Tags
| รัฐบาล
26/09/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 327 days ago
ปิดปากคนเห็นต่าง ? เปิด 7 ประเทศที่รัฐบาลควบคุมอินเทอร์เน็ต เพราะคิดว่าโซเชียลมีเดียคือภัยคุกคาม
โลกของการสื่อสารที่ถูกพัฒนาไปตามยุคทำให้คนสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ จนโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นสื่อสังคมที่มีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนนับพันล้าน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญกับครอบครัว-เพื่อน การติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลก การเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้กลับถูกจำกัดและควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาล รัฐบาลในบางประเทศมักอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ศีลธรรม หรือความสงบเรียบร้อย เพื่อควบคุมพื้นที่ดิจิทัล ทำให้ข้อมูลไม่ถูกส่งอย่างตรงไปตรงมา เกิดการแทรกแซง และกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และ 7 ประเทศเหล่านี้ คือประเทศที่โซเชียลมีเดียถูกแบนหรือถูกจำกัดการเข้าถึงในปี 2025 จีนขึ้นชื่อเรื่องการควบคุมอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดที่สุดในโลก ภายใต้นโยบาย "กำแพงดิจิทัล" (Great Firewall) รัฐบาลได้แบนแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Facebook, X (Twitter), Instagram และ YouTube มานานแล้ว ทำให้ชาวจีนต้องใช้แอปพลิเคชันภายในประเทศอย่าง WeChat และ Weibo ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การเซนเซอร์ของรัฐบาล นอกจากนี้การใช้ VPN เพื่อหลบหนีการบล็อกถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีโทษร้ายแรง เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ถูกหลายประเทศทั่วโลกสื่อสารในหน้าข่าวจนหลายคนรู้ดีว่า เป็นประเทศที่ถูกปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมด ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และถูกตัดขาดจากข่าวสารและข้อมูลต่างประเทศ มีเพียงเครือข่ายอินทราเน็ตภายในประเทศที่เรียกว่า "กวังมยอง" (Kwangmyong) เป็นเครือข่ายปิด แยกจากระบบอินเทอร์เน็ตโลก ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์และบริการต่าง ๆ ภายในเครือข่ายนี้เท่านั้น เช่น เว็บไซต์รัฐบาล…25/08/2023
ได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท รัศมี 4 กม. ใช้ได้ถึงไหน เช็กง่าย ๆ ด้วยเว็บนี้เลย
อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันอยู่แล้วว่าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ล่าสุด คนที่ 30 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือ นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีนโยบายไฮไลต์ที่เป็นนโยบายที่หลาย ๆ คนจับตามองกันว่าจะสำเร็จหรือไม่ นั่นคือ ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท สำหรับประชาชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปศุภกานต์ เหล่ารัตนกุล | 1090 days ago
Read More11/08/2023
เปิด 5 ข้อเสนอแก้ปัญหาค่าไฟแพงและเป็นธรรมจากภาคประชาสังคมและเอกชนถึงรัฐบาลใหม่
กิจการพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยกําลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ซึ่งหลักการและเป้าหมายที่สําคัญคือการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมในการลดและเลิกการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ไปสู่การผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนที่เป็นทรัพยากรภายในประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้บรรลุเป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามข้อตกลงและความร่วมมือในระดับนานาชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1104 days ago
Read More24/04/2023
รัฐบาลปลื้ม!! เกาหลีใต้นำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยเพิ่มขึ้น 57.1% เพราะมีรสชาติที่หลากหลาย
