Tags
| โซเชียลมีเดีย
14/10/2025
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 89 days ago
คุณอยู่ทีมไหน FOMO (กลัวตกเทรนด์) VS JOMO (ไม่ตามเทรนด์) ในยุคโซเชียล
ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นโลกอีกใบที่หลายคนขาดไม่ได้ กิจวัตรประจำวันของเรามักเริ่มต้นด้วยการไถฟีดเพื่ออัปเดตข่าวสารและตามเทรนด์ให้ทันโลก แต่เคยลองถามใจตัวเองดูไหมว่า ตัวเราเองเป็นคนแบบไหน ระหว่างการวิ่งไล่ตามทุกกระแสเพราะ “กลัวพลาด” กับการเลือกจดจ่ออยู่กับความสุขตรงหน้า ? บทความนี้ BT จะพาไปสำรวจและทำความรู้จักกับ FOMO และ JOMO พร้อมชวนคุณมาเช็กลิสต์กันว่าอยู่ทีมไหน รู้จัก FOMO อาการกลัวตกขบวน ที่มีโซเชียลเป็นตัวเร่ง FOMO มาจากคำว่า Fear of Missing Out คือ ความกลัวที่จะพลาดข่าวสาร หรือกลัวที่จะตกเทรนด์ตามกระแสไม่ทัน โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญในโซเชียล จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจว่าตัวเองกำลังพลาดอะไรบางอย่างไปอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราได้ยินได้เห็นคำนี้มาหลายปีจากการเกิดกระแสของโซเชียลมีเดีย สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นชาว FOMO ซึ่งพฤติกรรมแบบ FOMO อาจทำให้เราได้จุดประกายไอเดียใหม่ ๆ จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ได้เห็นไลฟ์สไตล์ของคนอื่นในโซเชียล หรือรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้ไว ทันทุกเหตุการณ์ แต่อีกด้าน FOMO ก็ส่งผลกระทบต่อตัวเรา โดยเฉพาะความเครียดและวิตกกังกล ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ เพราะกลัวว่าจะพลาดประเด็นสำคัญไป ยิ่งเราหมกมุ่นกับโซเชียลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแย่ลง อีกทั้งยังอาจทำให้เราใช้จ่ายเกินตัวไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น ไปกับคำว่า “ของมันต้องมี” JOMO ความสุขจากการเลือกที่จะพลาด JOMO…26/09/2025
ปิดปากคนเห็นต่าง ? เปิด 7 ประเทศที่รัฐบาลควบคุมอินเทอร์เน็ต เพราะคิดว่าโซเชียลมีเดียคือภัยคุกคาม
โลกของการสื่อสารที่ถูกพัฒนาไปตามยุคทำให้คนสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ จนโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นสื่อสังคมที่มีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนนับพันล้าน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญกับครอบครัว-เพื่อน การติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลก การเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้กลับถูกจำกัดและควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาล รัฐบาลในบางประเทศมักอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ศีลธรรม หรือความสงบเรียบร้อย เพื่อควบคุมพื้นที่ดิจิทัล ทำให้ข้อมูลไม่ถูกส่งอย่างตรงไปตรงมา เกิดการแทรกแซง และกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และ 7 ประเทศเหล่านี้ คือประเทศที่โซเชียลมีเดียถูกแบนหรือถูกจำกัดการเข้าถึงในปี 2025 จีนขึ้นชื่อเรื่องการควบคุมอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดที่สุดในโลก ภายใต้นโยบาย "กำแพงดิจิทัล" (Great Firewall) รัฐบาลได้แบนแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Facebook, X (Twitter), Instagram และ YouTube มานานแล้ว ทำให้ชาวจีนต้องใช้แอปพลิเคชันภายในประเทศอย่าง WeChat และ Weibo ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การเซนเซอร์ของรัฐบาล นอกจากนี้การใช้ VPN เพื่อหลบหนีการบล็อกถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีโทษร้ายแรง เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ถูกหลายประเทศทั่วโลกสื่อสารในหน้าข่าวจนหลายคนรู้ดีว่า เป็นประเทศที่ถูกปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมด ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และถูกตัดขาดจากข่าวสารและข้อมูลต่างประเทศ มีเพียงเครือข่ายอินทราเน็ตภายในประเทศที่เรียกว่า "กวังมยอง" (Kwangmyong) เป็นเครือข่ายปิด แยกจากระบบอินเทอร์เน็ตโลก ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์และบริการต่าง ๆ ภายในเครือข่ายนี้เท่านั้น เช่น เว็บไซต์รัฐบาล…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 107 days ago
Read More09/07/2025
เปิดตัว ‘Cloud 11’ ฮับสำหรับครีเอเตอร์ที่เป็น The Next Creative Destination ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในเอเชีย
เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับงาน Cloud 11 The Next Creative Destination โครงการพิเศษของ MQDC ด้วยเป้าหมายการเป็น Mixed-use และเป็นฮับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในเอเชีย ทีม BT beartai ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ ในแบบฮับของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศดนตรีที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างดนตรีอีสาน และดนตรีแบบตะวันตก หรือบรรยากาศ Live Painting ภายในงานจากศิลปินอย่างคุณ Blue Dean คอนเซปต์ของ Cloud 11 : ผลักดัน Creator Economy ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม คุณพอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Cloud 11 มองเห็นศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดใน DNA ของคนไทยที่มีความสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ศิลปะ หรืออาหารไทย สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าวงการบันเทิงและธุรกิจสร้างสรรค์ของไทยสามารถไปได้ไกลกว่าเดิมมาก ปัจจุบัน GDP จากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยคิดเป็น 8.01% ของประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่คืออุตสาหกรรมสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในยุค Creator Economy อย่างแท้จริง Cloud 11…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 186 days ago
Read More28/11/2024
ออสเตรเลียผ่านกฎหมายห้ามใช้โซเชียลมีเดียในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ชาติแรกในโลก
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน รัฐสภาของออสเตรเลียได้ผ่านกฎหมายห้ามใช้โซเชียลมีเดียในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เป็นฉบับแรกของโลก หลังจากร่างกฎหมายดังกล่าวพึ่งได้เสนอเข้าสู่สภาฯ ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งใช้เวลาในการเสนอ อภิปรายและโหวตผ่านร่างจบอย่างไวภายในสัปดาห์เดียว เนื่องจากมีความกังวลว่าโซเชียลมีเดียอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเยาวชนศิลา วงศ์เจริญ | 409 days ago
Read More04/06/2024
(No More) Emotional Damage ! แมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองเฮตสปีชได้ 88 เปอร์เซ็นต์
ในโลกอินเทอร์เน็ต ปัจจัยเรื่องสถานที่ เวลา หรือแม้แต่ภาษาไม่ได้เป็นปัญหาในการสื่อสารอีกต่อไป อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราเข้าถึง และส่งต่อข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือ เราสามารถโต้ตอบกับครีเอเตอร์ หรือผู้สร้างสรรค์ข้อมูลเหล่านั้นได้ ทั้งด้านดี และไม่ดี หลายปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นข่าวการ Cyber Bully กันอยู่เนือง ๆ และในหลายเคสก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่ายินสักเท่าไหร่ อารมณ์ด้านลบ และผลกระทบทางจิตใจเป็นผลลัพธ์รูปแบบหนึ่งที่บรรดาครีเอเตอร์ได้รับจากผู้ชม ไม่ว่าคอนเทนต์เหล่านั้นจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกใจก็ตาม เฮตสปีช (Hate Speech) เป็นหนึ่งในรูปแบบของความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ที่เรารู้จักกันในภาษาไทยว่า ‘ข้อความเพื่อสร้างความเกลียดชัง’ ที่หมายถึงข้อความที่ยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างความเกลียดชังให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ศาสนา สีผิว หรือรสนิยม โดยเฮตสปีชเป็นสิ่งที่เราพบได้ทั่วไปในช่องความคิดเห็น ซึ่งมีการศึกษาที่พบว่าฟีดแบ็กบนโลกออนไลน์สามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจ หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงของโรคทางอารมณ์บางชนิด อย่างโรคเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นฟีเจอร์ในการฟิลเตอร์ (Filter) หรือคัดกรองความคิดเห็นด้านลบมากขึ้น โดยฟีเจอร์นี้อาจช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจจากความคิดเห็นแง่ลบบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (University of Waterloo) ประเทศแคนาดา ได้พัฒนาแมชชีนเลิร์นนิงที่สามารถคัดกรองเฮตสปีชได้แม่นยำถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดภาระงานของพนักงานเฝ้าระวังและคัดกรองเฮตสปีชได้หลายร้อยชั่วโมง รวมถึงผลกระทบจากการตรวจสอบข้อความเหล่านั้นได้ด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 586 days ago
