Tags
| ภาวะอารมณ์
19/01/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 751 days ago
เปิดโลกประโยชน์ของการกอดต่อสุขภาพ และความสัมพันธ์
การกอดเป็นรูปแบบการแสดงความรักที่เป็นสากลมากวิธีหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน คุณก็สามารถกอดได้ ตั้งแต่คนรู้จัก เพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ซึ่งในช่วงเวลาที่คนเรากอดกัน และเกิดสัมผัสทางร่างกาย สมอง และร่างกายของเราจะเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นพบว่าการกอดกันส่งผลดี ทั้งกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของผู้คนด้วย ในบทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกประโยชน์ของการกอดที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ และความสัมพันธ์ด้วย วิทยาศาสตร์ของการกอด มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอาศัยความแน่นแฟ้นในความสัมผัสเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งการกอดเป็นหนึ่งในวิธีที่มนุษย์สร้างความแข็งแรงของความสัมพันธ์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าที่สุดที่ยืนยันว่ามนุษย์มีการกอดกัน คือ เมื่อ 6,000 ปีก่อน แต่เชื่อกันว่าการกอดเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่านั้น ในช่วงเวลาที่เรากอด หรือถูกกอด ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) หรือรู้จักกันในชื่อสุดโรแมนติกว่าฮอร์โมนแห่งความรักออกมา ออกซิโทซินทำหน้าที่สำคัญในการสร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแม่กับลูก คนรักกับคนรัก หรือเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ความรู้สึกที่ดี และช่วยลดระดับความเครียด เหตุผลอาจพออธิบายได้ว่าทำไมช่วงเวลาแห่งการกอด ถึงทำให้มนุษย์รู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย และรู้สึกเป็นที่รักจนล้นออกมา แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นระหว่างการกอดยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ และสุขภาพด้วย ประโยชน์ของการกอดกับสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ ออกซิโทซินที่เกิดจากการกอดสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น ลดความรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ และลดการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด อย่างคอร์ติซอลลงได้…28/12/2023
มาทบทวน และสำรวจจิตใจในปีที่ผ่านมากัน
ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี พ.ศ.ใหม่ มาสำรวจใจตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมากันดีกว่า จะได้ก้าวพ้นข้ามปีไปแบบไม่มีอะไรติดค้างใจ ข้อดีของการสำรวจใจตัวเอง ในช่วงปลายปี เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ไล่สำรวจอารมณ์ของตัวเองในปีที่ผ่านมา ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วมาดูกันว่าจะแก้ไขหรือยกระดับทำให้ดีขึ้นได้ยังไงบ้าง 1. อารมณ์ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อารมณ์เครียด อารมณ์เศร้า อารมณ์ดิ่ง อารมณ์หดหู่ มีความสุขสดชื่นเบิกบาน อารมณ์ในแง่บวกหรือลบฝั่งไหนมีมากกว่ากัน 2. คุณผ่อนคลายความกังวลที่เข้ามาในชีวิตอย่างไร ในช่วงที่ชีวิตพบกับความมืดมน คุณผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ยังไง เช่น ผ่านไปได้ด้วยสติ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเครียดคิดอะไรไม่ออกก็ดื่มแอลกอฮอล์ไปเลย! หายทุกข์จริง แต่แค่ชั่วคราว 3. มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างรึเปล่า? ในปีที่ผ่านมาคุณปล่อยให้เวลา อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง ไปจดจ่ออยู่กับคนอื่นมากไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ในปีหน้านี้เราอยากให้คุณตั้งเป้าหมาย นำสมาธิ ความสุข มาจดจ่ออยู่กับตัวเองมากขึ้น และพยายามหาเวลาให้กับตัวเองมากกว่าเดิม 4. มีความคิดที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่คุณได้ทำความรู้จักกับตัวเองในปีที่ผ่านมาแล้ว คราวนี้ก็นำมาตั้งคำถามต่อว่า “แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง” และ “ฉันอยากจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องไหนบ้าง” ลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ หลังจากนั้นก็นำความมุ่งมั่นนี้ไปปรับใช้กับในปีต่อไปได้เลย เราเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งขึ้น พบความสุขสงบในจิตใจมากขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 774 days ago
Read More07/12/2023
ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ทำไมคนเศร้าถึงต้องฟังเพลงเศร้า
