Tags
| ร่างกาย
05/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 862 days ago
ไขข้อสงสัย ทำไมคนเราหนาวไม่เท่ากัน ?
เคยสังเกตไหม ? บ่อยครั้งที่เวลาเรานั่งทำงานอยู่ เพื่อนบางคนมักบ่นว่าทำไมวันนี้แอร์ออฟฟิศหนาวจัง ในขณะที่เรากลับรู้สึกว่าไม่เห็นหนาวเลย ออกจะร้อนไปนิดเสียด้วยซ้ำ หรือแม้แต่บางครั้งเวลาเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน บางคนจะรู้สึกร้อนมากต้องเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกอดทนได้ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ที่อุณหภูมิเท่ากัน นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของคนเรามีการตอบสนองต่ออุณหภูมิที่ต่างกัน บทความนี้จะพาทุกคนมาหาคำตอบว่าเพราะอะไรคนเราถึงรู้สึกหนาวไม่เท่ากัน ร่างกายเป็นอย่างไรเมื่อเจอกับความหนาวเย็น เมื่อสมองของเรารับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลง สมองจะส่งสัญญาณไปยังหลอดเลือดเพื่อจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนัง โดยผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่ากระบวนการหดตัวของหลอดเลือดนี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนเพิ่มเติมและปกป้องแกนกลางของร่างกาย และนอกจากการจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนังแล้ว คนส่วนใหญ่ยังเริ่มมีอาการตัวสั่นอีกด้วย โดยการหดตัวของกล้ามจนเกิดอาการสั่นนี้เป็นการปล่อยความร้อนออกมาเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนั่นเอง สาเหตุที่ทำให้คนเราหนาวไม่เท่ากัน 1.รูปร่าง ขนาดรูปร่างมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับความหนาวเย็น และมีความสัมพันธ์กับขนาดของเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังของเรา โดยไขมันจัดเป็นฉนวนกันความหนาวที่ดีเยี่ยม ยิ่งมีไขมันใต้ผิวหนังมากเท่าไร ก็ยิ่งทนกับความหนาวเย็นได้มากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าหากคุณสังเกตจะเห็นว่าคนเจ้าเนื้อส่วนใหญ่มักจะขี้ร้อน หรือทนต่อความหนาวได้ดีกว่าคนที่มีรูปร่างผอมบาง 2.เพศ ร่างกายของผู้หญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย จึงสร้างความร้อนจากรูขุมขนน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงมักรู้สึกหนาวเย็นมากกว่าถึงแม้จะอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิห้องเท่ากันก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือวัยกลางคนอาจรู้สึกร่างกายอบอุ่นกว่าผู้ชาย ไม่ใช่เพราะพวกเธอมีมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางอย่างนั่นเอง ความผันผวนของฮอร์โมนจะส่งผลต่อความรู้สึกหนาว โดยการตอบสนองต่อความเย็นของผู้หญิงจะแตกต่างกันไปในระหว่างรอบเดือน ในขณะที่ผู้ชายระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สูงขึ้นอาจลดความไวต่อความเย็นได้ 3.อายุ ผู้สูงอายุไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตนเองได้ เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้นระบบเผาผลาญของเราก็เริ่มช้าลง เมแทบอลิซึมที่ช้าลงอาจทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและต้องสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดตลอดเวลา อีกทั้งการดำเนินชีวิตแบบอยู่ประจำที่ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายอาจทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นกัน 4.ความเครียด เมื่อเจอกับเรื่องน่าวิตกกังวล หรือความเครียดจากสิ่งต่าง ๆ แต่ละคนจะมีการตอบสนองทางร่างกายที่ต่างกัน บางคนอาจมีเหงื่อไหลที่มือคล้ายกับอาการของคนที่กำลังตื่นเต้น แต่ขณะเดียวกันบางคนก็อาจรู้สึกหนาวเย็นและตัวสั่นขึ้นมา เป็นเพราะเวลาที่คนเราเครียดร่างกายจะลดประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาดื้อ…18/11/2022
Chris Hemsworth ตรวจพบยีนเสี่ยง มีแนวโน้มเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนปกติ 8-10 เท่า!