Read More30/04/2024
Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล
“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 621 days ago
Read More13/03/2024
Social Detox | 6 เทคนิคล้างพิษจากโซเชียล ปรับสุขภาพจิตให้สมดุล
คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ? นี่คือสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาที่คุณต้องทำ Social Detox หรือล้างพิษโซเชียลมีเดียแล้ว ! Social Detox ไม่ต้องหักดิบ "โลกออนไลน์ไม่ใช่โลกแห่งความจริง อย่าหลงเชื่อทุกสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย" Social Detox (โซเชียลดีท็อกซ์) หรือ Social Detoxification คือ การบำบัดการเสพติดเทคโนโลยีหรือสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการตัดและลดบทบาทการใช้โซเชียลมีเดียให้น้อยลง ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่คนยุคใหม่ในโลกดิจิทัลควรรู้ เพื่อใช้ในการบำบัดตนเอง จากการได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการได้รับความคิดเห็นหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ดี การถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงพฤติกรรมการเสพสื่อทั่วไปมากจนเกินไป โดยมีคำแนะนำจาก Amber Murphy ในเว็บไซต์ Declutter The Mind ว่า เราไม่จำเป็นต้องหักดิบด้วยการเลิกใช้โซเชียลมีเดีย หรือเลิกเล่นสื่อสังคมออนไลน์ในทันที เพียงแค่ทำการล้างพิษการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Detox) เพื่อลดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารก็อาจเพียงพอแล้ว 6 เทคนิคล้างพิษ ปรับสุขภาพจิตให้สมดุล บทความนี้มี 6 เทคนิคดี ๆ ในการทำ Social Detox แนะนำโดย อ.ดร.นพ.ชาวิท ตันวีระชัยสกุล…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 669 days ago
Read More16/02/2024
Harnessing Social Media for Women’s Health and Well-being ปั้นเฮลท์อินฟลู สู้โรค
14 กุมภาพันธ์ 2024 - สมาคมการค้าเฮลธ์เทคไทย จับมือ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันจัดงาน Harnessing Social Media for Women’s Health and Well-being ปั้นเฮลท์อินฟลู สู้โรค ณ SCBX Next Tech ต้อนรับวันวาเลนไทน์ 2024 ภายในงานได้รวบรวมอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพมากหน้าหลายตาจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งนำโดย คุณหมอโอ - นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์หน้าคุ้นที่มาไลฟ์ให้ความรู้สุขภาพอยู่บ่อย ๆ ในเพจการแพทย์แปดนาที โดยงานนี้คาดหวังที่จะสร้างเฮลท์อินฟลูหน้าใหม่บนโซเชียลมีเดีย และเสริมแกร่งให้กับเฮลท์อินฟลูสุดเก๋าที่มีผู้ติดตามอยู่แล้วสามารถสร้างคอนเทนต์สุขภาพเพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางการแพทย์ และข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง และมีประโยชน์เพื่อสังคมที่สุขภาพดีมากขึ้นผ่านการเวิร์กช็อป และบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในหลายมิติผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่มต้นจากเสริมอาวุธให้เฮลท์อินฟลูด้วยความรู้เรื่องเทรนด์โซเชียลมีเดียจากการบรรยายโดย กล้า ตั้งสุวรรณ จากบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด มาบรรยายถึงรูปแบบของเทรนด์โซเชียลมีเดียที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รูปแบบวิดีโอคอนเทนต์ที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ รวมทั้งทริกและทิปส์ที่จะช่วยให้อินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพหน้าใหม่สามารถปรับคอนเทนต์ให้เหมาะกับเทรนด์ในแต่ละช่วง พร้อมกับแนะนำเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างคอนเทนต์ให้สดใหม่อยู่เสมอ ในเซสชันถัดมาเป็น Panal…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 695 days ago
Read More24/01/2024
MSI ปลดทีมโซเชียลมีเดียยกทีม หลังโพสต์มุกตลกที่คนอ่านไม่ขำด้วย จนนำไปสู่ดราม่าใหญ่โต!