“การฟังเพลงเศร้า” เวลา “เศร้า” ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเรามาลองพิจารณาคิดดูดี ๆ เราก็จะพบว่าความเศร้าเป็นอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์เอาซะเลย เพราะทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ทำไมกันนะเราถึงต้องฟังเพลงเศร้าให้เกิดการตอกย้ำเข้าไปอีก แทนที่จะไปฟังเพลงอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่น วันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงเหตุผลที่คนเศร้าชอบฟังเพลงเศร้ากัน และมาดูกันซิว่า เศร้าแค่ไหนถึงพอดี ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ตอกย้ำเข้าไป! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? ปรากฏการณ์ที่คนที่มีความเศร้า ชอบฟังเศร้า เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและสามารถอธิบายได้จากปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ และขอบอกเลยว่าการฟังเพลงเศร้านี้ ไม่ได้เป็นการตอกย้ำความเศร้าเสมอไป แต่ถึงกระนั้นก็มีสาเหตุที่ซับซ้อนว่า ทำไมคนเราถึงหันไปฟังเพลงเศร้า ๆ เมื่อรู้สึกแย่ เราจะพาคุณมาสำรวจเหตุผลเหล่านี้และทำความเข้าใจกันว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาเหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จัดการความเศร้าและหันมาปรับจิตใจให้มีความสดชื่นกัน 1. ใช้ในการระบายอารมณ์ การฟังเพลงเศร้า สามารถทำให้จิตใจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย และใช้ในการระบายอารมณ์ได้ ช่วยทำให้ผู้ที่กำลังเศร้าได้เชื่อมโยงกับความรู้สึกเศร้า ๆ ของตัวเอง และเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงและประมวลผลอารมณ์เหล่านั้น ความรู้สึกเศร้า จัดเป็นประสบการณ์ที่ชวนโดดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น คนเศร้าที่พบเข้ากับเพลงที่เศร้า เพลงนั้นจะมีพลังอย่างยิ่งในการกระตุ้นอารมณ์ของเรา และช่วยทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง 2. เนื้อหาที่ทะลุไปถึงหัวใจ เพลงเศร้ามักจะประกอบด้วยเนื้อเพลงและท่วงทำนองที่สะท้อน สภาวะทางอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยของผู้ฟัง สิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่กำลังเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง 3. เพลงเศร้าช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาท “โดปามีน” เพลงเศร้ายังสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาทโดปามีนในสมองได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 795 days ago
Read More29/11/2023
ยิ่งโต ยิ่งความอดทนต่ำ ทำไมกันนะ?
หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่า ยิ่งคนเราโตขึ้น เราก็จะยิ่งมีสติในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น และใจเย็นมากกว่าที่เคย แต่ทำไมกันนะพอเราโตขึ้นจริง ๆ กลับพบว่า มีแต่อารมณ์โมโหหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยมากขึ้น แบบนี้จะหาทางจัดการและสำรวจอารมณ์ตัวเองอย่างไรดี อยากเป็นคนที่คุมสติได้มากกว่านี้ ไม่ต้องกังวลไป Hack for Health มีความรู้ดี ๆ มาฝากกันอีกเช่นเคย ความหงุดหงิดในช่วงวัยที่สูงขึ้น อาจได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยหลายประการ อิทธิพลที่ว่านี้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านจิตวิทยา ชีววิทยา และสถานการณ์ในชีวิตที่แต่ละคนพบเจอ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่กำลังประสบพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้อยู่มีความรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น แม้จะมีอายุที่มากขึ้นก็ไม่ได้ช่วยทำให้ใจเย็นลงเลยแม้แต่น้อย Hack for Health ได้นำปัจจัยทางจิตวิทยา และปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่อาจส่งผลทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นกัน 1. การเปลี่ยนแปลงทางความคิด เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็อาจประสบพบกับการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เช่น ความจำเสื่อม การประมวลผลข้อมูลช้าลง การคิดได้ช้าลงเป็นต้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด และนำไปสู่ความโมโห เกรี้ยวกราด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยิ่งรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำงานในระดับที่เคยทำได้ 2. ปัญหาด้านสุขภาพ หลาย ๆ คนเมื่อมีอายุมากขึ้นก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสุขภาพมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 802 days ago
Read More27/07/2023
การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 927 days ago
Read More28/06/2023
AI Anxiety ความกังวลที่จะตกงานด้วยการมาของ AI ส่งผลต่อสุขภาพจิตแค่ไหนและรับมืออย่างไรดี?
AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์อาจเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ เพราะปัญญาประดิษฐ์นั้นเริ่มมีความคิดความอ่านและการประมวลผลที่เฉียบคมมากขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยอินเทอร์เน็ตและข้อมูลมหัตหรือ Big Data ที่จะเสกเนื้อหาบทความหรือเขียน Essay โดย ChatGPT หรือ Google Bard ทำสไลด์นำเสนอโดย AI จาก Canva หรือสร้างภาพเสมือนจริงด้วย Midjourney ก็ทำได้ การอุบัติขึ้นของ AI ในยุคใหม่นี้ทำให้เกิดกระแส AI Anxiety หรือความหวาดกลัวที่เหล่าบรรดาปัญญาประดิษฐ์ที่แสนจะฉลาดล้ำ ซึ่งถูกสร้างโดยมนุษย์กำลังจะก้าวข้ามขึ้นไปอยู่เหนือมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญหลายสายเริ่มพูดถึงว่า AI จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่งและอาจทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องตกงาน รายงานในปี 2017 ของสถาบันแมคคินซีโกลบอล (McKinsey Global Institute: MGI) บอกว่าคน 75–375 ล้านคน คิดเป็น 3–14 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั่วโลกที่อาจต้องเปลี่ยนอาชีพและพัฒนาทักษะเพราะการมาของ AI หรือ รายงานประจำเดือนมีนาคมปี 2023 ของ Goldman Sachs ธนาคารใหญ่ในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า AI สามารถเข้าไปแทนที่ตำแหน่งงานกว่า 300…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 956 days ago
Read More26/06/2023
ฟินแลนด์ผุดแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์ที่แรกของโลก’ หวังให้ผู้คนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ต่างอะไรกับอวัยวะที่ 33 แทบจะจำเป็นกว่ากุญแจบ้านหรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินพอดีส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น อาการออฟฟิศซินโดรม อาการด้านดวงตา ภาวะความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งแคมเปญที่ Hack for Health เอามาฝากน่าจะพอช่วยคุณได้ หน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศฟินแลนด์ได้สร้างแคมเปญการท่องเที่ยวแบบปลอดมือถือขึ้นที่เกาะ Ulko-Tammio ตั้งอยู่ในทะเลบอลติก (Baltic sea) นอกชายฝั่ง Hemina ทางตะวันออกของอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำกับทะเลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในเกาะได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะ Ulko-Tammio ยังมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์’ หรือ ‘เกาะปลอดมือถือ’ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศฟินแลนด์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ของเกาะจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวปิดมือถือหรืองดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาที่พักผ่อนอยู่บนเกาะ หรือถ้าใครห้ามใจไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีสติกเกอร์สำหรับแปะที่หน้าจอมือถือเพื่อช่วยให้คุณไม่สามารถเห็นหรือรับรู้เรื่องราวบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยเหตุผลที่แคมเปญเกาะออฟไลน์แห่งนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ลดการใช้มือถือ ได้สัมผัสและโฟกัสกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมบนเกาะมีตั้งแต่การเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ว่ายน้ำ และไปส่องนก จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ และปัญหาอื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการหยุดใช้โซเชียลมีเดียจึงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายสมองและจิตใจจากข่าวหรือข้อมูลที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ที่มา:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 958 days ago
Read More16/06/2023
การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย
ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 968 days ago
Read More09/06/2023
รับมืออย่างไร เมื่อฉันกลายเป็น “คนอ่อนไหวง่าย”