นักแสดงหนุ่ม คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) เปิดเผยในสารคดี ‘Limitless with Chris Hemsworth’ ว่าตรวจพบยีนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไป 8-10 เท่าประภาส อยู่เย็น | 1153 days ago
Read More25/01/2022
ไม้เท้าไม่ต้อง ! นักวิจัยเยอรมนีประดิษฐ์ ‘อุปกรณ์ช่วยนำทางคนตาบอด’ ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ
ความหวังที่จะทำให้คนตาบอดสามารถกลับมามองเห็นได้นั้นเริ่มมีความหวังขึ้นอีกเรื่อย ๆ นักวิจัยจากเยอรมนีได้ตีพิมพ์ร่างงานวิจัยใหม่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้คนตาบอดสามารถเดินทางและหลีกเลี่ยงอุปสรรคกีดขวางได้โดยที่เพียงแค่สวมแว่นตาที่มีระบบอินฟราเรดและติดแผ่นส่งสัญญาณไว้ที่แขนได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า 'มานูเอล ซาห์น' (Manuel Zahn) และ 'อาร์มากัน อาหมัด คาห์น' (Armaghan Ahmad Khan) ผู้วิจัยร่วมจากศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการ (Center for Digital Technology and Management) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งมิวนิก (Technische Universität München) ประเทศเยอรมนี ได้ตีพิมพ์ร่างงานวิจัยในเว็บไซต์ arXiv ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโครงร่างงานวิจัยเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ที่ประกอบไปด้วยแว่นตาที่มีเทคโนโลยีอินฟราเรด และสายรัดที่แขนเพื่อส่งสัญญาณเตือนที่ผลิตขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อช่วยให้คนตาบอดสามารถเดินทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และสามารถใช้มือทั้งสองเพื่อในการใช้งานและช่วยสำรวจสภาพแวดล้อมได้ง่ายกว่าการใช้ไม้เท้า ที่ปกติจะต้องจับไม้เท้าด้วย ทำให้เหลือมือในการใช้งานเพียงข้างเดียว ซึ่งไม่สะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังไม่สามารถวัดระยะของวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้อีกด้วย โดยอุปกรณ์นี้จะประกอบไปด้วยแว่นตาที่ผู้วิจัยได้นำเอากล้อง 'Intel RealSense Camera D415' 2 ตัว ซึ่งเป็นกล้องแบบ Depth Camera (กล้องตรวจจับความลึกวัตถุ) ที่ใช้อินฟราเรดในการตรวจจับความลึกของวัตถุแบบ 3 มิติ เพื่อนำมาคำนวณระยะของวัตถุที่อยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกันได้…ประภาส อยู่เย็น | 1450 days ago
Read More07/01/2022
‘ฌาปณกิจด้วยน้ำ’ (Aquamation) ทางเลือกใหม่ของพิธีศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก ณ เวลานี้
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา โลกได้สูญเสียอีกหนึ่งนักเคลื่อนไหวต่อต้านนโยบายการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไป นั่นก็คือ 'เดสมอนด์ ตูตู' (Desmond Tutu) บาทหลวงผู้ทำงานเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์เกี่ยวกับการต่อสู้การแบ่งแยกสีผิวชาวแอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1984 แต่นอกจากเขาจะได้อุทิศชีวิตในการทำงานเพื่อนำสันติภาพมาสู่แอฟริกาใต้ รวมทั้งการรณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในช่วงชีวิตตลอด 90 ปีแล้ว สิ่งสำคัญอย่างสุดท้ายที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากว่าคำสั่งสุดท้ายที่เกี่ยวกับพิธีศพของเขานั้นไม่ใช่เพียงแค่การทำพิธีศพแบบทั่ว ๆ ไป แต่การพิธีศพของเขาจะเป็นพิธีศพที่ไร้มลพิษ และมุ่งเน้นการสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมโลกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยแทนที่จะใช้การฝัง หรือเผาเพื่อกำจัดร่างตามปกติ แต่ในการพิธีศพครั้งนี้ ได้นำวิธีการ 'อะควาเมชัน' (Aquamation) มาใช้ด้วย ซึ่งน่าสนใจตรงที่ว่า วิธีนี้เป็นวิธีกำจัดศพที่ใช้ 'ของเหลว' แทนที่การใช้ไฟตามแบบปกติ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นวิธีการที่ใหม่เอี่ยมเสียทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมการกำจัดศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก ณ เวลานี้ 'อะควาเมชัน' (Aquamation) เป็นนวัตกรรมการกำจัดศพผู้เสียชีวิตที่พัฒนาโดยบริษัท 'อะควาเมชัน อินดัสตรีส์' (Aquamation Industries) แห่งประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรมาตั้งแต่ปี 1888 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นนวัตกรรมที่ใช้เพื่อกำจัดซากสัตว์ทดลองในคลินิกและห้องปฏิบัติการ การกำจัดซากวัวควายที่ติดเชื้อโรควัวบ้า และใช้ภายในโรงเรียนแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเพื่อกำจัดร่างที่บริจาคเพื่อการศึกษา ก่อนที่จะเริ่มนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการศพมนุษย์ในปี 2014 Aquamation…ประภาส อยู่เย็น | 1468 days ago