เรื่องราวที่บัญชีสื่อโซเชียลโพสต์เนื้อหาไม่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ในทุกวันนี้ก็ยังมีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นเสมอ โดยกรณีล่าสุดเกิดขึ้นกับ MSI ที่พลาดไปโพสต์ข้อความซึ่งตั้งใจจะให้เป็นมุกตลกในสื่อโซเชียลจีน แต่ชาวเน็ตกลับไม่ฮาด้วย จนสุดท้าย MSI ต้องออกมาโพสต์กล่าวขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมปลดทีมโซเชียลมีเดียที่ทำให้เกิดดราม่ายกทีมภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 719 days ago
Read More08/01/2024
Oddly Satisfying คลิปสุดแปลก แต่แสนเพลิน: เหตุผลที่เราหยุดดูคลิปทำลายของ หั่นสบู่ หรือทำสไลม์ไม่ได้
ทุกคนน่าจะต้องเคยดูคลิปวิดีโอแปลก ๆ บนโลกออนไลน์ อย่างคลิปทำลายของ หั่นสบู่ เทช็อกโกแลตราดบนหน้าเค้ก คลิปฉีดน้ำแรงสูงทำความสะอาดพื้น คลิปลูกตุ้มแกว่งผ่านช่องที่มีขนาดพอดีเป๊ะ หรือคลิปแปลกแบบอื่นอีกมากมายที่ไม่มีเนื้อหาอะไร แต่มันกลับดูเพลินสุด ๆ แถมบางคลิปก็ดูออกแนวจะสกปรก เลอะเทอะ หรือสร้างความรู้สึกขยะแขยง แต่ทำไมเรากลับหยุดดูไม่ได้? คลิปเหล่านี้ถูกเรียกว่า Oddly Satisfying หนึ่งในแขนงของคลิปบนโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละคลิปมียอดวิวหลายล้าน อย่าง #OddlySatisfying ใน TikTok อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านวิว (ณ วันที่ 8 มกราคม 2024) ถ้าคุณเผลอดูคลิปแนวนี้บ่อย ๆ แม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกชอบมันก็ตาม ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ และอาจเกี่ยวกับบุคลิก กับภาวะอารมณ์ของเราด้วย ASMR ในรูปแบบภาพ และเสียง หลายคนน่าจะรู้จัก ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) หรือการตอบสนองแบบอัตโนมัติของระบบประสาทเมื่อได้รับปัจจัยภายนอกอย่างภาพ เสียง หรือสัมผัส ซึ่ง ASMR ไม่ได้หมายถึงแค่เสียงฝนตก เสียงแอร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 734 days ago
Read More18/12/2023
เชื่อมจิตกับ Lil Tay วัยเยาว์ที่หายไป เมื่อลูกเป็นคอนเทนต์ที่หาเงินได้?
