใช่สิ่งที่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจำเป็นต้องจัดหาบริการระดับชั้นนำที่ดีที่สุด ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ชี้ว่า บริษัทกว่าสองในสาม แข่งขันกันนำเสนอ CX ระดับพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าหากบริษัทนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดี ลูกค้าก็จะหันไปซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทคู่แข่งในทันทีได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง แม้ว่าแบรนด์ต่าง ๆ จะเข้าใจความจริงดังกล่าว แต่ 80% ก็ยังเชื่อว่าตนเองนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม การมองโลกในแง่ดีนี้กลับสวนทางกับความเป็นจริง เพราะข้อมูลจากการ์ทเนอร์ยังระบุว่า ราว 65% ของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2C และ 75% ของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2B ยังล้าหลังในแง่ของการปรับเปลี่ยน CX ซึ่งนั่นก่อให้เกิดปัญหา “ช่องว่างในการให้บริการ” โดยมีลูกค้าเพียงแค่ 8% เท่านั้นที่ยอมรับว่าตนเองได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่า  เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากต่อประสบการณ์ลูกค้า ดังนั้นผู้บริหารไอทีจึงมองว่าการแก้ไขปัญหาช่องว่างดังกล่าวถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่ง แต่การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่านี้นับเป็นเรื่องยาก ดังนั้นผู้บริหารไอทีจึงตกอยู่ในภาวะกดดันเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แน่นอนว่าฝ่ายไอทีต้องเผชิญกับแรงกดดันมาโดยตลอดทั้งในเรื่องของการดูแลรักษาระบบไอทีที่มีอยู่ และการพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบ…
21/08/2021

เหตุใดองค์กรธุรกิจจึงต้องจ่ายหนี้ทางเทคนิค

ตามที่สุภาษิตว่าไว้ เวลาไม่เคยคอยใคร นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกความรู้สึกในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาขององค์กรธุรกิจ ผู้บริโภค และบางประเทศที่ต้องพยายามอย่างหนักกับการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานและโปรโตคอลที่ล้าสมัยเพื่อรับมือกับปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาด  สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า ข้อดีของสถานการณ์การแพร่ระบาดก็คือ ทำให้การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล หรือดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงสองเดือน จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสองปี   ทั้งนี้ ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ดำเนินการโยกย้ายระบบกันขนานใหญ่ โดยองค์กรธุรกิจต้องย้ายการดำเนินงานไปสู่ระบบออนไลน์ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ขณะที่พนักงานต้องรีบติดตั้งระบบเพื่อทำงานจากที่บ้าน  อย่างไรก็ดี ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้เผยให้เห็นรอยร้าวในส่วนงานไอที หรือที่เรียกว่าหนี้ทางเทคนิค (Technical Debt) ซึ่งเป็นภาระหนักที่องค์กรธุรกิจจะต้องแบกรับ เอาท์ซิสเต็มส์ (OutSystems) ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาโมเดิร์นแอปพลิเคชัน เปิดเผยในผลการศึกษาระดับโลกว่า บริษัทเกือบ 7 ใน 10แห่งระบุว่าหนี้ทางเทคนิคเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ขัดขวางการสร้างสรรค์นวัตกรรม  ที่จริงแล้ว หากปล่อยปละละเลยไม่แก้ไขปัญหาหนี้ทางเทคนิค บริษัทต่าง ๆ ต้องสูญเสียเงินราว 6,000ดอลลาร์ต่อวินาที และตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นจนแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ ในอีก 10 ปีข้างหน้า นอกจากจะขัดขวางการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจแล้ว หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม หนี้ทางเทคนิคก็อาจเพิ่มพูนจนส่งผลกระทบทางการเงินที่รุนแรง และอาจถึงขั้นฉุดรั้งให้อุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจทั้งระบบต้องพังครืนลงมา โดยมากแล้วหนี้ทางเทคนิคมักจะถูกมองข้าม กล่าวคือองค์กรต่าง ๆ ใช้จ่ายงบประมาณด้านไอทีโดยเฉลี่ยเพียง 28 เปอร์เซ็นต์เพื่อแก้ไขปัญหานี้  อย่างไรก็ดีงบประมาณที่ใช้สำหรับการดำเนินงาน (38 เปอร์เซ็นต์) และการสร้างสรรค์นวัตกรรม (33 เปอร์เซ็นต์)…