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีแนวโน้มการส่งออกสินค้าไทยที่เพิ่มมากขึ้น จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้ง รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ สินค้าไทยประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดเกาหลีใต้ โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกระแสความนิยมของอาหารไทยที่แผ่ขยายไปยังทั่วโลก โดยจากการจัดอับดับทางด้านอาหารและเครื่องดื่ม ในปีที่ผ่านมา มีทั้งเมนูอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมของไทย ติดอันดับความนิยมอยู่เสมอ ส่งผลถึงความนิยมอาหารไทยในรูปแบบอาหารแห้ง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกด้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทย ได้รับความนิยมในต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ เนื่องจากมีความหลากหลายของรูปแบบผลิตภัณฑ์ มีรสชาติของอาหารไทยที่หลากหลาย เช่น รสต้มยำกุ้ง รสผัดไทย รสปูผัดผงกะหรี่ และ รสชาติเผ็ด ส่งผลให้ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 เกาหลีใต้นำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทย มูลค่า ประมาณ 66 ล้านบาท (1.92 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้น 57.1% และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากกระแสความนิยมอาหารไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยในทวีปเอเชีย…พนิตา สืบสมุทร | 1213 days ago
Read More23/07/2021
ฮ่องกงรวบ 5 ผู้ต้องหา ฐานปลูกฝังเด็กให้เกลียดชังรัฐบาลผ่านหนังสือ
ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 5 คน ในข้อหาก่อความไม่สงบ โดยถูกกล่าวหาว่าหนังสือสำหรับเด็กที่พวกเขาเขียนและตีพิมพ์ออกมานั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อปลุกระดมให้เด็ก ๆ หรือผู้อ่านเกิดความเกลียดชังต่อรัฐบาล โดยเหล่าผู้ที่ถูกจับกุมเป็นสมาชิกของสหภาพนักบำบัดการพูดที่ผลิตหนังสือสำหรับเด็กออกมา ซึ่งพวกเขาถูกจับกุมภายใต้กฎหมายที่มุ่งเป้าไปที่การปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชัง ซึ่งกฎหมายนี้ไม่ค่อยได้มีการใช้มาก่อน จนเมื่อไม่นานมานี้ที่มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง โดยความผิดดังกล่าวจะมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี ในการบรรยายสรุปเมื่อวานนี้ระบุว่า ตำรวจได้โชว์หนังสือบางส่วนที่ยึดมาได้ ซึ่งหนึ่งในหนังสือที่มาแสดงให้ดูนั้นมีชื่อว่า "ผู้พิทักษ์แห่งหมู่บ้านแกะ" เป็นการเล่าเรื่องราวของหมาป่าที่ต้องการเข้ายึดหมู่บ้านและกินแกะ ซึ่งตำรวจกล่าวว่าหนังสือเล่มนี้เชื่อมโยงกับการประท้วงปี 2019 นอกจากนี้ ยังมีหนังสืออีก 2 เล่มที่สร้างความวิตกให้กับทางตำรวจ เช่นหนังสือที่เล่าเรื่องราวของแกะประมาณ 12 ตัวที่ถูกหมาป่านำตัวไปที่บ้านแล้วปรุงเป็นอาหาร ซึ่งตำรวจกล่าวว่านั่นอาจเป็นการพาดพิงถึงชาวฮ่องกง 12 คนที่ถูกจีนจับได้ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ขณะที่พวกเขาพยายามหลบหนีออกจากเมืองทางเรือ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงกล่าวว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว มีพื้นฐานมาจากหลักฐาน และไม่เกี่ยวข้องกับจุดยืน ภูมิหลัง หรืออาชีพทางการเมืองของบุคคลนั้น ๆ เลยแม้แต่น้อย อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1853 days ago
Read More13/04/2021
‘BTS เปิดฉากทวงหนี้ภาครัฐ’ การเมืองบนเกมธุรกิจที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร
กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อรถไฟฟ้าบีทีเอสเผยแพร่คลิปของ ‘สุรพงษ์ เลาหะอัญญา’ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบีทีเอสทวงถามหนี้ค้างชำระจากกรุงเทพมหานครราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าจ้างเดินรถตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 เป็นเงิน 9.6 พันล้านบาทและค่าซื้อระบบการเดินรถไฟฟ้าและเครื่องกลอีกเกือบ 2.08 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการทวงหนี้ผ่านสื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างของสาธารณะชนที่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันสักเท่าไหร่ เรื่องนี้ไม่ปกติแน่ ๆ ถ้ายังจำกันได้ รถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสุขุมวิทและสายสีลม) คือจุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้าในประเทศไทยโดยกลุ่มบีทีเอสตั้งแต่ปี 2542 และก่อสร้างส่วนต่อขยายเรื่อยมา นับเป็นระยะเวลา 22 ปีแล้วที่คนกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้าใช้ เดินทางสะดวกและเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เมื่อขยายเส้นทางออกไปถึงสถานีสำโรงและคูคต ก็เป็นการเชื่อม 3 จังหวัดอย่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และปทุมธานีเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่ทำให้การสัญจรคล่องตัวเท่านั้น ยังสร้างอานิสงห์ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผุดโครงการคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าจำนวนมากด้วย จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย งบการเงินไตรมาส 3 ปีบัญชี 2564 ของบีทีเอส (1 เมษายน - 31 ธันวาคม 2563) มีสินทรัพย์กว่า…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1954 days ago