ลิล เทย์ (Lil Tay) เป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์เด็กเจนแรก ๆ ในสังคมอเมริกาเลยก็ว่าได้ โดยเธออายุเพียง 9 ขวบเท่านั้นขณะที่เธอโด่งดัง เชื่อว่าใครที่เล่นโซเชียลมานานต้องเคยเห็นคลิปเทย์ออกมาโปรยเงิน นั่งรถหรู พร้อมกับพูดคำหยาบ และถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามฐานะ และเชื้อชาติจนทำให้มีคนเข้าไปโต้ตอบ ทั้งคอมเมนต์ด่า หรือแชร์คลิปเธอไปด่า ซึ่งนั่นทำให้ ลิล เทย์ ดังเป็นพลุแตกในแคนาดา อเมริกา และทั่วโลกผ่านทางโลกออนไลน์ ก่อนที่จู่ ๆ เธอก็หายตัวไปจากโซเชียลมีเดียไปหลายปี และในปี 2023 มีข่าวออกมาว่าเทย์นั้นเสียชีวิต แต่นั่นเป็นข่าวปลอม เพราะเธอเพิ่งปล่อย MV เพลงใหม่ไม่นานหลังจากนั้น พร้อมออกมาไลฟ์แฉว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากพ่อของเธอ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด ลิล เทย์ หรือชื่อจริง Claire Hope เกิดในปี 2007 เธอเป็นเด็กหญิงชาวแคนาดาที่ปรากฎตัว และเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ด้วยอายุ 9 ปี โดยเธอเรียกตัวเองว่า ‘The Youngest Flexer Girl of Century’ หรือเด็กขี้อวดที่อายุน้อยที่สุดแห่งศตวรรษ Abusive…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 755 days ago
Read More04/10/2023
Social Media Contagion Effect เมื่อการประนามและขุดคุ้ยเรื่องราวของคนร้ายอาจทำให้เกิดการลงมือครั้งใหม่
คนดีต้องถูกชม คนชั่วต้องถูกประณาม คอนเซ็ปต์ที่อยู่กับสังคมมนุษย์มาเนิ่นนาน การส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของคนคนหนึ่งอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกนับสิบนับร้อยคน ในขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับเรื่องราวของคนร้ายและการก่อเหตุที่สะเทือนขวัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่พรั่นพรึงอาจเป็นการให้กำเนิดปีศาจร้ายตนใหม่ Social Media Contagion Effect หรือ Media Contagion Effect คำเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายที่แปลตรงตัวในภาษาไทย แต่หมายถึงผลกระทบที่การแพร่กระจายของสื่อที่ส่งต่อหรือกระตุ้นอารมณ์หรือความผิดปกติบางอย่างในจิตใจคน ซึ่งกรณีที่กำลังพูดถึงในบทความนี้ คือ อาชญากรรมและเหตุการณ์กราดยิง ในประเทศสหรัฐอเมริกามีอัตราการเกิดเหตุกราดยิงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอเมริกาได้ร่วมมือกันหาปัจจัยของสาเหตุนี้ เบื้องต้นจุดร่วมของผู้ก่อเหตุมักประกอบด้วยปัจจัย 3 อย่าง ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเวิสเทิร์นนิวเม็กซิโก เจนนิเฟอร์ จอห์นสตัน และ แอนดรูว์ จอยได้ศึกษาข้อมูลแหล่งต่าง ๆ เพื่อหาเหตุผลที่ทำให้ความชุกหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์กราดยิงในอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพวกเข้าพบว่า Social Media Contagion หรือ Media Contagion หรือการแพร่กระจายของสื่อนั้นมีผลด้วยเช่นกัน เพราะการที่ทั่วทั้งประเทศกำลังอยู่ในความกลัว ผู้คนต่างพูดชื่อของผู้ก่อเหตุ ใบหน้า พร้อมประวัติ และรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของผู้ลงมือ ทั้งจริงบ้าง และไม่จริงบ้าง ตั้งแต่ชาติกำเนิด นิสัยส่วนตัว หรือแม้แต่อาหารที่ชอบกิน พร้อมกับ Mood & Tone…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 830 days ago
