ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)
Read More

เดลต้า ประเทศไทย เปิดตัวโชว์รูมตู้คอนเทนเนอร์ Net Zero แห่งแรก

บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวโชว์รูมตู้คอนเทนเนอร์ Net Zero ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี ภายใต้ธีมงานจัดแสดงพลังงานทดแทน 100% ของเดลต้า พลังงานสะอาดอัจฉริยะสำหรับยุค RE100 เดลต้าได้เชิญการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมและสื่อมวลชนมากมาย มาร่วมชมโซลูชันสถานีรถยนต์ EV โซลูชันอาคารอัตโนมัติ ดาต้าเซนเตอร์ ระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ คุณภาพอากาศภายในอาคาร หน้าจอดิสเพลย์ และอุปกรณ์ชาร์จมือถือ โซลูชันพลังงานสะอาดของเดลต้าประกอบด้วยโซลาร์รูฟท็อปขนาด 9.6kWp 11 แผงและPV อินเวอร์เตอร์ ติดผนังขนาด 40kW หนึ่งเครื่องสามารถผลิตพลังงานได้สูง 38kWh ต่อวัน จัดเก็บในระบบแบตเตอรี่ 57.6kWh สำหรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) จะช่วยให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมโดยการมอนิเตอร์พลังงานที่มีอยู่และควบคุมการใช้พลังงานจากแสงสว่างและเครื่องปรับอากาศ VRV (Variable Regulating Valve) ตามการใช้งานจริง โชว์รูมตู้คอนเทนเนอร์แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของเดลต้าในเรื่อง “Smart Wellbeing” สำหรับอาคาร ด้วยโซลูชันการจัดการอาคารอัจฉริยะของเดลต้าที่ใช้ประโยชน์จาก อุปกรณ์ควบคุมห้องและแผงควบคุมเพื่อจัดการระบบไฟ HVAC และอุณหภูมิผ่านโปรโตคอล BACnet และตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วยเซนเซอร์ผ่านโปรโตคอล MODBUS ซึ่งระบบอาคารอัตโนมัติของเดลต้า ประกอบด้วย กล้องอัจฉริยะจดจำใบหน้าและการเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัย การป้องกันโควิด-19 และการระบายอากาศของแผ่นกรอง HEPA เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ปราศจากมลภาวะ และช่วยลด CO2 และ PM2.5 โดยผลิตภัณฑ์หลักในโซลูชันนี้ได้แก่:…
03/12/2020

เดลต้าได้สิทธิ์ใช้งานเทคโนโลยีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าไร้สาย ในงานอุตสาหกรรมจาก WiTricity

บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการจัดการพลังงานและความร้อน วันนี้ประกาศว่าได้รับลิขสิทธิ์เทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สายจาก ไวทริซิตี้ (WiTricity) ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมด้านการถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายโดยไม่สัมผัสซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เดลต้าจะสามารถผลิตและจำหน่ายระบบชาร์จไร้สายสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น รถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (AGV) หุ่นยนต์เคลื่อนที่ และรถยกไฟฟ้า ที่ผ่านมา เดลต้าได้ส่งมอบโซลูชันแก่ลูกค้าระดับโลก ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านยานยนต์ การสื่อสารโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ ระบบอาคาร พลาสติกและยาง การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับเครื่องจักร ซึ่งเดลต้ามีเครือข่ายและจำหน่ายทั่วโลก สมรรถนะระดับโลกในการพัฒนาสินค้า และอุตสาหกรรมการผลิต นายโรเจอร์ อ็อกเดน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจอุตสาหกรรมและการแพทย์ของเดลต้า กล่าวว่า “เดลต้าให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและโซลูชันให้เหนือคู่แข่งอยู่เสมอ เทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สายสามารถสร้างประโยชน์แก่ระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในแง่การเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ ความปลอดภัย และความเสถียรในการใช้งาน รวมถึงช่วยลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของอุปกรณ์ (Total cost of ownership: TCO) ด้วยเหตุนี้ การเข้าถึงเทคโนโลยีของ WiTricity จะช่วยให้เดลต้าสามารถส่งมอบระบบอเนกประสงค์ที่มีประสิทธิภาพออกสู่ตลาด” เทคโนโลยีของ WiTricity ช่วยให้สามารถชาร์จไร้สายได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กหรือจับสัมผัสใด ๆ และจะเริ่มชาร์จเองอัตโนมัติโดยผู้ใช้งานไม่ต้องคอยควบคุมหรือจัดตำแหน่งให้ตรงแท่นชาร์จ แตกต่างจากขั้วต่อไฟฟ้าของสถานีชาร์จแบบเดิมที่สามารถทำงานผิดพลาดและก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย ซึ่งเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายจะช่วยเพิ่มความเสถียรและความปลอดภัย สามารถติดตั้งจุดชาร์จได้ทั่วบริเวณโรงงานหรือโกดังเพื่อการชาร์จที่สะดวกและถี่ขึ้น ขณะที่หุ่นยนต์หรือยานยนต์เคลื่อนผ่านจุดชาร์จตามที่ต่างๆ ผลิตภัณฑ์ระบบชาร์จไร้สายที่ใช้เทคโนโลยี WiTricity สามารถใช้งานได้กับระดับพลังงานที่หลากหลาย ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยวัตต์สำหรับหุ่นยนต์เคลื่อนที่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดสิบถึงร้อยกิโลวัตต์สำหรับรถยก หรือระดับหลายร้อยกิโลวัตต์สำหรับเครื่องจักรกลหนัก นายอเล็กซ์…

PR Partners

See All
Read More

อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล

ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์
17/01/2026

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า  อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ…
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…