Read More20/01/2021
ดูเตอร์เตยัน ‘วัคซีนโควิด-19’ ของจีน ปลอดภัย ไร้ผู้เสียชีวิต
'วัคซีนโควิด-19' ที่ผลิตโดยจีน นับว่าเป็นอีกประเด็นที่ผู้คนกำลังในบ้านเราให้ความสนใจ และล่าสุด (19 มกราคม 2564 สำนักข่าวซินหัวในมะนิลาก็รายงานว่า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เอง ก็ได้ออกมาพูดถึงวัคซีนตัวนี้เช่นกัน เมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา โรดริโก โรอา ดูเตอร์เต (Rodrigo Roa Duterte) ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แถลงผ่านโทรทัศน์ว่า วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ของจีน ซึ่งรวมถึงวัคซีนจากซิโนวัค (Sinovac) และซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ที่กำลังใช้อยู่ในอินโดนีเซีย ตุรกี อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บราซิล ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจนถึงตอนนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ดูแตร์เตก็ออกมากล่าวถึงวัคซีนของจีนว่า “คนจีนไม่ได้ไร้สมอง ... ชาวจีนนั้นฉลาด พวกเขาจะไม่ร่วมลงทุน (ในการผลิตวัคซีน) ถ้าหากมันไม่ปลอดภัย แน่นอน และมั่นใจได้” นอกจากการออกมาพูดถึงความปลอดภัยของวัคซีนจากจีน ดูเตอร์เตยังปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาล ที่จัดซื้อวัคซีนจากจีนด้วย โดยกล่าวว่า วัคซีนเหล่านี้มีคุณภาพทัดเทียมวัคซีนที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกาพัฒนาขึ้น คำกล่าวของดูเตอร์เตมีที่มาจากการตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีนว่าสามารถป้องกันโรคได้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นักวิจัยชาวบราซิลได้เปิดเผยข้อมูลทางคลินิกในขั้นสุดท้ายของวัคซีนดังกล่าว ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าที่ประกาศไว้ในตอนแรก นำมาสู่การเรียกร้องของวุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2037 days ago
Read More22/10/2020
สรุปสั้น! 2 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ “ช้อปดีมีคืน-คนละครึ่ง” ลดภาษีได้แค่ไหน ?
[su_dropcap style="flat" size="4"]คณะ[/su_dropcap]รัฐมนตรี โดยคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (ศบศ.) มีมติเห็นชอบหลักการมาตรการ 'ช้อปดีมีคืน - คนละครึ่ง' เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ กระตุ้นการผลิต การจ้างงาน และกระตุ้นให้เกิดการขายสำหรับเจ้าของสินค้า ผู้ผลิต เจ้าของร้านค้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยทั้งสองโครงการมีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 โดยทั้งสองมาตรการมีความแตกต่างกันในรายละเอียด และจุดสำคัญที่ควรทราบก็คือ ทั้ง 2 มาตรการมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน และเมื่อเราเลือกใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่งแล้ว ก็จะไม่สามารถใช้อีกมาตรการได้นะครับ และในแต่ละมาตรการก็มีวิธีการ-ข้อแม้-ข้อห้ามที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย #beartai เลยขอสรุปรวบทั้ง 2 โครงการแบบสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกใช้แต่ละมาตรการให้เหมาะกับกำลังซื้อของแต่ละคนกันครับ ช้อปดีมีคืน อธิบายโดยสรุปก็คือ เป็นการ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีภาษี 2563 ให้แก่ผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับปานกลาง และรายได้ปานกลางระดับสูง ที่ซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ซื้อ และนำไปคิดตาม "เงินได้สุทธิ"…ประภาส อยู่เย็น | 2127 days ago
Read More09/08/2020
ลือ! Qualcomm ล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขายชิปให้กับโทรศัพท์ Huawei