Read More12/09/2023
อินโดนีเซียมีแผนห้ามทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าบนโซเชียลมีเดีย
วันอังคารที่ 12 กันยายน เจอร์รี ซัมบัวกา (Jerry Sambuaga) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของอินโดนีเซียกล่าวในระหว่างการพิจารณากฎระเบียบทางการค้าใหม่ของรัฐสภาว่า รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังมีแผนที่จะห้ามการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าบนโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเหล่านักขายออนไลน์ได้ใช้วิธีกำหนดราคาดึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดออฟไลน์ (การขายผ่านหน้าร้าน) ในประเทศศิลา วงศ์เจริญ | 852 days ago
Read More22/08/2023
พฤติกรรมการเล่นโซเชียล อาจบ่งบอกปมในใจของคุณ
โลก “หลังคีย์บอร์ด” สำหรับบางคน เป็นเหมือนพื้นที่ที่ใช้แสดงความกล้า ปลดปล่อยตัวตน หรือใช้ในการระเบิดพลังในแง่ลบออกมา โดยที่ตัวจริงของเขาอาจจะแตกต่างจากตัวตนที่อยู่ในสื่อโซเชียลอย่างสิ้นเชิง เหตุใดทำไมเขาถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการแสดงออกถึงปมภายในใจบางอย่างหรือไม่ วันนี้เราจะชวนคุณผู้อ่านมาไขคำตอบไปพร้อมกัน พฤติกรรมเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย ที่เกิดจากปมในใจ การแสดงออกถึงพฤติกรรมเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย มาจากปัจจัยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเชิงจิตวิทยา หรือปัจจัยที่มาจากตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้งานรายนั้น ซึ่งเราก็ได้นำเหตุผลบางประการ ที่คน ๆ นึงอาจมีพฤติกรรมเชิงลบและแสดงออกบนโซเชียลมีเดียมานำเสนอ และยังเป็นการแสดงออกถึงปมในใจบางอย่างที่ฝังรากลึกมานานอีกด้วย พฤติกรรมเชิงลบในสื่อโซเชียลมีเดีย โดยจะใช้วิธีหรือคำพูดที่จะกดให้คนอื่นต่ำลง และมีการแสดงออกว่าตนเองเหนือกว่า จากการดูถูกผู้อื่น ซึ่งจะเป็นเพิ่มความนับถือตนเองแบบชั่วคราว พฤติกรรมเชิงลบเหล่านี้ มักสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ทางอารมณ์หรือ “ปมในใจ” ที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่ การจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยความเอาใจใส่และความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นไปได้ว่าบุคคลเหล่านี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย และความยากลำบากในชีวิตจริง และไม่รู้ว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาที่เจออย่างไรดี ดังนั้นการฝึกแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อบุคคลอื่นทางโลกออนไลน์ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ หรืออย่างน้อย ๆ พฤติกรรมในแง่ลบของคนอื่นก็จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคุณสักเท่าไหร่นัก ทำไมบางคนถึงมีพฤติกรรม เป็นเกรียนคีย์บอร์ด การศึกษาทางจิตวิทยาพบว่าผู้ที่เป็น “เกรียนคีย์บอร์ด” มีแนวโน้มที่จะมีลักษณะบุคลิกภาพทางจิต 4 แบบ ได้แก่ เกรียนคีย์บอร์ด มักจะซ่อนตัวอยู่หลังชื่อปลอมหรือบัญชีนิรนาม ซึ่งมักจะพบได้ในกระทู้ทั่วไป เช่น ใน Reddit ฟอรัมสนทนาทางอินเทอร์เน็ตยอดนิยม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 873 days ago
Read More11/08/2023
อยากได้ อยากมี เหมือนคนอื่น เพราะเสพโซเชียลมากไป!