เคยหรือไม่ ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องที่ไม่ได้ร้ายแรง บางคนอาจจะพูดกับคุณบ่อย ๆ ว่า “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดมาก” แต่ทำไมยิ่งมีคนพูดแบบนี้คุณถึงยิ่งคิดมากกันนะ ? บางทีคุณอาจเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ และบางครั้งมันอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณไม่น้อย คนอ่อนไหวง่าย (Highly Sensitive Person) คำว่า “คนอ่อนไหวง่าย” หรือ “บุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง” (Highly Sensitive Person) ได้รับการบัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนักจิตวิทยา Elaine Aron และ Arthur Aron ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 Elaine Aron ตีพิมพ์หนังสือของเธอที่ชื่อ "The Highly Sensitive Person" ในปี 1996 และความสนใจในแนวคิดนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย คุณจะรับรู้ถึงสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวคุณมากขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยคุณมักจะถูกรบกวนด้วยความรุนแรง และสามารถถูกครอบงำได้ง่าย จนบางครั้งทำให้คุณต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์บางอย่างเพื่อไม่ให้เผชิญกับความเศร้าและความคิดมากนั้น ๆ และด้วยความที่คุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย จึงทำให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในระดับลึกซึ้งมากด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถมีความไวต่อพื้นผิวและเสียง อาจไม่ชอบฝูงชนจำนวนมากหรือแสงจ้า โดยลักษณะและอุปนิสัยของคนที่มีความอ่อนไหวง่าย เช่น หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 975 days ago
Read More18/05/2023
รับมือความว้าเหว่ เมื่อเห็นคนวัยเดียวกันแต่งงาน
บ่อยครั้งที่คนเราจะเกิดความรู้สึกว้าเหว่ หรือความรู้สึกเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งที่มีอยู่กลับหายไป หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง การที่เห็นคนในวัยเดียวกันทยอยแต่งงาน มีครอบครัวเองก็สามารถส่งผลให้คนที่ยังไม่มีใครเกิดความรู้สึกเหงาใจได้ไม่น้อยเลย ยิ่งเข้าสู่วัยทำงานและมีอายุที่เยอะขึ้น หากว่าคนรอบกายพากันแต่งงานไปหมด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะอาจจะพบเจอกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องหาแนวทางรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้นั่นเอง ความเหงา และความว้าเหว่ ความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องเจอ ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก กล่าวได้ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้ โดยความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ก็มาจากหลากหลายปัจจัย และแต่ละคนก็มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่นี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วถือว่ารบกวนจิตใจมากทีเดียว เพราะจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นแปลกแยกออกมาจากสังคม หรือการที่ความต้องการทางสังคมไม่ได้รับการตอบสนอง ความรู้สึกว้าเหว่ของคนวัยทำงาน ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อคนรอบตัวมีครอบครัว อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ แน่นอนว่ากับผู้คนในวัยทำงานเองก็เช่นกัน ที่สามารถเกิดความรู้สึกเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้ว่าในวัยทำงานจะมีเรื่องเครียด หรือต้องพบเจอกับปัญหามากมาย แต่ความรู้สึกว้าเหว่ก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าคนรอบ ๆ ตัว เพื่อน หรือคนที่อยู่วัยเดียวกันมีครอบครัว และแต่งงาน แน่นอนเมื่อต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มีคู่ก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกนี้สามารถจางหายไปได้ หรือดีขึ้นได้ด้วยการหาวิธีการรับมือที่ถูกต้อง ก็จะทำให้สามารถจัดการความรู้สึกที่มีอยู่ได้นั่นเอง วิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ การที่คนวัยทำงานเกิดความรู้สึกว้าเหว่ และเหงาจากการไม่มีคนรัก หรือไม่มีคู่นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้สึก และจมไปกับความรู้สึกนี้ไปตลอด เพราะเราสามารถจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งวิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่สามารถทำได้ดังนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 997 days ago
Read More17/05/2023
‘Male Period’ ผู้ชายก็เป็นมนุษย์เมนส์ได้!