PR Partners

See All
Read More

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมโครงการ “ฮักโลก (Hug The Earth) ” พร้อมเดินหน้า “เปลี่ยนขยะ เป็นประโยชน์” สร้างคุณค่าจากอาหารส่วนเกิน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ด้วยการร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ฮักโลก (Hug The Earth)” เพื่อส่งเสริมการบริโภคและการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภคและสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้าที่คำนึงถึงผลกระทบต่อโลกอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งดำเนินโครงการ “เปลี่ยนขยะ เป็นประโยชน์” ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
08/06/2026

วันมหาสมุทรโลก 8 มิถุนายน: ทรู คอร์ป ร่วมภารกิจ 30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026 ฟื้นฟูทะเลไทย เชื่อมความร่วมมือสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนด้วย 5G

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย สนับสนุนโครงการ “30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026” เนื่องในวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเริ่มต้นนำร่องที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมระดมทีมทรูภูมิภาคลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว อาสาสมัคร และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 30 เกาะทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูธรรมชาติชายฝั่ง จัดการปัญหาขยะทั่วไปและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) รวมถึงส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ทรูยังได้นำศักยภาพโครงข่าย 5G มาสนับสนุนระบบสื่อสารและการประสานงานของเครือข่าย พร้อมดูแลคุณภาพสัญญาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างทั่วถึง ความร่วมมือในภารกิจนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรูในฐานะองค์กรเทเลคอม-เทคโนโลยี ที่ไม่ได้มองว่าโครงข่ายเป็นเพียงสัญญาณสื่อสารทั่วไป แต่เป็น “พลังเชื่อมต่อ” ที่ช่วยให้ชุมชนบนเกาะสามารถสื่อสาร ประสานงาน สร้างความตระหนักรู้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เสถียรได้กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต…
05/06/2026

นิสสัน กรุงไทย ผงาดคว้ารางวัลใหญ่ 3 สาขา ในงาน FY2026 Nissan Dealer Conference ย้ำแท่นดีลเลอร์อันดับ 1 ของไทย

บริษัท นิสสัน กรุงไทย จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันอย่างเป็นทางการอันดับ 1 ของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จและความเป็นเลิศด้านการบริการอีกครั้ง ด้วยการคว้า 3 รางวัลเกียรติยศระดับประเทศ จากเวทีการประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันประจำปี FY2026 Nissan Dealer Conference สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพแบบครบวงจร ภายในงานอันทรงเกียรตินี้ คุณพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย คุณเอกพงษ์ ลาภเวโรจน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิสสัน กรุงไทย จำกัด ได้เป็นตัวแทนองค์กรขึ้นรับมอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจสูงสุดถึง 3 สาขา ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงศักยภาพการบริหารงานที่โดดเด่นรอบด้าน ประกอบด้วย: นอกเหนือจากรางวัลที่ได้รับ นิสสัน กรุงไทย ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นผู้นำในเครือข่ายผู้จำหน่ายนิสสันในประเทศไทย ปัจจุบันถือเป็นผู้จำหน่ายเพียงแห่งเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็น Nissan GT-R Exclusive Dealer และศูนย์บริการรถสมรรถนะสูง Nissan High Performance Center รวมถึงการเป็นศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้าที่รองรับงานซ่อมบำรุงและเปลี่ยนแบตเตอรี่ EV ของนิสสันอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์พลังงานสะอาด ผู้บริหารของ นิสสัน กรุงไทย…
05/06/2026

เปิดเวที “Demand-Supply Research Matchmaking” เชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมสุขภาพดิจิทัล

เตรียมพบกับกิจกรรม "Demand-Supply Research Matchmaking" เวทีสำคัญที่จะเชื่อมโยงโจทย์ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม เข้ากับผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตวงการการแพทย์และสุขภาพดิจิทัลของประเทศไทย ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เจาะลึกข้อมูลสำคัญจากหลากหลายภาคส่วน และร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อต่อยอดผลงานสู่ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย การรับฟังความต้องการและโจทย์ด้านนวัตกรรมจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมโดยตรง การอัปเดตมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมจากสตาร์ตอัป (Startup) ด้านเทคโนโลยีสุขภาพ (Healthtech) การรับชมการนำเสนอโครงการวิจัยและนวัตกรรมจากสถาบันชั้นนำของประเทศ การเปิดพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ กำหนดการและสถานที่จัดงานกิจกรรมดังกล่าวเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 14.30 - 17.30 น. สถานที่: แกรนด์ฮอลล์ 3 (Grand Hall 3) ชั้น 3 ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์ (True Digital Park West) ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่เว็บไซต์ https://www.ict.mahidol.ac.th/aihealthcare/ หรือติดตามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/14ZwN7kb7xh/