พฤติกรรมเสพติดของผู้ใช้โซเชียลมีเดียอาจแตกต่างกันไป แต่อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุด และมักจะทำให้ผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียขาดความพอดีในการใช้ชีวิต คือ มีความรู้สึกเครียด หรือมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นความสำเร็จ ทรัพย์สมบัติ หรือความสุขของผู้อื่น สิ่งนี้จะนำไปสู่การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลียนแบบความสำเร็จ หรืออยากได้อย่างมีสิ่งของตามผู้อื่น และถ้าสิ่งของเหล่านั้นมีราคาสูงเกินกว่าที่จะซื้อไหว หรือคุณรู้สึกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกไม่คู่ควร มีความนับถือตนเองต่ำ และมีความยากลำบากในการยอมรับตนเอง ซึ่งสิ่งนี้สามารถสร้างผลกระทบทางจิตได้อย่างมาก ผลกระทบของการเสพติดโซเชียล ร้ายกว่าที่คิด ผลของการเสพติดโซเชียลมีเดีย และทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมี มีความรู้สึกอิจฉาในความสำเร็จของผู้อื่น เป็นการจัดการอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่มีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพตนเอง และสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่โดยรวมของคุณได้อย่างมาก โดยเฉพาะ สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความอิจฉา หรือทำให้เกิดความนับถือในตัวเองต่ำ ได้อย่างไร? จากข้อมูลของ Afridi พบว่า อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น และรับรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นกำลังทำได้แบบ Real Time และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่พฤติกรรมเปรียบเทียบได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการฟูมฟักความอิจฉาได้อีกด้วย การวิจัยพบว่าในบางคน ความรู้สึกอิจฉา อยากได้อยากมี รู้สึกด้อยค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งก่อนที่จะมีสื่อสังคมออนไลน์ มนุษย์เราก็มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับวงสังคมใกล้เคียงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนบ้าน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่น ๆ ที่เรารู้จัก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 884 days ago
Read More20/07/2023
ส่องแท็ก TikTok ต่างประเทศ ‘Bed Rotting’ หรือ ‘การนอนเน่าอยู่บนเตียง’ กับผลกระทบต่อสุขภาพ
'Bed Rotting' แปลเป็นไทยแบบตรงตัวว่า 'การเน่าอยู่บนเตียง' เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในบรรดา TikToker ต่างประเทศ แม้ว่าแปลมาแบบตรงตัวแล้วจะดูแปลก แต่จริง ๆ ก็คล้ายกับที่คนไทยชอบพูดว่า ‘ขอนอนตายอยู่บนเตียง’ หรือการนอนพักผ่อน ไม่ว่าจะหลับจริงหรือนอนเล่นอยู่บนเตียงทั้งวัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำบ่อย ๆ ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นจากการที่มีคนมาแชร์ว่าในวันที่คุณเหนื่อยล้ากับอะไรมาก ๆ การนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงทั้งวันสามารถช่วยฟื้นฟูคุณจากความเหนื่อยล้านั้นได้ คนบนโลก TikTok เลยแชร์คลิปการนอนบนเตียง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ผ้าห่มหลายผืนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น (Cozy) พร้อมติด #BedRotting และ #InBedRotting แต่หลังจากเทรนด์นี้ถูกพูดถึงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายสาขาได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้น เจสซี โกลด์ (Jessi Gold) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้โพสต์คลิปลง TikTok พร้อมให้ความรู้ว่า ‘มันเป็นเรื่องปกติที่จะนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ตราบใดที่คุณรู้ตัวว่าทำมันไปเพื่ออะไร และควรหาวิธีรับมือกับความเหนื่อยล้าในรูปแบบอื่นด้วย’ โดยสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกกังวลกับเทรนด์นี้เพราะว่า การนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวจนติดเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสัมพันธ์กับโรคบางอย่างได้ด้วย การนอนนิ่งหรือการอยู่กับที่เดิมนาน ๆ มักถูกเรียกว่า ภาวะเนือยนิ่ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 906 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago


