แหล่งข่าว The Wall Street Journal รายงานว่า Qualcomm กำลังวิ่งล็อบบี้ให้รัฐบาลสหรัฐฯ ช่วยถอนคำสั่งการห้ามขายชิ้นส่วนให้กับ Huawei หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการตัดการส่งมอบชิปที่ใช้เทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ให้กับ Huawei ยกเว้นจะได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาล การสั่งห้ามครั้งนี้ไม่อาจปิดกั้น Huawei ได้และมีโอกาสส่งผลในการเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้ผลิตชิปคู่แข่งของสหรัฐฯ เช่น MediaTek และ Samsung ในมูลค่าสูงถึง 8 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และส่วนแบ่งตลาดชิปเซ็ต 5G อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากรัฐบาลช่วยยกเลิกคำสั่งห้ามนี้ก็เท่ากับช่วยให้ผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯ สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา Qualcomm กับ Huawei ก็เพิ่งได้จบปัญหาข้อพิพาทระหว่างกัน โดย Huawei ตกลงที่จะจ่ายเงิน 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้แก่ Qualcomm เพื่อยุติข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรและได้ทำข้อตกลงในใบอนุญาตใหม่ ที่มา : reuters และ engadget ภาพจาก : commons.wikimedia.org โดย SrDoritos พิสูจน์อักษร : สุชยา…ศิลา วงศ์เจริญ | 2200 days ago
Read More04/07/2020
รัฐบาลอังกฤษลงทุน 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในบริษัทดาวเทียม OneWeb
อังกฤษใช้เงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยร่วมกับ Bharti Global ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของอินเดียอีก 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เสนอราคาชนะการประมูลซื้อบริษัทดาวเทียม OneWeb ด้วยเงินทุนทั้งหมด 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากที่ OneWeb ไม่สามารถจัดหาเงินทุนได้จนต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์โดยเข้าไปอยู่ในความคุ้มครองการล้มละลายในสหรัฐฯ ตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการ (Chapter 11 bankruptcy protection) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา OneWeb เป็นบริษัททำโครงการดาวเทียมบรอดแบนด์ที่วงโคจรต่ำ (เช่นเดียวกับ Starlink ของ SpaceX) โดยมีเป้าหมายจะปล่อยดาวเทียม 650 ดวงเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่ของอาร์กติก ซึ่งขณะนี้ได้ปล่อยดาวเทียมแล้ว 74 ดวงเท่านั้น ข้อตกลงเมื่อวันศุกร์อังกฤษจะมีสัดส่วนผู้ถือหุ้น 20% ซึ่งจะช่วยให้ OneWeb สร้างกลุ่มดาวเทียมให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อเชื่อมโยงผู้คนนับล้าน และเพิ่มขีดความสามารถด้านอวกาศให้กับอังกฤษ ที่สำคัญ OneWeb สามารถให้บริการตำแหน่ง การนำทางและกำหนดเวลาที่แม่นยำหรือที่เรียกว่า sat-nav แทนดาวเทียมกาลิเลโอของสหภาพยุโรป ซึ่งอังกฤษต้องสูญเสียการเข้าถึงในเดือนมกราคม เนื่องจากการออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แม้ว่าอังกฤษจะมีแผนสร้างดาวเทียมระบบนำทางของตัวเองแต่ก็ต้องถูกระงับไปเพราะอาจใช้เงินทุนสูงถึง 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วน Bharti…ศิลา วงศ์เจริญ | 2237 days ago
Read More09/02/2020
ทำเนียบขาวปฏิเสธรัฐบาลซื้อหุ้น Nokia, Ericsson แข่งขัน Huawei แต่บริษัทซื้อได้
6 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าว Reuters รายงานว่านาย William Barr อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ได้กล่าวเน้นถึงภัยคุกคามทางเทคโนโลยีจาก Huawei ว่าสหรัฐและพันธมิตรควรจะเข้าไปลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นมีอำนาจตัดสินใจใน Nokia ของฟินแลนด์และ Ericsson ของสวีเดนเพื่อต่อต้าน Huawei ในเครือข่าย 5G หลังจากนั้นก็ทำให้หุ้นของ Ericsson ขึ้น 4% และหุ้น Nokia ขึ้น 6% ตามรายงานของ AFP อัยการสูงสุดสหรัฐฯ กล่าวเกี่ยวกับประเทศจีนเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจว่ามีเพียงสองบริษัทที่สามารถแข่งกับ Huawei ได้ในตอนนี้ และการวางหนึ่งหรือสองบริษัทในตลาดขนาดใหญ่ของเราและมีกำลังเงินคอยหนุนหลังจะทำให้เป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามมากขึ้นและขจัดความกังวลเรื่องอำนาจที่มีอยู่ สรุปว่าจะดันหนึ่งหรือสองบริษัทในพันธมิตรมาสู้คู่แข่งอย่าง Huawei 7 กุมภาพันธ์ Michael Richard Pence รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของทำเนียบขาวกล่าวปฏิเสธต่อข้อเสนอแนะที่ผิดปกติวิสัยของนาย William Barr อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ที่ให้พิจารณาเข้าไปถือหุ้นสองบริษัทคู่แข่งของ Huawei และกล่าวเพิ่มเติมต่อในภายหลังอีกว่าสหรัฐฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Nokia และ Ericsson ซึ่งจะใช้อุปกรณ์ของบริษัททั้งสองเป็นหลักในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 5G รองประธานาธิบดีกล่าวอีกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในธุรกิจการซื้อบริษัท ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ…ศิลา วงศ์เจริญ | 2382 days ago
Read More25/10/2019
Yandex หารือรัฐบาลรัสเซียเรื่องร่างกฎหมายจำกัดต่างชาติถือหุ้นไอทีสร้างความเสียหาย