Read More03/12/2021
เผย ‘น้ำอัดลม’ ช่วยให้นักเรียนทำโจทย์คณิตได้ดีขึ้นเล็กน้อย (แต่เฉพาะนักเรียนหญิงเท่านั้นนะ)
นตรายมากสำหรับเด็ก ๆ แต่มีผลงานการวิจัยล่าสุดที่เผยว่า น้ำอัดลมอาจมีส่วนช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ต้องหมายเหตุไว้ว่า การวิจัยนี้มีผลเฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้น และมีผลเพียง 'เล็กน้อย'ประภาส อยู่เย็น | 1503 days ago
Read More10/11/2021
สาวเรเดียม : เบื้องหลังน่าเศร้าของเหล่าหญิงสาวผู้ทำให้นาฬิกาเรืองแสง
ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ทำงานกับธาตุเรเดียมที่อันตรายโดยไม่มีเครื่องป้องกันอะไรเลย ในหลาย ๆ ครั้ง 'สาวเรเดียม' (Radium Girls) หรือพนักงานทาสีเรืองแสงบนหน้าปัดนาฬิกา นาฬิกาข้อมือ และบนอุปกรณ์มาตรวัด กลับเต็มใจที่จะสัมผัสกับธาตุที่เป็นอันตราย เพื่อทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถเรืองแสงได้ในเวลากลางคืน ซึ่งอาจถึงขั้นต้อง "เลียแปรง" ที่ปนเปื้อนธาตุเรเดียมเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบประภาส อยู่เย็น | 1526 days ago
Read More20/09/2017
8 เรื่องลับของโดราเอม่อน ที่คุณอาจจะยังไม่รู้มาก่อน !! (MANGA)
เชื่อเลยว่าในโลกนี้ หรือใครก็แล้วแต่ไม่มีทางที่จะไม่รู้จักตัวละครหุ่นยนต์แมวอ้วนตัวสีฟ้าที่มาจากอนาคตอย่าง โดราเอม่อน กันอย่างแน่นอน อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าโดราเอม่อนนั้นมาจากโลกอนาคต และมีของวิเศษมากมานเต็มไปหมด แต่หารู้ไหมว่ารุ่นหุ่นยนตร์ของโดราเอม่อนหรือตัวของเค้าเองนั้นมีความลับซ่อนเอาไว้อยู่เยอะมาก เอาล่ะสิเริ่มจะคาใจกันแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้การ์ตูนเรื่องนี้ก็มาลองดูกันหน่อยดีกว่า ว่าจะรู้กันสักกี่ข้อกัน ถ้าพร้อมแล้วก็เลื่อนลงไปอ่านกับ 8 เรื่องลับของโดราเอม่อน ที่คุณอาจจะยังไม่รู้มาก่อน กันเลยยยยยย !!! 1.กระพรวนของโดราเอม่อน รู้ไหมว่ากระพรวนหรือกระดิ่งสีเหลืองๆ ที่ติดอยู่ตรงคอของโดราเอม่อนนั้นไม่ได้มีประดับไว้แค่สวยๆ เท่านั้นนะ แต่มันยังสามารถใช้เรียงฝูกแมวที่อยู่ในระแวกนั้นให้มารวมตัวกันได้อีกด้วย แต่ที่เราไม่ได้เห็นโดราเอม่อนใช้เลยสักครั้งเดียวนั่นก็เพราะมันพังนั่นเอง (ฮา) 2.เท้าของโดราเอม่อน ละยังมีอีก 1 อย่างในหุ่นยนต์แมวอ้วนตัวนี้ ที่เชื่อเลยว่าน้อยคนจะรู้นั่นก็เพราะว่าจริงๆ แล้วตีนของหุ่นยนต์รุ่นนี้เท้าจะไม่ติดพื้นแต่จะลอยจากพื้นประมาณ 3 มิลลิเมตร อยู่ตลอดเวลา นั่นจึงทำให้แม้จะไม่ใส่รองเท้าเค้าก็จะไม่มีฝุ่นหรืออะไรเลอะเท้าแน่นอน แต่ทว่าสำหรับโดราเอม่อนนั้นระบบนี้พัง (อีกแล้ว) ครับผม !! 3.กระเพาะของโดราเอม่อน เพื่อนๆ รู้มั้ยว่าโดราเอม่อนที่เป็นหุ่นยนตร์กินอาหารได้ยังไง เค้ามีกระเพาะเหรอ จะว่ายังงั้นก็ได้นะเพราะกระเพาะของโดราเอม่อนนั้นเป็นเตาปฏิกรณ์ปรมาณู ที่ถ้ามีอะไรเข้ามาก็จะถูกเผาไหม้แล้วนำมาใช้เป็นพลังงานให้กับเค้าทุกอย่าง เอาง่ายๆ ก็เหมือนเติมน้ำมันให้กับรถนั่นแหละครับ แถมไม่ต้องอึต้องฉี่ด้วยนะ (น่าอิจฉา) 4.มือของโดราเอม่อน เคยสงสัยกันมั้ยว่าทำไมโดราเอม่อนที่ไม่มีนิ้วแต่สามารถหยิบของกินได้ หยิบจับนู่นนี่นั่นได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป นั่นก็เพราะมือของโดราเอม่อนนั้นมีระบบดูดนั่นเอง แบบว่าถ้ามีอะไรเข้ามาใกล้ๆ มือก็จะดูดติดไว้ได้แถมอยากปล่อยเมื่อไหร่ก็ได้ด้วยเช่นกัน 5.หูของโดราเอม่อน ใครที่คิดว่าโดราเอม่อนนั้นไม่มีหูนั่นบอกเลยว่าคิดผิดมาตลอดนะครับผม เพราะในอดีตเค้ามีหู…นัทธพงศ์ มีแต้ม | 3038 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More