มนุษย์เมนส์เป็นคำที่คนใช้เรียกผู้หญิงที่มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เศร้า อารมณ์อ่อนไหว บางคนถึงขั้นร้องไห้เมื่อไม่ได้กินของที่อยากกิน รวมถึงอาการปวดท้องประจำเดือนด้วย อาการมนุษย์เมนส์มักจะกำเริบเมื่อประจำเดือนมาหรือกำลังจะมา ซึ่งเป็นผลจาก Premenstrual Syndrome จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในรอบเดือนเพื่อการตกไข่ที่จะนำไปสู่การตั้งครรภ์ ในระหว่างที่คนมากมายมองว่าผู้หญิงที่จะเป็นเมนส์มักขี้หงุดหงิด เอาใจยาก ไม่แน่ไม่นอน แต่ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยคือ ผู้ชายก็เป็นเมนส์ได้ แม้จะไม่มีการตกไข่และเลือดประจำเดือนก็ตาม หากคุณเป็นผู้ชายที่กำลังอ่านบทความนี้อาจไม่แน่ว่าการที่คุณเคยเผชิญกับ Male Period หรือ Irritable Male Syndrome (IMS) ก็เป็นได้ ทฤษฎีผู้ชายเป็นเมนส์มาจากไหน? ทฤษฎีเรื่องที่ว่าผู้ชายมีเมนส์มีมานานแล้ว ในระยะเริ่มแรกมาจาก ดร.เจด ไดมอนด์ ที่เป็นนักบำบัดจิต ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพผู้ชายออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้น คือ The Irritable Male Syndrome (แปลเป็นไทยแบบไม่เป็นทางการว่า คือ กลุ่มอาการอ่อนไหวในผู้ชาย) ที่พูดเรื่องการทำความเข้าใจและวิธีจัดการกับภาวะอารมณ์ของผู้ชาย ส่วนหนังสือเล่มอื่น ๆ ก็มีทั้งเรื่องจิตบำบัดและเรื่องฮอร์โมนของผู้ชายด้วยเช่นเดียวกันอย่าง Surviving Male Menopause หนังสือที่พูดถึงภาวะวัยทองของผู้ชาย โดยดร.ท่านนี้เชื่อว่าผู้ชายมีวงจรของระดับฮอร์โมนเพศชายที่มีการสวิงหรือแปรปรวนเช่นเดียวกับผู้หญิง เพียงแค่ไม่มีเลือดประจำเดือนและมักไม่ค่อยแสดงอาการออกมา ฮอร์โมนเพศของผู้ชายคือเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ปกติแล้วระดับเทสโทสเตอโรนจะมีวงจรในช่วง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 998 days ago
Read More28/04/2023
ยิ่งใกล้กันยิ่งทำร้ายกัน! ทำไมเรามักทำร้ายจิตใจคนที่เรารัก
ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ความรักคือความเจ็บปวด’ สำหรับคนที่เคยเจอกับสถานการณ์ความรักไม่เป็นอย่างที่หวัง หรือคนรักปฏิบัติกับเราราวกับเป็น ‘ถังขยะเคลื่อนที่’ ไว้คอยระบายหรือโมโหใส่ก็คงจะเข้าใจประโยคนี้ดี ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ด้วยแล้ว หากสังเกตดูจะพบว่าส่วนใหญ่เรามักจะโมโห หรือทำร้ายบุคคลที่เราบอกว่า ‘รักมากที่สุด’ ในเมื่อ ‘รัก’ มากขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังอยากพูดจาทำร้ายจิตใจและทำร้ายความรู้สึกพวกเขากันนะ ? เรามักทำร้ายคนที่เรารักมากที่สุด เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงและมีงานวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวหรือทำร้ายจิตใจคนที่เรารักมากกว่าบุคคลอื่น! โดยการก้าวร้าวโดยตรง หรือการโมโหอย่างรุนแรงเรามักจะกระทำต่อคนใกล้ชิดอย่างคนในครอบครัว หรือคนรัก ขณะที่เพื่อนสนิทมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายจิตใจทางอ้อมเสียมากกว่า เช่น การนินทาว่าร้าย การทำพฤติกรรมเฉยชาใส่ เป็นต้น ทำไมเราถึงกล้าทำร้ายคนที่เรารัก 1.ทำร้ายคนอื่นเพื่อลงโทษตัวเอง ทุกครั้งที่เราพูดจาหรือทำอะไรที่เป็นการทำให้คนที่เรารักเสียใจ สุดท้ายเราจะรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดตามมาเสมอ แต่ที่เรายังคงทำเช่นนี้อยู่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจที่เราอาจจะคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับความรักที่ได้รับ ไม่คู่ควรที่จะมีความสุข ดังนั้น เราจึงทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเป็นบ่อนทำลายตนเองและความสุขในชีวิต ในกรณีเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำลายตนเองในด้านอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น 2.ปกป้องความรู้สึกของตนเอง ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างคนรัก เราอาจทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะทำร้ายเรา เพื่อให้เรามีอำนาจเหนือกว่าในการควบคุมความสัมพันธ์ นี่คือความพยายามที่จะปกป้องตนเองจากการถูกทำร้ายก่อนที่เราจะเป็นฝ่ายถูกกระทำให้เสียความรู้สึกก่อน หรืออีกทางหนึ่งเราอาจทำร้ายอีกฝ่ายเพราะเขาทำร้ายเราก่อน เพื่อให้เราสามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้อีกครั้งโดยการรู้สึกว่าได้ตอบโต้และได้รับความเจ็บปวดอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ในไม่ช้าจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ 3.รู้สึกปลอดภัยในความสัมพันธ์ ยิ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1017 days ago