ศุกร์ที่ 25 ตุลาคม Arkady Volozh ซีอีโอบริษัท Yandex ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของรัฐเซีย ได้ออกมาเปิดเผยว่าบริษัทได้มีส่วนร่วมในการหารือเรื่องร่างกฎหมายที่จำกัดต่างชาติเข้ามาถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทไอทีขนาดใหญ่ได้เพียงไม่ถึง 50% ข้อเสนอเดิม คือให้ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวรัสเซียเป็นเจ้าของได้ 20% แต่ซีอีโอกล่าวว่ารัฐบาลดูเหมือนจะมีความกังวลเกี่ยวกับความอ่อนไหวของการลงทุนในตลาดหุ้น ซีอีโอกล่าวอีกว่าร่างกฎหมายในรูปแบบเดิมจะสร้างความเสียได้มากไม่เพียงเฉพาะกับ Yandex เท่านั้น แต่จะส่งผลต่อเซกเตอร์ของธุรกิจเทคโนโลยีทั้งหมดและอาจจะเกินกว่านั้น 21 ตุลาคมที่ผ่านมา นักลงทุนในตลาดหุ้น NASDAQ คาดว่าจะมีการผ่อนปรนร่างกฎหมายฉบับนี้ จากที่เคยให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 20 % เปลี่ยนเป็นไม่ถึง 50% จึงทำให้วันนั้นหุ้น YNDX ของ Yandex + 9.1% อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสศิลา วงศ์เจริญ | 2489 days ago
Read More26/07/2018
กระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นนโยบายรัฐฯ ดึง “Big Data” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ
เศรษฐกิจฐานราก คือ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ที่เน้นพึ่งตนเองเป็นหลัก มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีคุณธรรมและเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ในพื้นทีชุมชนของตนเอง ทั้งผู้คน สังคมในชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติให้เข้มแข็งและยั่งยืน เลยทำให้เกิดเป็นนโยบายของภาครัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นไปในทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการค้าระหว่างประเทศ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยวิสัยทัศน์ของการดึง "Big Data" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทุกระดับให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า "เราเริ่มตั้งแต่การสร้างกำลังการซื้อให้กับประชาชนในระดับฐานราก พร้อมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทุกพื้นที่ มุ่งเน้นให้ประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของประชาชนผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจเพื่อให้รองรับเศรษฐกิจ 4.0 รวมไปถึงการยกระดับธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ "Big Data" ยังเข้ามาช่วยในเรื่องของการยกระดับการทำงานของกระทรวง ผ่านการเช่อมโยงข้อมูลที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เพื่อผลักดันการค้าของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกให้บรรลุเป้าหมาย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากการดึงเอา "Big Data" เข้ามาพัฒนาในทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลในด้านเศรษฐกิจ มุ่งหวังให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในยุคดิจิทัลให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยใช้ประโยชน์จากการใช้งาน "Big Data"เพื่อนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการนำข้อมูล "Big Data" มาประมวณผลเพื่อ "สร้าง" อาชีพ และ "สนับสนุน" ให้เกิดองค์ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs โดยจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศตามศักยภาพของรายบุคคล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการข้อมูลและหลักสูตรการฝึกอบรมของทุกหน่วยงานในกระทรวงให้เข้าใจง่ายสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านขั้นตอนการบูรณาการข้อมูลทั้งจากภายในกระทรวงฯ…salinee tintumrong | 2945 days ago
Read More15/03/2018
ครม. เห็นชอบเล็งเก็บภาษีทรัพย์สินดิจิตอล “Cryptocurrency”
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี เริ่มใช้มาตรการนี้เพื่อป้องกันการโกงและฟอกเงิน เนื่องจากไม่เคยมีกฎหมายออกมารองรับ ซึ่งในสัปดาห์หน้าน่าจะมีความชัดเจนเรื่องของอัตราการเก็บภาษี วิธีการ เนื่องจากมีการนำทรัพย์สินดิจิตอลมาใช้ในการประกอบธุรกิจและการกระทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมาก จึงต้องเร่งด่วนในการดำเนินการ ซึ่งต้องมีการออกกฎหมายภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยเบื้องต้นจัดให้มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้เนื่องมาจากทรัพย์สินดิจิตอล เช่นเดียวกันกับผู้มีเงินได้เนื่องมาจากทรัพย์สินอื่นๆ และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่นๆ การกำหนดนิยามของทรัพย์สินดิจิตอลในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากรดังนี้ ทรัพย์สินดิจิตอล หมายความว่า คริปโทเคอร์เรนซี "Cryptocurrency" โทเคนดิจิตอล ทรัพย์สินในรูปหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด ส่วนเพิ่มประเภทย่อยของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) แห่งประมวลรัษฎากรอีก 2 ประเภทสำหรับเงินได้เนื่องมาจากทรัพย์สินดิจิตอลดังนี้ มาตรา 40(4)(ซ) เงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้จากทรัพย์สินดิจิตอล มาตรา 40(4)(ฌ) ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินดิจิตอล ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน จะมีการเก็บภาษีการซื้อขายหรือธุรกรรมทางทรัพย์สินดิจิตอล 15% ณ ที่จ่าย หากนักลงทุนมีรายได้จากการลงทุนในทรัพย์สินดิจิตอล ก็จะต้องนำมาคำนวนหักภาษี 15% และต้องนำไปรวมคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยว่าร่างกฎหมายที่ว่านี้จะถูกบังคับใช้เมื่อใด และยังมีสิ่งที่เป็นข้อสงสัยคือหากไม่ได้ซื้อ-ขาย ผ่านเว็บเทรด จะตรวจสอบและจัดเก็บภาษีได้อย่างไร และมีการยืนยันยืนยันจะไม่นำอำนาจ ม.44 มาใช้กับเรื่องนี้…ณัชธนัท จุโฬทก | 3079 days ago
Read More22/11/2017
ขอเชิญเข้าร่วมงาน “GovCamp Thailand” พูดคุยในประเด็น “สิทธิเสรีภาพออนไลน์”
เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) ร่วมกับ มูลนิธิกองทุนไทย และ Social Technology Institute จัดกิจกรรมชุมนุมทางความคิดในรูปแบบ "open space" GovCamp ผู้เข้าร่วมทุกคนจะเขียนหัวข้อของตัวเองที่อยากนำเสนอให้คนอื่นได้ฟังไว้บนกระดานใหญ่ และลงคะแนนให้กับหัวข้อของคนอื่นที่ตัวเองอยากจะรับฟังแลกเปลี่ยน หัวข้อที่ได้รับคะแนนลำดับต้นๆ จะได้รับเลือกให้นำเสนอตามช่องเวลาที่มี ทุกคนที่เข้าร่วมสามารถเสนอหัวข้อได้ โดย GovCamp ครั้งนี้อยู่ในประเด็น "สิทธิเสรีภาพออนไลน์" เลือกประเด็นดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตที่คุณสนใจมาหนึ่งหัวข้อ แล้วเล่าให้คนอื่นฟังว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะจัดการประเด็นนั้นอย่างไร แต่ละช่วงจะมีเวลา 40 นาที คุณอาจจะเล่าความคิดของคุณสัก 20 นาที และใช้เวลาที่เหลือแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆ ที่ก็สนใจประเด็นนี้เหมือนกันก็ได้ ไม่จำกัดหัวข้อพูดคุย อยากจะนำเสนอแบบไหน เอาเลยเต็มที่ ขอให้เว้นเวลาเอาไว้เพื่อการแลกเปลี่ยนกับคนอื่นบ้างก็พอ หัวข้อที่เป็นไปได้ เช่น การป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับบริการสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นถึงการทำงานขององค์กรสาธารณะ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเอกชนในการป้องกันระบบสารสนเทศที่สำคัญ การกำกับดูแลเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายกับเด็กและเยาวชน การส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศให้กับประชาชนทั่วไป การสนับสนุนการสร้างเนื้อหาภาษาท้องถิ่น นโยบายการลงทะเบียนยืนยันตัวตนดิจิทัล ฯลฯ จะอยู่ด้วยกันอย่างไรในยุคดิจิทัล GovCamp Thailand ชุมนุมความคิด เสนอกติกาพื้นที่สิทธิเสรีภาพของพวกเรา เพื่อพวกเรา โดยพวกเรากันเอง เสาร์…ณัชธนัท จุโฬทก | 3192 days ago
Read More18/10/2017
ไม่อยากเป็นข่าว อยากมาส่วนตัว! Facebook ปัด “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ยังไม่มีแผนมาไทย
จากเดิมที่มีการรายงานข่าวจากสื่อหลายสำนัก รายงานว่า “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” แห่ง Facebook เตรียมเข้าพบ "นายกประยุทธ์" 30 ตุลานี้ แต่ล่าสุดมีรายงานจากมติชนว่าโฆษกของ Facebook ชี้แจงว่า "ในช่วงนี้ผู้นำระดับสูงของเฟซบุ๊กยังไม่มีแผนมาประเทศไทย" ฟังดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องโอละพ่อจากฝ่ายไทย แต่หนุ่ย พงศ์สุขได้พูดคุยกับแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลก็ได้ความว่าเฟซบุ๊กกับรัฐบาลไทยนั้นร่วมงานกันมานานแล้ว และ Mark Zuckerberg ก็มีแผนมาประเทศไทยจริงๆ แต่เป็นการเดินทางเพื่อคุยกับผู้นำของไทยแบบส่วนตัว (ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว) ไม่ต้องการให้เป็นข่าวใหญ่โตจนสื่อมารอดักสัมภาษณ์ เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่โตทางมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กจึงยกเลิกการเยือนไทยในครั้งนี้ คาดว่า Mark Zuckerberg จะคุยกับรัฐบาลไทยในหลายเรื่อง โดยเฉพาะ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor หรือ EEC) พื้นที่พิเศษที่รัฐบาลตั้งใจส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีในเมืองใหม่ และมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ ซึ่งเฟซบุ๊กก็น่าจะร่วมลงทุนในโครงการนี้เช่นกัน อ้างอิง: มติชนณัชธนัท จุโฬทก | 3226 days ago
Read More17/10/2017
“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” แห่ง Facebook เตรียมเข้าพบ “นายกประยุทธ์” 30 ตุลานี้
อัพเดตล่าสุด!: ไม่อยากเป็นข่าว อยากมาส่วนตัว! Facebook ปัด “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ยังไม่มีแผนมาไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งของ Facebook ซึ่งเป็น Social Network ระดับโลก และได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย จะเดินทางมายังประเทศไทยปลายเดือนนี้ และจะเข้าพบ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีด้วย โดยแหล่งข่าวระบุไว้ว่าจะมาพบในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ [su_quote cite="พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)"]โดยการเดินทางมาเยือนและพบกับตนนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นการเดินทางมาดำเนินการในส่วนของเขา แต่ว่าจะมีการขอเข้าพบนายกเพื่อหารือร่วมกันในการแสวงหาความร่วมมือในเรื่องของการป้องกันแก้ไขปัญหาในเรื่องผลกระทบของอาชญากรรมข้ามชาติ [/su_quote] นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวทิ้งทายกับผู้สื่อข่าวว่า "ถือเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ก็ดีกว่าไม่ได้พูดกันเลย" นายสมคิด กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นโอกาสที่ดีที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์ระดับโลกมาเยือนไทย หลังเจ้าของกลุ่มธุรกิจด้านออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐฯ จีน ให้ความสำคัญต่อยอดทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือต่าง ๆ ในอาเซียนมากขึ้น ซึ่งเร็วๆ นี้ผู้บริหารของ…ณัชธนัท จุโฬทก | 3228 days ago
Read More21/08/2017
นายกนั่งประธาน “คณะกรรมการ Cyber Security” เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์
เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานวันสื่อสารแห่งชาติว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)ณัชธนัท จุโฬทก | 3285 days ago
Read More04/07/2017
จัดหนัก! สปท. เสนอไอเดียควบคุม Social Media สุดโต่ง, ลงทะเบียนซิมใช้สแกนใบหน้า-นิ้วมือ
หลักจากที่เราเกาะข่าวเรื่อง "กสทช. จะกำกับ OTT" ที่เป็นประเด็นดราม่าพอสมควรมาระยะนึง ล่าสุดเจอจัดหนัก by สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมีเอกสาร "รายงานกรรมาธิการ สปท. ด้านสื่อสารมวลชน" ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ความยาวกว่าหลายสิบหน้า ลงวันที่ "29 มิถุนายน 2560" โดยจากการสรุปคร่าวๆ จากหลายๆ แหล่งที่อ้างอิงจากเอกสารฉบับเดียวกัน ได้ใจความว่า (เป็นการสรุปตีความโดยผู้เขียนเท่านั้น) การลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ มีความรัดกุมมากขึ้น ต้องสแกนลายนิ้วมือ ใบหน้า ควบคู่กับบัตรประชาชนตอนลงทะเบียนซิม รวมศูนย์ข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือโดยรัฐบาลที่เดียว จากเดิมเป็นของเอกชนแต่ละค่ายดูแลกันเอง เสนอให้รัฐบาลทำ Social Media ของตัวเองและให้ CDN (Content Delivery Network) และ Caching Server ของ Social Media ต่างชาติลงทะเบียนกับ กสทช. เพื่อเก็บ Log ติดตามและจัดการเรื่องการเก็บภาษี นอกจากนี้จะกำหนดให้ผู้ใช้บริการต้องยืนยันตัวตนอย่างรัดกุม ซึ่งเป็นแผนระยะยาว แต่ต้องรอสรุปจากรัฐบาลก่อน ต้องมีระบบกลางตรวจสอบว่าหมายเลขโทรศัพท์นี้ใครเป็นเจ้าของ…ณัชธนัท จุโฬทก | 3333 days ago
Read MorePR Partners
See All18/08/2026
ทีมคอนเทนต์ BT | 23 hours ago
เมื่อ AI เข้าสู่ห้องเรียนไทย โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การห้ามใช้ แต่คือทำอย่างไรให้เด็กยังคิดเป็น
เมื่อ Generative AI เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ ถึงเวลาปรับ “วิธีสอน–วิธีวัดผล” ให้เด็กใช้ AI เป็น โดยไม่ทิ้งทักษะการคิด บทความโดย จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล การทำการบ้าน ไปจนถึงการเขียนรายงานและแก้โจทย์ที่ซับซ้อน ขณะที่ระบบการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายยังอยู่ระหว่างการปรับตัว สำหรับประเทศไทย คำถามจึงอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “เด็กไทยใช้ AI หรือไม่” แต่คือจะทำอย่างไรให้18/08/2026
เครือซีพี–มหาวิทยาลัยชิงหัว เดินหน้าสร้างความร่วมมือระยะยาว ต่อยอด Ph.D. Internship สู่แพลตฟอร์มเปลี่ยนงานวิจัย สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจระดับโลก
กรุงเทพฯ – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) หลังการดำเนินโครงการ Tsinghua University × CP Group Ph.D. Internship Program 2026 ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาเอก 11 คน เข้ามาร่วมทำงานและดำเนินโครงการวิจัยกับหน่วยธุรกิจของเครือซีพีเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน–8 สิงหาคม 2569 โดยนักศึกษาได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย มาประยุกต์ใช้กับโจทย์ธุรกิจจริง ก่อนนำเสนอผลการศึกษาต่อผู้บริหารระดับสูงของเครือซีพีและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหัว กิจกรรมการนำเสนอผลงานจัดขึ้นโดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และหน่วยธุรกิจที่นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเครือฯร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับ คำปรึกษาและการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหาร เพื่อนำมุมมองจากภาคธุรกิจไปประกอบการพัฒนางานวิจัยและแนวคิดให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ได้ให้เกียรติเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อผลงานของนักศึกษา ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ นักศึกษาทั้ง 11 คน…ทีมคอนเทนต์ BT | 1 days ago
Read More14/08/2026
TrueVisions NOW จับมือ Viu เปิดตัว Branded Zone ส่งออริจินัลซีรีส์ไทยลุยตลาด OTT อาเซียน 3 ประเทศ
TrueVisions NOW แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ วิว (Viu) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT ระดับภูมิภาคในเครือ PCCW Media Group เปิดตัว "TrueVisions NOW Branded Zone" บนแพลตฟอร์ม Viu เพื่อนำเสนอซีรีส์ไทยออริจินัลแก่ผู้ชมใน 3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเตรียมเริ่มออกอากาศชุดแรกจำนวน 6 เรื่อง จากแผนทั้งหมด 24 เรื่อง ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 การขยายช่องทางจัดจำหน่ายคอนเทนต์ในครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์การส่งออกลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาด้านบันเทิงของไทยสู่ต่างประเทศ ผ่านฐานผู้ใช้งานรายเดือนของ Viu ในภูมิภาค โดยรายชื่อซีรีส์นำร่อง 6 เรื่องแรก ได้แก่ บ้านตัวอย่าง, มเหสีน้อย, ถึงคุณภรรยา…จากสามีที่รัก, สายลับรถแห่, มุ่ยเฟย และ รักษ์ ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินไปตามทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมความบันเทิงดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจากฝั่งผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชั่น…ทีมคอนเทนต์ BT | 5 days ago
Read More10/08/2026
ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้
ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็นพลังเสียงสำคัญในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ให้คุณแม่และผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ช่วยปกป้องสุขภาพ ให้ผู้หญิงทุกคนได้อยู่สร้างความทรงจำอันมีค่ากับครอบครัวและคนที่รักไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น ช่องทางบริการและแหล่งเรียนรู้การตรวจคัดกรองเต้านม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างทั่วถึง แคมเปญได้เปิดช่องทางให้บริการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พลังแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสทางสุขภาพสู่ผู้หญิงไทย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของแคมเปญนี้ว่า “วันแม่คือช่วงเวลาแห่งความรักความผูกพันและความห่วงใยที่อยากส่งต่อถึงกันมูลนิธิถันยรักษ์ฯจึงอยากชวนทุกครอบครัวแสดงความรักต่อคุณแม่และคนที่รักด้วยการพาเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพราะยิ่งพบความผิดปกติได้เร็วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถร่วมส่งต่อโอกาสของสุขภาพที่ดีไปยังผู้หญิงไทยอีกจำนวนมากผ่านการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพราะโอกาสในการตรวจวันนี้อาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้และช่วงเวลาอันมีค่ากับคนที่รักต่อไปอีกยาวนาน” การร่วมบริจาคและการติดต่อ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้หญิงไทย ด้วยการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยใบเสร็จจากการบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 9 days ago
Read More