Read More21/04/2023
ฝันร้ายอาจสร้างแผลในใจ..มาหยุดฝันร้ายด้วยตนเอง!
เชื่อว่าทุกคนเคย ‘ฝันร้าย’ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ในบางครั้งความฝันนั้น ๆ กลับสร้างความกังวลใจให้คุณจนถึงขั้นนอนไม่หลับ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจกลายเป็นแผลในใจของคุณได้ โดยปกติแล้วฝันร้ายจะพบได้บ่อยในวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ 50-85% พบว่าฝันร้ายเป็นครั้งคราวเท่านั้น ฝันร้าย คือ ความฝันที่สมจริง และน่าวิตกกังวล โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวกับเรื่องภัยคุกคามต่อการอยู่รอดหรือความปลอดภัย ซึ่งมักทำให้เกิดอารมณ์วิตกกังวล หรือหวาดกลัว นักจิตวิทยาด้านการนอนหลับและสุขภาพในแมนฮัตตันกล่าวว่า “ความฝันมักจะรวมเอาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันเข้าด้วยกัน และฝันร้ายคือความพยายามของจิตใจในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยการเล่นภาพซ้ำระหว่างการนอนหลับ” หากคุณฝันร้ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดความลำบากหรือความบกพร่องในที่ทำงาน ที่สำคัญยังเชื่อมโยงกับอาการนอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมคิดสั้น โรคหัวใจ และโรคอ้วน อีกด้วย 9 วิธีหยุดฝันร้าย 1.กำหนดกิจวัตรการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ฝันร้าย เกิดขึ้นช่วงที่กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาปัญหาฝันร้ายในผู้ใหญ่ คือการทำให้ตนเองนอนหลับสนิทมากขึ้น โดยกิจวัตรการนอนหลับที่ดีสามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย ตั้งเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ ดูแลให้ห้องของคุณมืดและเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้นอนไม่หลับ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เมื่อคุณนอนหลับได้อย่างสนิทและเป็นช่วงเวลา จะช่วยลดปัญหาฝันร้ายลงได้ 2.ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการกระสับกระส่าย และตื่นตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้คุณฝันร้ายได้เช่นกัน แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะใช้แอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลาย และรู้สึกง่วงนอนหลังดื่ม แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1024 days ago
Read More19/04/2023
เพราะทุกวันคือรันเวย์! การแต่งกายที่ดีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้
การแต่งกายมีความสำคัญต่อเราในหลาย ๆ ด้าน สังเกตว่าการแต่งกายในแต่ละช่วงวัยก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน นั่นก็เพราะการแต่งกายในแต่ละบทบาท แต่ละช่วงวัยต่างส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ต่อผู้คนในสังคมทั้งสิ้น ในบางครั้งการแต่งกายยังส่งผลต่ออารมณ์ของผู้สวมใส่เองด้วย สำหรับบางคนเสื้อผ้าเป็นของที่ไว้ใช้งานเท่านั้น และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเทรนด์หรือแฟชั่นอะไร แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เสื้อผ้าเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกถึงตัวตนของตนเองที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นหนทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ไปทำงาน หรือแม้แต่ชุดนอนที่สบายที่สุดเวลาที่คุณใส่อยู่บ้าน ต่างส่งผลต่อหลายด้านในชีวิตของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน! แต่งกายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ต้องบอกก่อนเลยว่าการแต่งกายดีในที่นี้หมายถึงการแต่งกายอย่างถูกกาลเทศะ ให้เกียรติสถานที่ และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง บทบาทหน้าที่ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพงแต่ขอให้เหมาะกับคุณเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะการแต่งกายที่ดีเป็นอีกหนึ่งเส้นทางนำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตของคุณได้ ดังนี้ 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง การที่บุคคลหนึ่งจะเชื่อหรือไว้วางใจใครสักคน การแต่งกายด้วยชุดหรือเครื่องแบบความเชี่ยวชาญนั้น ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักแสดงในโฆษณาที่พูดถึงยาประเภทหนึ่ง หากนักแสดงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว ผู้ชมก็จะเข้าใจและเชื่อว่านักแสดงคนนั้นเป็นตัวแทนของหมอ และเกิดความเชื่อถือในสินค้าหรือยาประเภทนั้นมากขึ้น หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องสวมชุดในเครื่องแบบ ก็จะดูน่าเชื่อถือไปโดยอัตโนมัติ 2.สร้างความประทับใจแรกเจอ การที่บุคคลอื่นจะประเมินความมั่นใจ หรือความสามารถของคุณ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราสวมใส่ ยิ่งกว่านั้นความประทับใจแรกเจอจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วินาทีแรกของการพบกัน นั่นหมายความว่าเพียงแค่มองคร่าว ๆ ผู้คนก็จะประเมินคุณไปหลายทิศทาง และการแต่งกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินคนในช่วงแรก ดังนั้น จงตระหนักว่าการแต่งกายของคุณอาจกำลังสื่อถึงภาพลักษณ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1027 days ago
Read MorePR Partners
See All06/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 2 days ago
Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรรมสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช05/02/2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !
กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More03/02/2026
กลับมาอีกครั้ง ! กับงานสัมมนาแห่งปี ‘Future Trends Ahead Summit 2026’
กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจและการตลาดกันอีกครั้งครับ สำหรับงานสัมมนาที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ภายใต้ธีม ‘Thriving Beyond The Storm’ หรือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจฝ่าฟันพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่การตลาดที่พลิกผันไปทุกวินาที ความพิเศษของงานในปีนี้คือการถอดรหัสเนื้อหาอันเข้มข้นมาจากหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill’ มาขยายความบนเวทีจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกกว่า 14 แห่ง ได้แก่ หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Accenture, InnovestX, Ipsos, TrendWatching และโรงพยาบาลศิริราช ที่มาร่วมกันกลั่นกรองข้อมูลจนได้ออกมาเป็น 12 เทรนด์ประเทศไทย และ 12 เทรนด์ธุรกิจ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญให้เรานำไปปรับใช้กับองค์กรได้ทันที ภายในงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ Paragon Hall ชั้น 5…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 5 days ago
Read More03/02/2026
แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ
ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูทแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น ทีมงานจะไม่ใช่แค่คนรับจ้างทำ แต่เป็นโคชที่จะแนะวิธีใช้เครื่องมือลับและ AI บน Canva ให้คุณลงมือกู้ชีพงานด้วยตัวเอง จากไฟล์งานที่นอนแน่นิ่ง จะกลับมามีชีวิตชีวา พร้อมคืนความมั่นใจให้เจ้าของงานอีกครั้ง ปฏิบัติการนี้ไม่ได้อยู่แค่ในบูท แต่ Canva จับมือกับ ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) ลงพื้นที่จริง ณ ซอยพระยาสิงหเสนี ย่านหัวลำโพง ด้วยการใช้พลังแห่งดีไซน์พลิกโฉมร้านค้าเก่าแก่กว่า 10 แห่ง ให้กลับมาโมเดิร์นน่าแวะเวียน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม เปลี่ยนตรอกที่เคยเงียบเหงา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More

























